Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ สงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องในการรบ พุทธศักราช 2485

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ 4 สิงหาคม พุทธศักราช 2480
และวันที่ 16 ธันวาคม พุทธศักราช 2484)
อาทิตย์ทิพอาภา
ปรีดี พนมยงค์
ตราไว้ ณ วันที่ 21 เมษายน พุทธศักราช 2485
เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรสงเคราะห์ราษฎรผู้สละชีพ และอุทิศร่างกายเพื่อประโยชน์แก่ชาติในการรบ
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า .พระราชบัญญัติสงเคราะห์ ผู้ประสบภัยเนื่องในการรบ พุทธศักราช 2485.

มาตรา 2* ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
*[รก.2485/29/892/28 เมษายน 2485]
มาตรา 3 พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่บุคคลได้รับบำเหน็จ บำนาญอยู่แล้วตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการฝ่ายพลเรือนหรือ กฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญทหาร
มาตรา 4 บุคคลใดได้รับบาดเจ็บเนื่องในการรบจนถึงทุพพลภาพ ไม่สามารถใช้กำลังกายหรือความคิดประกอบอาชีพได้ตามปกติ ถ้าได้รับ บาดเจ็บนั้นในขณะหรือเนื่องจากปฏิบัติการตามหน้าที่ซึ่งทางราชการหรือ องค์การ ซึ่งทางราชการรับรองให้มีหน้าที่ปฏิบัติการในยามสงครามมอบหมาย ให้กระทำ หรือในขณะหรือเนื่องจากปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยหน้าที่ ของคนไทยในเวลารบ บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับเงินเลี้ยงชีพตามความใน พระราชบัญญัตินี้
มาตรา 5* เงินเลี้ยงชีพตามพระราชบัญญัตินี้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยเป็นผู้กำหนดตามสมควรแก่พฤติการณ์และความทุพพลภาพได้ตั้งแต่ สองร้อยห้าสิบบาทถึงเจ็ดร้อยห้าสิบบาท
การขอเงินเลี้ยงชีพตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องแสดงรายงานแพทย์ผู้ตรวจ อาการทุพพลภาพซึ่งทางราชการเห็นชอบด้วย กับรายงานเหตุการณ์ที่ได้ประสบ อันตราย
*[มาตรา 5 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2502]
มาตรา 6 เงินเลี้ยงชีพตามความในมาตรา 5 ให้จ่ายเป็นรายเดือน ตลอดเวลาที่ผู้มีสิทธิได้รับยังทุพพลภาพอยู่



มาตรา 7 ถ้าผู้ได้รับบาดเจ็บตามความในมาตรา 4 ต้องถึงตาย เพราะเหตุนั้น ก็ให้บุตรภริยาและบิดามารดาของผู้ตายได้รับเงินเลี้ยงชีพ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้กำหนดตามสมควรแก่พฤติการณ์ และตามอัตราที่บัญญัติไว้ในมาตรา 5
มาตรา 8 เงินเลี้ยงชีพตามความในมาตรา 7 ให้แบ่งจ่ายให้บุตร สองส่วน ภริยาหนึ่งส่วน และบิดามารดาหนึ่งส่วน แต่ถ้าผู้ตายมีบุตรตั้งแต่สามคน ขึ้นไปให้แบ่งจ่ายให้บุตรสามส่วน ภริยาหนึ่งส่วน และบิดามารดาหนึ่งส่วน
ถ้าไม่มีบุคคลทั้งสามจำพวกที่กล่าวแล้ว ให้จ่ายให้แก่ผู้ที่อยู่ใน อุปการะของผู้ตายหรือมีอุปการะแก่ผู้ตาย ถ้าผู้ตายได้แสดงความจำนงเช่นนั้นไว้ โดยชัดแจ้งเป็นหนังสือ และถ้าผู้ตายได้กำหนดส่วนแบ่งไว้อย่างไร ก็ให้จ่าย ตามนั้น
ถ้าในขณะที่สิทธิได้เงินเลี้ยงชีพเกิดขึ้นนั้น บุคคลที่กล่าวในวรรคก่อน จำพวกใดไม่มีตัวที่มีสิทธิจะได้รับ หรือได้ถึงแก่ความตายไปเสียหมดทั้งจำพวก แล้ว เงินเลี้ยงชีพทั้งหมดนั้นให้แบ่งเฉพาะระหว่างบรรดาจำพวกที่ยังมีสิทธิและ มีชีวิตอยู่ตามส่วนที่กล่าวข้างต้น
ถ้าบุคคลที่รับเงินเลี้ยงชีพอยู่ตามความที่กล่าวมานี้คนใดตายหรือหมด สิทธิลง ก็ให้ส่วนที่ผู้นั้นได้รับอยู่เป็นอันยุติลงเพียงนั้น
มาตรา 9 เงินเลี้ยงชีพตามความในมาตรา 8 นั้น ให้จ่ายเป็น รายเดือน โดยมีกำหนดเวลาและเงื่อนไขดังต่อไปนี้
บุตรชายบุตรหญิงได้รับจนอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ เว้นแต่เมื่ออายุครบ ยี่สิบปีบริบูรณ์นั้นกำลังศึกษาอยู่ในชั้นเตรียมอุดมศึกษาหรือในชั้นอุดมศึกษาก็ให้ ได้รับต่อไปจนสำเร็จการศึกษา แต่ไม่เกินอายุยี่สิบห้าปีบริบูรณ์



ภริยาได้รับตลอดอายุหรือจนมีสามีใหม่
บิดาและมารดาได้รับตลอดอายุ
ส่วนบุคคลที่ผู้ตายได้แสดงความจำนงไว้ให้เป็นผู้รับนั้นถ้าอายุยังอยู่ ในเกณฑ์ศึกษา ให้อนุโลมอย่างบุตรแล้วแต่กรณี ถ้าไม่เข้าลักษณะดังกล่าวแล้ว ให้ได้รับเพียงสิบปี
ถ้าผู้มีสิทธิได้รับเงินเลี้ยงชีพตามความในมาตรา 7 ได้พิการทุพพลภาพ อยู่ก่อนผู้ตายก็ดี หรือพิการทุพพลภาพในระยะมีสิทธิได้รับเงินเลี้ยงชีพของ ผู้ตายก็ดี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเลี้ยงชีพตลอดเวลาที่ยังพิการทุพพลภาพอยู่
อนึ่ง ผู้มีสิทธิรับเงินเลี้ยงชีพของผู้ตายถ้ายังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือ เป็นผู้กำลังศึกษาและอายุอยู่ในเกณฑ์ศึกษาตามมาตรานี้ หรือยังเป็นผู้พิการ ทุพพลภาพอยู่ หากทางราชการเห็นสมควรเข้าควบคุมและจัดการเกี่ยวกับ เงินเลี้ยงชีพ เพื่อประโยชน์ของผู้มีสิทธินั้น ๆ ก็ได้
มาตรา 10 ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้บังคับแก่กรณีที่บุคคลได้รับบาดเจ็บ ถึงทุพพลภาพ หรือถึงตายเนื่องในการรบก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ได้ด้วย ถ้าการที่ได้รับบาดเจ็บถึงทุพพลภาพหรือถึงตายนั้นมิได้เกิดขึ้นก่อนเดือน ธันวาคม พุทธศักราช 2484
มาตรา 11 การร้องขอเงินเลี้ยงชีพตามความในพระราชบัญญัตินี้ ต้องร้องขอภายในกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันผู้มีสิทธิร้องขอได้ทราบถึงสิทธิของตน



มาตรา 12 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออก กฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้ บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
________________

พระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องในการรบ พุทธศักราช 2485
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2502
มาตรา 4 ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับเงินเพิ่มตามระเบียบการ เบิกจ่ายเงินเพิ่มพิเศษประจำเดือนชั่วคราว สำหรับผู้ที่ได้รับเงินในงบประมาณ เบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ.2500 ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มีสิทธิได้รับ เงินเลี้ยงชีพ โดยให้รวมเงินเพิ่มพิเศษประจำเดือนชั่วคราวนั้นกับจำนวนเงิน เลี้ยงชีพที่ได้รับอยู่หรือมีสิทธิจะได้รับเข้าด้วยกัน


หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้ ยกเลิกระเบียบเงินเพิ่มพิเศษประจำเดือนชั่วคราว สำหรับผู้ที่ได้รับเงินใน งบประมาณเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ. 2500 ซึ่งมีความใช้บังคับในการคำนวณ เงินที่จ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยเนื่องในการรบรวมอยู่ด้วย จึงสมควรแก้ไข กฎหมายให้รวมเงินเลี้ยงชีพกับเงินเพิ่มชั่วคราวเข้าด้วยกันเป็นเงินเลี้ยงชีพ ใช้ในการเบิกจ่ายต่อไป
นอกจากนั้น เงินเลี้ยงชีพได้กำหนดไว้สำหรับผู้ประสบภัยเนื่องใน การรบ ได้กำหนดขึ้นเมื่อปี 2485 จึงมีอัตราต่ำกว่าเงินสงเคราะห์ผู้ประสบ ภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ ซึ่งกำหนดขึ้นในปี พ.ศ. 2497 อยู่มาก จึงสมควรแก้ไขเสียใหม่ ให้มีอัตราเท่ากันต่อไปด้วย
*[รก.2502/101/18พ/30 ตุลาคม 2502]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com