Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ ราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2485

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ 4 สิงหาคม พุทธศักราช 2480
และวันที่ 16 ธันวาคม พุทธศักราช 2484)
อาทิตย์ทิพอาภา
พล อ.พิชเยนทรโยธิน
ปรีดี พนมยงค์
ตราไว้ ณ วันที่ 31 มีนาคม พุทธศักราช 2485
เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วย ราชบัณฑิตยสถาน จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า "พระราชบัญญัติราชบัณฑิตย สถาน พุทธศักราช 2485" มาตรา 2* ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2485/22/789/1 เมษายน 2485] มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2476 มาตรา 4 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมวด 1
ฐานะและหน้าที่
_____

มาตรา 5 ให้ราชบัณฑิตยสถาน เป็นทบวงการเมือง อยู่ในบังคับบัญชา ของนายกรัฐมนตรี มาตรา 6 ให้ราชบัณฑิตยสถาน มีหน้าที่ (1) ค้นคว้าและบำรุงสรรพวิชาให้เป็นคุณประโยชน์แก่ชาติและ ประชาชน (2) ติดต่อและแลกเปลี่ยนความรู้กับองค์การปราชญ์อื่น ๆ (3) ให้ความเห็น คำปรึกษา และปฏิบัติการเกี่ยวกับวิชาตามความ ประสงค์ของรัฐบาล
มาตรา 7 ให้แบ่งงานของราชบัณฑิตยสถาน เป็น 3 สำนัก คือ (1) สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง (2) สำนักวิทยาศาสตร์ (3) สำนักศิลปกรรม มาตรา 8 ให้แบ่งวิชาของสำนักธรรมศาสตร์และการเมืองเป็น 3 ประเภท คือ (1) ปรัชญา (2) สังคมศาสตร์ (3) ประวัติศาสตร์ มาตรา 9 ให้แบ่งวิชาของสำนักวิทยาศาสตร์เป็น 3 ประเภท คือ (1) วิทยาศาสตร์กายภาพ (2) วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (3) วิทยาศาสตร์ประยุกต์ มาตรา 10 ให้แบ่งวิชาของสำนักศิลปกรรมเป็น 3 ประเภท คือ (1) วรรณศิลป์ (2) สถาปัตยศิลป์ (3) วิจิตรศิลป์ มาตรา 11 การแบ่งวิชาแต่ละประเภทออกเป็นสาขาให้เป็นไปตาม ระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน

หมวด 2
สมาชิก
_____

มาตรา 12 ราชบัณฑิตยสถานมีสมาชิก 3 ประเภท คือ (1) ภาคีสมาชิก (2) ราชบัณฑิต (3) ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์

มาตรา 13* ภาคีสมาชิกได้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาใดสาขาหนึ่ง แห่งวิชา ซึ่งสมัครเข้าทำการร่วมกับราชบัณฑิตยสถาน โดยได้ยื่นความจำนง ตามระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน และเมื่อราชบัณฑิตยสถานได้รับสมัครแล้ว คุณวุฒิดังกล่าวในวรรคก่อน ได้แก่การแสดงความสามารถ ดังต่อไปนี้ (1) ได้คิดขึ้นใหม่หรือคิดแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นซึ่งแบบวิธีหรือหลักอันใด ซึ่งราชบัณฑิตยสถานเห็นว่าเป็นประโยชน์ถึงขนาด (2) ได้แต่งหนังสือซึ่งราชบัณฑิตยสถานเห็นว่าดีถึงขนาด และหนังสือนั้น ได้พิมพ์โฆษณาแล้ว ถ้าเป็นหนังสือซึ่งแปลจากภาษาอื่น ต้นฉบับต้องเป็นที่ยกย่อง กันว่าเป็นหนังสือชั้นเยี่ยม และคำแปลนั้นเป็นคำแปลที่ถูกต้อง (3) ได้แสดงฝีมือจนมีชื่อเสียงเกียรติคุณในศิลปะ หรือ (4) ได้เคยสอนวิชาเฉพาะในฐานะอาจารย์แห่งสำนักอุดมศึกษาซึ่ง รัฐบาลได้รับรองแล้ว *[มาตรา 13 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2487] มาตรา 14 ผู้สมัครเป็นภาคีสมาชิก จะสมัครได้แต่ในสำนักเดียว และเฉพาะวิชาเดียว
มาตรา 15 จำนวนภาคีสมาชิกซึ่งจะมีได้ในแต่ละสำนักให้กำหนดไว้ ในระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน มาตรา 16* การเลือกและการแต่งตั้งราชบัณฑิตในตำแหน่งใหม่ ให้ใช้วิธีการ ดังต่อไปนี้ (1) ให้นายกราชบัณฑิตยสถานเสนอความเห็นขออนุมัติให้มีการเลือก ราชบัณฑิตต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อนายกรัฐมนตรีอนุมัติแล้วให้ดำเนินการได้ (2) ก่อนการเลือกหกสิบวัน ให้เลขาธิการราชบัณฑิตยสถานแจ้งแก่ ภาคีสมาชิกและผู้ที่เคยเป็นภาคีสมาชิกในสาขาวิชานั้น ๆ ผู้ใดประสงค์จะ เข้ารับเลือก ให้ยื่นความจำนงต่อเลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน (3) ผู้ที่จะเข้ารับเลือกต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังนี้   (ก) มีสัญชาติไทย   (ข) มีอายุสามสิบห้าปีบริบูรณ์แล้ว   (ค) เป็นหรือเคยเป็นภาคีสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ตามความในมาตรา 6 จนได้รับความนิยมว่า เป็นผู้มีความรู้แตกฉานในสาขาวิชาที่ตนสมัครรับเลือกนั้น   (ง) ไม่เคยมีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง (4) เมื่อที่ประชุมราชบัณฑิตได้เลือกผู้ใดแล้ว ให้นายกราชบัณทิตยสถาน รายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงแต่งตั้ง เป็นราชบัณฑิต *[มาตรา 16 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2487] มาตรา 17* การเลือกและการแต่งตั้งราชบัณฑิตในตำแหน่งที่ว่าง ให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา 16 มาใช้บังคับโดยอนุโลม *[มาตรา 17 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2487]
มาตรา 18 ราชบัณฑิตกิติมศักดิ์ได้แก่ผู้ทรงเกียรติคุณในวิชาประเภทใด ประเภทหนึ่ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงแต่งตั้ง เป็นพิเศษ ตามคำแนะนำของราชบัณฑิตยสถาน มาตรา 19* สมาชิกราชบัณฑิตยสถาน จะพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุ (1) ตาย (2) ลาออก (3) ไร้ความสามารถ (4) ขาดจากสัญชาติไทย (5) ไม่สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถานตามความ ในมาตรา 6 และที่ประชุมราชบัณฑิตวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งโดยคะแนน เสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนราชบัณฑิตที่มาประชุม หรือ (6) มีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง และที่ประชุมราชบัณฑิต วินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งโดยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวน ราชบัณฑิตที่มาประชุม ในกรณีที่ราชบัณฑิตพ้นจากตำแหน่ง ให้นายกราชบัณฑิตยสถานรายงาน ต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูลให้ทรงทราบ *[มาตรา 19 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2487]

หมวด 3
กิจการ
_____

มาตรา 20 เมื่อทรงแต่งตั้งราชบัณฑิตแล้ว (1) ให้ราชบัณฑิตแต่ละสำนักประชุมกัน เลือกตั้งราชบัณฑิตในสำนัก ของตนเป็นประธานและเลขานุการสำหรับสำนัก
(2) ให้ราชบัณฑิตทุกสำนักรวมประชุมกันเลือกตั้งราชบัณฑิตเป็นนายก อุปนายก และเลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน เพื่อปฏิบัติงานทั่วไปตามระเบียบการ ของราชบัณฑิตยสถาน มาตรา 21 นายก อุปนายก เลขาธิการราชบัณฑิตยสถานกับทั้ง ประธานและเลขานุการสำนักซึ่งได้เลือกตั้งขึ้นตามความในมาตรา 20 นั้น ให้ดำรงตำแหน่งสองปี เมื่อครบกำหนดแล้วให้มีการเลือกตั้งใหม่ และจะ เลือกตั้งผู้ที่รับตำแหน่งมาแล้วอีกก็ได้ มาตรา 22 ให้มีการประชุมของสำนักตามระเบียบการของ ราชบัณฑิตยสถาน เพื่อปรึกษาการงานของสำนักและแถลงเรื่องที่ค้นคว้าได้ ทั้งเพื่อวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับความรู้บรรดาที่ภาคีสมาชิกและราชบัณฑิตส่ง มายังสำนักตามความในมาตรา 28 มาตรา 23 ให้มีการประชุมราชบัณฑิตทุกสำนักร่วมกันอย่างน้อย ปีละสองครั้ง เพื่อปรึกษาการงานของราชบัณฑิตยสถาน และพิจารณาเรื่องที่ สำนักต่าง ๆ นำเสนอ รวมตลอดทั้งวางระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน มาตรา 24 ในการประชุมและการปรึกษาของราชบัณฑิตยสถาน ให้นำข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎรมาใช้โดย อนุโลม มาตรา 25 ในการประชุมของสำนักตามมาตรา 22 ภาคีสมาชิก สำนักนั้น ๆ มีสิทธิเข้าร่วมประชุมและแสดงความเห็น ไต่ถาม หรืออภิปราย แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
มาตรา 26 ในการประชุมราชบัณฑิตตามมาตรา 23 ภาคีสมาชิก ทุกสำนักมีสิทธิเข้าฟังการประชุม แต่ไม่มีสิทธิแสดงความเห็น ไต่ถาม หรือ อภิปรายอย่างหนึ่งอย่างใด
มาตรา 27 บุคคลภายนอกจะเข้าฟังการประชุมและการปรึกษา ของราชบัณฑิตยสถานได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตและได้ปฏิบัติตามระเบียบการ ของราชบัณฑิตยสถาน มาตรา 28 ภาคีสมาชิกและราชบัณฑิตมีหน้าที่เสนอเรื่องเกี่ยวกับ วิชาที่ตนค้นคว้าได้ต่อสำนักของตนตามระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน มาตรา 29 ข้อความที่พิจารณากันในที่ประชุม ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ วิชาให้ราชบัณฑิตยสถานนำออกโฆษณาเท่าที่จะทำได้

หมวด 4
เอกสิทธิของสมาชิก
_____

มาตรา 30 ให้สมาชิกมีเอกสิทธิประดับเครื่องหมายตามระเบียบ การของราชบัณฑิตยสถาน มาตรา 31 ให้ภาคีสมาชิกมีเอกสิทธิรับเงินอุปการะตามระเบียบ การของราชบัณฑิตยสถาน
มาตรา 32 ให้ราชบัณฑิตยสถานมีเอกสิทธิดังต่อไปนี้ (1) รับเงินอุปการะตามระเบียบการของราชบัณฑิตยสถาน (2) ได้ความยกย่องในงานพิธีหรือสโมสรสันนิบาตทางราชการ เสมอด้วยข้าราชการชั้นพิเศษ (3) รับอุปการะจากราชบัณฑิตยสถานตามสมควร ในกรณีที่พ้นจาก ตำแหน่งและอยู่ในพฤติการณ์ที่ควรอนุเคราะห์

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี

________________________
พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2487

*[รก.2487/79/1215/31 ธันวาคม 2487]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com