Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ สำหรับรักษาช้างป่า พระพุทธศักราช 2464

มีพระบรมราชโองการ ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรัสเหนือเกล้า ฯ ให้ประกาศ ให้ทราบทั่วกันว่า ตามพระราชประเพณีและพระราชกำหนดกฎหมายที่มี สืบมาแต่โบราณ ย่อมถือว่าบรรดาช้างป่าทั้งสิ้น คือ ที่เรียกว่าช้างโขลงก็ดี หรือช้างเถื่อนก็ดี ซึ่งมีอยู่ในพระราชอาณาจักรนับว่าเป็นของหลวงสำหรับ แผ่นดิน ผู้ใดจะจับไปใช้สอยต้องขออนุญาตต่อรัฐบาล และต้องแบ่งช้างที่ จับได้ให้เป็นช้างหัวป่าสำหรับใช้ราชการแผ่นดิน จึงจะจับช้างป่าไปใช้สอยได้ และถ้าผู้ใดทำอันตรายช้างป่าด้วยประการใด ๆ ย่อมมีโทษตามกฎหมายเป็น ธรรมเนียมสืบมาและบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่า มากขึ้นกว่าแต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ทำให้ ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงา ไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มาก เป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้ หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติเดิม ตราพระราชบัญญัติใหม่

ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับการจับ และการป้องกันอันตรายแก่ ช้างป่า ทั้งบำรุงพันธุ์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรง พระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้

ว่าด้วยนามและกำหนดใช้พระราชบัญญัติ
_________

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติรักษา ช้างป่า พระพุทธศักราช 2464 มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้ตั้งแต่วันที่ได้โฆษณาใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2464/-/75/26 มิถุนายน 2464] มาตรา 3 ข้อความใด ๆ ในพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยการรักษา ช้างป่า ร.ศ.119 (พ.ศ.2443) กับในกฎเสนาบดีซึ่งเสนาบดีกระทรวง มหาดไทยได้ตราขึ้นเนื่องแต่พระราชบัญญัตินั้น หากขัดกับข้อความใน พระราชบัญญัตินี้ ก็ให้ยกเลิกเสียสิ้นตั้งแต่วันที่ใช้พระราชบัญญัตินี้เป็นต้นไป

ภาค 1
อธิบายศัพท์
______

มาตรา 4 คำบางคำที่ใช้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้พึงเข้าใจตาม คำอธิบายดังนี้ คำว่า "ช้างป่า" ให้พึงเข้าใจว่า ช้างโขลงก็ดี ช้างเถื่อนก็ดี รวมนับว่าเป็นช้างป่าทั้งสิ้น
คำว่า "จับช้าง" ให้พึงเข้าใจว่า การที่จะจับช้างด้วยประการใด ๆ เช่น โพนช้างหรือตั้งคอกดักช้าง นับว่าเป็นการจับช้างทั้งสิ้น คำว่า "ช้างสำคัญ" ให้พึงเข้าใจว่า ช้างที่มีมงคลลักษณะ 7 ประการ 1) ตาขาว 2) เพดานขาว 3) เล็บขาว 4) ขนขาว 5) พื้นหนังขาว หรือสีคล้ายหม้อใหม่ 6) ขนหางขาว 7) อัณฑโคตร์ขาว หรือสีคล้ายหม้อใหม่ คำว่า "ช้างสีปลาด" ให้พึงเข้าใจว่า ช้างที่มีมงคลลักษณะอย่างหนึ่ง อย่างใดใน 7 อย่าง คือ 1) ตาขาว 2) เพดานขาว 3) เล็บขาว 4) ขนขาว 5) พื้นหนังขาว หรือสีคล้ายหม้อใหม่ 6) ขนหางขาว 7) อัณฑโคตร์ขาว หรือสีคล้ายหม้อใหม่ คำว่า "ช้างเนียม" ให้พึงเข้าใจว่า ช้างที่มีลักษณะ 3 ประการ คือ 1) พื้นหนังดำ 2) งามีลักษณะดังรูปปลีกล้วย 3) เล็บดำ

ภาค 2
การรักษาช้างป่า
_______

มาตรา 5 การดูแลช้างป่า ให้เป็นหน้าที่กรมจเรสัตว์พาหนะทหารบก (แผนกพระคชบาล) กระทรวงกลาโหม และสมุหเทศาภิบาล ผู้ว่าราชการ จังหวัด ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจปกครองในท้องถิ่นนั้น

ภาค 3
การจับช้างป่า
_____

มาตรา 6 ห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดจับช้างป่า โดยมิได้รับอนุญาตจาก เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 7 ถ้าผู้ใดจะจับช้างป่าในท้องถิ่นมณฑลใด ให้ยื่นเรื่องราว ตามแบบหลวงต่อสมุหเทศาภิบาลมณฑลนั้น ถ้าหากว่าผู้ว่าราชการจังหวัดใด ได้รับอำนาจพิเศษที่จะอนุญาตให้จับช้างป่าในจังหวัดนั้นได้ จะยื่นเรื่องราว ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้ มาตรา 8 ให้สมุหเทศาภิบาลและผู้ว่าราชการจังหวัดสำรวจจำนวน ช้างป่าที่มีอยู่ในมณฑลและจังหวัดที่ตนปกครอง ประมาณมากน้อยเท่าใด การที่ จะอนุญาตให้จับช้างป่า ให้อนุญาตให้จับแต่พอเท่าจำนวนที่ช้างจะเกิดเพิ่มเติมขึ้นทัน อย่าให้จับมากจนเป็นเหตุให้พืชพันธุ์ช้างป่าในมณฑลและจังหวัดนั้นลดน้อยไป แต่การที่จะอนุญาตให้จับช้างต้องหารือกระทรวงกลาโหมเสียก่อนทุกคราวไป ถ้ากระทรวงกลาโหมเห็นว่า ไม่เป็นการขัดข้องอย่างใดแล้ว จึงจะอนุญาตให้จับได้
มาตรา 9 ถ้าสมุหเทศาภิบาลหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่า ช้างป่า ในมณฑลและจังหวัดนั้นมีน้อยนัก จะไม่อนุญาตให้จับเพื่อบำรุงพันธุ์ช้างป่าไว้ ครั้ง 1 คราว 1 ก็ได้ หรือถ้าเห็นจำเป็นจะต้องให้จับบ้าง เพราะเหตุที่การ ค้าขายในมณฑลนั้นจำเป็นต้องใช้ช้างเป็นพาหนะ สมุหเทศาภิบาลจะให้จับ ช้างป่าในมณฑลนั้นเป็นช้างหลวง และอนุญาตราษฎรรับเช่าไปใช้สอยประกอบ กับการค้าขายก็ได้ แต่การจับต้องได้รับความเห็นชอบของกระทรวงกลาโหม ดังกล่าวมาแล้วในมาตรา 8 นั้นเสียก่อนเสมอ มาตรา 10 ถ้ามีผู้ยื่นเรื่องราวขออนุญาตจับช้างป่า ให้สมุหเทศาภิบาล หรือผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งมีอำนาจจะออกใบอนุญาตจดการไต่สวนข้อความ เหล่านี้ให้เป็นที่พอใจก่อน คือ ข้อ 1 ผู้ขออนุญาตต้องมีช้างต่อและกำลังพาหนะทั้ง เครื่องมือที่จะ จับช้างให้พอสมควรแก่การที่จะจับช้างให้ได้โดยเรียบร้อย ข้อ 2 ผู้ขออนุญาตต้องทำสัญญาทัณฑ์บนให้ว่า ในการที่จะไปจับช้างป่านั้น เมื่อจับช้างได้แล้วจะแจ้งให้เจ้าพนักงานสมุหเทศาภิบาลและผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ตั้งไว้ให้เป็นผู้ตรวจตราทราบภายใน 3 วัน นับแต่วันที่จับได้ และจะส่งช้าง หัวป่าหรือเสียค่าหัวป่าแทนตัวช้างตามพระราชบัญญัตินี้ก่อนที่จะพาช้างที่จับได้ไปที่อื่น ในการทำสัญญาทัณฑ์บนนี้ ถ้าสมุหเทศาภิบาลและผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นสมควร จะบังคับให้ผู้ขออนุญาตวางเงินประกัน หรือให้มีผู้รับประกันเป็นจำนวนเงินตาม สมควรแก่จำนวนช้างที่จะจับเบ็ดเสร็จไม่เกิน 1,000 บาท ก็เรียกได้ ถ้าผู้ขอ อนุญาตจับช้างกระทำผิดทัณฑ์บน เงินประกันและช้างที่จับได้ให้ริบเป็นของหลวง ทั้งสิ้น ข้อ 3 ต้องให้ผู้ขออนุญาตเสียค่าธรรมเนียมตามอัตราในพระราชบัญญัติ นี้ก่อน
มาตรา 11 เมื่อได้จัดการไต่สวนตามความที่ว่ามาในมาตราก่อนจนเป็น ที่พอใจแล้วจึงให้ออกใบอนุญาตให้ ใบอนุญาตใบ 1 ให้มีกำหนดใช้ได้ 12 เดือน แต่ผู้ได้รับอนุญาตจะเอาใบอนุญาตไปโอนต่อให้ผู้อื่นอีกไม่ได้เป็นอันขาด มาตรา 12 ผู้ใดมีช้างสำคัญ หรือช้างสีปลาด หรือช้างเนียม โดยเหตุ ที่ตนจับได้ หรือโดยแม่ช้างของตนตกออกมา หรือโดยเหตุอื่นอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ต้องนำขึ้นทูลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และจะได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้า ฯ พระราชทานบำเหน็จให้ตามสมควร บรรดาช้างชนิดที่กล่าวมาแล้วนี้ต้องเป็นและคงเป็นสมบัติของแผ่นดิน เสมอ การที่จะโอนกรรมสิทธิ์แก่กันโดยวิธีซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให้ปันหรือ โดยวิธีอื่นอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี นับว่าใช้ไม่ได้ทั้งสิ้น ผู้ที่ยึดถือช้างเช่นนั้นไว้ ต้องมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในเมื่อเจ้าหน้าที่สั่งให้นำส่ง และเจ้าหน้าที่ มีอำนาจจะเข้ายึดเอาตัวช้างได้แม้โดยใช้อำนาจ หากผู้ที่รักษาช้างอยู่นั้นบิดพลิ้ว ไม่ยอมมอบตัวให้

ภาค 4
ว่าด้วยภาคหลวง
_______

มาตรา 13 กำหนดภาคหลวงที่จะเรียกในการจับช้างป่านี้ ให้เรียก โดยจำนวน 5 ชัก 1 จะเรียกโดยวิธีอย่างใดอย่างหนึ่งใน 2 อย่างนี้ก็ได้ แล้วแต่ผู้มีอำนาจออกใบอนุญาตให้จับช้างนั้นจะเห็นสมควร คือ ข้อ 1 ชักตัวช้างที่จับได้เป็นช้างหัวป่า ถ้าจับได้ 5 ตัวชักตัวหนึ่ง วิธีจะชักนั้น ให้เขียนฉลากตัวช้างที่จับได้คละกัน และให้เจ้าพนักงานจับฉลาก ต่อหน้าผู้ขออนุญาตจับฉลากให้ได้ตัวใดให้ชักช้างตัวนั้นไว้เป็นช้างหัวป่า
ผู้ขออนุญาตต้องโยงช้างหัวป่าส่งยังที่ว่าการอำเภอ หรือที่แห่งหนึ่งแห่งใด ซึ่ง สมุหเทศาภิบาลและผู้ว่าราชการจังหวัดจะได้สั่งให้ส่งภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่จับได้ ข้อ 2 ให้เจ้าพนักงานผู้ตรวจกับเจ้าของช้างตีราคาช้างป่าที่จับได้ เทียบราคาที่จะขายได้ในเวลานั้นเป็นราคาเท่าใด ให้เรียกเงินตามจำนวน 1 ใน 5 แทนช้างหัวป่าจากผู้ขออนุญาต ถ้าหากว่าการตีราคาไม่เป็นที่ตกลงกัน ให้ทั้ง 2 ฝ่ายเลือกคนกลางคนหนึ่ง เป็นผู้ชี้ขาด มาตรา 14 เมื่อผู้ที่ได้รับอนุญาตให้จับช้างป่าจับช้างได้แล้ว 1 หรือหลายเชือก ท่านว่าช้างนั้นยังคงเป็นสมบัติของแผ่นดินและจะโอนไปเป็น สิทธิแก่ผู้รับอนุญาตจับช้างมิได้ นอกจากและจนกว่าจะได้ชำระเงินค่าภาคหลวง ตามที่กล่าวในภาคนี้นั้นครบถ้วนแล้ว มาตรา 15* ค่าธรรมเนียมออกใบอนุญาตจับช้างป่าให้เรียกเก็บ ดังนี้ คือ (1) ถ้าใช้ช้างต่อหมอควาญไปเที่ยวไล่โพนจับช้างป่าให้ออกใบอนุญาต เป็นรายตัวช้างต่อตัวละ 50 บาท (2) ถ้าตั้งคอกดักช้างป่า ครั้งละหลาย ๆ ตัว ให้ออกใบอนุญาต คอกละ 400 บาท ผู้ใดได้รับอนุญาตไปแล้ว แม้ไม่ไปจับช้างป่าก็ดี หรือไปจับช้างป่าไม่ได้ ก็ดี ไม่ต้องคืนค่าธรรมเนียมให้ *[มาตรา 15 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2503] มาตรา 16 ผู้รับอนุญาตให้จับช้างป่า ในเขต แขวง จังหวัดใด จับได้ แต่ในเขต แขวง จังหวัดนั้น จะเอาใบอนุญาตไปจับช้างในเขตแขวงอื่นไม่ได้ เว้นไว้แต่ถ้าไล่โพนช้างในเขต แขวง จังหวัดที่ได้รับอนุญาต แต่ไปจับได้ในเขต แขวง จังหวัดอื่นไม่มีโทษ

ภาค 5
การฟ้องและกำหนดโทษ
________

มาตรา 17 ผู้ใดจับช้างป่าโดยวิธีใด ๆ ก็ตาม โดยมิได้รับอนุญาต ตามความในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัตินี้ ผู้นั้นมีความผิด ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินกว่า 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 800 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับด้วยทั้ง 2 สถาน ส่วนช้างซึ่งผู้กระทำผิดจับได้นั้น ให้ริบเป็นของหลวง มาตรา 18 ผู้ใดฆ่าช้างป่าโดยวิธีใด ๆ ก็ตาม ผู้นั้นมีความผิดต้อง ระวางโทษสำหรับช้าง 1 ตัวที่ได้ฆ่าตาย คือ จำคุกไม่เกินกว่า 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับด้วยทั้ง 2 สถาน มาตรา 19 ผู้ใดทำร้ายช้างป่าโดยวิธีใด ๆ ก็ตาม ผู้นั้นมีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 18 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับด้วยทั้ง 2 สถาน มาตรา 20 แต่การลงโทษตามความใน 2 มาตราข้างบนนั้น ท่านให้ งดเว้น ในเมื่อ 1) ผู้ซึ่งฆ่าหรือทำร้ายช้างป่านั้น ได้กระทำลงโดยเหตุจำเป็น เพื่อ ป้องกันชีวิต หรือทรัพย์สมบัติของตนหรือของผู้อื่น 2) ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตจับช้างป่า ทำการจับช้างเป็นผลให้ช้างต้องตาย หรือบาดเจ็บลงในระหว่างนั้น โดยพฤติการณ์อันพ้นวิสัยจะป้องกันหลีกเลี่ยงได้

มาตรา 21 ผู้ใดมีช้างสำคัญหรือช้างสีปลาด หรือช้างเนียมแล้ว และปล่อยเสียหรือปิดบังซ่อนเร้นช้างนั้นไว้ หรือจะอย่างไรก็ตาม หากขัดขืน ไม่นำขึ้นทูลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตามความในมาตรา 12 มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 500 บาท และ โทษนี้ไม่ลบล้างการที่ช้างนั้นจักพึงต้องริบเป็นของหลวง มาตรา 22 ผู้ใดได้รับอนุญาตให้จับช้างป่าในจังหวัด 1 แล้ว และนำ ใบอนุญาตนั้นไปใช้สำหรับจับช้างป่าในจังหวัดอื่น โดยเป็นการฝ่าฝืนความใน มาตรา 16 นั้นไซร้ ท่านว่ามีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท มาตรา 23 ให้กรมอัยการเป็นเจ้าหน้าที่สำหรับฟ้องร้องคดี ซึ่งมี ผู้ทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้

ภาค 6
บ่งการ
______

มาตรา 24 ให้เสนาบดีกระทรวงกลาโหมเป็นผู้รักษาพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 25 ให้เสนาบดีกระทรวงกลาโหมมีอำนาจที่จะตั้งกฎ ข้อบังคับ สำหรับจัดและรักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อกฎข้อบังคับนั้นได้ ลงพิมพ์โฆษณาในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้ได้เป็นส่วน 1 ของพระราชบัญญัตินี้ ประกาศมา ณ วันที่ 20 มิถุนายน พระพุทธศักราช 2464 เป็นปีที่ 12 ในรัชกาลปัจจุบันนี้


_____________________________
พระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2503 หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก พระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่า พระพุทธศักราช 2464 ได้กำหนดอัตรา ค่าธรรมเนียมไว้ตามสภาพที่เป็นอยู่ในสมัยเมื่อประกาศใช้ ต่อมาสถานการณ์ ทางการเงินเปลี่ยนแปลงไป จึงสมควรกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ไล่โพนจับช้างป่า และใบอนุญาตตั้งคอกจับช้างป่าเสียใหม่ให้เหมาะสมกับ สถานการณ์ปัจจุบัน *[รก.2503/75/7พ/14 กันยายน 2503]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com