Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ
ว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างราชอาณาจักรไทย
กับสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ พ.ศ. ๒๕๔๓

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
เป็นปีที่ ๕๕ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยการส่งผู้ร้าย ข้ามแดนระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[รก.๒๕๔๓/๙๙ก/๔/๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๓]

มาตรา ๓ การส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐ ประชาชนบังกลาเทศ ให้เป็นไปตามสนธิสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับ รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนท้ายพระราช บัญญัตินี้
มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ เท่าที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของตน
  ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
  ชวน หลีกภัย
  นายกรัฐมนตรี


สนธิสัญญา
ระหว่าง
รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ
ว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
_________

รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ต่อไปนี้จะเรียกว่า รัฐภาคี
ปรารถนาที่จะให้ความร่วมมือระหว่างรัฐทั้งสองในการปราบปรามอาชญากรรม มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ปรารถนาที่จะทำสนธิสัญญาเพื่อการส่งผู้กระทำผิดข้ามแดนให้แก่กันและกัน ได้ตกลงกันดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ พันธกรณีในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
  ๑. ภายใต้บังคับบทบัญญัติของสนธิสัญญานี้ รัฐภาคีตกลงที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดน ให้แก่กันและกัน ซึ่งบุคคลที่พบในดินแดนของรัฐภาคีฝ่ายหนึ่ง ผู้ซึ่งถูกดำเนินคดี ถูกฟ้อง ถูกตัดสินว่ามีความผิด หรือเป็นที่ต้องการตัวเพื่อการบังคับโทษตามคำพิพากษาศาล สำหรับ การกระทำความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ โดยเจ้าหน้าที่ทางศาลของรัฐภาคีอีกฝ่ายหนึ่ง คำว่า เจ้าหน้าที่ทางศาล ให้รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานอัยการ ซึ่งทำหน้าที่ดำเนินคดีหรือ ฟ้องบุคคลเช่นว่าตามกฎหมายของรัฐภาคีแต่ละฝ่าย
  ๒. สำหรับความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ซึ่งได้กระทำขึ้นภายนอกดินแดนของรัฐ ที่ร้องขอ รัฐที่ได้รับการร้องขอจะส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้ภายใต้บังคับบทบัญญัติของสนธิสัญญานี้ หากกฎหมายของตนกำหนดให้ลงโทษความผิดดังกล่าวในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน

ข้อ ๒ ความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้
  ๑. ความผิดที่จะถือว่าเป็นความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อการดำเนินคดีหรือ เพื่อบังคับตามคำพิพากษาลงโทษหรือตามคำสั่งกักขังได้ ก็ต่อเมื่อความผิดนั้นลงโทษได้ตาม กฎหมายของรัฐภาคีทั้งสองฝ่าย โดยการจำคุกหรือการกักขังในรูปแบบอื่นเป็นระยะเวลามากกว่า หนึ่งปี หรือโดยการลงโทษใดที่หนักกว่า
ให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อการบังคับตามคำพิพากษาลงโทษหรือตามคำสั่ง กักขังในความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้เช่นว่า หากระยะเวลาของโทษหรือคำสั่งกักขังที่เหลือ จะต้องรับต่อมีระยะเวลาอย่างน้อย ๖ เดือน
  ๒. ความผิดจะเป็นความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ หากความผิดนั้นประกอบด้วย
การตระเตรียม หรือการพยายามกระทำความผิด การช่วยเหลือหรือส่งเสริม การสนับสนุน การให้
คำปรึกษาหรือการจัดให้มีการกระทำความผิดหรือการเป็นผู้สมคบไม่ว่าก่อนหรือหลังการกระทำ สำหรับความผิดที่ระบุไว้ในวรรค ๑ ของข้อนี้ ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไขว่าความผิดดังกล่าวสามารถ ลงโทษได้ตามกฎหมายของรัฐภาคีทั้งสองฝ่าย โดยการจำคุกหรือการกักขังในรูปแบบอื่นเป็นระยะ เวลามากกว่าหนึ่งปี หรือโดยการลงโทษใดที่หนักกว่า
  ๓. เพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อนี้ ความผิดหนึ่งจะเป็นความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ ไม่ว่ากฎหมายของรัฐภาคีจะจัดความผิดอยู่ในประเภทเดียวกันหรือจะเรียกชื่อความผิดเดียวกันหรือไม่ ก็ตาม
  ๔. เมื่อให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนในความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ฐานใดฐานหนึ่งแล้ว อาจให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนในความผิดอื่นซึ่งระบุไว้ในคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่เป็นไปตาม เงื่อนไขสำหรับการส่งผู้ร้ายข้ามแดนโดยครบถ้วน ยกเว้นเงื่อนไขที่เกี่ยวกับระยะเวลาของโทษหรือ คำสั่งกักขังที่ระบุไว้ในวรรค ๑ ของข้อนี้

ข้อ ๓ ความผิดทางการเมืองและการทหาร
  ๑. จะไม่มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้เมื่อ
  ก. ความผิดที่ขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนเป็นความผิดทางการเมือง หรือ
  ข. เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าการร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนมีความมุ่งประสงค์
ทางการเมือง หรือ
  ค. ความผิดที่ขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนเป็นความผิดทางทหารโดยเฉพาะ
  ๒. เพื่อความมุ่งประสงค์ของสนธิสัญญานี้ การปลงชีวิตหรือการกระทำความผิด โดยเจตนาต่อชีวิตหรือร่างกายของประมุขแห่งรัฐของรัฐภาคีฝ่ายหนึ่งหรือของสมาชิกในครอบครัว ของบุคคลนั้น รวมทั้งการพยายามกระทำความผิดดังกล่าวมิให้ถือว่าเป็นความผิดในความหมาย ของวรรค ๑ ของข้อนี้

ข้อ ๔ อำนาจศาลซ้อน

รัฐที่ได้รับการร้องขออาจปฏิเสธที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัว สำหรับความผิดที่กฎหมายของตนถือว่าได้กระทำทั้งหมดหรือบางส่วนในดินแดนของตน หรือ ในสถานที่ที่ถือเสมือนเป็นดินแดนของตน ทั้งนี้ รัฐที่ได้รับการร้องขอจะต้องดำเนินคดีบุคคล ดังกล่าว สำหรับความผิดนั้นตามกฎหมายของตน

ข้อ ๕ การถูกลงโทษก่อนในความผิดเดียวกัน
  ๑. จะไม่มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ถ้าบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวได้รับการพิจารณาคดี และถูกพิพากษาลงโทษ หรือปล่อยตัวในรัฐที่ได้รับการร้องขอสำหรับความผิดที่ขอให้ส่งผู้ร้าย ข้ามแดนแล้ว
  ๒. การส่งผู้ร้ายข้ามแดนอาจจะถูกปฏิเสธถ้าบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวกำลังถูก หรือได้ถูกดำเนินคดีแล้วในรัฐที่ได้รับการร้องขอสำหรับความผิดที่ขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน
  ๓. อาจจะมีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของรัฐที่ได้ รับการร้องขอได้ตัดสินที่จะไม่ฟ้องคดีบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวสำหรับการกระทำที่ขอให้ส่ง ผู้ร้ายข้ามแดน
ข้อ ๖ การขาดอายุความ
จะไม่มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเมื่อการฟ้องคดีหรือการบังคับการลงโทษสำหรับ ความผิดที่ขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้นต้องห้ามโดยการขาดอายุความตามกฎหมายของรัฐ ที่ร้องขอ

ข้อ ๗ สัญชาติ
  ๑. รัฐภาคีไม่ผูกพันที่จะส่งคนชาติของตนข้ามแดน
  ๒. หากไม่มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามวรรค ๑ ของข้อนี้ เมื่อได้รับการร้องขอ จากรัฐที่ร้องขอ รัฐที่ได้รับการร้องขอจะต้องเสนอคดีนั้นให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของตนเพื่อ ดำเนินคดีต่อไป เพื่อความมุ่งประสงค์นี้ รัฐที่ร้องขอจะต้องส่งสำนวน ข้อมูล และพยานเอกสาร หรือพยานวัตถุเกี่ยวกับคดีให้แก่รัฐที่ได้รับการร้องขอ ถ้ารัฐที่ได้รับการร้องขอต้องการเอกสาร หรือพยานหลักฐานเพิ่มเติม ให้ส่งเอกสารหรือพยานหลักฐานดังกล่าวไปให้โดยไม่มีการเรียก ค่าใช้จ่ายจากรัฐนั้น
  ๓. แม้จะมีวรรค ๒ ของข้อนี้ รัฐที่ได้รับการร้องขอไม่ต้องเสนอคดีนั้นต่อ
เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของตนเพื่อการดำเนินคดี ถ้ารัฐที่ได้รับการร้องขอไม่มีอำนาจศาลเหนือ ความผิดนั้น

ข้อ ๘ วิธีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนและเอกสารที่ต้องการ
  ๑. คำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะกระทำโดยผ่านวิถีทางการทูต
  ๒. คำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะต้องประกอบด้วย
  ก. เอกสาร คำแถลง หรือพยานหลักฐานอื่น ๆ ซึ่งระบุรูปพรรณสัณฐาน และที่อยู่ที่อาจเป็นไปได้ของบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัว
  ข. คำแถลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดี รวมถึงเวลาและสถานที่ที่ความผิด
ได้เกิดขึ้นหากเป็นไปได้
  ค. บทบัญญัติของกฎหมายที่ระบุองค์ประกอบสำคัญและที่กำหนดฐานความ ผิดที่ขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน
  ง. บทบัญญัติของกฎหมายที่กำหนดโทษสำหรับความผิด และ
  จ. บทบัญญัติของกฎหมายที่กำหนดอายุความเพื่อการฟ้องคดีหรือเพื่อการ ดำเนินการลงโทษสำหรับความผิด
  ๓. คำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวเพื่อการดำเนินคดี จะต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ด้วย
  ก. สำเนาหมายจับที่ออกโดยผู้พิพากษา หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอื่นของรัฐ ที่ร้องขอ
  ข. พยานหลักฐานที่แสดงว่าการจับกุมและการดำเนินคดีบุคคลดังกล่าว กระทำได้ตามกฎหมายของรัฐที่ได้รับการร้องขอรวมถึงพยานหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่า บุคคล ที่ถูกขอให้ส่งตัวเป็นบุคคลเดียวกับที่ระบุในหมายจับ
  ๔. เมื่อคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกพิพากษาว่ากระทำ ผิดคำร้องนั้นจะต้องมีเอกสารแนบเพิ่มเติมจากเอกสารที่ระบุไว้ในวรรค ๒ ของข้อนี้ ดังต่อไปนี้
  ก. สำเนาคำพิพากษาว่ากระทำผิดของศาลของรัฐที่ร้องขอ และ
  ข. พยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวเป็นบุคคล เดียวกันกับที่อ้างถึงในคำพิพากษาว่ากระทำผิด
หากบุคคลนั้นได้ถูกพิพากษาว่ากระทำผิดแต่ยังไม่ถูกพิพากษาลงโทษ คำร้องขอ ให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะต้องแนบคำแถลงในเรื่องนี้ด้วย หากบุคคลที่ถูกพิพากษาว่ากระทำผิด ได้ถูกพิพากษาลงโทษแล้ว คำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะต้องแนบสำเนาคำพิพากษาลงโทษ และคำแถลงที่แสดงให้เห็นถึงโทษที่ได้รับแล้ว
  ๕. เอกสารทั้งหมดที่นำส่งโดยรัฐที่ร้องขอให้แปลเป็นภาษาของรัฐที่ได้รับการ
ร้องขอ
  ๖. เอกสารที่ส่งผ่านวิถีทางการทูตจะเป็นที่ยอมรับให้ใช้ในกระบวนการพิจารณา ส่งผู้ร้ายข้ามแดนในรัฐที่ได้รับการร้องขอ โดยไม่ต้องมีการรับรองหรือนิติกรณ์อื่นเพิ่มเติมอีก

ข้อ ๙ การจับกุมชั่วคราว
  ๑. ในกรณีเร่งด่วน รัฐภาคีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจร้องขอให้จับกุมบุคคลที่ถูก กล่าวหาหรือถูกพิพากษาว่ากระทำผิดไว้ชั่วคราวได้ คำขอให้จับกุมตัวชั่วคราวจะส่งผ่านวิถีทาง การทูต หรือโดยตรงระหว่างกระทรวงมหาดไทยในบังกลาเทศและกระทรวงมหาดไทยใน ประเทศไทย ซึ่งในกรณีนี้อาจจะใช้ระบบการติดต่อของตำรวจสากล
  ๒. คำขอจะประกอบด้วย รูปพรรณของบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัว ที่อยู่ของบุคคลนั้น หากรู้ คำแถลงย่อเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในคดี รวมทั้งเวลาและสถานที่ที่ความผิดได้เกิดขึ้นหากเป็น ไปได้ คำแถลงว่าได้มีหมายจับหรือได้มีคำพิพากษาว่าบุคคลนั้นกระทำผิดตามที่ระบุไว้ในข้อ ๘ และคำแถลงว่าจะส่งคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนสำหรับบุคคลดังกล่าวตามมา
  ๓. รัฐที่ร้องขอจะได้รับการแจ้งผลของคำขอโดยไม่ชักช้า
  ๔. การจับกุมชั่วคราวจะสิ้นสุดลงถ้า ภายในระยะเวลา ๖๐ วันหลังการจับกุม บุคคลที่ขอให้ส่งตัว เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของรัฐที่ได้รับการร้องขอมิได้รับคำร้องขออย่างเป็น ทางการให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนและเอกสารสนับสนุนที่จำเป็นตามข้อ ๘
  ๕. การที่การจับกุมชั่วคราวสิ้นสุดลงตามวรรค ๔ ของข้อนี้ จะไม่เป็นอุปสรรค ต่อการส่งบุคคลที่ขอให้ส่งตัวข้ามแดน หากมีการส่งคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนและเอกสาร สนับสนุนที่ระบุไว้ในข้อ ๘ ในภายหลัง
ข้อ ๑๐ การวินิจฉัยและการส่งมอบตัว
  ๑. รัฐที่ได้รับการร้องขอจะแจ้งโดยไม่ชักช้าผ่านวิถีทางการทูตให้รัฐที่ร้องขอ ทราบถึงการวินิจฉัยของตนเกี่ยวกับคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน
  ๒. รัฐที่ได้รับการร้องขอต้องให้เหตุผลในการปฏิเสธคำร้องขอให้ส่งผู้ร้าย ข้ามแดนบางส่วนหรือทั้งหมด
  ๓. หากให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ การส่งมอบตัวบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวจะมีขึ้น ภายในระยะเวลาที่อาจกำหนดไว้ในกฎหมายของรัฐที่ได้รับการร้องขอ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของรัฐ ภาคีจะตกลงกันเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ของการส่งมอบตัวบุคคลที่ถูกขอให้ส่ง อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการนำตัวบุคคลนั้นออกไปจากดินแดนของรัฐที่ได้รับการร้องขอภายในเวลาที่กำหนดไว้ บุคคลนั้นอาจจะถูกปล่อยตัวและรัฐที่ได้รับการร้องขออาจจะปฏิเสธการส่งผู้ร้ายข้ามแดนสำหรับ ความผิดเดียวกันนั้นได้ในภายหลัง
ข้อ ๑๑ การเลื่อนการส่งมอบตัว
ในกรณีอนุญาตตามคำขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนบุคคลซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการ ดำเนินคดีหรือกำลังรับโทษในดินแดนของรัฐที่ได้รับการร้องขอในความผิดอื่น รัฐที่ได้รับการ ร้องขออาจเลื่อนการส่งมอบตัวบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวจนกว่าการดำเนินคดีต่อบุคคลนั้นจะเสร็จสิ้น หรือจนกว่าการดำเนินการลงโทษใดที่อาจจะกำหนดหรือได้กำหนดไว้แล้วเสร็จสมบูรณ์

ข้อ ๑๒ คำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากหลายรัฐ
หากรัฐที่ได้รับการร้องขอได้รับคำร้องจากรัฐภาคีอีกฝ่ายหนึ่งและจากรัฐที่สาม อีกหนึ่งรัฐหรือมากกว่า เพื่อขอให้ส่งบุคคลเดียวกันข้ามแดน ไม่ว่าจะในความผิดเดียวกันหรือ ความผิดแตกต่างกัน รัฐที่ได้รับการร้องขอจะตัดสินว่าจะส่งบุคคลนั้นข้ามแดนให้แก่รัฐใด ในการ วินิจฉัย รัฐดังกล่าวจะพิจารณาถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งหมดซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะดังต่อไปนี้
  (ก) รัฐที่ความผิดได้กระทำขึ้น
  (ข) ในกรณีที่เกี่ยวกับความผิดที่แตกต่างกัน รัฐที่ขอให้ส่งบุคคลสำหรับความผิด
ซึ่งมีโทษหนักที่สุดตามกฎหมายของรัฐที่ได้รับการร้องขอ
  (ค) ในกรณีที่เกี่ยวกับความผิดที่แตกต่างกัน ซึ่งรัฐที่ได้รับการร้องขอเห็นว่า
มีความร้ายแรงเท่ากัน ลำดับคำร้องขอที่ได้รับจากรัฐที่ร้องขอ
  (ง) สัญชาติของผู้กระทำผิด และ
  (จ) ความเป็นไปได้ในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อระหว่างรัฐที่ร้องขอเหล่านั้น
ข้อ ๑๓ หลักเกณฑ์ว่าด้วยการพิจารณาความผิดเฉพาะเรื่อง
  ๑. บุคคลที่ถูกส่งตัวข้ามแดนภายใต้สนธิสัญญานี้ จะไม่ถูกคุมขัง ดำเนินคดี หรือลงโทษในดินแดนของรัฐที่ร้องขอสำหรับความผิดอื่น นอกเหนือจากความผิดที่อนุญาต ให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน และจะไม่ถูกส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนโดยรัฐนั้นไปยังรัฐที่สาม เว้นแต่
  ก. บุคคลนั้นได้ออกจากดินแดนของรัฐที่ร้องขอ ภายหลังการส่งผู้ร้าย ข้ามแดนและได้กลับเข้าไปในรัฐที่ร้องขอใหม่โดยสมัครใจ
  ข. บุคคลนั้นมิได้ออกไปจากดินแดนของรัฐที่ร้องขอภายใน ๔๕ วัน ภายหลัง จากที่มีอิสระที่จะกระทำเช่นนั้น หรือ
  ค. รัฐที่ได้รับการร้องขอได้ให้ความยินยอมต่อการคุมขัง การดำเนินคดี หรือ การลงโทษบุคคลนั้นสำหรับความผิดอื่นนอกจากความผิดที่อนุญาตให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน หรือ ต่อการส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่รัฐที่สาม เพื่อความมุ่งประสงค์นี้ รัฐที่ได้รับการร้องขออาจจะขอ ให้มีการส่งเอกสารหรือคำแถลงซึ่งระบุไว้ในข้อ ๘ รวมถึงคำแถลงของบุคคลที่ถูกส่งตัวข้ามแดน ที่เกี่ยวข้องกับความผิดนั้น
บทบัญญัติเหล่านี้จะไม่ใช้บังคับกับความผิดที่กระทำขึ้นภายหลังการส่งผู้ร้าย ข้ามแดน
  ๒. หากในระหว่างการดำเนินคดี ข้อกล่าวหาที่ใช้ส่งบุคคลนั้นข้ามแดนได้มีการ เปลี่ยนแปลงไปโดยชอบด้วยกฎหมาย อันเนื่องมาจากกฎหมายใหม่หรือการกล่าวหา การต่อสู้คดี หรือผลจากการพิจารณาในความผิดที่มีโทษเบากว่า บุคคลนั้นอาจจะถูกดำเนินคดีหรือถูกพิพากษา ลงโทษตามนั้น ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาที่เปลี่ยนแปลงจะต้อง
  ก. มีมูลฐานตามข้อเท็จจริงชุดเดียวกันกับที่ระบุไว้ในคำร้องขอให้ส่งผู้ร้าย ข้ามแดนและในเอกสารสนับสนุน และ
  ข. มีกำหนดโทษขั้นสูงเท่าหรือต่ำกว่าความผิดที่บุคคลนั้นถูกส่งตัวข้ามแดน

ข้อ ๑๔ วิธีการแบบย่อ
หากบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวยินยอมอย่างถอนไม่ได้เป็นลายลักษณ์อักษรให้ส่งตนเป็น ผู้ร้ายข้ามแดน ภายหลังที่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจได้แจ้งให้ตัวบุคคลนั้นทราบถึงสิทธิของตนที่จะได้รับ การพิจารณาตามกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเป็นทางการ และความคุ้มครองที่จะได้รับจาก กระบวนการดังกล่าว รัฐที่ได้รับการร้องขออาจจะส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการ ส่งผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเป็นทางการ

ข้อ ๑๕ การส่งมอบทรัพย์สิน
  ๑. เมื่อได้รับการร้องขอจากรัฐที่ร้องขอ และเท่าที่กฎหมายของตนอนุญาตไว้ รัฐที่ได้รับการร้องขอจะยึดและจะส่งมอบพร้อมกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดนซึ่งทรัพย์สิน
  (ก) ที่อาจต้องใช้เป็นพยานหลักฐาน หรือ
  (ข) ที่ได้มาโดยผลของการกระทำความผิด และพบอยู่ในความครอบครอง ของบุคคลซึ่งถูกขอให้ส่งตัวในขณะที่ถูกจับกุมหรือค้นพบในภายหลัง
  ๒. ทรัพย์สินที่ระบุไว้ในวรรค ๑ ของข้อนี้จะส่งมอบให้ ถึงแม้ว่าการส่งผู้ร้าย ข้ามแดนซึ่งได้อนุญาตแล้ว ไม่สามารถที่จะดำเนินการส่งได้เนื่องจากบุคคลซึ่งถูกขอให้ส่งตัว ถึงแก่ความตาย หายสาบสูญ หรือหลบหนีไป
  ๓. เมื่อทรัพย์สินดังกล่าวจะต้องถูกยึดหรือถูกริบในอาณาเขตของรัฐที่ได้รับ การร้องขอ รัฐดังกล่าวนี้อาจยึดทรัพย์สินนั้นไว้เป็นการชั่วคราวหรือส่งมอบให้โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องส่งทรัพย์สินนั้นคืน เพื่อใช้ในคดีอาญาที่กำลังดำเนินอยู่
  ๔. สิทธิใด ๆ ในทรัพย์สินดังกล่าวซึ่งรัฐที่ได้รับการร้องขอ หรือรัฐหรือบุคคลใด อาจได้มาแล้วนั้นจะได้รับการสงวนรักษาไว้ ในกรณีที่สิทธิดังกล่าวนี้มีอยู่ ทรัพย์สินนั้นจะถูกคืน ตามคำขอโดยไม่คิดค่าภาระใด ๆ ให้แก่รัฐที่ได้รับการร้องขอโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ ภายหลังการดำเนินคดี

ข้อ ๑๖ การผ่านแดน
๑. รัฐภาคีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจอนุญาตให้บุคคลซึ่งถูกส่งมอบตัวโดยรัฐที่สาม ให้รัฐภาคีอีกฝ่ายหนึ่งผ่านดินแดนของตน รัฐภาคีที่ร้องขอการผ่านแดนต้องส่งคำร้องขอ ผ่านแดนโดยวิถีทางการทูตระบุรายละเอียดของบุคคลที่ถูกส่งผ่านแดนและคำแถลงย่อเกี่ยวกับ ข้อเท็จจริงในคดีให้แก่รัฐที่จะให้ผ่านแดน ในกรณีที่ใช้การขนส่งทางอากาศและมิได้มีการ กำหนดที่จะลงจอดในดินแดนของรัฐภาคีอีกฝ่ายหนึ่ง การอนุญาตเช่นว่านั้นไม่จำเป็น
  ๒. หากมีการลงจอดโดยไม่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าในดินแดนของรัฐภาคีอีก ฝ่ายหนึ่งเกิดขึ้น การผ่านแดนจะอยู่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติวรรค ๑ ของข้อนี้ รัฐภาคีนั้น อาจจะคุมขังบุคคลที่จะถูกส่งผ่านแดนได้เป็นระยะเวลาไม่เกิน ๙๖ ชั่วโมงในระหว่างรอ คำร้องขอผ่านแดน

ข้อ ๑๗ ค่าใช้จ่ายและการช่วยเหลือ
๑. ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในดินแดนของรัฐที่ได้รับการร้องขอโดยเหตุแห่งการ ส่งผู้ร้ายข้ามแดน จนถึงเวลาส่งมอบตัวบุคคลซึ่งจะถูกส่งผู้ร้ายข้ามแดน ให้เป็นภาระของรัฐนั้น
  ๒. รัฐที่ได้รับการร้องขอจะปรากฏตัวแทนรัฐที่ร้องขอและดำเนินการตาม กระบวนการที่เกิดจากคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน
  ๓. รัฐที่ได้รับการร้องขอจะไม่เรียกร้องจากรัฐที่ร้องขอ ซึ่งค่าชดใช้ทางการเงิน อันเนื่องมาจากการจับกุม คุมขัง สอบสวน และส่งมอบตัวบุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวภายใต้บทบัญญัติ ของสนธิสัญญานี้

ข้อ ๑๘ ขอบเขตการใช้สนธิสัญญา
สนธิสัญญานี้จะใช้กับความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ภายใต้สนธิสัญญานี้ ซึ่งได้กระทำขึ้นก่อนหรือหลังจากวันที่สนธิสัญญานี้เริ่มมีผลใช้บังคับ
ข้อ ๑๙ การให้สัตยาบันและการเริ่มมีผลใช้บังคับ

  ๑. สนธิสัญญานี้จะต้องได้รับการสัตยาบัน สัตยาบันสารจะแลกเปลี่ยนกันที่ กรุงเทพ ฯ โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะกระทำได้
  ๒. สนธิสัญญานี้จะเริ่มมีผลใช้บังคับเมื่อแลกเปลี่ยนสัตยาบันสาร

ข้อ ๒๐ การบอกเลิก
รัฐภาคีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจเลิกสนธิสัญญานี้เมื่อใดก็ได้โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์ อักษรให้ภาคีอีกฝ่ายหนึ่งทราบ และการเลิกจะมีผลหลังจากวันที่ได้รับการแจ้งดังกล่าวหกเดือน การเลิกนี้จะไม่ทำให้กระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนใด ๆ ซึ่งได้เริ่มขึ้นก่อนที่จะมีการแจ้งดังกล่าว เสื่อมเสียไป
เพื่อเป็นพยานแก่การนี้ ผู้ลงนามข้างท้ายซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยถูกต้องจาก รัฐบาลแต่ละฝ่ายได้ลงนามสนธิสัญญานี้
ทำคู่กันเป็นสองฉบับ ณ กรุงธากา เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๔๑ เป็นภาษาไทย ภาษาบังกลาเทศและภาษาอังกฤษ ทุกภาษาถูกต้องเท่าเทียมกัน ในกรณีที่มีความแตกต่างกัน ในการตีความ ให้ใช้ฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก สำหรับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย สำหรับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ
  (ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร)
  (อาบูล ฮาซัน โชธูรี เอ็ม.พี.)
  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

______________________________________
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ราชอาณาจักรไทยและ สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศได้ลงนามในสนธิสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ สมควรมีกฎหมายเพื่ออนุวัติการให้เป็นไปตามสนธิสัญญา ฯ ดังกล่าว จึงจำเป็น ต้องตราพระราชบัญญัตินี้

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com