ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495

หน้า 4

มาตรา 17 อัฐ* ในกรณีที่ผู้ต้องหาปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา 17 สัตต วรรคสอง ไม่ครบถ้วน ให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ส่งสำนวนพร้อมกับ ตัวผู้ต้องหาไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา แต่ถ้าผู้ต้องหามิได้อยู่ในความควบคุมของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็น คอมมิวนิสต์ให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ส่งสำนวนพร้อมทั้งแจ้งให้ พนักงานสอบสวนทำการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา เมื่อได้รับหรือจับผู้ต้องหาไว้ตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจ ควบคุมผู้ต้องหาไว้เพื่อดำเนินการต่อไปตามวรรคหนึ่งได้ ระยะเวลาการควบคุมผู้ต้องหาให้เป็นไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยให้เริ่มนับระยะเวลาควบคุมตั้งแต่วันที่ได้รับหรือ จับผู้ต้องหาได้เป็นต้นไป *

[มาตรา 17 อัฐ เพิ่มความโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 25 ลงวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2519]

มาตรา 18* บรรดาคดีที่มีข้อหาว่ากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้ไม่ว่าจะมี ข้อหาว่ากระทำความผิดอย่างอื่นด้วยหรือไม่ ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจควบคุมผู้ต้องหาไว้เพื่อ ทำการสอบสวนได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้ต้องหามาถึงที่ทำการของพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ แต่ถ้าเกิดความจำเป็นที่จะควบคุมผู้ต้องหาไว้เกินกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ก็ให้ พนักงานสอบสวนโดยได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมตำรวจมีอำนาจควบคุมผู้ต้องหาไว้ต่อไปได้อีก ไม่เกินสามครั้ง ครั้งละไม่เกินหกสิบวัน

ถ้าเกิดความจำเป็นที่จะควบคุมผู้ต้องหาไว้เกินกำหนดเวลาในวรรคก่อนเพื่อให้ การสอบสวนเสร็จสิ้น ให้ส่งตัวผู้ต้องหามาศาลเพื่อให้พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนยื่น คำร้องต่อศาลขอหมายขังผู้ต้องหานั้นและให้ศาลมีอำนาจสั่งขังผู้ต้องหาได้ไม่เกินสามครั้ง ครั้งละ ไม่เกินเก้าสิบวัน

*[มาตรา 18 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]

มาตรา 19* ให้นำความในมาตรา 18 มาใช้บังคับแก่กรณีที่ผู้บังคับบัญชาทหาร ควบคุมตัวผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลม โดยให้ถือว่าผู้บังคับบัญชา ทหารเป็นพนักงานสอบสวน และนายทหารซึ่งมีตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลหรือเทียบเท่าใน ท้องถิ่นการบังคับบัญชาราชการทหารที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาเป็นอธิบดีกรมตำรวจ หรือถ้าไม่มี นายทหารผู้มีตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลหรือเทียบเท่าในท้องถิ่นนั้น ก็ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชา ทหารสูงสุดในท้องถิ่นนั้นเป็นอธิบดีกรมตำรวจ *

[มาตรา 19 เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2512]

มาตรา 20* เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลใดกระทำความผิดตามพระราช บัญญัตินี้ ให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ หรือนายทหารสัญญาบัตร ซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตรี เรือตรี หรือเรืออากาศตรี ขึ้นไปหรือเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป หรือพนักงานฝ่ายปกครองตั้งแต่เจ้าพนักงานปกครอง 3 ขึ้นไป ที่ทางราชการ มีคำสั่งให้ปฏิบัติการปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ มีอำนาจค้นหรือจับบุคคลนั้น หรือ ค้นสถานที่ใดเพื่อหาตัวคนหรือสิ่งของอันเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ได้ โดยไม่ต้องมีหมายค้นหรือหมายจับ และให้มีอำนาจค้นหรือจับได้ในทุกสถานที่และทุกเวลา ทั้งนี้ โดยต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ กำหนด และต้องคำนึงถึงความจำเป็นตามควรแก่พฤติการณ์ และให้นำมาตรา 83 มาตรา 84 มาตรา 85 มาตรา 86 มาตรา 94 มาตรา 98 มาตรา 99 มาตรา 100 มาตรา 101 มาตรา 102 มาตรา 103 และมาตรา 104 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามมาตรา 83 หรือมาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา คำว่า "ที่ทำการของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ" ให้หมายความรวมถึง ที่ทำการของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับด้วย ในการค้นหรือจับตามวรรคหนึ่ง พนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวต้องแสดงบัตร ประจำตัวตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือแสดงหลักฐานทางราชการต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือติดเครื่องหมายอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ กำหนด เมื่อมีการค้นหรือจับตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำการค้นหรือจับ รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยเร็วที่สุด แต่ต้องไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เวลาที่เริ่มทำการ ค้นหรือจับ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไปกำหนด *

[มาตรา 20 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]

มาตรา 20 ทวิ* การปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ในทางปราบปรามตาม พระราชบัญญัตินี้ เป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และเป็นการ กระทำอันจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงแห่งชาติ บุคคลใดจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ อันเนื่องมาจาก การปฏิบัติการนี้มิได้ *

[มาตรา 20 ทวิ เพิ่มความโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]

มาตรา 21* ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ และพนักงานฝ่ายปกครองหรือ ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งทางราชการมีคำสั่งให้ปฏิบัติการ ปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ มีเขตอำนาจปฏิบัติการในฐานะที่เป็นพนักงานฝ่าย ปกครองหรือตำรวจ หรือในฐานะที่เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่แล้วแต่กรณี ทั่วราชอาณาจักร ภายใต้บังคับมาตรา 15 มาตรา 15 ตรี มาตรา 16 มาตรา 16 ทวิ และมาตรา 20 ให้ผู้ซึ่งทางราชการมีคำสั่งให้ปฏิบัติการปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์เป็นพนักงาน ฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และให้มีเขตอำนาจปฏิบัติการ ทั่วราชอาณาจักร *

[มาตรา 21 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]

มาตรา 22* ในกรณีที่มีความตายของบุคคลใดซึ่งมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้กระทำ ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือมูลเหตุแห่งการตายของบุคคลดังกล่าวเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ที่มี การปฏิบัติการในทางปราบปรามตามมาตรา 16 ทวิ หรือในเขตห้ามมิให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัย อยู่ตามมาตรา 17 โดยการกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามพระราช

บัญญัตินี้ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการ ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานสอบสวนหรือนายทหารสัญญาบัตรที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย แห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ กับเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขประจำท้องที่ หรือแพทย์ประจำตำบล หรืออนามัยจังหวัด หรือแพทย์ประจำสถานีอนามัย หรือแพทย์ประจำโรงพยาบาลหรือแพทย์ทหาร หรือเจ้าหน้าที่เสนารักษ์ทหารที่ปฏิบัติราชการอยู่ในท้องที่นั้น เป็นผู้ชันสูตรพลิกศพโดยเร็ว และ ให้ทำบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรนั้นไว้ ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนหรือนายทหารสัญญาบัตรที่ผู้บังคับบัญชา มอบหมายแจ้งแก่ผู้มีหน้าที่ไปทำการชันสูตรพลิกศพทราบ เมื่อได้มีการชันสูตรพลิกศพแล้ว ให้ส่งบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรนั้น ไปยังพนักงานสอบสวน และให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วส่งสำนวนชันสูตรพลิกศพ ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าเป็นกรณีที่มีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของพนักงาน เจ้าหน้าที่ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดส่งสำนวนชันสูตร พลิกศพไปยังอธิบดีกรมอัยการ และให้อธิบดีกรมอัยการมีอำนาจออกคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ถ้าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดส่งสำนวนชันสูตรพลิกศพไปยังกรม พระธรรมนูญ และให้เจ้ากรมพระธรรมนูญมีอำนาจออกคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง หากปรากฏว่าการชันสูตรพลิกศพตามวรรคหนึ่ง จะเป็นอุปสรรคแก่การ ปฏิบัติในการป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์หรือจะเป็นอันตรายแก่ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้กระทำการตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว จะไม่ทำการชันสูตรพลิกศพก็ได้ แต่ให้ ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัด หรือผู้ที่ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำ อันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัดมอบหมายโดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำเป็น คอมมิวนิสต์ภาค หรือของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไป ทำบันทึก เหตุนั้นไว้ แล้วส่งบันทึกไปยังพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนและดำเนินการตามวรรคสาม *

[มาตรา 22 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]

มาตรา 23* ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจ ออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ *

[มาตรา 23 แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 25 ลงวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2519]

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี

_______________________________

พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2512

มาตรา 3 ให้ยกเลิก

(1) พระราชบัญญัติการควบคุมตัวผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วย ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2505

(2) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2506

(3) พระราชบัญญัติการควบคุมตัวผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อกฎหมายว่าด้วย ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2506

(4) พระราชบัญญัติการควบคุมตัวผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อกฎหมายว่าด้วย ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2511

บรรดาบทกฎหมาย กฎและข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราช บัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน มาตรา 18 ให้พนักงานสอบสวนและผู้บังคับบัญชาทหาร ซึ่งได้ควบคุมตัว ผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495 ไว้เพื่อการสอบสวนและได้ควบคุมตัวอยู่ในวันที่ประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา คงมีอำนาจควบคุมตัวไว้เพื่อการสอบสวนต่อไปอีกเป็นเวลาไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน เมื่อครบ กำหนดเวลาดังกล่าวนี้แล้วยังมิได้ยื่นฟ้องต่อศาล ก็ให้ปล่อยตัวไป

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปรากฏว่าในปัจจุบันภัย ของคอมมิวนิสต์ได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น สมควรปรับปรุงเพิ่มเติมมาตรการการป้องกันการ กระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ให้รัดกุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายว่าด้วยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์เสียใหม่

[รก.2512/14/162/18 กุมภาพันธ์ 2512]

_______________________________

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 78 ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2515

โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามผู้กระทำ ความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ได้ผลดียิ่งขึ้น จึงควรแก้ไข บทบัญญัติเกี่ยวกับการชันสูตรพลิกศพเมื่อมีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงาน หรือระหว่างที่อยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติดังกล่าว [รก.2515/26/3พ./16 กุมภาพันธ์ 2515]

_______________________________

คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 25 ลงวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2519

โดยที่คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินเห็นว่า ภาวะของบ้านเมืองในขณะนี้กำลัง เผชิญกับภัยที่คุกคามต่อความมั่นคงของชาติ และมีการกระทำที่เป็นการบ่อนทำลายสถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ประกอบกับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ยังมีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสมและไม่ตรงตามข้อเท็จจริง ทั้งมีช่องว่างของกฎหมาย

ที่อาจทำให้ผู้กระทำความผิดหลุดพ้นจากการต้องรับโทษได้ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมเสียใหม่ให้ เหมาะสมกับสถานการณ์ของบ้านเมือง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ และประชาชน

ข้อ 15 บรรดาคำสั่ง ประกาศ และกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติป้องกัน การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำ อันเป็นคอมมิวนิสต์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2512 ให้คงใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

[รก.2519/130/13พ./17 ตุลาคม 2519]

_______________________________

พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการ ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้ให้อำนาจหน้าที่ผู้อำนวยการป้องกัน การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ตลอดจนอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและปราบปราม การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์เฉพาะในเขตแทรกซึมของคอมมิวนิสต์เท่านั้น ซึ่งในบางครั้ง การปราบปรามคอมมิวนิสต์ต้องกระทำนอกเขตดังกล่าว สมควรยกเลิกเขตแทรกซึมของคอมมิวนิสต์ และปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ให้เหมาะสม โดยกำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไป ผู้อำนวยการ ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาค และผู้อำนวยการป้องกันการกระทำเป็นคอมมิวนิสต์ จังหวัด ให้มีการประสานงาน และมีการควบคุมการใช้อำนาจ ตลอดจนการวางเงื่อนไขและ หลักเกณฑ์การใช้อำนาจให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการป้องกัน และปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ รวมทั้งจำกัดการใช้อำนาจดังกล่าวให้อยู่ภายใน ขอบเขตของกฎหมายด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

[รก.2522/28/26พ./1 มีนาคม 2522]

« ย้อนกลับ |

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย