ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2518

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518
เป็นปีที่ 30 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดย คำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติสถาบัน เทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2518"

[แก้ไขโดยพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อวิทยาลัยเทคโนโลยีและ อาชีวศึกษาเป็นสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ.2532]

มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

[รก.2518/48/1พ/27 กุมภาพันธ์ 2518]

มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ "สถาบัน" หมายความว่า สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล "สภาสถาบัน" หมายความว่า สภาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้

หมวด 1
บททั่วไป
_____

มาตรา 5 ให้สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลเป็นสถาบันการศึกษาและ การวิจัย มีวัตถุประสงค์ที่จะผลิตครูอาชีวศึกษาระดับปริญญาตรี ให้การศึกษา ทางด้านวิชาชีพทั้งระดับต่ำกว่าปริญญา ระดับปริญญาตรี และประกาศนียบัตร ชั้นสูง ทำการวิจัยส่งเสริมการศึกษาทางด้านวิชาชีพ และให้บริการทางวิชาการ แก่สังคม ให้สถาบันเป็นนิติบุคคล มีฐานะเป็นกรมในกระทรวงศึกษาธิการ

มาตรา 6 สถาบันอาจแบ่งส่วนราชการดังนี้

(1) สำนักงานอธิการบดี
(2) คณะ และอาจให้มีสถาบันเพื่อการวิจัยและสำนักเพื่อส่งเสริมวิชาการและ ทดสอบเป็นส่วนราชการในสถาบันอีกได้

สำนักงานอธิการบดีอาจแบ่งส่วนราชการเป็นกองและแผนก คณะอาจแบ่งส่วนราชการเป็นสำนักงานเลขานุการและภาควิชา สถาบันเพื่อการวิจัยและสำนักเพื่อส่งเสริมวิชาการและทดสอบ อาจมีสำนักงานเลขานุการได้ สำนักงานเลขานุการอาจแบ่งส่วนราชการเป็นแผนก

มาตรา 7 การจัดให้มีและแบ่งส่วนราชการตามมาตรา 6 ให้ทำเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธิการโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา 8 ภายใต้วัตถุประสงค์ตามมาตรา 5 สถาบันจะรับสถาบัน การศึกษาวิชาชีพหรือสถาบันวิชาการชั้นสูงอื่นเข้าสมทบในสถาบันก็ได้ หรือ รับเข้ารวมในรูปของคณะก็ได้ และมีอำนาจให้ปริญญาตรี อนุปริญญา หรือ ประกาศนียบัตรชั้นใดชั้นหนึ่งแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาวิชาชีพ หรือสถาบันวิชาการชั้นสูงนั้น ๆ ได้ สถาบันมีอำนาจสั่งให้สถาบันการศึกษาวิชาชีพหรือสถาบันวิชาการ ชั้นสูงที่รับเข้าสมทบตามวรรคหนึ่ง พ้นจากการสมทบในสถาบันเมื่อใดก็ได้ การรับเข้าสมทบหรือการรับเข้ารวมหรือการเลิกสมทบตามวรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง ให้ทำเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธิการโดยประกาศในราชกิจจา นุเบกษา การควบคุมสถาบันการศึกษาวิชาชีพหรือสถาบันวิชาการชั้นสูงที่รับ เข้าสมทบในสถาบันนั้น ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่สภาสถาบันกำหนด

มาตรา 9 นอกจากเงินที่กำหนดไว้ในงบประมาณแผ่นดินสถาบัน อาจมีรายได้ดังนี้

(1) เงินผลประโยชน์และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของสถาบัน
(2) ทรัพย์สินซึ่งมีผู้ให้แก่สถาบัน

รายได้ของสถาบันไม่เป็นรายได้ที่จะต้องนำส่งกระทรวงการคลัง ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ แต่สถาบันต้องแสดงรายรับรายจ่าย โดยเปิดเผยตามระบบอันถูกต้องของการบัญชี

มาตรา 10 บรรดาทรัพย์สินของสถาบันจะต้องจัดการเพื่อประโยชน์ และตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน ทรัพย์สินซึ่งมีผู้ให้แก่สถาบัน จะต้องจัดการตามเงื่อนไขข้อบังคับและ วัตถุประสงค์ซึ่งผู้ให้กำหนดไว้

 | หน้าถัดไป »

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย