ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ สงเคราะห์อาชีพแก่คนไทย พ.ศ. 2499

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2499
เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการสงเคราะห์อาชีพแก่คนไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดย คำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติสงเคราะห์ อาชีพแก่คนไทย พ.ศ. 2499

มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป และเมื่อจะให้ใช้บังคับในท้องที่ใด ให้ประกาศ โดยพระราชกฤษฎีกา

*[รก.2499/17/159/28 กุมภาพันธ์ 2499]

มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติช่วยอาชีพและวิชาชีพ (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2485

ส่วนบรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่ง พระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บทแห่งพระราชบัญญัตินี้บังคับ

มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้

เจ้าของ หมายความว่า ผู้ประกอบอุตสาหกรรมพาณิชยกิจ หรือ ธุรกิจอย่างอื่น

คนงาน หมายความว่า บุคคลซึ่งทำงานให้แก่เจ้าของ ไม่ว่า จะเป็นการงานในหน้าที่ใด โดยจะได้รับค่าจ้างหรือไม่ก็ตาม

พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า บุคคลซึ่งรัฐมนตรีได้แต่งตั้ง ให้เป็นผู้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราช บัญญัตินี้

มาตรา 5 เมื่อได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ บังคับในท้องที่ใดแล้ว ให้เจ้าของซึ่งใช้คนงานตั้งแต่สิบคนขึ้นไป แจ้งจำนวน คนงานทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนั้น ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามสิบวัน นับแต่ วันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ

ให้เจ้าของซึ่งใช้คนงานตั้งแต่สิบคนขึ้นไปภายหลังวันที่พระราช กฤษฎีกาใช้บังคับ แจ้งจำนวนคนงานภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่มีจำนวน คนงานถึงสิบคนขึ้นไป

เมื่อได้แจ้งจำนวนคนงานดังกล่าวในวรรคแรก หรือวรรคสองแล้ว ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง ให้เจ้าของแจ้งภายในสามสิบวัน นับตั้งแต่วันที่มีการ เปลี่ยนแปลง

การแจ้งตามความในมาตรานี้ ให้ทำตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

กำหนดเวลาการแจ้งจำนวนคนงานตามความในมาตรานี้ ถ้ารัฐมนตรี เห็นสมควรจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาขยายเวลาต่อไปอีกก็ได้

มาตรา 6 อุตสาหกรรม พาณิชยกิจ หรือธุรกิจ ตามที่จะได้มี พระราชกฤษฎีกากำหนดไว้ เจ้าของซึ่งใช้คนงานตั้งแต่สิบคนขึ้นไป จะต้อง จัดให้มีคนงานที่มีสัญชาติไทยเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าที่กำหนดในพระราช กฤษฎีกานั้น

จำนวนที่จะกำหนดในพระราชกฤษฎีกานั้น จะต้องไม่เกินร้อยละ ห้าสิบของจำนวนคนงานทั้งหมด

มาตรา 7 เมื่อได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาตามความในมาตรา 2 และมาตรา 6 แล้ว เจ้าของซึ่งใช้คนงานตั้งแต่สิบคนขึ้นไปที่ยังมีคนงานที่มี สัญชาติไทยไม่ครบจำนวนตามที่ระบุไว้ในพระราชกฤษฎีกา ให้คงมีคนงาน เท่าที่มีอยู่ต่อไปได้ แต่เมื่อจะรับคนงานเข้าใหม่ ต้องรับแต่คนงานที่มี สัญชาติไทยจนครบจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

มาตรา 8 ให้เจ้าของซึ่งใช้คนงานตั้งแต่สิบคนขึ้นไปจัดให้มี ทะเบียนคนงานเก็บไว้เป็นประจำ ณ สำนักงาน หรือสถานที่ประกอบกิจการ พร้อมที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจได้ทุกเวลาในเวลาราชการ
ทะเบียนคนงานต้องมีรายการตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 9 ให้ถือว่าพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตาม ความหมายแห่งกฎหมายลักษณะอาญา และมีอำนาจที่จะเข้าไปในสำนักงาน หรือสถานที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรม พาณิชยกิจหรือธุรกิจ ซึ่งเข้าลักษณะ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 6 เพื่อตรวจดูทะเบียนคนงาน และจำนวนคนงาน ในเวลาราชการและเจ้าของต้องให้ความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม สมควร

มาตรา 10 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 5 หรือมาตรา 8 มีความผิด ต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท หรือจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือทั้งปรับ ทั้งจำ

มาตรา 11 ผู้ใดเป็นเจ้าของ ไม่ให้ความสะดวกแก่พนักงาน เจ้าหน้าที่ตามความในมาตรา 9 มีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองร้อยบาท

มาตรา 12 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 6 หรือมาตรา 7 มีความผิด ต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา 13 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และออก กฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้ บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี

______________________

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เพื่อเป็น การช่วยเหลือคนไทยให้มีงานอาชีพเป็นหลักฐานเพิ่มขึ้น จึงควรที่จะบัญญัติ กฎหมายให้บรรดาบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือเอกชน รับคนงานที่มีสัญชาติไทย เข้าทำงานอย่างน้อยเป็นจำนวนตามที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่โดยที่กฎหมาย ในปัจจุบัน คือ พระราชบัญญัติช่วยอาชีพและวิชาชีพ (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2485 ใช้บังคับเฉพาะโรงงานเท่านั้น และยังไม่มีวิธีการอันรัดกุมสำหรับการ ตรวจสอบ จึงเห็นสมควรที่จะยกเลิกพระราชบัญญัติฉบับนั้นเสีย และบัญญัติ กฎหมายว่าด้วยการสงเคราะห์อาชีพแก่คนไทยขึ้นใหม่

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย