Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ น้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2521
เป็นปีที่ 33 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521" มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก. 2521/50/1พ./11 พฤษภาคม 2521]

มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2509 มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ "น้ำมันเชื้อเพลิง" หมายความว่า น้ำมันปิโตรเลียมดิบ น้ำมันเบนซิน น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันหล่อลื่น และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอื่นที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือเป็นสิ่งหล่อลื่นกับทั้งให้รวมถึง น้ำมันหรือสิ่งอื่นที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือเป็นสิ่งหล่อลื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง "ผู้ค้าน้ำมัน" หมายความว่า ผู้กระทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงโดยซื้อ โดยสั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร หรือได้มาไม่ว่าด้วยประการใด เพื่อ จำหน่ายและให้หมายความรวมถึงผู้กลั่นหรือผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากน้ำมัน ปิโตรเลียมดิบหรือจากสิ่งอื่นด้วย "ผู้ขนส่งน้ำมัน"* หมายความว่า ผู้ที่รับจ้างทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมิใช่เป็นของตนเอง ยกเว้นการขนส่งโดยทางรถไฟ *[บทนิยามนี้แก้ไขโดยพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522] "ปี" หมายความว่า ปีปฏิทิน "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง ให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ "อธิบดี"* หมายความว่า อธิบดีกรมทะเบียนการค้า *[บทนิยามนี้แก้ไขโดยพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522] "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 5 พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่กระทรวง ทบวง กรม มาตรา 6 ผู้ใดจะเป็นผู้ค้าน้ำมันมีปริมาณการค้าแต่ละชนิดหรือรวมกัน ทุกชนิดปีละตั้งแต่หนึ่งแสนเมตริกตันขึ้นไปต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรี
การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ในการนี้รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขในการ ออกใบอนุญาตด้วยก็ได้ มาตรา 6 ทวิ* ผู้ค้าน้ำมันอื่นซึ่งมิใช่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 ซึ่ง ดำเนินกิจการค้าน้ำมัน โดยจัดตั้งเป็นสถานีบริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ให้แก่ประชาชน ต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และในการอนุญาต อธิบดีจะ กำหนดเงื่อนไขไว้ด้วยก็ได้ สถานีบริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิ งตามมาตรานี้หมายความว่า สถานที่จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีมาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วย มาตราชั่งตวงวัดติดตั้งไว้เป็นประจำ *[มาตรา 6 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522] มาตรา 7 ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 ส่งบัญชีตามแบบและรายการ ที่กำหนดในกฎกระทรวงเกี่ยวกับปริมาณและสถานที่เก็บของน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ละชนิดที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ที่ซื้อ ที่กลั่น ที่ผลิต ที่ได้มา หรือที่ มีไว้เพื่อจำหน่าย และที่เหลืออยู่ในแต่ละเดือนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน วันที่สิบของเดือนถัดไป ให้ผู้ค้าน้ำมันอื่นนอกจากผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 ที่มีปริมาณการค้า แต่ละชนิดหรือรวมกันทุกชนิดแต่ละปีเกินจำนวนที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ส่งบัญชีตามแบบและรายการที่กำหนดในกฎกระทรวงเกี่ยวกับปริมาณของน้ำมัน เชื้อเพลิงแต่ละชนิดที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ที่ซื้อ ที่กลั่น ที่ผลิต ที่ได้มา หรือที่จำหน่ายได้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในวันที่สิบของเดือนมกราคมของ แต่ละปี
ในกรณีที่มีความจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือ หรือโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ผู้ค้า น้ำมันส่งบัญชีเกี่ยวกับปริมาณและสถานที่เก็บของน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิด เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากที่ต้องส่งตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองอีกก็ได้ และให้ผู้ค้า น้ำมันส่งบัญชีดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเจ็ดวันนับแต่วันทราบคำสั่ง มาตรา 8 รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 ส่งบัญชีตามแบบและรายการที่กำหนดในกฎกระทรวงเกี่ยวกับแผนการกลั่น ผลิต สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร หรือจำหน่ายซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงล่วงหน้า ทุกสามเดือนได้ มาตรา 9 ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 ต้องสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงชนิด ที่รัฐมนตรีกำหนดไว้ทุกขณะในสถานที่เก็บตามวรรคสี่ไม่ต่ำกว่าอัตราที่รัฐมนตรี กำหนดซึ่งต้องไม่เกินร้อยละสามสิบของปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดที่นำเข้า มาในราชอาณาจักร ที่ซื้อ ที่กลั่น ที่ผลิต หรือที่ได้มาในปีหนึ่ง ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ที่ซื้อ ที่กลั่น ที่ผล ิต หรือที่ได้มาในปีหนึ่งจะมีจำนวนเท่าใด ให้ผู้ค้าน้ำมันกำหนด ด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี หรือตามที่รัฐมนตรีเห็นสมควร ปริมาณที่กำหนดนี้ อาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อผู้ค้าน้ำมันร้องขอและรัฐมนตรีเห็นชอบด้วย การกำหนดชนิดและอัตราของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องสำรองให้ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา น้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องสำรองตามวรรคหนึ่ง จะเก็บไว้ ณ สถานที่ใด เป็นจำนวนเท่าใด ให้ผู้ค้าน้ำมันขอความเห็นชอบจากรัฐมนตรี มาตรา 10 ประกาศกำหนดชนิดและอัตราของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้อง สำรองตามมาตรา 9 วรรคสาม ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่กำหนดไว้ให้ใช้บังคับ ในประกาศนั้นซึ่งต้องมีระยะเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา
ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับแก่การประกาศเปลี่ยนแปลงกำหนดอัตรา น้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้ค้าน้ำมันต้องสำรองซึ่งได้ประกาศไว้แล้วด้วย ในกรณีที่ การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงอัตราที่ได้ประกาศไว้แล้วให้สูงขึ้น การประกาศเปลี ่ยนแปลงชนิดและอัตราของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้ค้าน้ำมัน ต้องสำรองตามมาตรา 9 รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ค้าน้ำมันที่สำรองน้ำมัน เชื้อเพลิงชนิดใดอยู่แล้วสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดนั้นต่อไปอีกโดยมีหรือไม่มี กำหนดเวลาก็ได้ มาตรา 11 ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อแก้ไขและป้องกันการขาดแคลน น้ำมันเชื้อเพลิง รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือหรือโดยประกาศในราชกิจจา นุเบกษาให้ผู้ค้าน้ำมันงดจำหน่ายหรือให้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดหนึ่งชนิดใด รวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องสำรองไว้ตามมาตรา 9 ได้ ในการนี้รัฐมนตรี จะกำหนดเงื่อนไขไว้ด้วยก็ได้ มาตรา 12 เมื่อผู้ค้าน้ำมันร้องขอและแสดงหลักฐานให้เป็นที่พอใจ แก่รัฐมนตรีว่ามีพฤติการณ์เกิดขึ้นอันไม่อาจทำให้ผู้ค้าน้ำมันสำรองน้ำมัน เชื้อเพลิงตามอัตราที่กำหนดได้หรือการสำรองนั้น ๆ จะทำให้ผู้ค้าน้ำมันต้อง ได้รับความเสียหายเกินสมควร ทั้งนี้ ในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง ให้รัฐมนตรี มีอำนาจออกคำสั่งผ่อนผันเป็นการชั่วคราวตามระยะเวลาที่รัฐมนตรีเห็นสมควร มิให้ผู้ค้าน้ำมันต้องสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง หรือลดอัตราหรือปริมาณน้ำมัน เชื้ อเพลิงที่ต้องสำรองลงตามที่เห็นสมควร ตลอดระยะเวลานั้นได้ ในกรณีที่รัฐมนตรีมีคำสั่งมิให้ผู้ค้าน้ำมันต้องสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงใน ระยะเวลาใด มิให้นำความในมาตรา 9 วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับแก่ผู้ค้าน้ำมัน ตลอดระยะเวลานั้น ในกรณีที่รัฐมนตรีมีคำสั่งให้ลดอัตราหรือปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้อง สำรองลงในระยะเวลาใด ให้ถือว่าอัตราหรือปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่รัฐมนตรี มีคำสั่งเป็นอัตราที่ผู้ค้าน้ำมันต้องสำรองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่งตลอดระยะ เวลานั้น
มาตรา 13 รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงชนิด ใด ๆ ได้ตามที่เห็นสมควร โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันเริ่มมีผลใช้บังคับประกาศตามวรรคหนึ่งให้นำความในมาตรา 10 มาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อถึงกำหนดวันใช้บังคับประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคสองแล้ว ห้ามมิให้ผู้ค้าน้ำมันจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพต่ำกว่าคุณภาพที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนด เว้นแต่รัฐมนตรีจะผ่อนผันให้เป็นการชั่วคราว มาตรา 13 ทวิ* ผู้ใดจะเป็นผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนดคุณภาพตามมาตรา 13 โดยมีปริมาณการขนส่งครั้งหนึ่งเกิน ปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี การกำหนดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงตามวรรคหนึ่ง จะกำหนดต่ำกว่า สองพันลิตรไม่ได้ เมื่อรัฐมนตรีประกาศกำหนดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงตามวรรคหนึ่ง หรือ ประกาศเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้กำหนดไว้แล้ว ให้ผู้ที่รับจ้าง ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งได้รับจ้างทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่แล้วและ จะต้องขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขนส่งน้ำมัน ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประกาศดังกล่าวใช้บังคับ และให้ผู้ซึ่งได้ยื่นคำขอ แล้วทำการรับจ้างขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะสั่งไม่อนุญาต การขออนุญาต การออกใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงและในการอนุญาต อธิบดีจะกำหนดเงื่อนไขไว้ด้วยก็ได้ ใบอนุญาตตามมาตรานี้ให้มีอายุสามปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต *[มาตรา 13 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522]
มาตรา 13 ตรี* ในการดำเนินการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ขนส่ง น้ำมันตามมาตรา 13 ทวิ และการดำเนินการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ค้า น้ำมันตามมาตรา 6 และตามมาตรา 6 ทวิ ให้เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไข ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ห้ามมิให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 ให้บุคคลอื่นใดซึ่งมิใช่ผู้ขนส่งน้ำมัน ตามมาตรา 13 ทวิ ทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด คุณภาพตามมาตรา 13 เว้นแต่ในกรณีจำเป็นชั่วคราวซึ่งได้รับอนุญาตจากพนักงาน เจ้าหน้าที่ *[มาตรา 13 ตรี เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522] มาตรา 13 จัตวา* เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน เชื้อเพลิง ให้รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 และ ผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 13 ทวิ ปฏิบัติดังต่อไปนี้ (1) ให้เก็บตัวอย่างน้ำมันเชื้อเพลิงในการประกอบกิจการของตนเพื่อ ส่งมอบให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามหลักเก ณฑ์และวิธีการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ กำหนด ทั้งนี้ ภายในช่วงระยะเวลาที่รัฐมนตรีกำหนดตามความจำเป็นเพื่อการ ตรวจสอบเป็นครั้งคราว (2) ให้ทำการพิสูจน์คุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงที่พนักงานเจ้าหน้าที่จัดส่ง ให้พร้อมทั้งรายงานผลให้แก่ทางราชการตามปริมาณ หลักเกณฑ์ วิธีการ และ ภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดที่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 และผู้ขนส่ง น้ำมันตามมาตรา 13 ทวิ มีหน้าที่พิสูจน์ตาม (2) ให้รัฐมนตรีกำหนดให้ผู้ค้า น้ำมันและผู้ขนส่งน้ำมันทราบล่วงหน้าเป็นรายปี ตามความเหมาะสมแก่สภาพของ กิจการค้าน้ำมันและขนส่งน้ำมัน และตามความจำเป็นอย่างอื่น
ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันหรือผู้ขนส่งน้ำมันใดไม่สามารถดำเนินการตาม (2) ได้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีการพิสูจน์คุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว และให้ผู้ค้าน้ำมันหรือผู้ขนส่งน้ำมันนั้นเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย *[มาตรา 13 จัตวา เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522] มาตรา 13 เบญจ* เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน เชื้อเพลิง ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 ทวิ ต้องจัดเก็บตัวอย่างน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อส่งมอบให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบคุณภาพตามความจำเป็น เป็นครั้งคราวตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ การเก็บตัวอย่างน้ำมัน เชื้อเพลิงให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด *[มาตรา 13 เบญจ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522] มาตรา 14 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการ น้ำมันเชื้อเพลิง" ประกอบด้วยปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงคมนาคม ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนสำนักงาน พลังงานแห่งชาติ ผู้แทนสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นกรรมการ และอธิบดีกรมทะเบียนการค้าเป็นกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการจะแต่งตั้งบุคคลใดเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้ มาตรา 15 คณะกรรมการน้ำมันเชื้อเพลิงมีหน้าที่ให้คำปรึกษา ให้ความเห็นและให้คำแนะนำแก่รัฐมนตรีในเรื่องดังต่อไปนี้ (1) การออกกฎกระทรวงตามมาตรา 7 และมาตรา 8 (2) การกำหนดชนิดและอัตราของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องสำรองตาม มาตรา 9 วรรคหนึ่ง
(3) การกำหนดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดที่นำเข้ามาใน ราชอาณาจักร ที่ซื้อ ที่กลั่น ที่ผลิต หรือที่ได้ตามมาตรา 9 วรรคสอง (4) การกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตาม มาตรา 10 วรรคสาม (5) การกำหนดคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 13 (6) มาตรการต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาและอุปสรรคของผู้ค้าน้ำมัน ในการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง (7) เรื่องอื่น ๆ ที่รัฐมนตรีมอบหมาย มาตรา 16 การประชุมของคณะกรรมการน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมี กรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็น องค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งที่มาประชุมเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่ ง ให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุม ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา 17 ให้คณะกรรมการน้ำมันเชื้อเพลิงมีอำนาจแต่งตั้ง อนุกรรมการเพื่อให้ทำกิจการหรือพิจารณาเรื่องใด ๆ อันอยู่ในขอบเขตแห่ง หน้าที่ของคณะกรรมการน้ำมันเชื้อเพลิงตลอดจนเชิญบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็นได้ ให้นำความในมาตรา 16 มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการ โดยอนุโลม มาตรา 18 เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบว่าได้มีการปฏิบัติถูกต้อง ตามพระราชบัญญัตินี้หรือไม่ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสำนักงาน สถานที่ กลั่น สถานที่ผลิต สถานที่เก็บ และสถานที่จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ค้าน้ำมัน
ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก และให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจนำ หรือสั่งให้ผู้ค้าน้ำมันส่งตัวอย่างน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดหนึ่งชนิดใดครั้งละไม่เกินห้าลิตร มาเพื่อตรวจสอบได้ หรือสั่งให้ผู้ค้าน้ำมันตรวจสอบปริมาณของน้ำมันเชื ้อเพลิงและ รายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ ผู้ค้าน้ำมันต้องให้ความสะดวกแก่พนักงาน เจ้าหน้าที่ ทั้งต้องแสดงบัญชี เอกสาร และหลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับน้ำมัน เชื้อเพลิง เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ร้องขอ ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัว เมื่อผู้ที่เกี่ยวข้องร้องขอ บัตรประจำตัวให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 19 เมื่อปรากฏแก่รัฐมนตรีว่า ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 ผู้ใด ไม่สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ตามชนิดและอัตราที่กำหนดตามมาตรา 9 เป็นระยะ เวลาต่อเนื่องกันเกินสามสิบวัน หรือเป็นระยะเวลาไม่ต่อเนื่องกัน แต่รวมกันแล้ว เกินหกสิบวันในปีหนึ่ง ทั้งนี้ โดยไม่มีเหตุอันสมควรแก้ตัวได้โดยชอบด้วยกฎหมาย รัฐมนตรีจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้เป็นผู้ค้าน้ำมันที่ออกให้แก่ผู้นั้นเสียก็ได้ การสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นเหตุให้ผู้ค้าน้ำมันพ้นจาก การที่จะต้องรับโทษตามมาตรา 25 มาตรา 19 ทวิ* ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 ทวิ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม คำสั่ง หรือเงื่อนไขตามมาตรา 11 หรือฝ่าฝืนมาตรา 13 วรรคสาม ไม่ปฏิบัติ ตามมาตรา 13 ตรี วรรคหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 13 เบญจ อธิบดีจะ สั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นการชั่วคราวหรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเสียก็ได้ตามที่เห็น สมควร การสั่งพักใช้ใบอนุญาต ให้สั่งพักใช้โดยมีกำหนดเวลาได้ครั้งละ ไม่เกินหกสิบวัน *[มาตรา 19 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522]
มาตรา 19 ตรี* ผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 13 ทวิ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 13 ตรี วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 13 จัตวา (1) อธิบดีจะสั่งพักใช้ ใบอนุญาตเป็นการชั่วคราวหรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเสียก็ได้ตามที่เห็นสมควร การสั่งพักใช้ใบอนุญาต ให้สั่งพักใช้โดยมีกำหนดเวลาได้ครั้งละไม่เกิน หกสิบวัน *[มาตรา 19 ตรี เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522] มาตรา 19 จัตวา* ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 ทวิ หรือผู้ขนส่งน้ำมันตาม มาตรา 13 ทวิ ที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา 19 ทวิ หรือมาตรา 19 ตรี แล้วแต่กรณี มีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐ มนตรีได้ภายในสามสิบวันนับแต่ วันที่ทราบคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต คำสั่งของรัฐมนตรี ให้เป็นที่สุด การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งย่อมไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งพักใช้ ใบอนุญาต หรือคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต การสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา 19 ทวิ หรือมาตรา 19 ตรี ไม่เป็นเหตุให้ผู้ค้าน้ำมันหรือผู้ขนส่งน้ำมันดังกล่าวพ้นจาก การรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้ *[มาตรา 19 ตรี เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522] มาตรา 20* ผู้ใดเป็นผู้ค้าน้ำมันที่มีปริมาณการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ละชนิด หรือรวมกันทุกชนิดปีละตั้งแต่หนึ่งแสนเมตริกตันขึ้นไปโดยมิได้รับ ใบอนุญาตตามมาตรา 6 หรือผู้ใดเป็นผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนดคุณภาพตามมาตรา 13 มีปริมาณการขนส่งครั้งหนึ่งเกินปริมาณ ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยมิได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 13 ทวิ ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ *[มาตรา 20 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522]
มาตรา 20 ทวิ* ผู้ใดดำเนินกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงโดยจัดตั้งเป็น สถานีบริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแก่ประชาชนโดยมิได้รับใบอนุญาตตาม มาตรา 6 ทวิ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกิน สามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ *[มาตรา 20 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522] มาตรา 21 ผู้ค้าน้ำมันผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ออกตามมาตรา 6 วรรคสองไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือเงื่อนไขตามมาตรา 11 หรือฝ่าฝืนมาตรา 13 วรรคสาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 22 ผู้ค้าน้ำมันผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 7 วรรคหนึ่งหรือ วรรคสาม หรือส่งบัญชีตามมาตรา 7 วรรคหนึ่งหรือวรรคสามโดยมีรายการ อันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 23 ผู้ค้าน้ำมันผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 7 วรรคสอง มาตรา 8 หรือมาตรา 9 วรรคสอง หรือจงใจไม่ปฏิบัต ิให้ถูกต้องตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ได้กำหนดตามมาตรา 9 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง มาตรา 24 ผู้ค้าน้ำมันผู้ใดจงใจไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามบัญชีที่ได้ส่ง ต่อรัฐมนตรีตามมาตรา 8 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกิน สามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะ ปฏิบัติให้ถูกต้อง
มาตรา 25 ผู้ค้าน้ำมันผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง หรือ ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ออกตามมาตรา 10 วรรคสาม ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีก ไม่เกินวันละหนึ่งแสนบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง มาตรา 25 ทวิ* ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 13 ตรี วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับตั้งแต่ สองหมื่นบาทถึงห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 ท วิ หรือผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 13 ทวิ ผู้ใด ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 13 ตรี วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองกระทำความผิดซ้ำอีก ภายในหกเดือนนับแต่วันที่ได้กระทำความผิดครั้งแรก ต้องระวางโทษเพิ่มขึ้นเป็น สองเท่าของโทษที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง แล้วแต่กรณี *[มาตรา 25 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522] มาตรา 25 ตรี* ผู้ใดกระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือกระทำการ อย่างหนึ่งอย่างใดอันทำให้ลดคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่รัฐมนตรีประกาศ กำหนดตามมาตรา 13 เพื่อจำหน่าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ ปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่ผู้กระทำการปลอมปนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 หรือเป็น ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 ทวิ หรือเป็นผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 13 ทวิ ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงสองแสนบาท ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพต่ำกว่าที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนดมีปริมาณตั้งแต่สองร้อยลิตรขึ้นไปให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้นั้น เป็นผู้กระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่าย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า
ตนได้มีน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อใช้ในกิจการของตน หรือ ได้น้ำมันเชื้อเพลิงนั้นมาโดยไม่ทราบว่าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพต่ำกว่า ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นลูกจ้างของบุคคลดังกล่าวตามวรรคสอง หรือการกระทำความผิดนั้นเกิดขึ้นภายในสถานที่ทำการหรือสถานที่จำหน่าย ของบุคคลดังกล่าวตามวรรคสอง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลดังกล่าวตาม วรรคสองเป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัด ระวังตามสมควรแล้วที่จะป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น *[มาตรา 25 ตรี เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522] มาตรา 25 จัตวา* ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 13 ตรี วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึง ห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งกระทำความผิดซ้ำอีกภายในหกเดือน นับแต่วันที่ได้กระทำความผิดครั้งแรก ต้องระวางโทษเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของ โทษที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่ง *[มาตรา 25 จัตวา เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522] มาตรา 25 เบญจ* ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 หรือผู้ขนส่งน้ำมันตาม มาตรา 13 ทวิ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 13 จัตวา (1) หรือผู้ค้าน้ำมันตาม มาตรา 6 ทวิ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 13 เบญจ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ สามร้อยบาทถึงสามหมื่นบาท
ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งกระทำความผิดซ้ำอีกภายในหกเดือน นับแต่วันที่ได้กระทำความผิดครั้งแรก ต้องระวางโทษเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของ โทษที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่ง *[มาตรา 25 เบญจ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522] มาตรา 26 ผู้ใดไม่ยอมให้หรือไม่ยอมส่งตัวอย่างน้ำมันเชื้อเพลิง หรือไม่ยอมตรวจสอบปริมาณของน้ำมันเชื้อเพลิง หรื อไม่ให้ความสะดวกแก่ พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือไม่แสดงบัญชีเอกสารหรือหลักฐานตามมาตรา 18 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทและปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง มาตรา 27 ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งต้องรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นนิติบุคคล กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้แทนของนิติบุคคลนั้น ต้องรับ โทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มี ส่วนในการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น มาตรา 28 ให้บรรดาผู้ค้าน้ำมันซึ่งได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีตาม มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2509 และเป็นผู้ค้าน้ำมัน ซึ่งจะต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้เป็นผู้ค้าน้ำมันซึ่งได้รับใบอนุญาต ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 29 ให้บรรดากฎกระทรวง ประกาศ และคำสั่งที่ออกตาม พระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2509 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัติ นี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษายังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ บทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ปร ะกาศ และคำสั่งที่ออก ตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา 30 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่น เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
นายกรัฐมนตรี

อัตราค่าธรรมเนียม
______________

(1) คำขอ ฉบับละ 100 บาท
(2) ใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมัน ฉบับละ 20,000 บาท

____________________________
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก พระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2509 มิได้ควบคุมผู้ค้าน้ำมันซึ่งทำการค้า น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดหร ือหลายชนิดรวมกันมีปริมาณต่ำกว่าปีละหนึ่งแสน เมตริกตัน ทำให้กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถควบคุมและดำเนินคดีแก่ผู้ค้าน้ำมัน ดังกล่าว ในกรณีที่ขายหรือผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำกว่าคุณภาพที่กำหนดไว้ได้ นอกจากนั้นพระราชบัญญัติเชื้อเพลิง พ.ศ. 2509 ยังมีบทบัญญัติหลายประการที่ ไม่เหมาะสมกับภาวะการณ์ของประเทศในปัจจุบันในการควบคุมการสำรอง น้ำมันเชื้อเพลิงและการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อแก้ไขและป้องกันการ ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง และเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเก็บตัวอย่าง
น้ำมันเชื้อเพลิงมาตรวจสอบคุณภาพ หรือสั่งให้ผู้ค้าน้ำมันตรวจสอบปริมาณของ น้ำมันเชื้อเพลิงได้ อันจะเป็นผลต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงเสียใหม่ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ขึ้น

____________________________
พระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522

มาตรา 10 ให้ผู้ค้าน้ำมันโดยจัดตั้งเป็นสถานีบริการจำหน่าย น้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ประชาชนอยู่แล้ว ในวันที่พระราชบัญญัต ินี้ใช้บังคับ ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ กฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 6 ทวิ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติน้ำมัน เชื้อเพลิง พ.ศ. 2521 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้อธิบดีออกใบอนุญาตตามมาตรา 6 ทวิ ให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตาม วรรคหนึ่ง ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ และเมื่อได้ยื่นคำขอแล้ว ให้ดำเนินกิจการโดยจัดตั้งเป็นสถานีบริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ ประชาชนต่อไปได้ มาตรา 11 ให้ผู้รับจ้างขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งจะต้องขอรับ ใบอนุญาตตามมาตรา 13 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งได้รับจ้างทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง อยู่แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 13 ทวิ วรรคสอง แห่ง พระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ให้อธิบดีออกใบอนุญาตตามมาตรา 13 ทวิ ให้แก่ผู้รับจ้างขนส่งน้ำมัน เชื้อเพลิงตามวรรคหนึ่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ และเมื่อได้ยื่น คำขอแล้ว ให้ทำการรับจ้างทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงต่อไปได้

มาตรา 12 ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติน้ำมัน เชื้อเพลิง พ.ศ. 2521 ที่จ้างบุคคลอื่นทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนดคุณภาพตามมาตรา 13 แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบถึงการ จ้างบุคคลดังกล่าวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับพร้อมทั้ง ส่งรายละเอียดและเอกสารตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด และในกรณีนี้ ให้ถือว่าการจ้างบุคคลอื่นทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่ผู้ค้าน้ำมันได้แจ้งไว้ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่มีผลใช้บังคับได้ต่อไปตามสัญญาที่ผู้ค้าน้ำมันได้ตกลงกันไว้ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และไม่ถือว่าผู้ค้าน้ำมันกระทำการฝ่าฝืน มาตรา 13 ตรี วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้

____________________________
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ พระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521 ยังไม่มีบทบัญญัติที่จะใช้เป็น มาตรการควบคุมและป้องกันการปลอมปนคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงได้ สมควร แก้ไขเพิ่มเติมเสียใหม่ ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจำเป็น ต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น [รก.2522/75/1พ./10 พฤษภาคม 2522]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com