ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติสถาบันพระปกเกล้า พ.ศ. ๒๕๔๑

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๑
เป็นปีที่ ๕๓ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยสถาบันพระปกเกล้า จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำยินยอม ของรัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติสถาบันพระปกเกล้า พ.ศ. ๒๕๔๑"

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

[รก.๒๕๔๑/๕๗ก/๒๐/๔ กันยายน ๒๕๔๑]

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้

"การพัฒนาประชาธิปไตย" ให้หมายความรวมถึง การวิจัย การเก็บรวบรวม องค์ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุขตลอดจนการส่งเสริมการเผยแพร่ การฝึกอบรมเพื่อให้ระบอบและวิถีชีวิต ประชาธิปไตยเป็นปึกแผ่นและยั่งยืน

"สถาบัน" หมายความว่า สถาบันพระปกเกล้า

"สภาสถาบัน" หมายความว่า สภาสถาบันพระปกเกล้า

"กองทุน" หมายความว่า กองทุนเพื่อการพัฒนาและเผยแพร่ประชาธิปไตย

"กรรมการ" หมายความว่า กรรมการสถาบันพระปกเกล้า

"เลขาธิการ" หมายความว่า เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า

"พนักงาน" หมายความว่า พนักงานของสถาบันพระปกเกล้า

"ลูกจ้าง" หมายความว่า ลูกจ้างของสถาบันพระปกเกล้า

มาตรา ๔ ให้ประธานรัฐสภารักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมวด ๑
การจัดตั้ง วัตถุประสงค์ และอำนาจหน้าที่ของสถาบัน
_____________

มาตรา ๕ ให้จัดตั้งสถาบันขึ้น เรียกว่า "สถาบันพระปกเกล้า" และให้สถาบันนี้ เป็นนิติบุคคลอยู่ในกำกับดูแลของประธานรัฐสภา กิจการของสถาบันไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่ง กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยประกัน สังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ทั้งนี้ เลขาธิการ รองเลขาธิการ พนักงานและลูกจ้างของ สถาบันต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง แรงงาน กฎหมายว่าด้วยประกันสังคมและกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน สถาบันเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยการจัด ระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา และไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และกฎหมายอื่น

มาตรา ๖ สถาบันมีวัตถุประสงค์ดังนี้

(๑) ศึกษาและวิเคราะห์ทางวิชาการต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา ประชาธิปไตยอย่างเป็นระบบ
(๒) ประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ด้านนโยบายเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตย
(๓) วิจัยและสนับสนุนการวิจัยเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตย
(๔) เผยแพร่และสนับสนุนการเผยแพร่ประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย
(๕) จัดและสนับสนุนการศึกษาอบรมบุคลากรจากภาครัฐ ภาคเอกชนและ ประชาชนเกี่ยวกับการเมือง การปกครอง และการเศรษฐกิจและสังคมในระบอบประชาธิปไตย
(๖) บริการข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับความรู้และผลงานวิจัย และวิชาการ ทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
(๗) ส่งเสริมความร่วมมือกับองค์การในประเทศและต่างประเทศในกิจการ เกี่ยวกับการพัฒนาประชาธิปไตย
(๘) ส่งเสริมงานวิชาการของรัฐสภา
(๙) บริหารกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้
(๑๐) กระทำการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของสถาบันหรือตามที่ สภาสถาบันกำหนด

มาตรา ๗ ให้สถาบันมีอำนาจกระทำกิจการต่าง ๆ ภายในขอบเขตแห่ง วัตถุประสงค์ตามมาตรา ๖ และอำนาจเช่นที่ว่านี้ให้รวมถึง

(๑) ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครอง หรือมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ สร้าง ซื้อ ว่าจ้าง รับจ้าง จัดหา หรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งในและนอกราชอาณาจักร ตลอดจนทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้

(๒) ให้ประกาศนียบัตร ประกาศนียบัตรชั้นสูง ประกาศนียบัตรกิตติมศักดิ์ ประกาศนียบัตรชั้นสูงกิตติมศักดิ์ สัมฤทธิบัตร และวุฒิบัตร ได้ดังนี้  

(ก) ประกาศนียบัตร ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาอบรมกลุ่มวิชาใดกลุ่มวิชาหนึ่ง  
(ข) ประกาศนียบัตรชั้นสูง ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาอบรมกลุ่มวิชาใด กลุ่มวิชาหนึ่งที่ได้รับปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่งหรือเทียบเท่าแล้ว  
(ค) ประกาศนียบัตรกิตติมศักดิ์ และประกาศนียบัตรชั้นสูงกิตติมศักดิ์ ออกให้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ และคุณธรรมอันควรแก่การยกย่อง  
(ง) สัมฤทธิบัตร ออกให้แก่ผู้ผ่านการอบรมและการทดสอบเฉพาะวิชา  
(จ) วุฒิบัตร ออกให้แก่ผู้ผ่านการอบรมเฉพาะเรื่อง ทั้งนี้ ตามข้อบังคับของสถาบัน

[มาตรา ๗ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถาบันพระปกเกล้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓]

(๓) ทำความตกลงและร่วมมือกับองค์การหรือหน่วยงานในประเทศและ ต่างประเทศในกิจการเกี่ยวกับการพัฒนาประชาธิปไตย

(๓ ทวิ) รับสถานศึกษาหรือหน่วยงานอื่นเข้าสมทบในสถาบัน และให้ ประกาศนียบัตร ประกาศนียบัตรชั้นสูง สัมฤทธิบัตร และวุฒิบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาอบรม จากสถานศึกษาหรือหน่วยงานอื่นนั้นได้ ทั้งนี้ ตามข้อบังคับของสถาบัน

[มาตรา ๗ (๓ทวิ) เพิ่มความโดยพระราชบัญญัติสถาบันพระปกเกล้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓]

(๔) จัดให้มีและให้ทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประชาธิปไตย

(๕) ว่าจ้างหรือมอบให้บุคคลใดประกอบกิจการส่วนใดส่วนหนึ่งของสถาบัน

(๖) บริหารกองทุนตามกฎหมายและระเบียบซึ่งสภาสถาบันกำหนด

(๗) ดำเนินกิจการอื่นใดเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสถาบัน ข้อบังคับตามวรรคหนึ่งเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

[มาตรา ๗ วรรคสอง เพิ่มความโดยพระราชบัญญัติสถาบันพระปกเกล้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓]

 | หน้าถัดไป »

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย