ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ กำหนดอำนาจกระทรวงการคลังในการค้ำประกัน พ.ศ. 2510

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2510
เป็นปีที่ 22ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายกำหนดอำนาจกระทรวงการคลัง ในการค้ำประกัน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติกำหนดอำนาจ กระทรวงการคลังในการค้ำประกัน พ.ศ. 2510"

มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

*[รก.2510/125/1041/26 ธันวาคม 2510]

มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้

"การค้ำประกัน" หมายความรวมถึงอาวัลตั๋วเงินด้วย

"ส่วนราชการ"* หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือ ทบวงการเมืองที่มีฐานะเทียบเท่า และให้หมายความรวมถึงองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล และกรุงเทพมหานครด้วย

*[นิยาม "ส่วนราชการ" แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2519]

"องค์การของรัฐ" หมายความว่า องค์การหรือวิสาหกิจที่เป็น นิติบุคคลซึ่งได้มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้นและมีทุนทั้งสิ้น เป็นของรัฐบาล

"สถาบันการเงิน" หมายความว่า สถาบันการเงินที่มีกฎหมาย โดยเฉพาะ จัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม

"เงินกองทุน" หมายความว่า ทุนที่ชำระแล้ว ทุนสำรอง ซึ่ง รวมทั้งเงินสำรองอื่นที่ได้จัดสรรจากกำไรสุทธิและกำไรสุทธิคงเหลือ หลังจากการจัดสรรแล้ว

มาตรา 4* ภายใต้บังคับมาตรา 5 กระทรวงการคลังมีอำนาจ ค้ำประกันหนี้ของส่วนราชการ หนี้ขององค์การของรัฐ หนี้ของบริษัทจำกัด ที่เป็นรัฐวิสาหกิจและหนี้ของสถาบันการเงิน ได้โดยความเห็นชอบของ คณะรัฐมนตรี บริษัทจำกัดที่เป็นรัฐวิสาหกิจดังกล่าวต้องเป็น
(ก) บริษัทจำกัดที่ส่วนราชการ และหรือองค์การของรัฐมีทุน รวมอยู่ด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบ หรือ
(ข) บริษัทจำกัดที่ส่วนราชการ และหรือองค์การของรัฐ และ หรือบริษัทจำกัดตาม (ก) มีทุนรวมอยู่ด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบ

*[มาตรา 4 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2519]

มาตรา 5* กระทรวงการคลังจะก่อหนี้ผูกพันด้วยการค้ำประกัน เป็นจำนวนเงินรวมกันทั้งสิ้นในขณะที่ก่อหนี้ผูกพันนั้นเกินกว่าจำนวน ดังต่อไปนี้มิได้

(1) ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นบริษัทจำกัดที่เป็นรัฐวิสาหกิจตาม มาตรา 4 หกเท่าของเงินกองทุนของบริษัทจำกัดนั้น
(2) ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นสถาบันการเงิน สี่เท่าของเงินกองทุน ของสถาบันการเงินนั้น
(3) การก่อหนี้ผูกพันตาม (1) และหรือ (2) ในปีงบประมาณ หนึ่ง ๆ ต้องเป็นจำนวนไม่เกินร้อยละสิบของงบประมาณรายจ่ายตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณนั้น ๆ ความใน (3) มิให้ใช้บังคับแก่ก ารค้ำประกันในการต่ออายุ สัญญาหรือแก้ไขสัญญาค้ำประกันโดยไม่แก้ไขจำนวนเงินค้ำประกันเพิ่มขึ้น จากเดิม

*[มาตรา 5 แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 17 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2520]

มาตรา 6 การคำนวณเงินที่กระทรวงการคลังก่อหนี้ผูกพันด้วย การค้ำประกันตามมาตรา 5 (3) มิให้นำจำนวนเงินค้ำประกันที่กระทรวง การคลังค้ำประกันโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายอื่นมารวมคำนวณด้วย

มาตรา 7 เพื่อประโยชน์แห่งพระราชบัญญัตินี้ การคำนวณเงินตรา ต่างประเทศเป็นเงินตราไทย ให้คำนวณโดยเทียบจากค่าเสมอภาค

มาตรา 8 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจดังต่อไปนี้ (1) มอบอำนาจให้บุคคลใดลงชื่อในสัญญาค้ำประกันที่กระทำใน ต่างประเทศ (2) กำหนดค่าธรรมเนียมการค้ำประกันบริษัทจำกัดที่เป็น รัฐวิสาหกิจตามมาตรา 4 และสถาบันการเงินไม่เกินร้อยละหนึ่งของ จำนวนเงินที่ค้ำประกัน ม

าตรา 9 พระราชบัญญัตินี้ไม่กระทบกระทั่งการค้ำประกันของ กระทรวงการคลังที่กระทำโดยอาศัยอำนาจตามกฎห มายอื่น และไม่กระทบ กระทั่งการค้ำประกันใด ๆ ที่กระทรวงการคลังได้กระทำไว้แล้วก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา 10 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี

________________________________

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากส่วน ราชการ รัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงินที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นบางแห่งมีความ จำเป็นต้องกู้เงินเพื่อดำเนินงานตามหน้าที่และกระทรวงการคลังอาจมีความ จำเป็นต้องค้ำประกันการกู้เงินนั้น ๆ ด้วย จึงสมควรที่จะให้มีกฎหมาย กำหนดอำนาจหน้าที่และขอบเขตในการที่กระทรวงการคลังจะเข้าค้ำประกัน ขึ้นไว้

ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 110 ลงวันที่ 31 มีนาคม พุทธศักราช 2515

ด้วยคณะปฏิวัติได้พิจารณาเห็นว่า เพื่อให้กระทรวงการคลัง มีอำนาจค้ำประกันหนี้ของบริษัทจำกัดที่เป็นรัฐวิสาหกิจได้มากยิ่งขึ้น สมควร แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกำหนดอำนาจกระทรวงการคลังในการค้ำประกัน พ.ศ. 2510 เสียใหม่

[รก.2515/54/1 พ./2 เมษายน 2515]

พระราชบัญญัติกำหนดอำนาจกระทรวงการคลังในการค้ำประกัน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2519

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ตามที่ได้มี ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 53 ลงวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2515 แก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 53 ลงวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2515 พ.ศ. 2519 ให้อำนาจรัฐบาลกู้เงินจาก ธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการ ธนาคารพัฒนาเอเซีย สมาคมพัฒนาการระหว่างประเทศ และรัฐบาลต่างประเทศหรือแหล่งเงินกู้ของ เอกชนในต่างประเทศ เพื่อใช้จ่ายลงทุนเพื่อพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมของ ประเทศนั้น บัดนี้ กฎหมายดังกล่าวได้หมดอายุลงในวันที่ 30 กันยายน 2519 แต่กระทรวงการคลังยังมีภาระหน้าที่ที่จะต้องจัดหาเงินให้ส่วนราชการต่าง ๆ นำไปใช้จ่ายลงทุนเพื่อพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไป ฉะนั้น เพื่อให้การพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ดำเนินการ ต่อเนื่องกันต่อไปโดยไม่หยุดชะงัก จึงจำเป็นต้องให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินจากต่างประเทศโดยการตราพระราชบัญญัตินี้

[รก.2519/144/37 พ./17 พฤศจิกายน 2519]

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 17 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2520

โดยที่คณะปฏิวัติได้พิจารณาเห็นว่า ในขณะนี้รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ กำลังอยู่ในระหว่างการขยายงานตามโครงการใหม่เพื่อให้เป็นไปตามแผนพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จึงจำเป็นต้องกู้เงินมาลงทุนเพื่องานตาม โครงการ โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน แต่กฎหมายปัจจุบันที่ให้ อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันได้จำกัดอำนาจของกระทรวงการคลังในการ ค้ำประกันไว้ในวงเงินอันจำกัด ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน สมควร ขยายอำนาจในการค้ำประกันของกระทรวงการคลังให้กว้างยิ่งขึ้น

[รก.2520/109/4 พ./8 พฤศจิกายน 2520]

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย