Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2522

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522
เป็นปีที่ 34 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยสำนักงานคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดย คำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติสำนักงาน คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2522" มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2522/40/51พ/23 มีนาคม 2522]

มาตรา 3* ในพระราชบัญญัตินี้ "คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ "กองทุน" หมายความว่า กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม "คณะกรรมการกองทุน" หมายความว่า คณะกรรมการกองทุน ส่งเสริมงานวัฒนธรรม รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ *[มาตรา 3 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535] มาตรา 4 ให้มีคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ประกอบด้วยรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นรองประธานกรรมการ ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อธิบดี กรมการศาสนา อธิบดีกรมศิลปากร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมและ ประสานงานเยาวชนแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินแปดคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นกรรมการ ให้เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นกรรมการและ เลขานุการ มาตรา 5 คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) เสนอแนะและให้ความเห็นเกี่ยวกับนโยบายวัฒนธรรมและการ ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยวัฒนธรรมแห่งชาติต่อคณะรัฐมนตรี (2) วางแผนและประสานงานด้านวัฒนธรรมระหว่างส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน (3) ส่งเสริมและอุดหนุนการดำเนินงานด้านวัฒนธรรมของหน่วยงาน ต่าง ๆ (4) ค้นคว้า วิจัย กำหนด และบำรุงรักษาวัฒนธรรมแห่งชาติ (5) กำกับ ควบคุม ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานด้าน วัฒนธรรม
(6) ติดต่อ และเผยแพร่งานด้านวัฒนธรรมกับต่างประเทศ (6 ทวิ)* กำหนดค่าตอบแทนคณะกรรมการกองทุนและคณะอนุกรรมการ ที่คณะกรรมการกองทุนแต่งตั้ง (6 ตรี)* แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม (7) พิจารณาเรื่องอื่นใดที่เกี่ยวกับงานด้านวัฒนธรรม ตามที่ได้รับ มอบหมายจากรัฐมนตรี ในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการอาจมอบให้สำนักงาน คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นผู้ปฏิบัติการหรือเตรียมข้อเสนอต่อ คณะกรรมการเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปได้ *[ความใน (6 ทวิ) และ (6 ตรี) ของมาตรา 5 เพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535] มาตรา 6 กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ สามปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้ มาตรา 7 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา 6 กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) เป็นบุคคลล้มละลาย (4) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (5) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิด ลหุโทษ (6) รัฐมนตรีให้ออก
ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ รัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่น เป็นกรรมการแทนได้ และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่ง เท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน ในกรณีที่รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่ง แต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ เพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว มาตรา 8 ในการประชุมของคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการ ไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานใน ที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็น ประธานในที่ประชุม การประชุมคณะกรรมการทุกคราว ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่ต่ำกว่า กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่ง ในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียง เพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา 9 ให้มีสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ มีหน้าที่ ดังนี้ (1) ปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการมอบหมาย (2) ศึกษาและวิจัยข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมเพื่อประโยชน์ในการ ส่งเสริมวัฒนธรรมตลอดจนการป้องกันและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมแห่งชาติ (3) จัดทำโครงการและแผนงานส่งเสริมและพัฒนาเกี่ยวกับวัฒนธรรม แห่งชาติ
(4) จัดทำโครงการและแผนงานป้องกันและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ วัฒนธรรมแห่งชาติ (5) ริเริ่มและเร่งรัดให้มีการส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมที่จะเป็น ประโยชน์ในการศึกษา เศรษฐกิจ การเมือง และสังคมระหว่างประเทศ (6) ฝึกอบรมผู้ซึ่งจะทำงานด้านวัฒนธรรม ตลอดจนร่วมมือกับเอกชน ในการฝึกอบรมบุคคลดังกล่าว (7) ร่วมมือและประสานงานกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ในการดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับวัฒนธรรม (8) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน เผยแพร่ และ ประชาสัมพันธ์งานและกิจกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรมแห่งชาติ (9) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามโครงการ แผนงาน และนโยบายเกี่ยวกับวัฒนธรรมแห่งชาติ และรายงานให้คณะกรรมการทราบ (10) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของสำนักงาน คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ มาตรา 10 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการ มีอำนาจ (1) เรียกให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการเสนอแผนงาน และโครงการส่งเสริมวัฒนธรรมตลอดจนรายละเอียดทางวิชาการและสถิติที่ จำเป็นแก่การพัฒนาวัฒนธรรมแห่งชาติ (2) เรียกให้หน่วยงานตาม (1) เสนอข้อเท็จจริงที่จำเป็น เพื่อ พิจารณาประเมินผลความสำเร็จ ความก้าวหน้า หรืออุปสรรคของโครงการ และแผนงานต่าง ๆ
มาตรา 11 ให้เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ มีหน้าที่ บังคับบัญชาควบคุมและดูแลโดยทั่วไปซึ่งราชการของสำนักงานคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ มาตรา 12 คณะกรรมการหรือสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรม แห่งชาติอาจเชิญบุคคลหนึ่งบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย ความเห็น หรือคำแนะนำได้ มาตรา 13 คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้ การประชุมของคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้นำมาตรา 8 มาใช้ บังคับโดยอนุโลม มาตรา 14* [ยกเลิกแล้วโดยโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535] มาตรา 14* ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นในสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรม แห่งชาติ เรียกว่า กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม โดยมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ (1) ส่งเสริมและสนับสนุน การวิจัย การพัฒนา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ การศึกษาและเผยแพร่งานศิลปะและวัฒนธรรมของบุคคล คณะบุคคล และ หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาคราชการและเอกชน (2) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างความร่วมมือขององค์กรและ สถาบันด้านศิลปวัฒนธรรม
(3) ส่งเสริมกิจกรรมการจัดการแสดง การจัดนิทรรศการทางศิลปะ และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรม ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ (4) ช่วยเหลือผู้มีผลงานทางด้านวัฒนธรรม และศิลปินในด้านสวัสดิการ และความเป็นอยู่ (5) สนับสนุนให้มีการจัดซื้อผลงานทางศิลปะที่เป็นผลงานของศิลปินไทย และเป็นสมบัติของชาติ (6) ส่งเสริมการเรียนการสอนด้านศิลปะและวัฒนธรรม และการสืบทอด งานศิลปะ ทั้งในและนอกระบบโรงเรียน (7) ส่งเสริมการวิจัย พัฒนา และการเรียนการสอนภาษาไทย (8) ส่งเสริมและสนับสนุนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทย กับต่างประเทศ ตลอดจนองค์กร สมาคม และมูลนิธิต่างประเทศ (9) ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้านศิลปะและวัฒนธรรม (10) ส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรสาธารณประโยชน์ที่เกี่ยวกับงานศิลปะ และวัฒนธรรม *[มาตรา 14 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535] มาตรา 15* กองทุนประกอบด้วย (1) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้ (2) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้จากงบประมาณแผ่นดินประจำปี (3) กองทุนศิลปินในสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (4) เงินอุดหนุนกิจการของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติที่สำนักงาน คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติรับโอนจากกองวัฒนธรรม กรมการศาสนา (5) เงินอุดหนุนจากต่างประเทศ รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ (6) เงินและทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้เพื่อสมทบกองทุน (7) ค่าธรรมเนียมการจัดการลิขสิทธิ์
(8) เงินและทรัพย์สินอื่นที่ตกเป็นของกองทุน (9) ดอกผลและรายได้ของกองทุน คณะกรรมการกองทุนอาจตั้งกองทุนเฉพาะเรื่องขึ้นในกองทุนส่งเสริม งานวัฒนธรรมตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินก็ได้ มาตรา 16 รายได้ของกองทุนให้นำเข้าสมทบกองทุนโดยไม่ต้อง ส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการ งบประมาณ มาตรา 17 เงินของกองทุนให้นำมาใช้จ่ายได้เฉพาะเงินใน มาตรา 15 (2) (5) (7) และ (9) เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ในมาตรา 14 และตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค และเป็นค่าใช้จ่ายในการ บริหารงานของกองทุนตามระเบียบที่คณะกรรมการกองทุนกำหนดโดยความ เห็นชอบของกระทรวงการคลัง รวมทั้งค่าตอบแทนต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 18 ให้สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติวางและ ถือไว้ซึ่งระบบการบัญชีที่เหมาะสมแก่กิจการตามที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด แยกตามประเภทงานส่วนที่สำคัญ มีสมุดบัญชีลงรายการรับและจ่ายเงิน สินทรัพย์ และหนี้สินที่แสดงกิจการที่เป็นอยู่ตามความจริงและตามที่ควร ตามประเภทงาน พร้อมด้วยข้อความอันเป็นที่มาของรายการนั้น ๆ และให้มีการตรวจสอบบัญชี ภายในเป็นประจำ มาตรา 19 ให้สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจัดทำงบดุล และบัญชีทำการ ส่งผู้สอบบัญชีตรวจสอบภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปี บัญชีทุกปี
ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปี แล้วทำรายงานผลการสอบบัญชีเสนอต่อคณะกรรมการกองทุน มาตรา 20 ให้คณะกรรมการกองทุนเสนองบดุลแสดงฐานะการเงิน โดยมีคำรับรองการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และเสนอ รายงานประจำปีต่อคณะกรรมการทุกปี มาตรา 21 ในกิจการของกองทุนที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ถือ เป็นกิจการของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยมีเลขาธิการ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นผู้แทน และเพื่อการนี้ เลขาธิการ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจะมอบอำนาจให้บุคคลใดปฏิบัติการแทน เฉพาะอย่างก็ได้แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด มาตรา 22 ให้จัดตั้งหน่วยงานระดับกองขึ้นในสำนักงานคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติเพื่อทำหน้าที่ธุรการให้กับกองทุนและคณะกรรมการกองทุน มาตรา 23 ให้มีคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ประกอบ ด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านวัฒนธรรมซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ กองทุน เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นรองประธานกรรมการ กองทุน ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านวัฒนธรรมซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจำนวนหกคนเป็น กรรมการกองทุน และให้หัวหน้าหน่วยงานตามมาตรา 22 เป็นกรรมการและ เลขานุการกองทุน
มาตรา 24 คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) บริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ (2) ออกระเบียบหรือข้อบังคับใด ๆ เพื่อให้การบริหารกองทุนเป็นไป ด้วยความเรียบร้อย (3) กำหนดแผนการเงินและงบประมาณประจำปีของกองทุน (4) พิจารณาอนุมัติโครงการ หรือกิจกรรมที่ขอรับการอุดหนุนจาก กองทุนให้สอดคล้องกับนโยบายวัฒนธรรมแห่งชาติในเรื่องการวิจัย การพัฒนา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ ให้การศึกษา ส่งเสริม และเผยแพร่งานวัฒนธรรม (5) ติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการ หรือกิจกรรมที่ได้รับ การส่งเสริมหรือสนับสนุนจากกองทุน (6) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดหรือคณะกรรมการมอบหมาย ในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการกองทุนอาจมอบให้ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นผู้ปฏิบัติการหรือเตรียมข้อเสนอ ต่อคณะกรรมการกองทุนเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปได้ มาตรา 25 ให้ประธานกรรมการกองทุนและกรรมการกองทุนซึ่ง คณะกรรมการแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี ประธานกรรมการกองทุน และกรรมการกองทุนซึ่งพ้นจากตำแหน่งตาม วาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้ง ประธานกรรมการกองทุนหรือกรรมการกองทุนขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการ กองทุนหรือกรรมการกองทุนซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ ต่อไปจนกว่าประธานกรรมการกองทุนหรือกรรมการกองทุนซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่ เข้ารับหน้าที่ ตามแต่กรณี
มาตรา 26 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา 25 ประธานกรรมการกองทุนและกรรมการกองทุนซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งพ้นจาก ตำแหน่ง เมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) คณะกรรมการให้ออก (4) เป็นบุคคลล้มละลาย (5) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ (6) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ให้นำมาตรา 7 วรรคสองและวรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา 27 ให้นำมาตรา 8 มาใช้บังคับแก่การประชุมของ คณะกรรมการกองทุนโดยอนุโลม มาตรา 28 คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการกองทุน มอบหมายได้ ให้นำมาตรา 8 มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการ โดยอนุโลม มาตรา 29 ให้สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติมีผู้ทรงคุณวุฒิ ทางวัฒนธรรมโดยคณะกรรมการกองทุนคัดเลือกจากผู้มีผลงานทางด้านวัฒนธรรม ตามจำนวนที่คณะกรรมการกำหนด เมื่อคณะกรรมการกองทุนคัดเลือกผู้ใดเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรมแล้ว ให้สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาตินำเสนอคณะกรรมการเพื่อแต่งตั้ง เป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม
มาตรา 30 บุคคลที่มีสิทธิได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทาง วัฒนธรรมต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (1) มีสัญชาติไทย (2) ไม่เคยมีความประพฤติเสื่อมเสีย (3) เป็นผู้มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม มาตรา 31 ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรมมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) วิจัย พัฒนา ฟื้นฟู อนุรักษ์ ให้การศึกษา ส่งเสริม และเผยแพร่ งานวัฒนธรรม (2) ให้คำแนะนำและคำปรึกษาทางวัฒนธรรมแก่สำนักงานคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติและหน่วยงานต่าง ๆ (3) วินิจฉัยปัญหาทางวัฒนธรรมของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรม แห่งชาติ (4) ดำเนินการอื่นตามที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด หรือสำนักงาน คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติร้องขอ มาตรา 32 ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรมมีสิทธิได้รับเงินตอบแทนประจำ ตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นจากกองทุน ตามระเบียบที่คณะกรรมการกองทุน กำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ มาตรา 33 ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรมพ้นจากการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 30 (4) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
(5) ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามมาตรา 31 และที่ประชุม คณะกรรมการลงมติให้พ้นจากการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า สองในสามของจำนวนคณะกรรมการทั้งหมด (6) มีความประพฤติเสื่อมเสียและที่ประชุมคณะกรรมการลงมติให้ พ้นจากการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวน คณะกรรมการทั้งหมด (7) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ มาตรา 34 เมื่อจำนวนผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรมไม่ครบจำนวน ตามที่คณะกรรมการกำหนดไว้ในมาตรา 29 คณะกรรมการอาจพิจารณาแต่งตั้ง เพิ่มขึ้นได้โดยให้นำความในมาตรา 29 มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา 35 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ส. โหตระกิตย์
รองนายกรัฐมนตรี

__________________
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่วัฒนธรรม เป็นสิ่งที่แสดงถึงลักษณะเฉพาะของชาติและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคน ในชาติ ซึ่งเป็นรากฐานอันสำคัญยิ่งของความเป็นปึกแผ่นมั่นคงของประเทศชาติ แต่ในปัจจุบันมีหน่วยงานของทางราชการและเอกชนเป็นจำนวนมากที่ต่างก็ ดำเนินงานด้านวัฒนธรรมในสาขาต่าง ๆ ซึ่งถ้าได้ประสานงานและร่วมมือ กันแล้วจะสามารถช่วยกันดำเนินงานในด้านนี้ไปสู่เป้าหมายที่มุ่งประสงค์ได้โดย รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในการนี้สมควรมีหน่วยงานสำหรับทำหน้าที่ เกี่ยวกับวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

__________________
พระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535
บทเฉพาะกาล

มาตรา 7 ให้โอนเงินอุดหนุนกิจการของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติที่ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติรับโอนจากกองวัฒนธรรม กรมการ ศาสนา และเงินกองทุนศิลปินในสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ มาเป็นของกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มีความ จำเป็นต้องเสริมสมรรถนะในการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานด้าน วัฒนธรรมของชาติให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการบริหารงานภายใต้ระบบบริหารราชการที่มีข้อจำกัดในเรื่อง งบประมาณทำให้ไม่สามารถบริหารงานวัฒนธรรมให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่ วางไว้ได้ สมควรกำหนดให้มีกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ซึ่งสามารถระดม ทรัพยากรจากทางราชการและเอกชนมาสนับสนุนการบริหารงานวัฒนธรรมได้

อย่างคล่องตัว โดยไม่ผูกพันกับกฎ ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการ และกำหนดให้มีผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรมเพื่อช่วยเผยแพร่งานวัฒนธรรมและ เป็นที่ปรึกษาทางวัฒนธรรมแก่หน่วยงานต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติ นี้ [รก.2535/42/109/8 เมษายน 2535]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com