Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ
ควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าว
บางจำพวกในภาวะคับขัน พุทธศักราช 2484

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ 4 สิงหาคม พุทธศักราช 2480
และวันที่ 16 ธันวาคม พุทธศักราช 2484)
อาทิตย์ทิพอาภา
พล.อ.พิชเยนทรโยธิน
ปรีดี พนมยงค์
ตราไว้ ณ วันที่ 26 ธันวาคม พุทธศักราช 2484
เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรควบคุมและจัดการกิจการหรือ ทรัพย์สินของคนต่างด้าวบางจำพวกในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะคับขัน
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า "พระราชบัญญัติควบคุมและ จัดการกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวบางจำพวกในภาวะคับขัน พุทธศักราช 2484" มาตรา 2* ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2484/-/1898/26 ธันวาคม 2484] มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า บุคคลซึ่งคณะกรรมการตาม ความในพระราชบัญญัตินี้ได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการควบคุมและจัดการกิจการ หรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวบางจำพวก "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 4 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการ หนึ่งนาย และกรรมการไม่น้อยกว่าสี่นายแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การเศรษฐกิจด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เป็นองค์การเพื่อดำเนินการ ควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวบางจำพวกตามบท พระราชบัญญัตินี้ มาตรา 5 เมื่อมีความจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงสาธารณะ ความปลอดภัยและสงบสุขของประชาชน หรือเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ หรือของคนไทย ให้คณะกรรมการมีอำนาจเข้าควบคุมและจัดการกิจการหรือ ทรัพย์สินของคนต่างด้าวบางจำพวก การเข้าควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวนั้น ให้แจ้งให้คนต่างด้าวนั้นทราบเป็นหนังสือ และให้มีประกาศปิดไว้ในที่เปิดเผย อันสมควร มาตรา 6 ให้คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาว่ากิจการหรือทรัพย์สิน ของคนต่างด้าวอันเป็นคนของประเทศใด จำพวกใด หรือผู้ใดจะควรถูกควบคุม และจัดการเพียงไร คนต่างด้าวนั้น นอกจากบุคคลธรรมดา ให้หมายความรวมตลอดถึง มูลนิธิ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียนและมิได้ จดทะเบียน และองค์การรูปอื่นใดแม้จะมิได้เป็นนิติบุคคล หรือเป็นนิติบุคคล จดทะเบียนในประเทศไทย แต่ได้กระทำการเพื่อประโยชน์แก่คนต่างด้าวนั้น ในกรณีที่กิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวที่ถูกควบคุมและจัดการ เกี่ยวพันกับกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลใด จะเป็นคนไทยหรือคนต่างด้าวอื่น ก็ตาม เมื่อคณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร ให้มีอำนาจควบคุมและจัดการ กิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลนั้นได้ด้วย มาตรา 7 ในการควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินนั้น ให้คณะกรรมการมีอำนาจ 1. เข้าดำเนินกิจการและเข้าครอบครองทรัพย์สินแทนคนต่างด้าว จัดการเสมือนได้รับโอนกิจการหรือทรัพย์สินนั้นมาเป็นของตนเอง 2. หยุดการดำเนินการกิจการนั้น ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน หรือจำหน่าย

สิ่งที่เห็นว่าค่าไม่คุ้มกับการใช้จ่ายในการรักษา หรือเป็นสิ่งที่เก็บรักษาไว้ไม่ได้ หรือรักษาไว้ได้โดยยากโดยสภาพของสิ่งนั้น

3. เลิกกิจการเพื่อชำระบัญชีหรือจัดการจำหน่ายทรัพย์สินทั้งหมด เมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี ในกรณีที่คนต่างด้าวมีหนี้สินล้นพ้นตัว ให้คณะกรรมการมีอำนาจ ฟ้องขอให้คนต่างด้าวล้มละลายได้ 4. จ่ายเงินให้แก่คนต่างด้าวที่กิจการหรือทรัพย์สินถูกควบคุมและ จัดการตามจำนวนพอควรแก่การครองชีพของคนต่างด้าวนั้นและครอบครัว เป็นคราว ๆ ไป มาตรา 8 ให้ผู้ที่กิจการหรือทรัพย์สินถูกควบคุมและจัดการ มอบ กิจการหรือทรัพย์สินพร้อมด้วยสมุดบัญชี ดวงตรา เอกสาร และสิ่งอื่นอันเกี่ยวกับ กิจการหรือทรัพย์สินนั้นทั้งสิ้นให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ทันที มาตรา 9 ผู้ใดครอบครองทรัพย์สิน สมุดบัญชี ดวงตรา เอกสาร และสิ่งอื่นอันเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวที่ถูกควบคุมและถูกจัดการ มีหน้าที่ต้องรายงานให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบโดยมิชักช้า
มาตรา 10 คนต่างด้าวซึ่งกิจการหรือทรัพย์สินหรือของนิติบุคคลที่ตน เป็นผู้แทนถูกควบคุมหรือจัดการต้องไปพบกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง ที่ถูกเรียก การย้ายถิ่นที่อยู่จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการแล้ว มาตรา 11 เมื่อได้มีประกาศถึงการเข้าควบคุมและจัดการกิจการ หรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวผู้ใดแล้ว นิติกรรมใดที่คนต่างด้าวผู้นั้นกระทำขึ้นโดย มิได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ นอกจากสัญญาซื้อสิ่งจำเป็นเกี่ยวกับการครองชีพ ให้ถือเป็นโมฆะ การปฏิบัติตามนิติกรรมที่ได้กระทำขึ้นไว้ก่อนการควบคุมนั้นจะสมบูรณ์ได้ ต่อเมื่อได้กระทำทางพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนนิติกรรมซึ่งได้กระทำขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม พุทธศักราช 2484 จนถึงวันประกาศให้ควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สิน ถ้ามิได้รับสัตยาบันจาก พนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนด 30 วันนับแต่วันประกาศให้ถือเป็นโมฆะ มาตรา 12 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการควบคุมและจัดการ ตลอดจน เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าบำเหน็จกรรมการและพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้คิดจากทรัพย์สิน ของคนต่างด้าวนั้น มาตรา 13 ในกรณีที่ต้องเลิกกิจการและชำระบัญชี หรือจำหน่าย ทรัพย์สิน เมื่อได้หักค่าใช้จ่าย หนี้สิน ค่าบำเหน็จกรรมการและพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้ว ถ้ามีเงินคงเหลือ ให้คณะกรรมการรวบรวมไว้ มาตรา 14 กรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดในการ เสียหายใด ๆ อันเกิดขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติตามบทพระราชบัญญัตินี้ ผู้ที่กิจการ หรือทรัพย์สินถูกควบคุมและจัดการ จะเรียกค่าสินไหมทดแทนเนื่องในการที่ คณะกรรมการได้ควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินของตนไม่ได้ และไม่มี สิทธิเรียกดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่คณะกรรมการรวบรวมไว้ด้วย มาตรา 15 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการเท่าที่ คณะกรรมการมอบหมาย มาตรา 16 ให้กรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกบุคคล ใดมาสอบถามข้อความหรือให้ส่งทรัพย์สิน ดวงตรา สมุดบัญชี เอกสาร หรือ สิ่งอื่นใดอันเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินซึ่งถูกควบคุมและจัดการนั้นและให้มี

อำนาจเข้าตรวจค้นในเคหะสถานหรือที่ทำงานของบุคคลซึ่งสงสัยว่าเกี่ยวข้อง กับกิจการ หรือทรัพย์สินอันถูกควบคุมและจัดการนั้น

มาตรา 17 ผู้ใดกระทำการช่วยเหลือด้วยประการใดแก่คนต่างด้าว เพื่อมิให้กิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวนั้นต้องถูกควบคุมและถูกจัดการ หรือเพื่อมิให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการควบคุมและการจัดการกิจการหรือทรัพย์สิน นั้นอย่างสมบูรณ์ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือจำคุก ไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา 18 ผู้ใดขัดคำสั่งกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ในการ เรียกมาสอบถามหรือให้ส่งสิ่งใดตามมาตรา 16 มีความผิดต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินห้าพันบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ มาตรา 19 ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา 16 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา 20 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 9 หรือมาตรา 10 มีความผิดต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา 21 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 8 มีความผิดต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินสามหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือทั้งปรับทั้งจำ มาตรา 22 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเศรษฐกิจรักษาการ ตามพระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com