Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พุทธศักราช 2482

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร)
ลงวันที่ 4 สิงหาคม พุทธศักราช 2480)
อาทิตย์ ทิพอาภา
พล.อ.เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน
ตราไว้ ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2482
เป็นปีที่ 6 ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรปรับปรุงระเบียบการเลือกตั้งสมาชิก สภาเทศบาล จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภา เทศบาล พุทธศักราช 2482"

มาตรา 2* ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2482/-/1637/10 พฤศจิกายน 2482]

มาตรา 3 ตั้งแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่น พุทธศักราช 2479 และบรรดาบทกฎหมาย กฎและข้อบังคับอื่น ๆ ในส่วนที่มี บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งแย้งกับบทพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 4* ในพระราชบัญญัตินี้ "เขตเลือกตั้ง" หมายความว่า ท้องที่ซึ่งจัดเป็นเขตอันจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภา เทศบาล "หน่วยเลือกตั้ง" หมายความว่า ท้องถิ่นที่กำหนดให้ทำการลงคะแนนเลือกตั้ง "ที่เลือกตั้ง" หมายความว่า สถานที่ที่กำหนดให้ทำการลงคะแนนเลือกตั้ง และให้ หมายความรวมถึงบริเวณที่กำหนดขึ้นโดยรอบที่เลือกตั้ง "ผู้สมัคร" หมายความว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้ง "ผู้เลือกตั้ง" หมายความว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง *[มาตรา 4 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523]

หมวด 1
บททั่วไป
__________

มาตรา 5 การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลจะทำได้ต่อเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ประกาศให้เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลแล้ว โดยระบุวันเลือกตั้งและระยะเวลาสมัคร รับเลือกตั้งไว้ในประกาศนั้น

มาตรา 6* ระยะเวลารับสมัครเลือกตั้งจะต้องกำหนดไว้ไม่น้อยกว่าเจ็ดวันและ ไม่เกินสิบห้าวัน โดยกำหนดวันสุดท้ายของระยะเวลารับสมัครไว้ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า สามสิบวัน *[มาตรา 6 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ(ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2541]

มาตรา 7* โดยปกติให้ถือเขตเทศบาลเป็นเขตเลือกตั้งเขตหนึ่ง แต่ถ้าเทศบาลใด มีจำนวนราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรเกินกว่าหนึ่งแสนคน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ประกาศแบ่งเขตเทศบาลออกเป็นเขตเลือกตั้งเพิ่มขึ้นอีก แต่ต้องไม่เกินกว่าสี่เขต โดยให้แต่ละเขต มีจำนวนราษฎรใกล้เคียงกันเท่าที่จะแบ่งได้ และให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลมีจำนวน เท่ากันทุกเขต ประกาศนั้นให้ระบุว่าเป็นเขตเลือกตั้งที่เท่าใด ของเทศบาลใด มีจำนวนสมาชิก สภาเทศบาลที่จะพึงทำการเลือกตั้งเท่าใด และประกาศให้ราษฎรทราบก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า หกสิบวัน เขตที่ประกาศแล้วนั้น ให้ใช้เป็นเขตเลือกตั้งตลอดไปจนกว่าจะได้ประกาศ เปลี่ยนแปลง *[มาตรา 7 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2501]

มาตรา 8* ในเขตเลือกตั้งใด ถ้ามีผู้สมัครไม่เกินจำนวนสมาชิกสภาเทศบาล ที่จะมี การเลือกตั้งได้ในเขตเลือกตั้งนั้น ให้ถือว่าผู้สมัครนั้นได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลแล้ว โดยไม่ต้องลงคะแนน แต่ในกรณีที่การเลือกตั้งไม่ได้สมาชิกตามจำนวนที่กฎหมายบัญญัติไว้ใน เขตเลือกตั้งใด ให้เทศบาลจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เฉพาะเขตเลือกตั้งนั้นเพื่อให้ได้สมาชิกครบ จำนวน ในการเลือกตั้งใหม่นี้ ให้เป็นหน้าที่ของเทศบาลที่จะประกาศก่อนพ้นสิบห้าวัน นับจากวันที่เลือกตั้งครั้งสุดท้าย โดยระบุวันเลือกตั้งและระยะเวลาสมัครรับเลือกตั้งตามที่บัญญัติ ไว้ในมาตรา 6 *[มาตรา 8 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2501]

มาตรา 9 ในกรณีเลือกตั้งสมาชิกขึ้นแทนเมื่อมีตำแหน่งว่าง ให้เป็นหน้าที่ของ เทศบาลที่จะประกาศให้มีการเลือกตั้งเฉพาะในเขตเลือกตั้งที่ตำแหน่งสมาชิกได้ว่างลงนั้น และ ให้นำบทบัญญัติมาตรา 8 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา 10 นายจ้างทั้งปวงต้องให้ความสะดวกตามสมควรแก่ลูกจ้างในอันที่จะใช้ สิทธิเลือกตั้งและสมัครรับเลือกตั้ง บทบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่ทบวงการเมืองด้วยโดยอนุโลม

มาตรา 11 ในการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้อง หรือพิจารณาคดี ผู้เลือกตั้งไม่จำต้อง ให้การว่าตนได้ลงคะแนนเลือกตั้งผู้ใด

มาตรา 12* ในวันที่คณะกรรมการตรวจคะแนนประชุมตามความในมาตรา 38 และมาตรา 39 ห้ามมิให้ผู้ใดทำการโฆษณาใด ๆ ภายในบริเวณที่เลือกตั้ง ทั้งห้ามมิให้ใช้เครื่อง เปล่งเสียง หรือทำเสียงอื่นใดโดยประการที่รบกวนหรือเป็นอุปสรรคแก่การประชุมของคณะ กรรมการตรวจคะแนน แม้ว่าจะทำนอกบริเวณที่เลือกตั้งนั้นก็ตาม *[มาตรา 12 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523]

มาตรา 12 ทวิ* เมื่อได้มีประกาศให้เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลในเขตเลือกตั้งใด แล้ว ไม่ให้นำมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของ บ้านเมือง พ.ศ. 2503 มาใช้บังคับสำหรับในกรณีที่นำสิ่งพิมพ์ตามกฎหมายว่าด้วยการพิมพ์ แผ่น ประกาศ หรือสิ่งอื่นมาโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ของผู้สมัคร การโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งต้องไม่กระทำโดยวิธีทา พ่น หรือระบายสี ซึ่งข้อความ ภาพ หรือรูปรอยใด ๆ ณ ที่รั้ว กำแพง ผนังอาคาร สะพาน เสาไฟฟ้า หรือต้นไม้ บรรดาซึ่งเป็น ทรัพย์สินของทางราชการ หรือ ณ บริเวณที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินทำป้ายห้ามปิด ประกาศไว้ และต้องไม่กระทำโดยวิธีปิดประกาศ ณ ทรัพย์สินดังกล่าวของทางราชการที่อยู่ในเขต เทศบาลหรือสุขาภิบาล หรือบริเวณที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินทำป้ายห้ามปิดประกาศไว้ ในกรณีที่มีการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งอันเป็นการฝ่าฝืนวรรคสองให้เจ้าพนักงาน ท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองมี อำนาจและหน้าที่ทำลาย ปกปิด ลบ หรือล้างข้อความ ภาพ หรือรูปรอยดังกล่าว แต่ในกรณีที่มิใช่ เป็นทรัพย์สินของทางราชการ เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะมีอำนาจดังกล่าวเมื่อได้รับคำร้องขอจาก เจ้าของหรือผู้ครอบครอง *[มาตรา 12 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523]

มาตรา 12 ตรี* เมื่อได้มีประกาศให้เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลในเขตเลือกตั้ง ใดแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบ เรียบร้อยของบ้านเมือง กำหนดสถานที่เพื่อการปิดประกาศโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งไว้ตามสมควร เมื่อมีการกำหนดสถานที่ตามวรรคหนึ่งแล้ว มิให้นำความในวรรคสองของ มาตรา 12 ทวิ มาใช้บังคับการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีปิดประกาศสิ่งพิมพ์ตามกฎหมายว่า ด้วยการพิมพ์ในสถานที่ที่ได้จัดไว้ให้ *[มาตรา 12 ตรี เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523] มาตรา 12 จัตวา* เมื่อได้มีประกาศระบุที่เลือกตั้งตามมาตรา 27 ห้ามมิให้ผู้ใด นำสิ่งพิมพ์ตามกฎหมายว่าด้วยการพิมพ์ แผ่นประกาศ หรือสิ่งอื่นมาโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งเพื่อ ประโยชน์ของผู้สมัครภายในที่เลือกตั้ง ในกรณีที่มีสิ่งพิมพ์ตามกฎหมายว่าด้วยการพิมพ์ แผ่นประกาศ หรือสิ่งอื่นใด อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครภายในที่เลือกตั้งอยู่แล้วก่อนหรือในวันเลือกตั้ง ให้เจ้าพนักงาน ผู้ดำเนินการเลือกตั้ง กรรมการตรวจคะแนน หรือเจ้าหน้าที่คะแนน มีอำนาจและหน้าที่ทำลาย ปกปิด หรือนำออกไปไว้นอกที่เลือกตั้งดังกล่าว *[มาตรา 12 จัตวา เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523] มาตรา 12 เบญจ* นับตั้งแต่เวลา 18.00 นาฬิกา ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวัน จนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง ห้ามมิให้ผู้ใดทำการโฆษณา ไม่ว่าโดยวิธีใดอันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ ผู้สมัคร หรือทำด้วยประการใดอันเป็นการรบกวนหรือเป็นอุปสรรคแก่การเลือกตั้ง *[มาตรา 12 เบญจ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523] มาตรา 12 ฉ* นับตั้งแต่เวลา 18.00 นาฬิกา ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวัน จนสิ้น สุดวันเลือกตั้ง ห้ามมิให้ผู้ใดขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตเลือกตั้ง *[มาตรา 12 ฉ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523] มาตรา 12 สัตต* ห้ามมิให้ผู้ใดเล่น หรือจัดให้มีการเล่นการพนันขันต่อ ว่าผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองใดแพ้หรือชนะ หรือได้คะแนนเท่าใด และได้รับเลือกตั้งหรือไม่ได้รับเลือกตั้ง หรือได้รับเลือกตั้งจำนวนเท่าใด *[มาตรา 12 สัตต เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523]

มาตรา 13 ห้ามมิให้บุคคลผู้มิได้มีสัญชาติเป็นไทยกระทำการช่วยเหลือผู้สมัคร คนใดโดยตรงหรือโดยปริยาย และห้ามมิให้เข้ามีส่วนหรือใช้อิทธิพลในการเลือกตั้งด้วยประการ ใด ๆ ทั้งสิ้น มาตรา 14 นอกจากหน้าที่ซึ่งบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรมการ จังหวัดและคณะกรมการอำเภอมีหน้าที่ดูแล แนะนำ ช่วยเหลือ และโดยร่วมมือกับเทศบาลอำนวย ความสะดวกและรักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง มาตรา 15 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวง วางระเบียบการลงคะแนนและกิจการอื่น ๆ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด 2
สิทธิเลือกตั้งและการสมัครรับเลือกตั้ง
__________

มาตรา 16* [ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523]

มาตรา 17* บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
(1) มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติ ไทยมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง และ
(3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันจนถึงวันเลือกตั้ง ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน *[มาตรา 17 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2538]

มาตรา 17 ทวิ* [ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2538]

มาตรา 17 ตรี* [ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523]

มาตรา 18* บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันเลือกตั้ง เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ ้ใช้สิทธิเลือกตั้ง คือ
(1) วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(2) หูหนวกและเป็นใบ้ ซึ่งไม่สามารถอ่านและเขียนหนังสือได้
(3) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช
*(4) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
(5) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งโดยคำพิพากษา *[มาตรา 18 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2511 และ ความใน (4) แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523]

มาตรา 19* [ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523]

มาตรา 20* บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
(1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยซึ่งบิดาเป็นคนต่างด้าว ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง และ
(3) มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเทศบาลที่สมัครเป็นเวลาติดต่อกันจนถึงวันสมัครไม่ น้อยกว่าหกเดือน หรือได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดินหรือตามกฎหมาย ว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ให้กับเทศบาลนั้น ในปีที่สมัครหรือในปีก่อนปีที่สมัครหนึ่งปี *[มาตรา 20 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2538]

มาตรา 20 ทวิ* [ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2538] มาตรา 20 ตรี* [ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2517]

มาตรา 21* ผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัคร รับเลือกตั้ง คือ
(1) ติดยาเสพติดให้โทษ
(2) ตาบอดทั้งสองข้าง
(3) เป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งศาลยังไม่สั่งให้พ้นจากคดี
(4) เป็นโรคเรื้อน วัณโรคระยะอันตราย หรือโรคพิษสุราเรื้อรัง
*(5) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
*(6) เคยเป็นข้าราชการซึ่งถูกไล่ออก หรือปลดออกเพราะทุจริตต่อหน้าที่ราชการ หรือเคยเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจซึ่งถูกไล่ออก หรือปลดออก หรือเลิกจ้างเพราะทุจริตต่อหน้าที่ยังไม่ครบเจ็ดปีนับแต่วันที่ถูกไล่ออก ปลดออก หรือเลิกจ้าง แล้วแต่กรณี จนถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
*(7) เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร สมาชิกสภา จังหวัด กรรมการสุขาภิบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หรือแพทย์ประจำ ตำบล
*(8) เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา 18(1) (2) (3) หรือ (5) *(9) ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก และถูกคุมขังอยู่โดย หมายของศาลหรือโดยคำสั่งนั้น *[มาตรา 21 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2517 และความใน (5) (6) (7) (8) และ (9) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523]

มาตรา 22* นอกจากข้าราชการการเมือง ห้ามมิให้ข้าราชการซึ่งรับราชการอยู่ใน จังหวัด สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลในจังหวัดนั้น ห้ามมิให้พนักงานเทศบาล ซึ่งเป็นพนักงานประจำของเทศบาลใดสมัครรับ เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลในจังหวัดนั้น ห้ามมิให้พนักงานสุขาภิบาล ซึ่งประจำในจังหวัดใด สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิก สภาเทศบาลในจังหวัดนั้น ห้ามมิให้ลูกจ้าง หรือคนงานของรัฐบาล ซึ่งมีเงินเดือนและประจำในจังหวัดใด สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลในจังหวัดนั้น ในกรณีที่ไม่ต้องห้ามตามมาตรานี้ เมื่อข้าราชการ พนักงานเทศบาล พนักงาน สุขาภิบาล หรือลูกจ้างของรัฐบาล ผู้ใดได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลแล้ว ผู้นั้นต้องลาออก จากตำแหน่ง ในส่วนข้าราชการนั้น ให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญด้วยเหตุทดแทนตามกฎหมาย ว่าด้วยบำเหน็จบำนาญ และถ้าเป็นข้าราชการทหาร ก็อาจรับเบี้ยหวัดแทนบำนาญตามระเบียบของ ทหาร *[มาตรา 22 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2496]

มาตรา 23 ในการเลือกตั้งครั้งหนึ่ง ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งจะสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาเทศบาลได้เฉพาะในเขตเลือกตั้งแต่เขตเดียว

มาตรา 24* การสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลในเขตเลือกตั้งใด ผู้สมัครต้องยื่นใบสมัครตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงด้วยตนเอง ณ สำนักงานเทศบาลในเขต เลือกตั้งที่ตนสมัครนั้น ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในประกาศให้เลือกตั้ง พร้อมด้วยเงินประกัน การสมัครสามพันบาทในกรณีเทศบาลนคร สองพันบาทในกรณีเทศบาลเมือง และหนึ่งพันบาทใน กรณีเทศบาลตำบล เมื่อเทศบาลได้รับใบสมัครแล้ว ต้องบันทึกวันและเวลาที่ได้รับไว้เป็นหลักฐาน โดยทันที แล้วออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นใบสมัคร และถ้าข้อความในใบสมัครถูกต้องแล้ว ให้ประกาศ การสมัครระบุชื่อผู้สมัครและเขตเลือกตั้งที่สมัครไว้ ณ สำนักงานเทศบาลนั้น แล้วแจ้งเป็นหนังสือ ให้ผู้สมัครทราบเครื่องหมายประจำตัวโดยเร็ว เงินประกันการสมัครนั้น เมื่อเสร็จการเลือกตั้งแล้ว ให้เทศบาลคืนให้แก่ผู้สมัคร เว้นแต่ผู้สมัครไม่ได้รับเลือกตั้งและไม่ได้คะแนนเลือกตั้งถึงร้อยละสิบของจำนวนผู้เลือกตั้งที่มาใช้ สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น หรือถ้าผู้สมัครถอนการสมัครเสียเอง ให้ถือว่าผู้สมัครได้ ยินยอมให้เงินประกันนั้นตกเป็นของเทศบาล *[มาตรา 24 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2511]

มาตรา 25 ผู้เลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดเห็นว่าตามประกาศการสมัครตามมาตรา 24 ปรากฏชื่อบุคคลผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น อาจยื่นคำร้องต่อ ศาลชั้นต้นซึ่งเขตเลือกตั้งนั้นอยู่ในเขตอำนาจก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน ขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้ถอนการสมัครของบุคคลนั้นได้ เมื่อศาลได้รับคำร้องแล้ว ให้ดำเนินการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งและวินิจฉัยมีคำสั่งให้ถอนการสมัครหรือไม่โดยเร็ว คำสั่งของศาลนั้นให้เป็นที่สุด และ ถ้าศาลมีคำสั่งให้ถอนการสมัคร ก็ให้ศาลรีบแจ้งคำสั่งไปยังเทศบาลด้วย ให้เทศบาลประกาศถอน การสมัครตามคำสั่งศาลไว้ ณ สำนักงานเทศบาลและ ณ ที่เลือกตั้งทุกแห่งในเขตเลือกตั้งนั้น การดำเนินกระบวนพิจารณาตามความในมาตรานี้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

หมวด 3
หน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้ง
__________

มาตรา 26* ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำหนดหน่วยเลือกตั้งที่จะพึงมีในเทศบาล โดย ปกติให้มีผู้เลือกตั้งในหน่วยหนึ่งไม่เกินกว่าหนึ่งพันคน แต่ถ้าการแยกเป็นอีกหน่วยเลือกตั้งหนึ่ง จะไม่สะดวกแก่ผู้เลือกตั้งในการไปลงคะแนนเลือกตั้ง แม้จำนวนผู้เลือกตั้งจะเกินกว่าหนึ่งพันคน แต่ไม่เกินสองพันคน จะรวมเป็นหน่วยเลือกตั้งเดียวกันก็ได้ เมื่อได้กำหนดหน่วยเลือกตั้งขึ้นแล้ว ให้ประกาศหน่วยเลือกตั้งไว้ ณ สำนักงาน เทศบาล ที่ว่าการอำเภอ และศาลากลางจังหวัด และให้จัดทำแผนที่สังเขปแสดงเขตของหน่วย เลือกตั้งประกอบไว้ด้วย *[มาตรา 26 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2511]

มาตรา 27 ให้เทศบาลประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้ง และระบุที่เลือกตั้งของแต่ ละหน่วยขึ้นไว้ไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันเลือกตั้ง

มาตรา 28 ที่เลือกตั้งนั้นต้องเป็นที่ซึ่งประชาชนเข้าออกได้โดยสะดวกเพื่อการ เลือกตั้ง ทั้งมีลักษณะและเครื่องประกอบดังกำหนดในกฎกระทรวง

หมวด 4
กรรมการตรวจคะแนน
__________

มาตรา 29* ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ให้เทศบาลโดยอนุมัติของผู้ว่า ราชการจังหวัดในกรณีเป็นเทศบาลนครและเทศบาลเมือง หรือโดยอนุมัติของนายอำเภอ ในกรณี เป็นเทศบาลตำบล แต่งตั้งเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งหนึ่งคน กรรมการตรวจคะแนนเจ็ดคน และเจ้าหน้าที่คะแนนอย่างน้อยหนึ่งคนประจำทุกหน่วยเลือกตั้ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราช บัญญัตินี้ ทั้งให้มีอำนาจปลดหรือแต่งตั้งบุคคลอื่นแทน หน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง กรรมการตรวจคะแนน และเจ้าหน้าที่ คะแนน ในการเลือกตั้งให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ให้ถือว่าเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง กรรมการตรวจคะแนน และเจ้าหน้าที่ คะแนน เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญานับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งจนสิ้นสุดแห่งการ งานในหน้าที่ *[มาตรา 29 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523]

มาตรา 30* เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ให้แต่งตั้งจากข้าราชการหรือ เจ้าพนักงานท้องถิ่น กรรมการตรวจคะแนน และเจ้าหน้าที่คะแนน ให้แต่งตั้งจากผู้เลือกตั้งซึ่งมีความ ประพฤติดี และสามารถอ่านและเขียนหนังสือไทยได้ ห้ามมิให้แต่งตั้งข้าราชการ นายกเทศมนตรี เจ้าพนักงานท้องถิ่น ผู้สมัคร ตัวแทน ผู้สมัคร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน หรือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เป็นกรรมการ ตรวจคะแนน ห้ามมิให้แต่งตั้งผู้สมัครหรือตัวแทนผู้สมัครเป็นเจ้าหน้าที่คะแนน *[มาตรา 30 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523]

มาตรา 31 การลงมติวินิจฉัยกิจการใด ๆ ของคณะกรรมการตรวจคะแนน ให้เป็น ไปตามเสียงข้างมาก

มาตรา 32* ก่อนเวลาเปิดการรับลงคะแนนครึ่งชั่วโมง ให้คณะกรรมการตรวจ คะแนนเลือกกรรมการตรวจคะแนนคนหนึ่งเป็นประธาน เมื่อประธานไม่อยู่ในที่เลือกตั้ง หรือไม่ อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการตรวจคะแนนเลือกกรรมการตรวจคะแนนอื่นเป็นประธานไป พลางก่อนจนกว่าประธานที่ได้เลือกตั้งไว้แล้วสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ในการดำเนินการของคณะกรรมการตรวจคะแนน ให้ถือว่ากรรมการตรวจคะแนน ตั้งแต่กึ่งหนึ่งขึ้นไปเป็นองค์คณะ ในกรณีที่กรรมการตรวจคะแนนมาไม่ครบจำนวนเจ็ดคน ให้กรรมการตรวจ คะแนนที่อยู่ในที่เลือกตั้งแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 30 เป็น กรรมการตรวจคะแนนให้ครบเจ็ดคนไปพลางก่อนจนกว่ากรรมการตรวจคะแนนที่ได้แต่งตั้งไว้แล้ว สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ในกรณีที่ไม่มีกรรมการตรวจคะแนนปฏิบัติหน้าที่ ให้เทศบาลหรือเจ้าพนักงาน ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งมีอำนาจแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 30 เป็นกรรมการตรวจคะแนน และให้กรรมการตรวจคะแนนผู้นั้นแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 30 อีกหกคนเป็นกรรมการตรวจคะแนนไปพลางก่อนจนกว่า กรรมการตรวจคะแนนซึ่งเทศบาลแต่งตั้งไว้แล้วสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ มาตรา 32 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 223]

มาตรา 33 กรรมการตรวจคะแนนมีอำนาจหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในที่ เลือกตั้ง หากปรากฏว่าผู้ใดกระทำตนเป็นที่ขัดขวางรบกวนในกิจการเลือกตั้ง หรือจะทำความไม่ เรียบร้อยขึ้น กรรมการตรวจคะแนนมีอำนาจที่จะสั่งให้ผู้นั้นออกไปเสียจากที่เลือกตั้ง แต่ต้องมิให้ ขัดต่อการที่ผู้เลือกตั้งจะใช้สิทธิในการเลือกตั้ง

หมวด 5
บัญชีผู้เลือกตั้ง
__________

มาตรา 34* เมื่อได้มีประกาศให้เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลในเขตเลือกตั้งใดแล้ว ให้เทศบาลจัดทำประกาศบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งของแต่ละหน่วยเลือกตั้งไว้ ณ สำนักงานเทศบาล ที่สาธารณะที่เห็นได้ง่าย และที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งไม่ น้อยกว่าสามสิบวัน บัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นหน้าที่ของเทศบาลคัดรายชื่อผู้เลือกตั้ง จากทะเบียนบ้าน *ในการคัดรายชื่อผู้เลือกตั้งตามวรรคสอง ถ้าปรากฏว่ามีบุคคลสัญชาติไทยผู้ใดมี สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ และมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม ของปี ที่มีการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้ง ให้เป็นหน้าที่ของเทศบาลทำการตรวจสอบว่าบุคคลนั้นเป็น ผู้เลือกตั้งหรือไม่ ถ้าเป็นก็ให้บันทึกไว้เป็นหลักฐานและคัดชื่อลงในบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้ง ในกรณี มีความจำเป็นต้องสอบถามบุคคลดังกล่าวให้เทศบาลส่งเจ้าหน้าที่ไปสอบถามบุคคลนั้น ณ บ้านที่ ปรากฏตามทะเบียน เพื่อประโยชน์ในการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งตามวรรคหนึ่งให้เทศบาลจัดให้มี บัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งไว้เป็นประจำ และแก้ไขให้ถูกต้องทุกปี บัญชีดังกล่าวผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิ ตรวจดู และขอยื่นคำร้องแก้ไขให้ถูกต้องได้ โดยนำความในมาตรา 40 มาใช้บังคับโดยอนุโลม *[มาตรา 34 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523 และความใน วรรคสาม แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2538]

มาตรา 35* [ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523]

มาตรา 36* [ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523]

มาตรา 37 ผู้เลือกตั้งคนใดมีชื่ออยู่ในบัญชีผู้เลือกตั้งสำหรับหน่วยเลือกตั้งใด ให้มี สิทธิลงคะแนนเฉพาะ ณ ที่เลือกตั้งแห่งหน่วยนั้น

มาตรา 38 ก่อนวันเลือกตั้งสิบห้าวัน ให้คณะกรรมการตรวจคะแนนประชุมกัน เป็นครั้งแรกตั้งแต่ 8.00 นาฬิกาถึง 16.00 นาฬิกา ณ ที่เลือกตั้งเพื่อพิจารณาคำร้องและแก้ไขเพิ่มเติม บัญชีผู้เลือกตั้งตามมาตรา 40 และมาตรา 41 บัญชีผู้เลือกตั้งเท่าที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมภายในกำหนดเวลา ประชุมของคณะกรรมการดังว่านี้ ให้ประกาศไว้ ณ ที่เลือกตั้งตั้งแต่วันประชุมของคณะกรรมการ เป็นต้นไป ก่อนวันเลือกตั้งสามวัน ให้คณะกรรมการตรวจคะแนนประชุมกันอีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่ 8.00 นาฬิกาถึง 16.00 นาฬิกา ณ ที่เลือกตั้งนั้น เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมบัญชีผู้เลือกตั้งตามคำสั่ง ศาล ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 40 และมาตรา 41 และบัญชีผู้เลือกตั้งอันได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วดังว่านี้ ให้ประกาศไว้ ณ ที่เลือกตั้ง ตั้งแต่วันประชุมของคณะกรรมการเป็นต้นไป ให้เจ้าหน้าที่คะแนนทำหน้าที่เลขานุการในการประชุมของคณะกรรมการตรวจ คะแนน

มาตรา 39 ในกรณีที่มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งใด ให้ใช้บัญชีผู้เลือกตั้งใน การเลือกตั้งครั้งสุดท้ายในเขตเลือกตั้งนั้น ซึ่งเทศบาลได้แก้ไขเพิ่มเติมต่อมาตามหลักฐานที่ปรากฏ เป็นบัญชีผู้เลือกตั้งในการเลือกตั้งใหม่นี้ ถ้าวันเลือกตั้งใหม่ยังไม่พ้นหกเดือน นับแต่วันเลือกตั้งครั้งสุดท้าย ห้ามมิให้นำบท บัญญัติมาตรา 38 มาใช้บังคับ

มาตรา 40 บุคคลใดไม่มีชื่อในบัญชีผู้เลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งใด ถ้าเห็นว่าตน สมควรมีชื่อเป็นผู้เลือกตั้งในหน่วยนั้น อาจร้องต่อคณะกรรมการตรวจคะแนนในวันและเวลาที่ คณะกรรมการประชุมกันเป็นครั้งแรกตามมาตรา 38 ถ้าคณะกรรมการตรวจคะแนนวินิจฉัยว่าผู้ร้อง มีสิทธิลงคะแนนในหน่วยนั้นก็ให้เติมชื่อผู้ร้องลงในบัญชี ถ้าวินิจฉัยว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิลงคะแนน ในหน่วยนั้นก็ให้ยกคำร้องเสีย ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจคะแนนยกคำร้อง หรือไม่แก้ไขเพิ่มเติมบัญชีตาม คำร้องของผู้ใด หรือในกรณีที่เทศบาลถอนชื่อผู้ใดออกจากบัญชีผู้เลือกตั้งตามมาตรา 39 ผู้นั้นมี สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นซึ่งเขตเลือกตั้งนั้นอยู่ในเขตอำนาจ ถ้าศาลเห็นว่าผู้นั้นมีสิทธิลงคะแนน ในหน่วยนั้น ก็ให้สั่งให้คณะกรรมการตรวจคะแนนเติมชื่อลงในบัญชี ถ้าศาลเห็นว่าไม่มีสิทธิ ลงคะแนนในหน่วยนั้นก็ให้สั่งยกคำร้องเสีย และให้นำบทบัญญัติมาตรา 25 มาใช้บังคับโดยอนุโลม การใดที่คณะกรรมการตรวจคะแนนได้ปฏิบัติไปก่อนรับคำสั่งศาล ให้เป็นอัน สมบูรณ์ตามกฎหมาย

มาตรา 41 ผู้เลือกตั้งคนใดเห็นว่าตามบัญชีผู้เลือกตั้ง ปรากฏชื่อบุคคลที่ไม่มีสิทธิ ลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้ง อาจร้องต่อคณะกรรมการตรวจคะแนนในวันและเวลาที่คณะกรรมการ ประชุมกันเป็นครั้งแรกตามมาตรา 38 ให้ถอนชื่อบุคคลนั้นออกจากบัญชี ถ้าคณะกรรมการตรวจ คะแนนวินิจฉัยให้ถอนชื่อบุคคลใดออกจากบัญชี ให้แจ้งเป็นหนังสือให้บุคคลนั้นทราบโดยเร็ว บุคคลผู้ถูกถอนชื่อหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการยกคำร้อง หรือไม่แก้ไขเพิ่มเติมบัญชี ตามคำร้องของตนตามความในวรรคก่อนก็ดี ผู้เลือกตั้งคนใดเห็นว่าบุคคลที่เทศบาล หรือคณะ กรรมการตรวจคะแนนได้เติมชื่อลงในบัญชีผู้เลือกตั้งตามความในมาตรา 39 หรือมาตรา 40 แล้วแต่ กรณี เป็นผู้ไม่มีสิทธิลงคะแนนก็ดี มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นซึ่งเขตเลือกตั้งนั้นอยู่

ในเขตอำนาจ และให้นำบทบัญญัติมาตรา 40 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวด 6
การลงคะแนนเลือกตั้ง
__________

มาตรา 42 บัตรเลือกตั้งและหีบบัตรเลือกตั้งให้มีลักษณะดังที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 43* ในวันเลือกตั้ง ให้เปิดการลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00 นาฬิกา ถึงเวลา 15.00 นาฬิกา เมื่อถึงเวลา 15.00 นาฬิกาแล้ว ผู้เลือกตั้งผู้ใดได้รับบัตรเลือกตั้งแล้ว แต่ยังมิได้ลงคะแนน และมอบให้กรรมการตรวจคะแนนหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้ง ให้มอบบัตรเลือกตั้งคืนกรรมการ ตรวจคะแนน และให้กรรมการตรวจคะแนนบันทึกในบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งด้วย *[มาตรา 43 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523]

มาตรา 44 ถ้าไม่สามารถจะดำเนินการลงคะแนนหรือการลงคะแนนเลือกตั้ง ต้องหยุดชะงักลงในหน่วยเลือกตั้งใดเนื่องจากเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย หรือเหตุนอกอำนาจ อย่างอื่นให้คณะกรรมการตรวจคะแนนแห่งหน่วยนั้น มีอำนาจเลื่อนการลงคะแนน แล้วรีบแจ้งให้ เทศบาลทราบในกรณีเช่นนี้ ให้เทศบาลประกาศกำหนดวันลงคะแนนใหม่ในหน่วยนั้นก่อนพ้น เจ็ดวันนับแต่วันรับทราบว่าเหตุนั้นได้สงบลงแล้ว และต้องประกาศก่อนวันลงคะแนนไม่น้อยกว่า สิบห้าวัน ในกรณีที่การลงคะแนนต้องหยุดชะงักลง ให้ยกเลิกการลงคะแนนที่ได้กระทำมา แล้วในวันนั้น และให้คณะกรรมการตรวจคะแนนเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง และทำลายบัตรเลือกตั้งเสีย ตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แล้วให้เริ่มต้นดำเนินการลงคะแนนในวันลงคะแนนที่กำหนด ใหม่ตามความในวรรคก่อน

มาตรา 45 ขณะจะเปิดการลงคะแนน ให้กรรมการตรวจคะแนนเปิดหีบบัตรเลือก ตั้งแสดงให้ผู้เลือกตั้งซึ่งอยู่ ณ ที่เลือกตั้งเห็นว่าเป็นหีบเปล่า แล้วให้ปิดหีบบัตรเลือกตั้งใส่กุญแจ ประจำครั่งทับรูกุญแจไว้จนเสร็จการลงคะแนน

มาตรา 46 ในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนน ห้ามมิให้เปิดหีบบัตรเลือกตั้ง เว้น แต่มีความจำเป็นจึงให้คณะกรรมการตรวจคะแนนเปิดได้ โดยมิให้เอาบัตรออกจากหีบ แล้วปิดหีบ ไว้ตามเดิม ในกรณีเช่นนี้ให้คณะกรรมการตรวจคะแนนกระทำต่อหน้าผู้เลือกตั้งซึ่งอยู่ ณ ที่เลือกตั้ง และให้ทำรายงานบันทึกแสดงเหตุในการเปิดหีบบัตรเลือกตั้งนั้นไว้ด้วย

มาตรา 47* ในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนน ให้ผู้เลือกตั้งที่จะลงคะแนนไป แสดงตนต่อกรรมการตรวจคะแนนโดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อให้ตรวจสอบชื่อในบัญชี รายชื่อผู้เลือกตั้ง เมื่อกรรมการตรวจคะแนนตรวจสอบถูกต้องแล้ว ให้อ่านชื่อและที่อยู่ของผู้นั้น ดัง ๆ ถ้าไม่มีผู้เลือกตั้ง ผู้สมัคร หรือตัวแทนผู้สมัครทักท้วง ให้หมายเหตุไว้ในบัญชีรายชื่อ ผู้เลือกตั้งโดยให้จดหมายเลขของบัตรประจำตัวประชาชนและสถานที่ออกบัตรประจำตัวประชาชน แต่ในกรณีผู้เลือกตั้งใช้ใบรับคำขอมีบัตรหรือเปลี่ยนบัตรใหม่ ให้ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือ แล้วแต่กรณี ลงในบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งเป็นหลักฐานเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ตามวิธีการที่กำหนดไว้ใน กฎกระทรวงแล้วให้กรรมการตรวจคะแนนมอบบัตรเลือกตั้งให้แก่ผู้นั้นไปลงคะแนน ในกรณีที่ผู้เลือกตั้งผู้ใดเป็นบุคคลไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนตามกฎหมาย ต้องแสดงหลักฐานอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงต่อกรรมการตรวจคะแนน และให้กรรมการ ตรวจคะแนนปฏิบัติตามวรรคหนึ่งแล้วให้ผู้เลือกตั้งลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือ แล้วแต่กรณี ในบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งไว้เป็นหลักฐานด้วย หากมีผู้ทักท้วง หรือกรรมการตรวจคะแนนสงสัยว่าผู้เลือกตั้งที่มาแสดงตนนั้น ไม่ใช่เป็นผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้ง ให้คณะกรรมการตรวจคะแนนมีอำนาจสอบสวนและ วินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้ถูกทักท้วงหรือผู้ถูกสงสัยมีสิทธิลงคะแนนหรือไม่ คำชี้ขาดของคณะกรรมการ ตรวจคะแนนให้เป็นที่สุด ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจคะแนนวินิจฉัยว่าผู้ถูกทักท้วงหรือผู้ถูก สงสัยไม่มีสิทธิลงคะแนน ให้คณะกรรมการตรวจคะแนนทำบันทึกคำวินิจฉัยและลงลายมือชื่อไว้ ด้วย บัตรประจำตัวตามมาตรานี้ ให้หมายความรวมถึงบัตรประจำตัวประชาชนที่หมด อายุแล้วด้วย *[มาตรา 47 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523]

มาตรา 48 ในการลงคะแนนเลือกตั้ง ผู้เลือกตั้งต้องลงคะแนนด้วยตนเอง และจะ ทอดบัตรเลือกตั้งได้แต่บัตรเดียว ในการทอดบัตรเลือกตั้ง ให้ยื่นบัตรแก่กรรมการตรวจคะแนนผู้ประจำหีบบัตร เลือกตั้ง และให้กรรมการนั้นใส่บัตรลงในหีบทันที

มาตรา 49 ผู้เลือกตั้งคนใดได้รับบัตรเลือกตั้งเพื่อลงคะแนนแล้ว ไม่ประสงค์จะ ลงคะแนนให้ผู้ใด ให้คืนบัตรนั้นแก่กรรมการตรวจคะแนน และให้กรรมการตรวจคะแนนบันทึกไว้ ในบัญชีผู้เลือกตั้ง

มาตรา 50 ในการประชุมของคณะกรรมการตรวจคะแนนก็ดี การลงคะแนนก็ดี การนับคะแนนก็ดี ผู้สมัครแต่ละคนมีสิทธิที่จะแต่งตั้งให้ผู้เลือกตั้งเป็นตัวแทนผู้สมัครประจำอยู่ ณ ที่ซึ่งจัดไว้ในที่เลือกตั้งได้แห่งละคน ภายใต้บังคับมาตรา 33 ตัวแทนผู้สมัครต้องได้รับความยินยอมให้ดูการดำเนินการ เลือกตั้ง และอ่านบัตรแต่ละใบโดยไม่จับต้องบัตรในเมื่อกรรมการตรวจคะแนนอ่านบัตร ทั้งให้ได้ ฟังการประชุมของคณะกรรมการตรวจคะแนนด้วย ตัวแทนผู้สมัครอาจร้องทักท้วงในเมื่อเห็นว่ากรรมการตรวจคะแนนปฏิบัติการไม่ ถูกต้องตามกฎหมาย ในกรณีเช่นนี้ให้เจ้าหน้าที่คะแนนจดบันทึกคำทักท้วงนั้นไว้ ห้ามมิให้ตัวแทนผู้สมัครจับต้องบัตรเลือกตั้ง หรือกล่าวโต้ตอบกับกรรมการตรวจ คะแนนหรือระหว่างกันเอง โดยประการที่เป็นอุปสรรคต่อกิจการที่กำลังดำเนินอยู่ ในการตั้งตัวแทนผู้สมัคร ให้ใช้แบบตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้ได้รับ ยกเว้นไม่ต้องเสียอากรแสตมป์

หมวด 7
การตรวจและรวมคะแนน
__________

มาตรา 51 เมื่อเสร็จการลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ให้กรรมการตรวจคะแนนนับบัตร ตรวจบัตร และนับคะแนนโดยเปิดเผย ห้ามมิให้เลื่อนหรือประวิงการนับคะแนน เมื่อการนับคะแนนเสร็จแล้ว ให้กรรมการตรวจคะแนนประกาศผลของการ นับคะแนน ณ ที่เลือกตั้งนั้น แล้วทำรายงานแสดงผลของการนับคะแนน เก็บรวบรวมเอกสาร บรรจุหีบบัตรเลือกตั้ง และปิดหีบบัตรเลือกตั้งตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ส่งไปยัง เทศบาลโดยเร็ว ก่อนประกาศผลของการนับคะแนน ห้ามมิให้ผู้มีหน้าที่เป็นกรรมการตรวจคะแนน และเจ้าหน้าที่คะแนนแจ้งแก่ผู้ใดให้ทราบจำนวนบัตรเลือกตั้งซึ่งได้ลงคะแนนไว้ หรือให้ทราบจำนวน คะแนนอันได้ลงไว้สำหรับบุคคลใด หรือให้ทราบว่าผู้ใดได้ลงคะแนนหรือไม่

มาตรา 52* บัตรเลือกตั้งต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นบัตรเสีย คือ
(1) บัตรปลอม
(2) บัตรที่ทำเครื่องหมายเกินกว่าจำนวนสมาชิกสภาเทศบาลที่จะมีได้ในเขต เลือกตั้งนั้น
(3) บัตรที่มิได้ทำเครื่องหมายเลย
(4) บัตรที่ปรากฏว่าได้พับซ้อนกันเกินกว่าบัตรเดียว
(5) บัตรที่มีเครื่องหมาย เครื่องสังเกต หรือข้อความอื่นใด นอกจากที่กำหนดใน กฎกระทรวง *[มาตรา 52 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2517]

มาตรา 53 บัตรเสียตามมาตรา 52 นั้น ให้กรรมการตรวจคะแนนสลักหลังว่า "เสีย" และให้ลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกคน แล้วให้แยกออกรวมไว้เป็นส่วนหนึ่ง และห้ามมิให้ นับคะแนนจากบัตรดังว่านี้

มาตรา 54* เมื่อเทศบาลได้รับรายงานแสดงผลของการนับคะแนนจากคณะ กรรมการตรวจคะแนนแห่งหน่วยเลือกตั้งต่าง ๆ ในเขตเลือกตั้งใดแล้ว ให้คณะเทศมนตรี รวมยอดคะแนนของผู้สมัครแต่ละคนในเขตเลือกตั้งนั้นโดยเร็ว ในเขตเลือกตั้งหนึ่ง ให้ผู้สมัครซึ่งได้คะแนนมากตามลำดับลงมาได้รับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาเทศบาลตามจำนวนที่มีการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น ภายในบังคับแห่งวรรคก่อน ในกรณีที่มีผู้สมัครหลายคนได้คะแนนเท่ากัน จนเป็น เหตุให้ไม่สามารถเรียงลำดับผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลได้ตามจำนวน ก็ให้ผู้ที่ได้คะแนน เท่ากันนั้นจับสลากเพื่อให้ได้จำนวนผู้ได้รับเลือกตั้งครบจำนวนที่เขตเลือกตั้งนั้นมีการเลือกตั้งได้ การจับสลากตามความในมาตรานี้ ให้กระทำต่อหน้าคณะเทศมนตรี *[มาตรา 54 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2501]

มาตรา 55 เมื่อเป็นอันยุติว่าในเขตเลือกตั้งใดผู้สมัครคนใดได้รับเลือกตั้งตาม บทพระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้เทศบาลประกาศผลของการเลือกตั้งในเขตนั้นไว้ ณ สำนักงาน เทศบาลโดยไม่ชักช้า ตามแบบซึ่งกำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 56* เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว เทศบาลจะทำลายบัตรเลือกตั้งและ เอกสารที่เก็บอยู่ในหีบบัตรเลือกตั้งนั้นได้เมื่อพ้นระยะเวลาคัดค้านการเลือกตั้งตามมาตรา 57 แล้ว ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ในกรณีที่มีการคัดค้านการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใด ให้เทศบาลเก็บรักษาหีบบัตร เลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด *[มาตรา 56 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523]

หมวด 8
การคัดค้านการเลือกตั้ง
___________

มาตรา 57 ภายในสิบห้าวัน นับตั้งแต่เทศบาลประกาศผลของการเลือกตั้ง ผู้เลือกตั้ง ไม่น้อยกว่าสิบคนก็ดี ผู้สมัครคนใดก็ดี ในเขตเลือกตั้งใดเห็นว่าการเลือกตั้งในเขตนั้นเป็นไป โดยมิชอบ มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ซึ่งเขตเลือกตั้งนั้นอยู่ในเขตอำนาจ เพื่อขอให้สั่งว่าบุคคล ผู้หนึ่งผู้ใดมิได้รับเลือกตั้งโดยชอบ และหรือว่าผู้ใดได้รับเลือกตั้งโดยชอบ หรือว่าไม่มีบุคคล ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับเลือกตั้งโดยชอบ

มาตรา 58 เมื่อศาลได้รับคำร้องคัดค้านแล้ว ให้ดำเนินการพิจารณาตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยเร็ว โดยให้เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้ง หรือผู้ได้รับเลือกตั้ง ที่มีส่วนได้เสียมีโอกาสต่อสู้การคัดค้านนั้น เมื่อศาลสั่งอย่างใด ให้แจ้งคำสั่งไปยังเทศบาลโดย มิชักช้าคำสั่งศาลนั้นให้เป็นที่สุด ในกรณีที่ศาลสั่งว่าบุคคลผู้หนึ่งผู้ใดมิได้รับเลือกตั้งโดยชอบ และไม่ได้สั่งว่าผู้ใด ได้รับเลือกตั้งโดยชอบ หรือกรณีที่ศาลสั่งว่าไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดได้รับเลือกตั้งโดยชอบ ให้เป็นหน้าที่ เทศบาลจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่สำหรับตำแหน่งที่ว่าง และภายใต้บังคับมาตรา 6 ให้เทศบาล ประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ก่อนพ้นสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งศาล เว้นแต่ศาลจะสั่งเป็น อย่างอื่น ในระหว่างที่ศาลยังมิได้มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าผู้สมัครซึ่งเทศบาลได้ ประกาศว่าได้รับเลือกตั้งนั้นเป็นสมาชิกสภาเทศบาลโดยชอบ

หมวด 9
บทกำหนดโทษ
__________

มาตรา 59 ผู้มีหน้าที่ในการเลือกตั้งผู้ใดจงใจนับบัตรเลือกตั้งหรือคะแนนในการ เลือกตั้งให้ผิดไปจากความจริง หรือจงใจรวมคะแนนให้ผิดไป หรือกระทำด้วยประการใด ๆ โดย มิชอบด้วยกฎหมาย ให้บัตรเลือกตั้งชำรุดหรือเสียหายหรือให้กลายเป็นบัตรเสีย หรือจงใจอ่านบัตร เลือกตั้งให้ผิดไปจากความจริง หรือจงใจทำรายงานการเลือกตั้งไม่ตรงความจริง มีความผิด ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าสิบบาทขึ้นไปจนถึงพันบาท หรือจำคุกตั้งแต่เดือนหนึ่งขึ้นไปจนถึง ห้าปีหรือทั้งปรับทั้งจำ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่ต่ำกว่าสี่ปีและไม่เกิน แปดปี

มาตรา 60 ผู้มีหน้าที่ในการเลือกตั้งหรือเจ้าพนักงานผู้ใดมีหน้าที่จัดการอย่างใด ๆ ในการเลือกตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ จงใจไม่ปฏิบัติการตามหน้าที่ หรือกระทำการอันใด โดยเจตนาขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมาย กฎ ข้อบังคับหรือคำสั่งของศาลอันเกี่ยวแก่การ เลือกตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินพันบาท หรือจำคุกไม่เกิน หนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาสี่ปี

มาตรา 61 ข้าราชการประจำการและพนักงานเทศบาลผู้ใดใช้อำนาจในตำแหน่ง หน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายกระทำการใด ๆ อันเป็นอุปการะ หรือเป็นโทษแก่การเลือกตั้งของ ผู้สมัครคนใด มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินพันบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับ ทั้งจำ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาสี่ปี

มาตรา 62 ผู้มีหน้าที่ในการเลือกตั้งผู้ใดอ่านหรือตรวจดู หรือยอมให้ผู้อื่นอ่าน หรือตรวจดูเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งก่อนการคลี่บัตรออกเพื่อนับคะแนน ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินสองร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้งมีกำหนดเวลาสี่ปี

มาตรา 63 ผู้มีหน้าที่ในการเลือกตั้งผู้ใดกระทำการละเมิดต่อมาตรา 51 วรรคสาม มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา 64* เมื่อได้มีประกาศให้เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลในเขตเลือกตั้งใด จนถึงวันเลือกตั้ง ผู้ใด เพื่อจะจูงใจให้ผู้เลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งหรือให้งดเว้นมิให้ลงคะแนน ให้แก่ผู้สมัครใด กระทำการดังต่อไปนี้
(1) จัดทำ ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด
(2) ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงินหรือทรัพย์สินอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือ ทางอ้อม แก่สมาคม มูลนิธิ วัด สถาบันการศึกษา หรือสถานสงเคราะห์อื่นใด
(3) ทำการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพและการรื่นเริง ต่าง ๆ
(4) ทำสิ่งอันเป็นสาธารณประโยชน์หรือสิ่งอื่นใดเพื่อประโยชน์ของบุคคล ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถาบันการศึกษา หรือสถาบันอื่นใด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม หรือไม่ก็ตาม
(5) เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือ ทั้งปรับทั้งจำ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาแปดปี *[มาตรา 64 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523]

มาตรา 65 ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง บังอาจสมัครรับเลือกตั้ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินพันบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ และให้ศาลสั่ง เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาแปดปี

มาตรา 66 ผู้สมัครผู้ใดจัดยานพาหนะใด ๆ ให้ผู้เลือกตั้งใช้เพื่อไปลงคะแนน หรือกลับ หรือจัดให้ผู้เลือกตั้งไปลงคะแนน หรือกลับ โดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารยานพาหนะซึ่งต้อง เสียตามปกติ หรือผู้ใดกระทำการเช่นว่านั้นเพื่อประโยชน์แก่ผู้สมัครคนใด มีความผิดต้องระวาง โทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ และให้ศาลสั่งเพิกถอน สิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาสี่ปี

มาตรา 67 บุคคลผู้มิได้มีสัญชาติเป็นไทยผู้ใดกระทำการละเมิดต่อมาตรา 13 มีความผิดต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองร้อยบาทขึ้นไปจนถึงสองพันบาท หรือจำคุกตั้งแต่ หกเดือนขึ้นไปจนถึงสามปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา 68 ผู้เลือกตั้งผู้ใดเรียกหรือรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อย่างใด ๆ เป็น ประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น โดยให้คำมั่นว่าจะลงคะแนนเลือกตั้ง หรืองดเว้นไม่ลงคะแนนเลือก ตั้งผู้ใด มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับ ทั้งจำ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาแปดปี

มาตรา 69 ผู้ใดมิได้มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย บังอาจเปิดหีบบัตร เลือกตั้งซึ่งได้ปิดตั้งไว้เพื่อการลงคะแนนก็ดี หรือซึ่งได้ปิดเพื่อรักษาไว้ภายหลังการเลือกตั้งได้เสร็จ แล้วก็ดี มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับ ทั้งจำ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาสี่ปี

มาตรา 70 ผู้ใดมิได้มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย กระทำด้วยประการ ใด ๆ โดยเจตนาขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยวมิให้ผู้เลือกตั้งไปยังที่เลือกตั้ง หรือเข้าไปในที่เลือกตั้ง หรือมิให้ไปถึงที่ดังว่านั้นภายในกำหนดเวลาที่จะขอแก้บัญชีผู้เลือกตั้ง หรือที่จะลงคะแนนเลือกตั้งได้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับ ทั้งจำ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาสี่ปี

มาตรา 71 ผู้ใดลงเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งซึ่งมิใช่ของตนโดยเจตนาทุจริต หรือบังอาจขีดเขียนหรือทำเครื่องสังเกตโดยวิธีใด ๆ ไว้ที่บัตรเลือกตั้งโดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ และ ให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาสี่ปี

มาตรา 72 ผู้ใดลงคะแนนเลือกตั้ง หรือพยายามลงคะแนนโดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มี สิทธิเลือกตั้ง หรือไม่มีสิทธิลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งนั้นได้ก็ดี ทอดบัตรหรือพยายามทอดบัตร มากกว่าบัตรหนึ่งหรือมากกว่าครั้งหนึ่งในการลงคะแนนเลือกตั้งก็ดี มีความผิดต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินสองร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้งมีกำหนดเวลาสี่ปี

มาตรา 73 ผู้เลือกตั้งผู้ใด โดยเจตนาทุจริตในการเลือกตั้ง ไม่คืนบัตรเลือกตั้งให้ กรรมการตรวจคะแนนตามมาตรา 49 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุก ไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาสี่ปี

มาตรา 74 ผู้ใดก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในที่เลือกตั้งหรือในที่ประชาชนชุมนุม กันอยู่เพื่อรอการเข้าไปขอแก้บัญชีหรือลงคะแนนเลือกตั้ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา 75 ผู้ใดกระทำการละเมิดต่อมาตรา 10 มีความผิดต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินร้อยบาท

มาตรา 76* ผู้ใดกระทำการละเมิดต่อมาตรา 12 มาตรา 12 ทวิ วรรคสอง มาตรา 12 ตรี มาตรา 12 จัตวา วรรคหนึ่ง มาตรา 12 เบญจ มาตรา 12 ฉ และมาตรา 12 สัตต มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ *[มาตรา 76 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523]

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี

พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2485 [รก.2485/32/1044/12 พฤษภาคม 2485]

________________________________________________
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2496
[รก.2496/14/258/17 กุมภาพันธ์ 2496]

________________________________________________
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2501
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการให้สิทธิเลือกตั้งและสมัครรับเลือกตั้งแก่ ประชาชนอย่างกว้างขวาง จึงควรกำหนดให้คุณสมบัติของผู้เลือกตั้ง และผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาเทศบาล เป็นไปในทำนองเดียวกัน ส่วนการเปลี่ยนแปลงวิธีการกำหนดหน่วยเลือกตั้ง ก็เพื่อให้ความสะดวกแก่ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากยิ่งขึ้น [รก.2501/19/60/4 มีนาคม 2501]

________________________________________________
ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 55

โดยที่ได้มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 34 ให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณา แต่งตั้งสมาชิกสภาจังหวัดและสมาชิกสภาเทศบาลแทนตำแหน่งที่ว่างลงได้ และโดยที่ขณะนี้ คณะปฏิวัติกำลังพิจารณาปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยสภาจังหวัดและกฎหมายว่าด้วยเทศบาลอยู่ สมควรที่จะให้กระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งสมาชิกสภาจังหวัดและสภาเทศบาล ในกรณีที่จะต้อง มีการเลือกตั้งทั้งไปได้เช่นเดียวกับการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาจังหวัดและสภาเทศบาล ตาม ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่กล่าวแล้วด้วย หัวหน้าคณะปฏิวัติจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ความในข้อ 1 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 34 ซึ่งใช้บังคับแก่กรณี ที่จะต้องมีการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาจังหวัดและสมาชิกสภาเทศบาลนั้น ให้นำมาใช้บังคับแก่ กรณีที่จะต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดและสมาชิกสภาเทศบาล อันมิใช่เป็นการเลือกตั้งซ่อม ได้ด้วย ข้อ 2 ให้ถือว่าสมาชิกสภาจังหวัดและสมาชิกสภาเทศบาลที่ได้รับการแต่งตั้งตาม ประกาศนี้เป็นสมาชิกที่ได้รับเลือกตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป [รก.2502/13/14/20 มกราคม 2502]

________________________________________________
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2511

มาตรา 16 ในกรณีมีประกาศก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาเทศบาลในเทศบาลใด ให้ใช้พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พุทธศักราช 2482 ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับประกอบด้วย พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2499 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช บัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2499 และพระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2500 บังคับแก่การเลือกตั้งดังกล่าว มาตรา 17 ให้บรรดาสมาชิกสภาเทศบาล ซึ่งได้รับเลือกตั้งอยู่ก่อนวันที่พระราช บัญญัตินี้ใช้บังคับและซึ่งจะได้รับเลือกตั้งตามมาตรา 16 เป็นสมาชิกสภาเทศบาลจนกว่าจะออก ตามวาระ หรือพ้นจากสมาชิกภาพเพราะเหตุอื่น สมาชิกสภาเทศบาลตามวรรคหนึ่งไม่ขาดจากสมาชิกภาพ เพราะเหตุไม่มี คุณสมบัติตามมาตรา 20 (2) หรือ (3) แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พุทธศักราช 2482 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 18 ให้ใช้พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พุทธศักราช 2482 ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2499 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเลือกตั้ง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2499 และพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2500 บังคับแก่คดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลที่ได้ดำเนินการ เลือกตั้งก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หรือที่ดำเนินการเลือกตั้งตามมาตรา 16

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ด้วยพระราชบัญญัติการเลือกตั้ง สมาชิกสภาเทศบาล พ.ศ. 2482 ได้กำหนดในเรื่องคุณสมบัติของผู้เลือกตั้ง คุณสมบัติของผู้สมัคร รับเลือกตั้ง ตลอดจนการจัดทำทะเบียนผู้เลือกตั้ง ให้โยงไปใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัดนี้ กฎหมายดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พ.ศ. 2482 [รก.2511/108/833/19 พฤศจิกายน 2511]

________________________________________________
*ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เมื่อ สมาชิกภาพแห่งสภาจังหวัดหรือสภาเทศบาลสิ้นสุดลงตามวาระ หรือเมื่อตำแหน่งสมาชิกสภา จังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาลว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระ หรือเมื่อมีการยุบสภาจังหวัด หรือสภาเทศบาล ยังไม่สมควรให้มีการดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดหรือสภาเทศบาล แต่ควรใช้วิธีแต่งตั้งแทนการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นวิธีการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ยิ่งกว่า *[ถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19] [รก.2514/140/1พ/15 ธันวาคม 2514]

________________________________________________
พระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 ลงวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2514 พ.ศ. 2517

มาตรา 4 ให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิก สภาเทศบาลอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ พ้นจากสมาชิกภาพในวันที่มีการเลือกตั้งตาม มาตรา 5 หรือมาตรา 6 แล้วแต่กรณี การพ้นจากสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการออกตามวาระ เว้นแต่ในกรณีที่สภาเทศบาลใดมีทั้งสมาชิกซึ่งได้รับการเลือกตั้งและสมาชิกซึ่งได้รับการแต่งตั้ง เมื่อมีการเลือกตั้งสมาชิกขึ้นแทนตามมาตรา 6 แล้ว ให้สมาชิกซึ่งได้รับเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่ง ได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน มาตรา 5 ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาจังหวัดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก ภายหลังที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา 6 ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาเทศบาลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

__________________________________
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 ลงวันที่ พ.ศ. 2514 ได้บัญญัติให้มีการแต่งตั้งสมาชิกสภาจังหวัดและสมาชิกสภา เทศบาลแทนการเลือกตั้ง บัดนี้เป็นการสมควรที่จะให้ประชาชนได้เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและ สมาชิกสภาจังหวัดโดยตรง เพื่อให้เป็นการสอดคล้องกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และ เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

[รก.2517/154/417/17 กันยายน 2517]

________________________________________________
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2517
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไข เพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลในส่วนที่เกี่ยวกับลักษณะของบัตรเสีย เพื่อให้สอดคล้องกับวิธีการในการลงคะแนนเลือกตั้งซึ่งเปลี่ยนแปลงใหม่ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ขึ้น

[รก.2517/154/421/17 กันยายน 2517]

________________________________________________
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2517
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เห็นเป็นการสมควรปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พุทธศักราช 2482 ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และสอดคล้องกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะได้ประกาศใช้ในโอกาสต่อไป [รก.2517/154/424/17 กันยายน 2517]

________________________________________________
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2523 มาตรา 3 ให้แก้คำว่า "หน่วยลงคะแนน" "ที่ลงคะแนน" "ข้าหลวงประจำจังหวัด" "ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง" และ "พนักงานคะแนน" ในพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พุทธศักราช 2482 เป็น "หน่วยเลือกตั้ง" "ที่เลือกตั้ง" "ผู้ว่าราชการจังหวัด" "ผู้เลือกตั้ง" และ "เจ้าหน้าที่คะแนน" ตามลำดับ ทุกแห่ง

____________________________________
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย ได้กำหนดให้คุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลต้อง สอดคล้องกับคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และโดยที่จำเป็น ต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พุทธศักราช 2482 ในส่วนที่ ่เกี่ยวกับผู้เลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง วิธีการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง วิธีการลงคะแนน และเรื่อง อื่น ๆ ให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้การเลือกตั้ง เป็นไปในแนวเดียวกันจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

[รก.2523/33/19พ/2 มีนาคม 2523]

พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2538

มาตรา 8 ในกรณีที่มีการประกาศให้เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลแล้วก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การรับสมัครเลือกตั้งและการดำเนินการต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตามพระราช บัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พุทธศักราช 2482 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ก่อนวันที่พระราช บัญญัตินี้ใช้บังคับ สำหรับบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งที่จัดทำตามบทกฎหมายดังกล่าวจะมีผลใช้ได้เมื่อ ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว แต่ถ้าพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้ บังคับก่อนมีการประกาศบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้ง ให้ดำเนินการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งขึ้น โดย มีรายชื่อผู้เลือกตั้งที่เป็นไปตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พุทธศักราช 2482 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และประกาศก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า สิบห้าวัน ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการตรวจคะแนนประชุมกันเป็นครั้งแรกก่อนวันเลือกตั้งเจ็ดวัน ให้ผู้ที่ประสงค์ขอให้เติมชื่อลงในบัญชีหรือถอนชื่อจากบัญชีร้องขอต่อคณะกรรมการตรวจคะแนน ในวันดังกล่าว

______________________________________
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณา จักรไทย ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พุทธ ศักราช 2538 มาตรา 109 ได้แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับสัญชาติและอายุของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยบัญญัติให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทยเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยไม่จำกัดว่า บุคคลผู้มีสัญชาติไทยนั้นจะมีบิดาเป็นคนต่างด้าวหรือไม่และกำหนดเงื่อนไขของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นผู้มีสัญชาติไทย โดยการแปลงสัญชาติว่าจะต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี กับบัญญัติให้ผู้มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้งเป็นผู้มี สิทธิเลือกตั้ง และมาตรา 198 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยดังกล่าวได้บัญญัติ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นอย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 111(1) และ (2) กล่าวคือ ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยซึ่งบิดาเป็นคนต่างด้าวต้องมี คุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย และต้องมี อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเลือกตั้ง สมาชิกสภาเทศบาล พุทธศักราช 2482 ให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ [รก.2538/43ก/4/9 ตุลาคม 2538]

________________________________________________
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2541

มาตรา 4 บทบัญญัติของมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภา เทศบาล พุทธศักราช 2482 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ไม่กระทบกระเทือนถึงประกาศ ของผู้ว่าราชการจังหวัดที่กำหนดระยะเวลารับสมัครเลือกตั้งและวันเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล ไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

______________________________________
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเกี่ยวกับระยะเวลาการรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภา เทศบาล ตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ [รก.2541/99ก/1/28 ธันวาคม 2541]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com