ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ ส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2521

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2521
เป็นปีที่ 33 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและประสานงาน เยาวชนแห่งชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดย คำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติส่งเสริมและ ประสานงานเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2521"

มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

[รก.2521/94/8พ/11 กันยายน 2521]

มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ "เยาวชน" หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุไม่เกินยี่สิบห้าปี "คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมและ ประสานงานเยาวชนแห่งชาติ "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง ให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 4 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการ ส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็น ประธานกรรมการ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรี มอบหมายเป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย อธิบดีศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมการกีฬาแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิ อีกไม่เกินแปดคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ และเลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ เป็นกรรมการและ เลขานุการ

มาตรา 5 คณะกรรมการมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) เสนอนโยบายและความเห็นเกี่ยวกับเยาวชนต่อคณะรัฐมนตรี
(2) พิจารณากำหนดแผนหลักเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชน ในด้านต่าง ๆ ทั้งส่วนของรัฐและเอกชน ให้สอดคล้องกับนโยบายเยาวชน แห่งชาติ
(3) พิจารณากำหนดแนวทางปฏิบัติตามนโยบายในการทำโครงการ หรือแผนงานเกี่ยวกับเยาวชน ตลอดจนการประสานงาน ติดตามและประเมิน ผลการปฏิบัติตามโครงการและแผนงานนั้น
(4) เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติ ราชการแผนงาน หรือโครงการของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่มีอำนาจ หน้าที่ในการปฏิบัติการตามกฎหมายเกี่ยวกับเยาวชน
(5) เสนอรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับเยาวชนของประเทศต่อ คณะรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
(6) พิจารณาเรื่องอื่นใดเกี่ยวกับเยาวชนตามที่คณะรัฐมนตรีขอให้ พิจารณา ในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการอาจมอบให้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติเป็น ผู้ปฏิบัติการหรือเตรียมข้อเสนอมายังคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาดำเนินการ ต่อไปก็ได้

มาตรา 6 กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่ง คราวละสองปีกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้

มาตรา 7 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา 6 กรรมการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) คณะรัฐมนตรีให้ออก
(4) เป็นบุคคลล้มละลาย
(5) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(6) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เมื่อกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้ง ผู้อื่นเป็นกรรมการแทนได้ กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งซ่อมหรือแต่งตั้งเพิ่มอยู่ในตำแหน่งเท่า วาระที่เหลืออยู่ของกรรมการอื่น

มาตรา 8 ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการ ไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้รองประธานกรรมการเป็นประธาน ในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการที่มาประชุมคนหนึ่งเป็น ประธานในที่ประชุม

มาตรา 9 การประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มี เสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุม ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา 10 คณะกรรมการจะตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้

มาตรา 11 ให้นำมาตรา 8 และมาตรา 9 มาใช้บังคับแก่การ ประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม

มาตรา 12 ให้มีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงาน เยาวชนแห่งชาติ มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) ปฏิบัติงานธุรการของคณะกรรมการ
(2) ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการหรือตามที่คณะกรรมการ มอบหมาย
(3) รวบรวม ศึกษา และวิจัยข้อมูลเกี่ยวกับเยาวชนเพื่อประโยชน์ ในการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชน ตลอดจนการป้องกันและแก้ไขปัญหา เกี่ยวกับเยาวชน
(4) จัดทำโครงการและแผนงานส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนในด้าน ร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา ตลอดจนการฝึกอบรมวิชาชีพแขนงต่าง ๆ
(5) จัดทำโครงการและแผนงานป้องกันและแก้ไขปัญหาเยาวชน ในด้านต่าง ๆ
(6) ริเริ่มและเร่งรัดให้มีการส่งเสริมกิจกรรมของเยาวชนที่จะ เป็นประโยชน์ในการกีฬา วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของ ประเทศ
(7) จัดให้มีการฝึกอบรมผู้ซึ่งจะทำงานด้านเยาวชน ตลอดจน ส่งเสริมและร่วมมือกับเอกชนในการฝึกอบรมบุคคลดังกล่าว
(8) ให้การสนับสนุนกิจการของเยาวชนตามโครงการที่เอกชน เสนอ
(9) ร่วมมือและประสานงานกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และ เอกชนในการดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับเยาวชน
(10) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน เผยแพร่ และ ประชาสัมพันธ์งานและกิจการเกี่ยวกับเยาวชน
(11) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามนโยบาย แผนงาน และโครงการเยาวชนแห่งชาติ และรายงานให้คณะกรรมการทราบ

มาตรา 13 ให้มีเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมและ ประสานงานเยาวชนแห่งชาติมีหน้าที่บังคับบัญชา ควบคุม และดูแลโดยทั่วไป ซึ่งราชการของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชน แห่งชาติ และให้มีรองเลขาธิการเป็นผู้ช่วยปฏิบัติราชการ

มาตรา 14 คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ อาจเชิญบุคคล ใด ๆ มาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย ความเห็นหรือคำแนะนำได้ และอาจ ขอความร่วมมือจากบุคคลใด ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงหรือเพื่อสำรวจ กิจการใด ๆ ที่อาจมีผลกระทบกระเทือนต่อเยาวชนได้

มาตรา 15 พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในเคหสถานหรือ สถานที่ใด ๆ ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เพื่อขอให้บุคคล ใด ๆ ให้ข้อมูล ชี้แจงข้อเท็จจริงหรือตอบข้อซักถามเกี่ยวกับเยาวชน ในการนี้บุคคลนั้นต้องให้ความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่โดยสมควร

มาตรา 16 ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ แสดงบัตรประจำตัวเมื่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องร้องขอ บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดใน กฎกระทรวง

มาตรา 17 ผู้ใดไม่ให้ข้อมูล ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือตอบข้อซักถาม เกี่ยวกับเยาวชนหรือให้ข้อมูล ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือตอบข้อซักถามดังกล่าว โดยรู้อยู่ว่าเป็นเท็จ หรือไม่ให้ความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการ ตามมาตรา 15 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

มาตรา 18 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และ ให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้ บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก เยาวชนของประเทศมีจำนวนถึงร้อยละหกสิบของประชากรทั้งหมด ดังนั้น เยาวชนจึงเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่รัฐควรให้ความสนใจและสนับสนุนเพื่อส่งเสริม และพัฒนาให้เยาวชนของชาติเป็นผู้มีความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และ สติปัญญาพร้อมที่จะเป็นพลังรับช่วงหน้าที่ในการสร้างสรรค์สังคมและพัฒนา ประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าสืบไป แต่โดยที่ปัจจุบันมีหน่วยงานของทาง ราชการและเอกชนเป็นจำนวนมากที่ต่างก็ดำเนินงานด้านเยาวชนในสาขา ต่าง ๆ ซึ่งถ้าได้มีการประสานงานกันเป็นอย่างดีแล้ว จะสามารถช่วยกัน ดำเนินงานในด้านนี้ไปสู่เป้าหมายที่มุ่งประสงค์ได้โดยรวดเร็วและมี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในการนี้สมควรมีองค์กรสำหรับทำหน้าที่วางแผน ประสานงาน กำกับดูแลและติดตามประเมินผลในการดำเนินงานส่งเสริม กิจการเยาวชนดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย