ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร พ.ศ. 2497

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497
เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหารจาก โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าของกองทัพบก โรงเรียนนายเรือของ กองทัพเรือ และโรงเรียนนายเรืออากาศของกองทัพอากาศ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดย คำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติกำหนด วิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร พ.ศ. 2497"

มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป*

[รก.2497/16/435/9 มีนาคม 2497]

มาตรา 3* ให้ผู้สำเร็จวิชาการทหารจากโรงเรียนนายร้อย พระจุลจอมเกล้า กองทัพบก โรงเรียนนายเรือ กองทัพเรือ โรงเรียน นายเรืออากาศ กองทัพอากาศ และโรงเรียนแผนที่ กองบัญชาการทหาร สูงสุด ตามหลักสูตรที่สภาการศึกษาวิชาการทหารกำหนด ได้รับปริญญาตรี ในสาขาวิชาที่มีการสอนในสถาบันการศึกษานั้น การกำหนดชื่อปริญญา และอักษรย่อในสาขาวิชาตามวรรคหนึ่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา *

[มาตรา 3 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 3533]

มาตรา 3 ทวิ* ให้ผู้สำเร็จวิชาการทหารจากโรงเรียนเสนาธิการ ทหารบก กองทัพบก โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ กองทัพเรือ และโรงเรียน เสนาธิการทหารอากาศ กองทัพอากาศ ตามหลักสูตรที่สภาการศึกษาวิชาการ ทหารกำหนด ได้รับปริญญาโทในสาขาวิชาที่มีการสอนในสถาบันการศึกษานั้น การกำหนดชื่อปริญญา และอักษรย่อในสาขาวิชาตามวรรคหนึ่งให้ตรา เป็นพระราชกฤษฎีกา *

[มาตรา 3 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2533]

มาตรา 3 ตรี* โรงเรียนนายร้อยพระ จุลจอมเกล้า กองทัพบก โรงเรียนนายเรือ กองทัพเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ กองทัพอากาศ โรงเรียนแผนที่ กองบัญชาการทหารสูงสุด และโรงเรียนเสนาธิการทหารบก กองทัพบก โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ กองทัพเรือ และโรงเรียน

เสนาธิการทหารอากาศ กองทัพอากาศ โดยอนุมัติสภาการศึกษาวิชาการ ทหาร มีอำนาจให้ปริญญากิตติมศักดิ์แก่บุคคลซึ่งเห็นว่าทรงคุณวุฒิและสมควร แก่ปริญญานั้น หลักเกณฑ์การให้ปริญญากิตติมศักดิ์ ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่สภาการ ศึกษาวิชาการทหารกำหนด *

[มาตรา 3 ตรี เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2533]

มาตรา 4* นอกจากการให้ได้รับปริญญาตามมาตรา 3 และ มาตรา 3 ทวิ นักเรียนวิชาการทหารอาจได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูงหรือ ประกาศนียบัตรแสดงว่าสอบความรู้ได้ตามที่สภาการศึกษาวิชาการทหารกำหนด *

[มาตรา 4 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2533]

มาตรา 5* เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีสภาขึ้น เรียกว่า "สภาการศึกษา วิชาการทหาร" มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) พิจารณาอนุมัติการจัดตั้ง รวมและยุบเลิกสาขาวิชา
(2) พิจารณาอนุมัติหลักสูตรของแต่ละสาขาวิชา
(3) กำหนดวิธีอันจะยังการศึกษาวิชาการทหารให้เจริญยิ่งขึ้น
(4) กำหนดพื้นความรู้ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์การเข้าเป็นนักเรียน วิชาการทหาร ระยะเวลาการศึกษา การสอบ และเงื่อนไขในการรับปริญญา
(5) อนุมัติให้ปริญญา ประกาศนียบัตรชั้นสูง และประกาศนียบัตร
(6) อนุมัติให้ปริญญากิตติมศักดิ์
(7) วางระเบียบและออกข้อบังคับเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ และอาจมอบให้สถาบันการศึกษาใดเป็นผู้วางระเบียบและออกข้อบังคับสำหรับ สถาบันการศึกษานั้นเป็นเรื่อง ๆ ไปก็ได้เพื่อประโยชน์แก่การรักษามาตรฐานการศึกษาระดับอุดมศึกษาของ ประเทศ ในการปฏิบัติการตามวรรคหนึ่ง ให้สภาการศึกษาวิชาการทหาร คำนึงถึงมาตรฐานโดยทั่วไปที่ทบวงมหาวิทยาลัยกำหนดสำหรับสถาบันอุดมศึกษา ด้วย*

[มาตรา 5 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบ ับที่ 5) พ.ศ. 2533]

มาตรา 6* สภาการศึกษาวิชาการทหารประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย ผู้บัญชาการ ทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เสนาธิการทหาร เสนาธิการทหารบก เสนาธิการทหารเรือ เสนาธิการทหาร อากาศ เจ้ากรมการศึกษาวิจัย เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก เจ้ากรมยุทธศึกษา ทหารเรือ เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารอากาศ ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการทหารบก ชั้นสูง ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการ ทหารอากาศชั้นสูง ผู้บัญชาการโรงเรียนแผนที่ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อย พระจุลจอมเกล้า ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ และผู้บัญชาการโรงเรียน นายเรืออากาศ เป็นกรรมการ ในกรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ให้รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นกรรมการด้วย ให้มีเลขาธิการหนึ่งคน แต่งตั้งและถอดถอนโดยนายกสภาการศึกษา วิชาการทหารตามมติของสภาการศึกษาวิชาการทหาร *[มาตรา 6 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2533] มาตรา 6 ทวิ* ในการปฏิบัติหน้าที่ต ามพระราชบัญญัตินี้ สภาการ ศึกษาวิชาการทหารอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อให้กระทำการใด ๆ ตามที่ คณะกรรมการมอบหมาย แล้วรายงานต่อสภาการศึกษาวิชาการทหาร ให้นำมาตรา 8 มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการ โดยอนุโลม *

[มาตรา 6 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2533]

| หน้าถัดไป »

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย