Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2517

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2517
เป็นปีที่ 29 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการฌาปนกิจสงเคราะห์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติการฌาปนกิจ สงเคราะห์ พ.ศ. 2517"

มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2517/109/25พ/26 มิถุนายน 2517]

มาตรา 3 ให้ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 287 ลงวัน ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2515

หมวด 1
บททั่วไป
_____

มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ "การฌาปนกิจสงเคราะห์" หมายความว่า กิจการที่บุคคลหลายคน ตกลงเข้ากัน เพื่อทำการสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือจัดการ ศพและสงเคราะห์ครอบครัวของบุคคลหนึ่งบุคคลใดที่ตกลง เข้ากันนั้นซึ่งถึงแก่ ความตาย และมิได้ประสงค์จะหากำไรเพื่อแบ่งปันกัน "สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์" หมายความว่า สมาคมที่จัดตั้งขึ้นเพื่อ ดำเนินกิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์

"เงินค่าสมัคร" หมายความว่า เงินค่าสมัครเข้าเป็นสมาชิกของ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ "เงินสงเคราะห์" หมายความว่า เงินที่สมาชิกร่วมกันออกช่วยเหลือ เป็นค่าจัดการศพหรือค่าจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกซึ่งถึงแก่ ความตาย รวมทั้งเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ "นายทะเบียน" หมายความว่า นายทะเบียนกลางสมาคมฌาป นกิจ สงเคราะห์ หรือนายทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ประจำท้องที่ แล้วแต่กรณี "อธิบดี" หมายความว่า อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ "ปลัดกระทรวง" หมายความว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทย

มาตรา 5 ห้ามมิให้บุคคลใดนอกจากสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์และ การฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว ใช้คำแสดงชื่อในธุรกิจว่า "ฌาปนกิจ สงเคราะห์" หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน

มาตรา 6 ให้อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์เป็นนายทะเบียนกลาง สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ และเป็นนายทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์

ประจำท้องที่กรุงเทพมหานคร ส่วนนายทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ประจำท้องที่อื่นให้รัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นตามความจำเป็น

มาตรา 7 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ ยกเว้นค่าธรรมเนียม และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระ ทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด 2
การจัดตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์
________

มาตรา 8 สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์จะมีขึ้นได้โดยอาศัยอำนาจ ตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้เท่านั้น สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์จะมีวัตถุที่ประสงค์นอกจากการฌาปนกิจ สงเคราะห์ด้วยมิได้

มาตรา 9 สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ต้องมีข้อบังคับและต้อง จดทะเบียนเมื่อได้จดทะเบียนแล้ว สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์มีฐานะเป็น นิติบุคคล

มาตรา 10 การตั้งสาขาสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์จะกระทำมิได้

มาตรา 11 การขอจดทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้น ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์จำนวนไม่น้อยกว่าเจ็ดคนยื่นคำขอ ต่อนายทะเบียนประจำท้องที่ที่จะตั้งสำนักงานสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ หรือ นายทะเบียนกลางถ้าไม่มีนายทะเบียนประจำท้องที่ในท้องที่นั้น ตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง พร้อมด้วยข้อบังคั บของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ อย่างน้อยสามฉบับ

มาตรา 12 ในการขอจดทะเบียนนั้น ถ้าได้ปฏิบัติถูกต้องครบถ้วน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 11 มีข้อบังคับถูกต้องตามมาตรา 14 และข้อบังคับนั้น ไม่ขัดต่อกฎหมายและวัตถุที่ประสงค์ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ กับทั้งผู้เริ่ม ก่อการจัดตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ทุกคนเป็นผู้มีหลักฐานสมควรแก่วัตถุที่ ประสงค์ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนได้ และ

ให้ออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้แก่ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้น ถ้านายทะเบียนเห็นว่า จะรับจดทะเบียนตามวรรคหนึ่งมิได้ ให้ นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน และแจ้งคำสั่งไม่รับจดทะเบียนพร้อมด้วย เหตุผลที่ไม่รับจดทะเบียนไปยังผู้ขอจดทะเบียนโดยมิชักช้า ผู้ขอจดทะเบียน มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อปลัดกระทรวงได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อนายทะเบียน ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง คำวินิจฉัยของปลัดกระทรวงให้เป็นที่สุด

มาตรา 13 ให้นายทะเบียนกลางสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ประกาศ การจดทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา 14 ข้อบังคับของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อย่างน้อยต้องมี ข้อความดังต่อไปนี้
(1) ชื่อ ซึ่งต้องมีคำว่า "สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์" กำกับไว้กับชื่อ นั้นด้วย
(2) วัตถุที่ประสงค์
(3) ที่ตั้งสำนักงาน
(4) วิธีรับสมาชิกและการขาดจากสมาชิกภาพ
(5) อัตราเงินค่าสมัครและอัตราเงินสงเคราะห์และวิธีการชำระ เงินนั้น
(6) ข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
(7) วิธีการจ่ายเงินค่าจัดการศพหรือค่าจัดการศพและสงเคราะห์ ครอบครัว
(8) ข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้จ่ายและการเก็บรักษาเงิน
(9) ข้อกำหนดเกี่ยวกับการประชุมใหญ่
(10) ข้อกำหนดเกี่ยวกับจำนวนกรรมการ การพ้นจากตำแหน่งของ กรรมการ และการประชุมของคณะกรรมการ

มาตรา 15 การแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับของสมาคมฌาปนกิจ สงเคราะห์ จะกระทำได้ก็แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่และต้องนำไปจดทะเบียน ภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติ นายทะเบ ียนมีอำนาจไม่รับจดทะเบียนการแก้ไข หรือเพิ่มเติมข้อบังคับ ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ได้ ในเมื่อเห็นว่าการแก้ไขหรือเพิ่มเติมนั้น ขัดต่อวัตถุที่ประสงค์ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หรือขัดต่อกฎหมาย

การแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์จะ ยังไม่มีผลใช้บังคับจนกว่านายทะเบียนจะได้รับจดทะเบียนแล้ว ในกรณีที่นายทะเบียนไม่รับจดทะเบียนการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ให้นำมาตรา 12 วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา 16 สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ต้องจัดให้มีป้ายชื่อเป็น ภาษาไทยอ่านได้ชัดเจนติดไว้ที่หน้าสำนักงาน และต้องติดใบสำคัญแสดงการ จดทะเบียนไว้ที่สำนักงานในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย

มาตรา 17 ในกรณีที่ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้นายทะเบียนออกใบแทนใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ให้เมื่อสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ร้องขอ

หมวด 3
การดำเนินกิจการสมาคมฌาปนกิ จสงเคราะห์
_________

มาตรา 18 ให้สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์มีคณะกรรมการเป็น ผู้ดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์และเป็นผู้แทนของสมาคมฌาปน

สงเคราะห์ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้คณะกรรมการจะมอบหมาย ให้กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนทำการแทนก็ได้

มาตรา 19 การตั้งกรรมการและการเปลี่ยนตัวกรรมการให้ทำได้ โดยมติของที่ประชุมใหญ่ และต้องนำไปจดทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ ที่ประชุมใหญ่ลงมติ

มาตรา 20 ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ นัดสมาชิกมาประชุมกันเป็นการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกภายในเก้าสิบวัน นับแต่ วันที่จดทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เพื่อตั้งคณะกรรมการและมอบหมาย การทั้งปวงให้แก่คณะกรรมการ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการประชุมใหญ่สามัญ ครั้งแรก ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์มีอำนาจหน้าที่และ ความรับผิดเช่นเดียวกับคณะกรรมการ การประชุมใหญ่สามัญครั้งต่อไป ให้คณะกรรมการเรียกประชุมป ีละ หนึ่งครั้ง แต่ทั้งนี้จะกำหนดไว้ในข้อบังคับให้เรียกประชุมมากกว่านั้นก็ได้

มาตรา 21 คณะกรรมการจะเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อใดก็สุดแต่ จะเห็นสมควร สมาชิกมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด หรือ ไม่น้อยกว่าห้าสิบคน จะทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้เรียกประชุมใหญ่ วิสามัญเพื่อการหนึ่งการใดเมื่อใดก็ได้ ในกรณีที่สมาชิกเป็นผู้ร้องขอให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ ให้คณะกรรมการ เรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ ถ้าคณะกรรมการ ไม่เรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้นายทะเบียนมีอำนาจเรียก ประชุมใหญ่วิสามัญได้

มาตรา 22 การประชุมใหญ่ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่ง จำนวนของสมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่าห้าสิบคน จึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าในการประชุมนัดแรกสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม หากการประชุมนั้น ได้นัดโดยสมาชิกร้องขอ ให้เลิกประชุม ถ้าการประชุมนั้นมิใช่โดยสมาชิกร้องขอ ให้นัดประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งภายในสิบสี่วัน การประชุมครั้งหลังนี้ ไม่บังคับว่า จำต้องครบองค์ประชุม

มาตร า 23 ในการประชุมใหญ่ สมาชิกคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการ ลงคะแนน การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่ง เป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา 24 สมาชิกจะมอบฉันทะให้ผู้อื่นมาประชุมใหญ่และออกเสียง แทนตนก็ได้ แต่การมอบฉันทะเช่นนี้ต้องทำเป็นหนังสือ

มาตรา 25 นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่อาจเข้าร่วมการ ประชุมใหญ่ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ และอาจชี้แจงแสดงข้อคิดเห็นแก่ ที่ประชุมใหญ่ได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

มาตรา 26 ห้ามมิให้สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เรียกเก็บเงินอื่นใด จากสมาชิกนอกเหนือจากเงินค่าสมัคร เงินค่าบำรุงและเงินสงเคราะห์ เงินค่าสมัครให้เรียกเก็บจากผู้ซึ่งสมัครเข้าเป็นสมาชิกในครั้งแรก เพียงครั้งเดียวตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ และต้องไม่เกินคนละห้าสิบบาท เงินค่าบำรุงให้เรียกเก็บจากสมาชิกเป็นรายเดือนหรือรายปีตามอัตรา ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ และต้องไม่เกินคนละยี่สิบสี่บาทต่อปี

เงินสงเคราะห์ให้เรียกเก็บได้ตามจำนวนสมาชิกที่ตาย ตามอัตราที่ กำหนดไว้ในข้อบังคับ และต้องไม่เกินรายละยี่สิบบาท สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อาจเรียกเก็บเงินสงเคราะห์ไว้ล่วงหน้า เพื่อสำรองจ่ายเป็นค่าจัดการศพได้ แต่ต้องไม่เกินอัตราที่ที่ประชุมใหญ่กำหนด ในกรณีที่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เลิก หรือสมาชิกผู้ใดพ้นจาก สมาชิกภาพ ให้สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์คืนเงินสงเคราะห์ที่เรียกเก็บไว้ ล่วงหน้าให้แก่สมาชิกเท่าที่สมาชิกผู้นั้นยังไม่ตกอยู่ในความผูกพันที่จะต้องจ่าย เงินสงเคราะห์ตามที่ได้จ่ายล่วงหน้าไว้ให้แล้ว

มาตรา 27 สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อาจหักเงินจำนวนหนึ่งไว้จาก เงินสงเคราะห์ได้ตามสมควร เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการของสมาคม ฌาปนกิจสงเคราะห์ตามอัตราที่ที่ประชุมใหญ่กำหนด และต้องไม่เกินอัตราที่กำหนด ไว้ในกฎกระทรวง กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการของสมาคม ฌาปนกิจสงเคราะห์ตามวรรคหนึ่ง จะกำหนดให้แตกต่างกันตามฐานะของสมาคม ที่มีสมาชิกมากน้อยกว่ากันก็ได้

มาตรา 28 กรรมการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่มีสิทธิ ได้รับค่าจ้างหรือเงินหรือประโยชน์อย่างอื่นทำนองเดียวกันจากสมาคมฌาปนกิจ สงเคราะห์ กรรมการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อาจได้รับเบี้ยประชุม ค่าพาหนะ หรือเงิน หรือประโยชน์อย่างอื่นทำนองเดียวกัน จากสมาคมฌาปนกิจ สงเคราะห์ได้ หากสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ได้วางระเบียบไว้ให้จ่ายได้ ระเบียบของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ว่าด้วยการจ่ายเบี้ยประชุม ค่าพาหนะ หรือเงิน หรือประโยชน์อย่างอื่นทำนองเดียวกัน ให้แก่กรรมการของ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ต้องกระทำโดยมติของที่ประชุมใหญ่ และต้องส่ง สำเนาที่มีคำรับรองว่าถูกต้องต่อนายทะเบียน

มาตรา 29 ห้ามมิให้ผู้ใดชักชวน ชี้ช่อง หรือจัดการโดยวิธีใด ๆ ที่คล้ายคลึงกัน ให้ผู้ใดเข้าเป็นสมาชิกในสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งยังมิได้ จดทะเบียนโดยถูกต้องตามกฎหมาย

มาตรา 30 ห้ามมิให้ผู้ใดชักชวน ชี้ช่อง หรือจัดการให้บุคคลเข้า เป็นสมาชิกในสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ โดยได้รับประโยชน์ตอบแทนเป็นเงิน หรือทรัพย์สินอื่นไม่ว่าจะเป็นสินจ้างหรือค่าใช้จ่ายอื่นจากการชักชวน ช ี้ช่อง หรือ จัดการนั้น

มาตรา 31 ในการติดต่อกับสมาชิก พนักงานเจ้าหน้าที่และบุคคล ภายนอกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ต้องเปิดทำการตามวัน และเวลาที่กำหนดไว้ ในข้อบังคับซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสามวันต่อหนึ่งสัปดาห์ และวันหนึ่งต้องไม่น้อยกว่า หกชั่วโมง ให้สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ประกาศวันและเวลาเปิดทำการไว้ที่ สำนักงาน

มาตรา 32 สมาชิกมีสิทธิขอตรวจสอบบัญชีและเอกสารของสมาคม ฌาปนกิจสงเคราะห์ เพื่อทราบการดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ที่สำนักงานของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ได้ในเวลาเปิดทำการ

หมวด 4
การควบคุมสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์

_________

มาตรา 33 สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ต้องจัดให้มีทะเบียนสมาชิก ตามแบบที่นายทะเบียนกลางกำหนด และให้เก็บรักษาทะเบียนดังกล่าวไว้ที่ สำนักงาน พร้อมทั้งหลักฐานและเอกสารที่ใช้ประกอบการลงทะเบียน

สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ต้องส่งสำเนาทะเบียนสมาชิกที่มีอยู่ในวัน ที่ ครบเก้าสิบวัน นับแต่วันที่จดทะเบียนให้แก่นายทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วัน ดังกล่าว และเมื่อสิ้นเดือนมิถุนายนและเดือนธันวาคมของทุกปี สมาคมฌาปนกิจ สงเคราะห์ต้องส่งสำเนาทะเบียนสมาชิกตามที่เป็นอยู่ในวันสิ้นเดือนนั้น ต่อนายทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันสิ้นเดือนนั้น

มาตรา 34 สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ต้องจัดให้มีบัญชีแสดงฐานะ การเงินตามแบบที่นายทะเบียนกลางกำหนด และต้องเก็บรักษาเอกสารประกอบ บัญชีแสดงให้เห็นความถูกต้องแห่งบัญชีนั้นไว้ด้วย

มาตรา 35 เมื่อสิ้นปีปฏิทินทุกปี สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ต้องทำ บัญชีงบดุลตามแบบที่นายทะเบียนกลางกำหนดเสนอต่อที่ประชุมใหญ่เพื่ออนุมัติ ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปี สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ต้องส่งสำเนางบดุลตามวรรคหนึ่งที่มี คำรับรองว่าถูกต้องต่อนายทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่อนุมัติ และต้องแสดงไว้ที่สำนักงานเพื่อให้สมาชิกและผู้มีส่วนได้เสียตรวจดูได้ด้วย

มาตรา 36 หลักฐานเอกสารตามมาตรา 33 มาตรา 34 และ มาตรา 35 สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า สิบปี

มาตรา 37 ผู้มีส่วนได้เสียจะขอตรวจเอกสาร หรือคัดเอกสาร หรือขอให้คัดรายการและรับรองสำเนาเอกสารเกี่ยวกับสมาคมฌาปนกิจ สงเคราะห์จากนายทะเบียน ให้ยื่นคำขอตามแบบที่นายทะเบียนกลางกำหนด

มาตรา 38 เพื่อประโยชน์แก่การดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจ สงเคราะห์ให้เป็นไปด้วยดี เมื่อมีกรณีที่นายทะเบียนเห็นสมควรที่จะได้ฟังความ คิดเห็นและคำวินิจฉัยของสมาชิกในปัญหาหรือกิจการใด นายทะเบียนมีอำนาจ สั่งให้คณะกรรมการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อพิจารณาและวินิจฉัยปัญหาหรือกิจการนั้นได้ และให้นำมาตรา 21 วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา 39 การประชุมใหญ่ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ถ้าได้ นัดเรียกหรือได้ประชุมกัน หรือได้ลงมติฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือข้อบังคับของ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เมื่อสมาชิกคนหนึ่งคนใดหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ร้องขอ นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่ที่เกิดขึ้นใน

การประชุมที่ได้เรียก หรือได้ประชุมกัน หรือที่ได้ลงมติฝ่าฝืนต่อกฎหมายห รือ ข้อบังคับของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้นเสียได้ การร้องขอให้เพิกถอน มติของที่ประชุมใหญ่นั้น ถ้าสมาชิกเป็นผู้ร้องขอ ต้องร้องขอภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติ ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้เพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่ กรรมการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์คนหนึ่งคนใดมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้น ต่อปลัดกระทรวงได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง คำวินิจฉัยของปลัดกระทรวงให้เป็นที่สุด

มาตรา 40 ให้นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ตรวจสอบกิจการและฐานะการเงินของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เพื่อการนี้ ให้นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ
(1) เข้าไปในสำนักงานของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในเวลา ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก
(2) สั่งให้กรรมการ พนักงาน หรือลูกจ้างของสมาคมฌาปนกิจ สงเคราะห์ส่งหรือแสดงบัญชีและเอกสารของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์
(3) สอบถามบุคคลใน (2) หรือเรียกบุคคลดังกล ่าวมาเพื่อสอบถาม หรือแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์

มาตรา 41 ในการปฏิบัติหน้าที่ นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องแสดงบัตรประจำตัวตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง เมื่อผู้เกี่ยวข้องร้องขอ

หมวด 5
การฌาปนกิจสงเคราะห์ของส่วนราชการ
องค์การของรัฐและรัฐวิสาหกิจ
_________

มาตรา 42 ส่วนราชการ องค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจใด ที่ประสงค์จะดำเนินกิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์ ให้ปฏิบัติตามระเบียบที่ กำหนดในมาตรา 43

มาตรา 43 ให้กระทรวงมหาดไทยกำหนดระเบียบการขึ้นทะเบียน การดำเนินกิจการ การควบคุม และการเลิกกิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์ของ ส่วนราชการ องค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจขึ้นไว้ ระเบียบนี้เมื่อได้รับอนุมัติ จากคณะรัฐมนตรีแล้วให้ใช้บังคับได้ เมื่อการฌาปนกิจสงเคราะห์ของส่วนราชการ องค์การของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ ได้ขึ้นทะเบียนตามระเบียบที่ กระทรวงมหาดไทยกำหนดในวรรคหนึ่ง แล้ว ให้ถือว่าการฌาปนกิจสงเคราะห์ดังกล่าวเป็นงานอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ ของส่วนราชการ องค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจนั้น

หมวด 6
การเลิกฌาปนกิจสงเคราะห์
________

มาตรา 44 สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ย่อมเลิกด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด ดังต่อไปนี้ (1) ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิก (2) นายทะเบียนสั่งให้เลิกตามมาตรา 45 (3) ศาลสั่งให้เลิกตามมาตรา 47 เมื่อเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ให้นายทะเบียนกลางประกาศ การเลิกในราชกิจจานุเบกษา และให้นายทะเบียนประจำท้องที่ปิดประกาศที่ สำนักงานสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ด้วย

มาตรา 45 นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้เลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ได้ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) สมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดร่วมกันยื่น คำร้องขอต่อนายทะเบียนขอให้เลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์พร้อมด้วยเหตุผล ประกอบคำร้องขอ และนายทะเบียนได้สอบสวนหลักฐานตามเหตุผลประกอบ คำร้องขอ แล้วเป็นที่ปรากฏแน่ชัดว่าสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ สมควรจะต้องเลิก ดำเนินกิจการตามคำร้องขอนั้น
(2) บุคคลอื่นซึ่งมิได้เป็นกรรมการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ คนหนึ่งหรือหลายคนเข้ามากระทำการในฐานะกรรมการของสมาคมฌาปนกิจ สงเคราะห์นั้น และนายทะเบียนได้มีคำสั่งให้บุคคลดังกล่าวเลิกกระทำการ ในฐานะกรรมการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์แล้ว แต่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ของนายทะเบียน
(3) มีพฤติการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจ สงเคราะห์นั้น ไม่เป็นไปโดยสุจริต และนายทะเบียนได้สอบสวนพฤติการณ์ ดังกล่าวแล้วมีเหตุผลเป็นที่เชื่อถือได
้ (4) มีพฤติการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจ สงเคราะห์ไม่อาจจะดำเนินต่อไปได้ไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ เมื่อนายทะเบียนสั่งเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ใด ให้แจ้งคำสั่ง เป็นหนังสือพร้อมด้วยเหตุผลไปยังสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้นโดยมิชักช้า

มาตรา 46 กรรมการคนหนึ่งคนใดของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ที่นายทะเบียนสั่งเลิกตามมาตรา 45 มีสิทธิอุทธรณ์ต่อปลัดกระทรวงโดยทำ เป็นหนังสือยื่นต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง และให้ นายทะเบียนส่งคำอุทธรณ์ต่อไปยังปลัดกระทรวงโดยมิชักช้า คำวินิจฉัยของปลัดกระทรวงให้เป็นที่สุด

มาตรา 47 ในกรณีที่นายทะเบียนต้องดำเนินการตามมาตรา 45 แต่นายทะเบียนเพิกเฉยหรือไม่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นเมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอ ศาลอาจสั่งให้เลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เสียก็ได้

มาตรา 48 เมื่อสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ใดต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้มีการชำระบัญชีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้น และให้นำความในบรรพ 3 ลักษณะ 22 หมวด 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อันว่าด้วยการชำระบัญชี ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัดและบริษัทจำกัด มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา 49 เมื่อได้ชำระบัญชีแล้ว ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่จะแบ่งให้แก่ สมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ได้ ทรัพย์สินนั้นจะต้องโอนไปให้แก่นิติบุคคลอื่น ตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ หรือตามที่ที่ประชุมใหญ่ได้ มีม ติไว้หรือถ้ามิได้ระบุไว้ในข้อบังคับและที่ประชุมใหญ่มิได้มีมติไว้ ให้ทรัพย์สินนั้น ตกเป็นของรัฐ

หมวด 7
บทกำหนดโทษ
______

มาตรา 50 ผู้ใดดำเนินกิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์โดยมิได้ จดทะเบียนเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หรือขึ้นทะเบียนการฌาปนกิจสงเคราะห์ ตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 51 ผู้ใดเป็นสมาชิกของการฌาปนกิจสงเคราะห์โดยรู้ว่า การฌาปนกิจสงเคราะห์นั้นมิได้จดทะเบียนเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หรือ ขึ้นทะเบียนการฌาปนกิจสงเคราะห์ตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินห้าร้อยบาท

มาตรา 52 ผู้ใดใช้คำแสดงชื่อในธุรกิจว่า "ฌาปนกิจสงเคราะห์" หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกันอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 5 ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินสองพันบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งร้อยบาท จนกว่าจะได้เลิกใช้

มาตรา 53 สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง มาตรา 16 หรื อมาตรา 19 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

มาตรา 54 สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ใดฝ่าฝืนมาตรา 26 วรรคหนึ่ง หรือเรียกเก็บเงินจากผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือสมาชิกเกินกว่าที่กำหนด อันเป็น การฝ่าฝืนมาตรา 26 วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ หรือวรรคห้า ต้องระวาง โทษปรับไม่เกินสองพันบาท

มาตรา 55 สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ใดหักเงินไว้จากเงิน สงเคราะห์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เกินกว่าที่กำหนด อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 27 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินสองพันบาท

มาตรา 56 กรรมการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ผู้ใดรับเงินหรือ ทรัพย์สินหรือประโยชน์ใดจากสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์โดยไม่มีสิทธิที่จะรับได้ ตามมาตรา 28 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 57 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 29 หรือมาตรา 30 ถ้าการกระทำ อันเป็นการฝ่าฝืนนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน หกเดือน หรือปรับไม่เก ินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 58 สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 35 หรือมาตรา 36 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

มาตรา 59 ผู้ใดแบ่งหรือโอนทรัพย์สินที่เหลืออยู่เมื่อได้ชำระบัญชีแล้ว ให้แก่บุคคลใดอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 49 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 60 ในกรณีที่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์กระทำความผิดตาม พระราชบัญญัตินี้ กรรมการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ต้องระวางโทษเช่นเดียว กับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำ ความผิดของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้นด้วย

บทเฉพาะกาล
_______

มาตรา 61 ให้ส่วนราชการ องค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ที่ดำเนิน กิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังมิได้ จดทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ตามกฎหมา ยที่ถูกยกเลิกในมาตรา 3 ขึ้นทะเบียนการฌาปนกิจสงเคราะห์ต่อกรมประชาสงเคราะห์ตามระเบียบที่กำหนด ในมาตรา 43 ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ส่วนราชการ องค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียน สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ตามกฎหมายที่ถูกยกเลิกในมาตรา 3 ไว้แล้วก่อนวันที่

พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากประสงค์จะขอจดทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ตามพระราชบัญญัตินี้ต่อไป ให้กระทำได้และให้ถือว่าคำขอจดทะเบียนสมาคม ฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ยื่นไว้นั้นเป็นคำขอจดทะเบียนตามมาตรา 11

มาตรา 62 นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าสมาคมฌาปนกิจ สงเคราะห์ที่จดทะเบียนตามกฎหมายที่ถูกยกเลิกในมาตรา 3 เป็นสมาคมฌาปนกิจ สงเคราะห์ที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ และมีสิทธิหน้าที่และความรับผิดตาม พระราชบัญญัตินี้ทุกประการ

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
สัญญา ธรรมศักดิ์
นายกรัฐมนตรี

อัตราค่าธรรมเนียม
     (1) คำขอจดทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์       ฉบับละ  20 บาท
     (2) คำขอจดทะเบียนแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ
          ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์                        ฉบับละ   10 บาท
     (3) คำขอจดทะเบียนตั้งหรือเปลี่ยนตัวกรรมการ
          ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์                        ฉบับละ   10 บาท
     (4) คำขอตรวจหรือคัดเอกสารเกี่ยวกับสมาคม
          ฌาปนกิจสงเคราะห์                                        ฉบับละ   10 บาท
     (5) คำขอเกี่ยวกับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์
          อย่างอื่นนอกจาก (1) (2) (3) และ (4)              ฉบับละ    5 บาท
     (6) ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนสมาคม
          ฌาปนกิจสงเคราะห์                                       ฉบับละ 100 บาท
     (7) ใบแทนใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน
          สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์                            ฉบับละ   20 บาท
     (8) การรับรองสำเนาเอกสารเกี่ยวกับ
          สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์                            ฉบับละ    5 บาท
 
_______________________________ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก ปรากฏว่า ส่วนราชการ องค์การของรั ฐ และรัฐวิสาหกิจ ไม่สามารถดำเนิน กิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์ให้เป็นไปตามรูปของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 287 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2515 ได้ ประกอบกับบทบัญญัติบางข้อแห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวไม่เหมาะสม กับสถานการณ์ปัจจุบันและมีข้อขัดข้องในทางปฏิบัติด้วย สมควรปรับปรุงประกาศ ของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าว เพื่อให้ส่วนราชการ องค์การของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ สามารถดำเนินกิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์ได้โดยชอบด้วยกฎหมายและเพื่อให้ เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com