ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2521

หน้า 2

ขออภัย ข้อมูลบางส่วนขาดหาย

คลิกดูในรูปแบบไฟล์ PDF ได้ที่นี่ >>

ลักษณะ 2
คณะกรรมการอัยการ
_______

มาตรา 15 ให้มีคณะกรรมการอัยการคณะหนึ่ง เรียก โดยย่อว่า ก.อ. ประกอบด้วย

(1) ประธานกรรมการ ซึ่งเลือกตั้งจากผู้รับบำนาญตามกฎหมายว่าด้วย บำเหน็จบำนาญข้าราชการซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการอัยการมาแล้วใน ตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอธิบดีกรมอัยการหรืออัยการสูงสุด หรือผู้ทรงคุณวุฒิในทาง กฎหมาย ซึ่งเป็นผู้รับบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือเทียบเท่าขึ้นไป ทั้งนี้ ต้อง ไม่เคยเป็นสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองในระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมาและ ไม่เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภาหรือทนายความ

(2) อัยการสูงสุดเป็นรองประธาน

(3) รองอัยการสูงสุด อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา อัยการพิเศษฝ่ายคดี และอัยการพิเศษฝ่ายวิชาการ เป็นกรรมการอัยการโดยตำแหน่ง และ

(4) กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิหกคน ซึ่งข้าราชการอัยการที่ได้รับ เงินเดือนตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไป เป็นผู้เลือกจาก

(ก) ข้าราชการอัยการซึ่งรับเงินเดือนตั้งแต่ชั้น 4 ขึ้นไป และ มิได้เป็นกรรมการอัยการโดยตำแหน่งอยู่แล้ว สามคน

(ข) ผู้รับบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการอัยการมาแล้ว และต้องไม่เป็นข้าราชการ การเมือง สมาชิกรัฐสภา กรรมการพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง หรือทนายความสามคน

ให้ ก.อ. แต่งตั้งข้าราชการฝ่ายอัยการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ ก.อ.

*[มาตรา 15 แก้ไขโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 49 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534]

มาตรา 15 ทวิ* ในการเลือกประธาน ก.อ. ตามมาตรา 15 (1) ให้กรรมการอัยการตามมาตรา 15 (2) (3) และ (4) ประชุมกันกำหนด รายชื่อบุคคลที่เห็นสมควรเป็นประธานไม่น้อยกว่าห้าชื่อส่งให้ข้าราชการอัยการ ผู้มีสิทธิเลือกตามมาตรา 15 (4) ทำการเลือกจากรายชื่อดังกล่าว เมื่อผล การเลือกเป็นประการใด ให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรง พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง

*[มาตรา 15 ทวิ เพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อย แห่งชาติ ฉบับที่ 49 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534]

มาตรา 15 ตรี* ประธาน ก.อ. อยู่ในตำแหน่งคราวละสามปีนับแต่ วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง และอาจได้รับเลือกเพื่อโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งอีกได้ไม่เกินสองคราวติดต่อกัน

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ประธาน ก.อ. พ้นจาก ตำแหน่งเมื่อตาย ลาออก หรือขาดคุณสมบัติมาตรา 15 (1)

ในกรณีที่ประธาน ก.อ. พ้นจากตำแหน่งตามวาระ หรือพ้นจากตำแหน่ง ด้วยเหตุอื่น ให้ดำเนินการเลือกให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พ้นจาก ตำแหน่ง

ในระหว่างที่ประธาน ก.อ. พ้นจากตำแหน่ง ให้รองประธาน ก.อ. ทำหน้าที่ประธาน ก.อ.

*[มาตรา 15 ตรี แก้ไขโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อย แห่งชาติ ฉบับที่ 49 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534]

มาตรา 16 เมื่อจะมีการเลือกกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เป็นผู้สั่ง วิธีการเลือกกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง ให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ประกาศชื่อผู้ได้รับเลือกในราชกิจจานุเบกษา

*[มาตรา 16 แก้ไขโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 49 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534]

มาตรา 17 กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตำแหน่งได้คราวละสองปี และอาจได้รับเลือกใหม่

ถ้าตำแหน่งว่างลงก่อนถึงกำหนดวาระ ให้นายกรัฐมนตรีสั่งให้ดำเนินการ เลือกซ่อม เว้นแต่วาระการอยู่ในตำแหน่งของกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิจะ เหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน นายกรัฐมนตรีจะไม่สั่งให้ดำเนินการเลือกซ่อมก็ได้

กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับเลือกซ่อมอยู่ในตำแหน่งได้เพียง วาระของผู้ที่ตนแทน

มาตรา 18 ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการอัยการว่างลง นอกจากการ พ้นจากตำแหน่งของกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิตามวาระ และมีความจำเป็นที่ จะต้องดำเนินการโดยรีบด่วน ก็ให้กรรมการอัยการที่เหลือดำเนินการไปได้ แต่ต้องมีกรรมการอัยการพอที่จะเป็นองค์ประชุม มาตรา 19* กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(1) ครบกำหนดวาระ
(2) ตาย
(3) ลาออก
(4) เป็นกรรมการอัยการโดยตำแหน่ง หรือพ้นจากตำแหน่งข้าราชการ อัยการ ในกรณีที่เป็นกรรมการอัยการตามมาตรา 15 (4) (ก)
(5) กลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการอัยการ ในกรณีที่เป็นกรรมการ อัยการตามมาตรา 15 (4) (ข)
(6) ไปเป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง กรรมการพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง หรือทนายความ

ในกรณีเป็นที่สงสัยว่า กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิผู้ใดพ้นจากตำแหน่ง กรรมการอัยการหรือไม่ ให้อัยการสูงสุดเสนอ ก.อ. เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด
*[มาตรา 19 แก้ไขโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 49 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534]

มาตรา 20 การประชุมของ ก.อ. ต้องมีกรรมการอัยการมาประชุม ไม่น้อยกว่าเจ็ดคนจึงเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานเป็น ประธานในที่ประชุม ถ้าประธานและรองประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติ หน้าที่ได้ ให้กรรมการอัยการในที่ประชุมเลือกกรรมการอัยการคนหนึ่งเป็น ประธาน

หากกรรมการอัยการโดยตำแหน่งว่างลง หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ผู้รักษาราชการแทน หรือผู้รักษาการในตำแหน่งตามกฎหมาย ทำหน้าที่กรรมการ อัยการแทนในระหว่างนั้น

ในการประชุมของ ก.อ. ถ้ามีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับกรรมการ อัยการผู้ใดโดยเฉพาะ ผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ก.อ. มีอำนาจออกข้อบังคับว่าด้วยระเบียบการประชุมและการลงมติ

มาตรา 21 ในกรณีที่ ก.อ. มีหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ *ให้อัยการสูงสุดเป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ก.อ. แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิกรรมการอัยการ คนหนึ่งคนใดที่จะเสนอ
*[มาตรา 21 แก้ไขโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 49 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534]

มาตรา 22 ก.อ.มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการให้ทำการใด ๆ แทนได้

ลักษณะ 3
ข้าราชการอัยการ

หมวด 1
การบรรจุ การแต่งตั้ง และการเลื่อนขั้นเงินเดือน
________

มาตรา 23* ตำแหน่งข้าราชการอัยการมีดังนี้ อัยการสูงสุด รองอัยการ สูงสุด อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา อัยการพิเศษฝ่ายคดี อัยการพิเศษฝ่ายวิชาการ อัยการพิเศษฝ่าย อัยการพิเศษประจำเขต อัยการพิเศษประจำกรม อัยการ จังหวัดประจำกรม อัยการจังหวัด อัยการประจำกรม รองอัยการจังหวัด อัยการ ประจำกอง อัยการจังหวัดผู้ช่วย และอัยการผู้ช่วย

นอกจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง อาจให้มีตำแหน่งข้าราชการอัยการที่ เรียกชื่ออย่างอื่น ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงได้ ตำแหน่งดังกล่าวจะเทียบกับ ตำแหน่งใดตามวรรคหนึ่งให้กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

การกำหนดตำแหน่งและการเทียบตำแหน่งตามวรรคสองต้องได้รับความ เห็นชอบของ ก.อ.
*[มาตรา 23 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2538]

มาตรา 24* ข้าราชการอัยการให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่ง ที่ได้รับแต่งตั้งดังต่อไปนี้

(1) อัยการสูงสุด ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น 8
(2) รองอัยการสูงสุด ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น 7
(3) อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา อัยการพิเศษฝ่ายคดี อัยการพิเศษ ฝ่ายวิชาการ อัยการพิเศษฝ่าย และอัยการพิเศษประจำเขต ให้ได้รับ เงินเดือนชั้น 6
(4) อัยการพิเศษประจำกรม ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น 5
(5) อัยการจังหวัดประจำกรม และอัยการจังหวัด ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น 4
(6) อัยการประจำกรม และรองอัยการจังหวัด ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น 3
(7) อัยการประจำกอง และอัยการจังหวัดผู้ช่วย ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น 2
(8) อัยการผู้ช่วย ให้ได้รับเงินเดือน ชั้น 1 สำหรับข้าราชการอัยการซึ่งดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น เมื่อ เทียบกับตำแหน่งใดก็ให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งนั้น

ในกรณีข้าราชการอัยการได้เลื่อนตำแหน่ง ให้รับเงินเดือนในชั้น ที่สูงขึ้นตามตำแหน่ง และให้ได้รับเงินเดือนในอัตราขั้นต่ำของชั้นนั้น แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของชั้นที่เลื่อนขึ้น ก็ให้ได้รับ เงินเดือนในขั้นของชั้นนั้น ซึ่งมีจำนวนเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่ ในกรณี ที่เงินเดือนในขั้นของชั้นที่เลื่อนขึ้นไม่มีจำนวนที่เท่ากับเงินเดือนที่ได้ รับอยู่ก็ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นซึ่งมีจำนวนสูงมากกว่าเงินเดือนที่ได้รับ อยู่น้อยที่สุด *[มาตรา 24 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2535 และ ความใน (3) แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2538]

มาตรา 24 ทวิ* [ยกเลิกแล้วโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2538]

มาตรา 25 การบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย ให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับ มอบหมายจากนายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งโดยวิธีการสอบคัดเลือกตามความใน หมวด 2 แห่งลักษณะนี้ แต่ถ้าผู้ใด

(1) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ โดยมีหลักสูตรการศึกษาเดียวไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่ง ก.อ. เทียบว่าไม่ต่ำกว่า ปริญญาตรี และสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่ง เนติบัณฑิตยสภา

(2) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ โดยมีหลักสูตรการศึกษาหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสองปี หรือหลายหลักสูตรรวมกัน ไม่น้อยกว่าสองปี ซึ่ง ก.อ.เทียบว่า ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และสอบไล่ได้ตาม หลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และได้ประกอบวิชาชีพ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 33 (1) (ค) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(3) สอบไล่ได้เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต หรือนิติศาสตร์บัณฑิตและสอบไล่ได้ ชั้นเกียรตินิยมตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และ ได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา 33 (1) (ค) เป็นเวลาไม่น้อยกว่า หนึ่งปี หรือ

(4) สอบไล่ได้ปริญญาโทหรือปริญญาเอกทางกฎหมายในประเทศไทย และ สอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และได้ ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา 33 (1) (ค) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

เมื่อ ก.อ. พิจารณาเห็นว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 33 (2) ถึง (12) และได้ทำการทดสอบความรู้ในวิชากฎหมายแล้ว เห็นสมควรที่จะให้เข้ารับ ราชการ ก็ให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี สั่งบรรจุเป็นข้าราชการอัยการ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วยได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และอัตราส่วนของจำนวนผู้สอบคัดเลือกได้ตามที่ ก.อ.กำหนด

การบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการอัยการในตำแหน่งอัยการผู้ช่วย ให้บรรจุ ให้ได้รับเงินเดือนในอัตราขั้นต่ำของชั้น

*[มาตรา 25 แก้ไขโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 49 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534]

มาตรา 26 อัยการผู้ช่วยที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการ จังหวัดผู้ช่วยจะต้องได้รับการอบรมจากกรมอัยการมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และ ผลของการอบรมเป็นที่พอใจของ ก.อ.ว่าเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และความ ประพฤติเหมาะสมที่จะเป็นอัยการจังหวัดผู้ช่วย

อัยการผู้ช่วยซึ่งได้รับการอบรมจากสำนักงานอัยการสูงสุดมาแล้วหนึ่งปี แต่ผลของการอบรมยังไม่เป็นที่พอใจของ ก.อ.ว่าเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และความประพฤติเหมาะสมที่จะเป็นอัยการจังหวัดผู้ช่วย ก็ให้ได้รับการอบรม จากสำนักงานอัยการสูงสุดต่อไปอีกหนึ่งปี เมื่อครบกำหนดดังกล่าวแล้วหากผล ของการอบรมยังไม่เป็นที่พอใจของ ก.อ. ให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชา ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการ

ในระหว่างเวลาปีแรกที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดผู้ช่วย หากปรากฏว่าผู้ได้รับแต่งตั้งไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งต่อไป *ให้นายกรัฐมนตรี หรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีด้วยความเห็นชอบของ ก.อ. มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการ

*[มาตรา 26 แก้ไขโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 49 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534]

มาตรา 27 การแต่งตั้งข้าราชการอัยการให้ดำรงตำแหน่งนอกจาก ตำแหน่งอัยการผู้ช่วย ให้รัฐมนตรีเสนอ ก.อ. โดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ความรับผิดชอบ ประวัติการปฏิบัติราชการของบุคคลนั้นเทียบกับงานในตำแหน่ง ข้าราชการอัยการที่จะได้รับแต่งตั้งนั้น ๆ เพื่อให้ความเห็นชอบก่อนเมื่อได้รับ ความเห็นชอบแล้ว จึงนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

มาตรา 28 การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการอัยการในชั้นหนึ่ง ๆ ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งเลื่อน ในเมื่อได้รับความเห็นชอบของ ก.อ. แล้ว โดยปกติ ปีละหนึ่งขั้น โดยคำนึงถึงคุณภาพและปริมาณงานของตำแหน่งและผลของงาน ที่ได้ปฏิบัติมา การรักษาวินัย ตลอดจนความสามารถ และความอุตสาหะในการ ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.อ. กำหนด

หลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.อ. กำหนด ให้ออกเป็นกฎกระทรวง

มาตรา 29 การโอนข้าราชการอัยการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ข้าราชการธุรการ โดยให้ได้รับเงินเดือนไม่สูงกว่าในขณะที่โอน ให้รัฐมนตรี สั่งได้ เมื่อข้าราชการอัยการผู้นั้นยินยอม และ ก.อ.เห็นชอบ

การโอนข้าราชการอัยการไปเป็นข้าราชการพลเรือน หรือข้าราชการ ฝ่ายอื่นให้รัฐมนตรีสั่งได้ เมื่อข้าราชการอัยการผู้นั้นยินยอม และ ก.อ.เห็นชอบ

*[วรรคสามของมาตรา 29 ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบ เรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 49 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534]

มาตรา 30 การโอนข้าราชการธุรการมาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ข้าราชการอัยการโดยให้ได้รับเงินเดือนไม่สูงกว่าในขณะที่โอนมา อาจทำได้ เมื่อ ก.อ.เห็นชอบ แต่ข้าราชการธุรการผู้นั้นอย่างน้อยต้องเคยเป็นข้าราชการ อัยการในตำแหน่งอัยการประจำกอง หรืออัยการจังหวัดผู้ช่วยมาแล้ว

มาตรา 31 ข้าราชการอัยการผู้ใดพ้นจากตำแหน่งข้าราชการอัยการ ไปโดยมิได้มีความผิด หรือมีมลทินหรือมัวหมองในราชการ หรือไปรับราชการใน กระทรวงทบวงกรมอื่นเมื่อจะกลับเข้ารับตำแหน่งข้าราชการอัยการโดยรับ เงินเดือนไม่สูงกว่าขณะพ้นจากตำแหน่งข้าราชการอัยการ ถ้าไม่เป็นผู้ขาด คุณสมบัติตามมาตรา 33 (2) ถึง (12) ก็ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุได้เมื่อ ก.อ. เห็นชอบ

มาตรา 32 ข้าราชการอัยการผู้ใดไปรับราชการทหารตามกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหาร เมื่อผู้นั้นพ้นจากราชการทหาร โดยไม่มีความเสียหาย และประสงค์จะกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งข้าราชการอัยการ โดยรับเงินเดือน เท่าที่ได้รับอยู่ขณะที่ไปรับราชการทหาร ให้ยื่นคำขอภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันพ้นจากราชการทหาร ในกรณีเช่นว่านี้ ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุได้เมื่อ ก.อ. เห็นชอบ แต่ถ้าจะบรรจุให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าขณะที่ไปรับราชการทหารให้บรรจุ ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ซึ่ง ก.อ.จะได้กำหนด

« ย้อนกลับ | หน้าถัดไป »

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย