Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2530

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2530
เป็นปีที่ 42 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยมหิดล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2530" มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2530/229/1พ/11 พฤศจิกายน 2530]
มาตรา 3 ให้ยกเลิก (1) พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2512 (2) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 183 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2515 (3) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 197 ลงวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2515 บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วใน พระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัด หรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้ พระราชบัญญัตินี้แทน
มาตรา 4 ให้มหาวิทยาลัยมหิดลซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2512 เป็นมหาวิทยาลัยมหิดลตามพระราชบัญญัตินี้ และเป็นนิติบุคคล มาตรา 5 ในพระราชบัญญัตินี้ "มหาวิทยาลัย" หมายความว่า มหาวิทยาลัยมหิดล "สภามหาวิทยาลัย" หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยมหิดล มาตรา 6 ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด 1
บททั่วไป
______

มาตรา 7 ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษา มีวัตถุประสงค์ให้ การศึกษา ส่งเสริมการศึกษา และวิจัยที่เป็นไปเพื่อสนองความต้องการของ ประเทศชาติ ผลิตบุคลากรที่มีความสามารถในวิชาชีพและเพียบพร้อมด้วย คุณธรรม ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมและทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม

มาตรา 8 มหาวิทยาลัยอาจแบ่งส่วนราชการ ดังนี้ (1) สำนักงานอธิการบดี (2) บัณฑิตวิทยาลัย (3) คณะ (4) วิทยาลัย (5) สถาบัน มหาวิทยาลัยอาจให้มีศูนย์ สำนัก และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในมาตรา 7 เป็น ส่วนราชการในมหาวิทยาลัยอีกได้ สำนักงานอธิการบดีอาจแบ่งส่วนราชการเป็นกองและส่วนราชการที่ เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากอง บัณฑิตวิทยาลัยและคณะอาจแบ่งส่วนราชการเป็นสำนักงานคณบดี โรงพยาบาล ภาควิชา กอง และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ เทียบเท่าภาควิชาหรือกอง วิทยาลัยอาจแบ่งส่วนราชการเป็นสำนักงานผู้อำนวยการ ภาควิชา กอง และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาหรือกอง
สถาบัน ศูนย์ สำนัก และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ เทียบเท่าคณะ อาจแบ่งส่วนราชการเป็นสำนักงานผู้อำนวยการ กอง และ ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากอง สำนักงานคณบดี สำนักงานผู้อำนวยการ ภาควิชา กอง และส่วน ราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาหรือกอง อาจแบ่ง ส่วนราชการออกเป็นแผนก และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ เทียบเท่าแผนก โรงพยาบาลอาจแบ่งส่วนราชการออกเป็นกอง แผนก และส่วน ราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากองหรือแผนก
มาตรา 9 การจัดตั้ง การรวม การยุบ บัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ เทียบเท่าคณะ ให้ทำเป็นพระราชกฤษฎีกา การแบ่งส่วนราชการตามมาตรา 8 ให้ทำเป็นประกาศทบวง มหาวิทยาลัย มาตรา 10 ภายใต้วัตถุประสงค์ตามมาตรา 7 มหาวิทยาลัยอาจ รับสถาบันวิชาการชั้นสูงและสถาบันอื่นเข้าสมทบหรือเข้าร่วมในมหาวิทยาลัยได้ และมีอำนาจให้ปริญญาหรือวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันสมทบได้ การรับสถาบันวิชาการชั้นสูงและสถาบันอื่นเข้าสมทบ การยกเลิก การเข้าสมทบ การรับสถาบันดังกล่าวเข้าร่วมและการยกเลิกการเข้าร่วม ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยและทำเป็นประกาศทบวงมหาวิทยาลัย การควบคุมและการกำกับสถาบันสมทบและสถาบันร่วม ให้เป็นไป ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย มาตรา 11* นอกจากเงินที่กำหนดไว้ในงบประมาณแผ่นดินมหาวิทยาลัย อาจมีรายได้ ดังนี้
(1) เงินผลประโยชน์ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และค่าบริการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย (2) เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่มหาวิทยาลัย (3) รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้จากการใช้ที่ราชพัสดุ ซึ่งมหาวิทยาลัย เป็นผู้ปกครอง ดูแล หรือใช้ประโยชน์ (3) รายได้หรือผลประโยชน์อื่น ๆ ให้มหาวิทยาลัยมีอำนาจในการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้และจัดหา ประโยชน์จากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย ทั้งที่เป็นที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วย ที่ราชพัสดุและที่เป็นทรัพย์สินอื่น รายได้ของมหาวิทยาลัยรวมทั้งเบี้ยปรับที่เกิดจากการดำเนินการตาม วัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตาม กฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ เว้นแต่เบี้ยปรับ ที่เกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษา และเบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาซื้อทรัพย์สิน หรือสัญญาจ้างทำของที่ดำเนินการโดยใช้เงินงบประมาณ *[แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541]
มาตรา 11 ทวิ* บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่มหาวิทยาลัยได้มาโดย มีผู้อุทิศให้หรือได้มาโดยการซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้ของมหาวิทยาลัย ไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ และให้เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย *[แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541] มาตรา 12 บรรดารายได้และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยจะต้อง จัดการเพื่อประโยชน์และตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย ทรัพย์สินที่มีผู้ให้แก่มหาวิทยาลัยจะต้องจัดการตามเงื่อนไขที่ผู้ให้ กำหนดไว้ และตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย

หมวด 2
การดำเนินงาน
______

มาตรา 13 ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย (1) นายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง (2) อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ได้แก่ อธิการบดีโดยตำแหน่ง (3) ประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง (4) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนเจ็ดคน โดยการเลือกตั้ง จากผู้ดำรงตำแหน่งคณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการศูนย์ ผู้อำนวยการสำนัก และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่อ อย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ (5) กรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยการเลือกตั้งจากคณาจารย์ประจำ ผู้ได้ทำการสอนในมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี อีกจำนวนเจ็ดคน และ (6) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสิบห้าคน ซึ่งจะ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกโดยคำแนะนำของนายก สภามหาวิทยาลัย อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัย ตาม (4) และ (5) คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการ สภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ คุณสมบัติของผู้รับเลือกตั้ง ตลอดจนหลักเกณฑ์ และวิธีการเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยตาม (4) และ (5) ให้ เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นเลขานุการสภา มหาวิทยาลัย โดยคำแนะนำของอธิการบดี

มาตรา 14 นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งสองปี และอาจทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งอีกได้ กรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา 13 (4) และ (5) มีวาระ การดำรงตำแหน่งสองปี และอาจได้รับเลือกตั้งอีกได้
มาตรา 15 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา 14 นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา 13 (4) (5) และ (6) พ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ถอดถอนเพราะขาด คุณสมบัติของการเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ (4) ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยในประเภทนั้น ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยตาม มาตรา 13 (4) (5) หรือ (6) พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ และได้มีการ เลือกตั้งหรือได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว ให้ผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งหรือผู้ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งอยู่ใน ตำแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจาก ตำแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งนายกสภา มหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ กับยังมิได้เลือกตั้ง กรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่ ให้นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการ
สภามหาวิทยาลัยซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งได้มีการเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่

มาตรา 16 สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการ ทั่วไปของมหาวิทยาลัย และมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้ (1) วางนโยบายเกี่ยวกับการศึกษา การวิจัย การให้บริการทาง วิชาการแก่สังคมและการทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม (2) วางระเบียบและออกข้อบังคับของมหาวิทยาลัย (3) พิจารณาการจัดตั้ง การรวม และการยุบ บัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ เทียบเท่าคณะ รวมทั้งการแบ่งส่วนราชการของส่วนราชการตามมาตรา 8 (4) พิจารณาการรับสถาบันเข้าสมทบและเข้าร่วม ตลอดจน การยกเลิกการเข้าสมทบและการเข้าร่วม (5) พิจารณาและให้ความเห็นชอบโครงการและหลักสูตรการศึกษา ให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ทบวงมหาวิทยาลัยกำหนด (6) อนุมัติให้ปริญญาและวุฒิบัตร (7) พิจารณาแต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการบดี คณบดี รองคณบดี ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ หัวหน้าส่วนราชการ และรองหัวหน้าส่วน ราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าภาควิชา รองหัวหน้าภาควิชา หัวหน้า ส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า ภาควิชาและศาสตราจารย์เกียรติคุณ (8) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง และถอดถอนนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ และอธิการบดี

(9) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง และถอดถอนศาสตราจารย์และศาสตราจารย์พิเศษ (10) พิจารณาอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี (11) วางระเบียบเกี่ยวกับการบริหารการเงินและทรัพย์สินของ มหาวิทยาลัย (12) พิจารณาแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา 19 ให้รักษาราชการ แทนอธิการบดีในกรณีที่ตำแหน่งอธิการบดีว่างลง (13) พิจารณาและให้ความเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของ มหาวิทยาลัยตามที่อธิการบดีเสนอ (14) ดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยที่มิได้ระบุ ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ
มาตรา 17 การดำเนินงานของสภามหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตาม ระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย มาตรา 18 ให้มีอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบใน การบริหารงานของมหาวิทยาลัย ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ นโยบาย และวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยและมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้ (1) เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยในกิจการทั่วไป (2) ควบคุมดูแลบริหารงานด้านวิชาการ ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการเงิน การพัสดุ สถานที่และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย (3) พัฒนามหาวิทยาลัย (4) เสนอแผนดำเนินงานและงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตลอดจน รายงานเกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยต่อสภามหาวิทยาลัย (5) ดำเนินการตามระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย หรือ ตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย
มาตรา 19 อธิการบดีนั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง โดยคำแนะนำของสภามหาวิทยาลัยจากผู้ซึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (1) ได้รับปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษา ชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง หรือ (2) ได้รับปริญญาระดับหนึ่งระดับใด หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง และได้สอนในมหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรองรวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี หรือ (3) เคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยรวมเป็นเวลา ไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือ (4) เคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ หรือศาสตราจารย์พิเศษ ของมหาวิทยาลัย อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี และอาจทรงพระกรุณา โปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
มาตรา 20 ให้มหาวิทยาลัยมีรองอธิการบดี และอาจมีผู้ช่วยอธิการบดี เพื่อปฏิบัติราชการตามที่อธิการบดีจะมอบหมาย รองอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 19 วรรคหนึ่ง และต้องเป็น ข้าราชการพลเรือนของมหาวิทยาลัย โดยอธิการบดีเป็นผู้เสนอการแต่งตั้งและ ถอดถอนต่อสภามหาวิทยาลัย ผู้ช่วยอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติได้ปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่งหรือเทียบเท่าจาก มหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภาวิทยาลัยรับรอง และเป็นข้าราชการ พลเรือนของมหาวิทยาลัย โดยให้อธิการบดีเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอน เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดี พ้นจากตำแหน่งด้วย
อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการ ที่อธิการบดีจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่ง หรือมติของคณะรัฐมนตรี อธิการบดีจะมอบอำนาจโดยทำเป็น หนังสือให้รองอธิการบดีปฏิบัติราชการแทนก็ได้
มาตรา 21 ในกรณีที่อธิการบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รอง อธิการบดีเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองอธิการบดีหลายคน ให้รอง อธิการบดีผู้ซึ่งได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากอธิการบดีไว้ล่วงหน้าเป็น ผู้รักษาราชการแทน ในกรณีที่อธิการบดีไม่ได้มอบหมาย ให้สภามหาวิทยาลัย แต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรง ตำแหน่งรองอธิการบดี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สภามหาวิทยาลัย แต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา 19 วรรคหนึ่ง เป็นผู้รักษาราชการแทน มาตรา 22 ให้มีสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยประกอบด้วยสมาชิก ซึ่งคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยเลือกตั้งจากคณาจารย์ประจำของ มหาวิทยาลัย สภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยมีหน้าที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่ อธิการบดีและหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีจะมอบหมาย จำนวนสมาชิก หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง และการดำเนินงาน ของสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย มาตรา 23 ในบัณฑิตวิทยาลัย ให้มีคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา และรับผิดชอบในการบริหารงานของบัณฑิตวิทยาลัย โดยให้สภามหาวิทยาลัย เป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งจากข้าราชการพลเรือนของมหาวิทยาลัยผู้ซึ่งได้รับ ปริญญาระดับหนึ่งระดับใด หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษา ชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
คณบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
มาตรา 24 ให้บัณฑิตวิทยาลัยมีรองคณบดีเพื่อปฏิบัติราชการแทน คณบดีตามที่คณบดีจะมอบหมาย รองคณบดีต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 23 วรรคหนึ่ง โดยคณบดี เป็นผู้เสนอการแต่งตั้งและถอดถอนต่อสภามหาวิทยาลัย เมื่อคณบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้รองคณบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการ ที่คณบดีจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือ คำสั่ง หรือมติของคณะรัฐมนตรี คณบดีจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือ ให้รองคณบดีปฏิบัติราชการแทนก็ได้ มาตรา 25 ในกรณีที่คณบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองคณบดี เป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองคณบดีหลายคน ให้รองคณบดีผู้ซึ่งได้รับ มอบหมายเป็นหนังสือจากคณบดีไว้ล่วงหน้าเป็นผู้รักษาราชการแทน ในกรณีที่คณบดีไม่ได้มอบหมาย ให้อธิการบดีแต่งตั้งรองคณบดีคนหนึ่งเป็น ผู้รักษาราชการแทน ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองคณบดี หรือมีแต่ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา 23 วรรคหนึ่ง คนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ในกรณีที่คณบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติ ตามมาตรา 23 วรรคหนึ่ง คนหนึ่งรักษาราชการแทนคณบดี จนกว่าจะได้ มีการแต่งตั้งคณบดีใหม่ มาตรา 26 ในบัณฑิตวิทยาลัย ให้มีคณะกรรมการประจำบัณฑิต วิทยาลัย ดังนี้
(1) คณะกรรมการนโยบาย ประกอบด้วย อธิการบดีเป็นประธาน กรรมการ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเป็นรองประธานกรรมการ คณบดี ผู้อำนวยการ และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะซึ่งดำเนินการ บัณฑิตศึกษา เป็นกรรมการ คณะกรรมการนโยบาย มีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้ (ก) วางนโยบายและแผนงานบัณฑิตวิทยาลัยให้สอดคล้อง กับนโยบายของมหาวิทยาลัย (ข) ประสานงานระหว่างส่วนราชการที่ดำเนินการ บัณฑิตศึกษา (2) คณะกรรมการดำเนินการ ประกอบด้วย คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย เป็นประธานกรรมการ รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย และคณาจารย์หรือข้าราชการ ประจำของส่วนราชการที่ดำเนินการบัณฑิตศึกษาเป็นกรรมการ จำนวนและการได้มาซึ่งกรรมการจากคณาจารย์หรือข้าราชการ ประจำ วาระการดำรงตำแหน่ง รวมทั้งการดำเนินงานของคณะกรรมการ ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย คณะกรรมการดำเนินการ มีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้ (ก) ดำเนินงานตามนโยบายและแผนงานตามที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด (ข) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่คณบดี (ค) วางระเบียบปฏิบัติและออกข้อบังคับของบัณฑิตวิทยาลัย เกี่ยวกับงานบัณฑิตศึกษาโดยไม่ขัดต่อระเบียบ ข้อบังคับและนโยบายของ มหาวิทยาลัย (ง) พิจารณาเสนอเปิด หรือยุบโครงการบัณฑิตศึกษา หลักสูตร และรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรของบัณฑิตวิทยาลัย ต่อสภามหาวิทยาลัย (จ) พิจารณาดำเนินการวัดผล และประเมินผลบัณฑิตศึกษา
มาตรา 27 ในคณะ ให้มีคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับ ผิดชอบในการบริหารงานของคณะ คณะอาจมีรองคณบดีเพื่อปฏิบัติราชการแทนคณบดีตามที่คณบดีจะมอบหมาย
มาตรา 28 การแต่งตั้ง คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่งของคณบดี และรองคณบดีตามมาตรา 27 ตลอดจนการปฏิบัติราชการแทน การรักษาราชการ แทน และการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน ให้นำมาตรา 23 มาตรา 24 และ มาตรา 25 มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา 29 ในคณะ ให้มีคณะกรรมการประจำคณะ ประกอบด้วย (1) คณบดีเป็นประธานกรรมการ (2) รองคณบดีเป็นกรรมการ (3) หัวหน้าภาควิชา และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มี ฐานะเทียบเท่าภาควิชา ถ้ามี เป็นกรรมการ ในกรณีที่ไม่มีการแบ่งภาควิชาหรือมีไม่ถึงสี่ภาควิชา ให้สภามหาวิทยาลัย แต่งตั้งคณาจารย์ประจำในคณะนั้นเป็นกรรมการเพิ่มขึ้นให้ได้จำนวนสี่คน (4) กรรมการประเภทคณาจารย์ประจำจำนวนไม่เกินสี่คน วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง ตาม (3) จำนวนการได้มาซึ่งกรรมการประเภทคณาจารย์ประจำ และวาระ การดำรงตำแหน่งของกรรมการดังกล่าวตาม (4) ให้เป็นไปตามข้อบังคับของ มหาวิทยาลัย ให้คณะกรรมการประจำคณะแต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ มาตรา 30 คณะกรรมการประจำคณะมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้ (1) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่คณบดี (2) วางนโยบายและแผนงานของคณะให้สอดคล้องกับนโยบายของ มหาวิทยาลัย
(3) วางระเบียบปฏิบัติและออกข้อบังคับของคณะเกี่ยวกับงานของ คณะโดยไม่ขัดต่อระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย (4) พิจารณาเสนอเปิดหรือยุบโครงการศึกษาหลักสูตรและรายละเอียด เกี่ยวกับหลักสูตรของคณะต่อสภามหาวิทยาลัย (5) พิจารณาดำเนินการวัดผลและประเมินผลการศึกษาของคณะ การดำเนินงานของคณะกรรมการประจำคณะ ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ของมหาวิทยาลัย
มาตรา 31 ในวิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก หรือส่วนราชการที่ เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ให้มีผู้อำนวยการหรือหัวหน้าส่วนราชการ คนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการบริหารงานของวิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นนั้น วิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่มีฐานะเทียบเท่าคณะอาจมีรองผู้อำนวยการหรือรองหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการ หรือหัวหน้าส่วนราชการตามที่ผู้อำนวยการ หรือหัวหน้าส่วนราชการจะมอบหมาย มาตรา 32 การแต่งตั้ง คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่งของ ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วน ราชการตามมาตรา 31 ตลอดจนการปฏิบัติราชการแทน การรักษาราชการ แทน และการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนให้นำมาตรา 23 มาตรา 24 และ มาตรา 25 มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา 33 การดำเนินงานในวิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก หรือ ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ที่มิได้บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา 34 ในโรงพยาบาล ให้มีผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนหนึ่ง ซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งโดยคำแนะนำของคณบดีเป็นผู้บังคับบัญชา และ รับผิดชอบในการบริหารงานของโรงพยาบาล และอาจมีรองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเพื่อปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลตามที่ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลจะมอบหมาย การแต่งตั้ง คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่งของผู้อำนวยการ โรงพยาบาล และรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลตามวรรคหนึ่ง ตลอดจน การปฏิบัติราชการแทน การรักษาราชการแทน และการแต่งตั้งผู้รักษา ราชการแทน ให้นำมาตรา 23 มาตรา 24 และมาตรา 25 มาใช้บังคับ โดยอนุโลม ให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นรองคณบดีโดยตำแหน่ง
มาตรา 35 ในภาควิชา ให้มีหัวหน้าภาควิชาคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา และรับผิดชอบในการบริหารงานของภาควิชา และอาจมีรองหัวหน้าภาควิชา คนหนึ่ง เพื่อปฏิบัติราชการแทนหัวหน้าภาควิชาตามที่หัวหน้าภาควิชาจะมอบหมาย การแต่งตั้ง คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่งของหัวหน้าภาควิชา และรองหัวหน้าภาควิชาตามวรรคหนึ่ง ตลอดจนการปฏิบัติราชการแทน การ รักษาราชการแทน และการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน ให้นำมาตรา 23 มาตรา 24 และมาตรา 25 มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา 36 เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการในบัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก โรงพยาบาล ภาควิชา และส่วนราชการ ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือภาควิชา อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการที่อธิการบดีจะพึงปฏิบัติหรือ ดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งใด หรือมติของ คณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งนั้น
หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้น มิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้ เป็นอย่างอื่น อธิการบดีจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้ผู้ดำรงตำแหน่ง คณบดี ผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าภาควิชา และ หัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือภาควิชา ปฏิบัติราชการแทนอธิการบดีเฉพาะในส่วนราชการนั้นก็ได้ ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนตามวรรคหนึ่งมีอำนาจและหน้าที่ตามที่ อธิการบดีกำหนด
มาตรา 37 ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนและผู้รักษาราชการแทนตาม มาตรา 20 วรรคห้า มาตรา 21 มาตรา 24 วรรคสี่ มาตรา 25 มาตรา 27 มาตรา 31 มาตรา 34 วรรคหนึ่ง และมาตรา 35 วรรคหนึ่ง มีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติของคณะรัฐมนตรี แต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นกรรมการ หรือให้มีอำนาจและหน้าที่อย่างใด ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทน หรือผู้รักษาราชการแทนทำหน้าที่กรรมการ หรือมี อำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้น ในระหว่างที่ปฏิบัติราชการ แทนหรือรักษาราชการแทนด้วยแล้วแต่กรณี มาตรา 38 ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี รองคณบดี ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าภาควิชา รองหัวหน้าภาควิชา หัวหน้า ส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า คณะหรือภาควิชาต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มเวลา และจะดำรงตำแหน่ง ดังกล่าวเกินกว่าหนึ่งตำแหน่งในขณะเดียวกันมิได้ เว้นแต่กรณีตามมาตรา 34 ผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งอยู่หนึ่งตำแหน่งแล้ว จะรักษาราชการ แทนในตำแหน่งดังกล่าวอีกตำแหน่งหนึ่งก็ได้ แต่ต้องไม่เกินหกเดือน
มาตรา 39 วิธีการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายก สภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ อธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ หัวหน้าภาควิชา และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือภาควิชา ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา 40 การพ้นจากตำแหน่งของอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี รองคณบดี ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ หัวหน้า ภาควิชา รองหัวหน้าภาควิชา หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการ ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือภาควิชา นอกจากที่ได้บัญญัติ ไว้แล้ว ให้นำมาตรา 15 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวด 3
ตำแหน่งทางวิชาการ
______

มาตรา 41 คณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยมีตำแหน่งทางวิชาการ ดังนี้ (1) ศาสตราจารย์ (2) รองศาสตราจารย์ (3) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (4) อาจารย์ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการแต่งตั้ง และการเข้าดำรงตำแหน่ง คณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย
มาตรา 42 สภามหาวิทยาลัยอาจพิจารณาดำเนินการเพื่อทรง พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งผู้ซึ่งมีความสามารถและชำนาญพิเศษและ มิได้เป็นคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยเป็นศาสตราจารย์พิเศษใน สาขาวิชาที่ผู้นั้นมีความสามารถและชำนาญพิเศษได้ หลักเกณฑ์ในการเสนอเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง เป็นศาสตราจารย์พิเศษ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา 43 ศาสตราจารย์ซึ่งมีความรู้ ความสามารถ และความ ชำนาญเป็นพิเศษ และพ้นจากตำแหน่งไปโดยไม่มีความผิด สภามหาวิทยาลัย อาจแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณในสาขาวิชาที่ศาสตราจารย์ ผู้นั้นมีความเชี่ยวชาญเพื่อเป็นเกียรติยศก็ได้ คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณ ให้กำหนดเป็นข้อบังคับของมหาวิทยาลัย มาตรา 44 อธิการบดีอาจแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติที่เหมาะสมและ มิได้เป็นคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยเป็นรองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และอาจารย์พิเศษได้ตามคำแนะนำของคณบดี ผู้อำนวยการ หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า คณะ หลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งรองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิเศษ และอาจารย์พิเศษตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของ มหาวิทยาลัย

หมวด 4
ปริญญา วุฒิบัตร และเครื่องหมายวิทยฐานะ
______

มาตรา 45 ปริญญามีสามระดับ คือ

เอก เรียกว่า ดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ด. โท เรียกว่า มหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ม. ตรี เรียกว่า บัณฑิต ใช้อักษรย่อ บ.
มาตรา 46 มหาวิทยาลัยมีอำนาจให้ปริญญาในสาขาวิชาที่มี การสอนในมหาวิทยาลัย การกำหนดระดับปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา มาตรา 47 สภามหาวิทยาลัยอาจออกข้อบังคับของมหาวิทยาลัย กำหนดให้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตได้รับปริญญาเกียรตินิยมได้ มาตรา 48 สภามหาวิทยาลัยอาจกำหนดให้มีวุฒิบัตร หรือ เข็มเครื่องหมายของมหาวิทยาลัยได้โดยออกเป็นข้อบังคับของมหาวิทยาลัย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 49 มหาวิทยาลัยมีอำนาจให้ปริญญากิตติมศักดิ์แก่ผู้ซึ่งสภา มหาวิทยาลัยเห็นว่าทรงคุณวุฒิสมควรแก่ปริญญานั้น ประเภทและระดับของปริญญา วิธีการพิจารณา และการให้ปริญญา กิตติมศักดิ์ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา 50 มหาวิทยาลัยอาจกำหนดให้มีครุยประจำตำแหน่งกรรมการ สภามหาวิทยาลัย และครุยประจำตำแหน่งคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย และ อาจกำหนดให้มีครุยวิทยฐานะและเข็มวิทยฐานะเป็นเครื่องหมายแสดง วิทยฐานะของผู้ได้รับปริญญาและวุฒิบัตรได้ การกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และส่วนประกอบของครุยประจำ ตำแหน่ง ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา โอกาสและเงื่อนไขในการใช้ครุยประจำตำแหน่ง ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา 51 การกำหนดให้มีเครื่องแบบ เครื่องหมาย และเครื่อง แต่งกายของนักศึกษา ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย โดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา

หมวด 5
บทกำหนดโทษ
______

มาตรา 52 ผู้ใดใช้ครุยประจำตำแหน่ง ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ เข็มเครื่องหมาย เครื่องแบบ เครื่องหมาย หรือเครื่องแต่งกายนักศึกษาของ มหาวิทยาลัยโดยที่ตนไม่มีสิทธิที่จะใช้ หรือแสดงด้วยประการใด ๆ ว่าตนมีปริญญา หรือวุฒิบัตรของมหาวิทยาลัยโดยที่ตนไม่มี ถ้าได้กระทำเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่า ตนมีสิทธิที่จะใช้หรือมีวิทยฐานะเช่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

บทเฉพาะกาล
______

มาตรา 53 ให้ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยอยู่ใน วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีสถานภาพดังต่อไปนี้ (1) อธิการบดีและคณบดีดำรงตำแหน่งต่อไปให้ครบวาระการดำรง ตำแหน่งตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2512 (2) รองอธิการบดีและรองคณบดีดำรงตำแหน่งต่อไปชั่วระยะเวลา ที่อธิการบดีหรือคณบดียังดำรงตำแหน่งอยู่ตาม(1) (3) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่ามีการแต่งตั้ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตามพระราชบัญญัตินี้ (4) ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก และหัวหน้าภาควิชาหรือ หัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา ซึ่งดำรง ตำแหน่งไม่ครบสี่ปี ดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบสี่ปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง (5) ผู้อำนวยการสถาบันและหัวหน้าภาควิชาหรือหัวหน้าส่วนราชการ ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา ซึ่งดำรงตำแหน่งครบสี่ปีแล้ว ดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการสถาบันและหัวหน้า ภาควิชา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา แล้วแต่กรณีตามพระราชบัญญัตินี้ (6) ผู้อำนวยการสถาบันซึ่งขาดคุณสมบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ดำรง ตำแหน่งต่อไปจนครบสองปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง (7) ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และ อาจารย์ เป็นศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และ อาจารย์ต่อไปตามพระราชบัญญัตินี้ (8) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ศาสตราจารย์พิเศษ และอาจารย์ พิเศษเป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณ ศาสตราจารย์พิเศษ และอาจารย์พิเศษต่อไป ตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 54 ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี คณบดี รองคณบดี ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ และหัวหน้าภาควิชาผู้ใดดำรง ตำแหน่งดังกล่าวเกินกว่าหนึ่งตำแหน่งในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้นั้นเลือกดำรงตำแหน่งได้เพียงตำแหน่งเดียว ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา 55 การแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 53 (4) และ ผู้ดำรงตำแหน่งที่ว่างเนื่องจากมาตรา 54 ให้กระทำให้เสร็จสิ้นภายใน เก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา 56 ให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการ สภามหาวิทยาลัยอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คงทำหน้าที่นายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยต่อไป จนกว่าจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและ กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ และมีการเลือกตั้งกรรมการสภา มหาวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา 57 ให้คณะกรรมการประจำคณะที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนครบวาระการดำรงตำแหน่ง และให้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการประเภทคณาจารย์ประจำตามมาตรา 29 (4) ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา 58 ให้คณะกรรมการประจำสถาบันที่มีอยู่ในวันที่พระราช บัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าสภามหาวิทยาลัย จะได้ออกข้อบังคับของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการดำเนินงานในสถาบัน ซึ่ง ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา 59 การนับวาระการดำรงตำแหน่งของอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ และหัวหน้าภาควิชา ให้นับวันที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ตามพระราชบัญญัตินี้เป็นวาระแรก
มาตรา 60 ในระหว่างที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกา ประกาศทบวง มหาวิทยาลัย ระเบียบ หรือข้อบังคับของมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ ออกใช้บังคับ ให้นำพระราชกฤษฎีกา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศ ทบวงมหาวิทยาลัย ระเบียบ หรือข้อบังคับของมหาวิทยาลัย แล้วแต่กรณีที่ ใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาใช้บังคับ โดยอนุโลม

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พิชัย รัตตกุล
รองนายกรัฐมนตรี

___________________________
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2512 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลา เกินสิบปีแล้ว และในขณะนี้การบริหารงานของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันได้ เปลี่ยนแปลงไปมาก สมควรปรับปรุงโครงสร้างและระบบการบริหาร มหาวิทยาลัยเพื่อให้การบริหารการศึกษามีความคล่องตัวและเหมาะสมกับ สภาพการณ์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

___________________________
พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 บทเฉพาะกาล

มาตรา 5 บทบัญญัติแห่งมาตรา 11 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2530 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ไม่ใช้ บังคับแก่บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่มหาวิทยาลัยได้มาโดยมีผู้อุทิศให้หรือได้มาโดย การซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้ของมหาวิทยาลัยก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับ

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้ คือ โดยที่เป็นการ สมควรกำหนดให้มหาวิทยาลัยสามารถนำรายได้ของมหาวิทยาลัยไปใช้ในกิจการ ของมหาวิทยาลัยได้โดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน และให้มหาวิทยาลัยมี กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมีผู้อุทิศให้หรือได้มาโดยการซื้อหรือ แลกเปลี่ยนจากรายได้ของมหาวิทยาลัยโดยไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ เพื่อความ คล่องตัวในการบริหารกิจการของมหาวิทยาลัยและการจัดหาประโยชน์ใน อสังหาริมทรัพย์ของมหาวิทยาลัยหรือที่มหาวิทยาลัยปกครอง ดูแล หรือใช้ ประโยชน์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

*[รก.2541/6ก/15/17 กุมภาพันธ์ 2541]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com