ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522
เป็นปีที่ 34 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ ประยุกต์แห่งประเทศไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติสถาบันวิจัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522"

มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2506 มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้

"สถาบัน" หมายความว่า สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งประเทศไทย

"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

"ผู้ว่าการ" หมายความว่า ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

"วิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" หมายความว่า ศึกษา หรือค้นคว้า ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งพัฒนาผลของการศึกษาหรือการค้นคว้า เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติอย่างเหมาะสมต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ

"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ การพลังงาน รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมวด 1
การจัดตั้ง วัตถุประสงค์ และอำนาจหน้าที่
_______

มาตรา 6 ให้จัดตั้งสถาบันขึ้นเรียกว่า "สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย" และให้สถาบันเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์ต่อไปนี้

(1) ริเริ่ม จัดดำเนินการวิจัย และให้บริการทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศในทางเศรษฐกิจและสังคม ให้แก่หน่วยงาน ของรัฐและวิสาหกิจเอกชน

(2) วิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การอนามัย และสวัสดิภาพของ ประชาชน

(3) สนับสนุนการเพิ่มผลผลิตตามนโยบายของรัฐบาล โดยเผยแพร่ผล ของการวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อให้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ ประเทศในทางเกษตรกรรม อุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม

(4) ฝึกอบรมนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

(5) ให้บริการในการทดสอบ ตรวจวัด และบริการอื่นทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

มาตรา 7 สถาบันมีอำนาจหน้าที่กระทำการต่าง ๆ ภายในขอบแห่งวัตถุ ประสงค์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 6 และอำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง

(1) ซื้อ สร้าง จัดหา โอน รับโอน เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ แลกเปลี่ยน ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครองหรือทรัพยสิทธิต่าง ๆ และจำหน่าย สังหาริมทรัพย์ หรืออสังหาริมทรัพย์ ทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้อุดหนุนหรืออุทิศให้ ในกรณีการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ ต้องได้รับความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรีก่อน

(2) รับค่าตอบแทนในการวิจัย และค่าบริการในการให้บริการภายใน อำนาจหน้าที่ของสถาบัน รวมทั้งทำความตกลงและกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับ ค่าตอบแทนและค่าบริการนั้น

(3) จัดตั้งหน่วยงาน ดำเนินงานและปรับปรุงหน่วยงานเกี่ยวกับการ วิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

(4) ร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือของเอกชนใน กิจการที่เกี่ยวกับการวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการนำผล ของการวิจัยไปใช้ให้เป็นประโยชน์

(5) จัดให้มีและดำรงไว้ซึ่งมาตรฐานแห่งชาติทางกายภาพ เพื่อ การตรวจวัดปริมาณและคุณภาพต่าง ๆ

(6) รวบรวมและเผยแพร่ข้อนิเทศทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

(7) จัดพิมพ์โฆษณาเอกสารทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจน กรรมวิธีในทางหรือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเอกสารอื่น ที่เกี่ยวกับงานของสถาบัน

(8) กู้ยืมเงิน ให้กู้ยืมเงิน โดยมีหลักประกันด้วยบุคคลหรือทรัพย์สิน หรือลงทุน ทั้งนี้ เพื่อการวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเท่านั้น การกู้ยืมเงิน การให้กู้ยืมเงิน หรือการลงทุน ถ้าเป็นจำนวนเงินเกิน คราวละห้าล้านบาท ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน

(9) ร่วมมือกับประเทศอื่น องค์การ หรือหน่วยงานต่างประเทศใน กิจการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

(10) จัดให้มีและให้ทุนการศึกษาและทุนการวิจัยวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี

มาตรา 8 รายได้ของสถาบันมีดังต่อไปนี้

(1) เงินทุนอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้
(2) เงินทุนอุดหนุนจากแหล่งอื่น และเงินที่มีผู้อุทิศให้
(3) ค่าตอบแทนและค่าบริการที่สถาบันได้รับตาม มาตรา 7 (2)
(4) ดอกเบี้ยและผลประโยชน์อย่างอื่นจากการให้กู้ยืมเงิน การลงทุน และจากทรัพย์สินของสถาบัน ในกรณีที่รายได้มีจำนวนไม่พอสำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ สถาบันและค่าภาระต่าง ๆ ที่เหมาะสม และสถาบันไม่สามารถหาเงินจาก ทางอื่นได้ รัฐพึงจ่ายเงินให้แก่สถาบันเท่าจำนวนที่จำเป็น

มาตรา 9 ให้สถาบันเปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคาร ตามระเบียบของ คณะกรรมการซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง

มาตรา 10 ทรัพย์สินของสถาบันไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

 | หน้าถัดไป »

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย