Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ เงินตรา พ.ศ. 2501

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2501
เป็นปีที่ 13 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยเงินตรา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501" มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2501/65/409/26 สิงหาคม 2501]
มาตรา 3 ให้ยกเลิก (1) พระราชบัญญัติเงินตรา พุทธศักราช 2471 (2) พระราชบัญญัติเงินตราแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2473 (3) พระราชบัญญัติเงินตราแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2475 (4) พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2479 (5) พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ 5) พุทธศักราช 2482 (6) พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ 6) พุทธศักราช 2483 (7) พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ 7) พุทธศักราช 2484 (8) พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ 8) พุทธศักราช 2485 (9) พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ 9) พุทธศักราช 2485 (10) พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ 10) พุทธศักราช 2487 (11) พระราชบัญญัติระบบเงินตราชั่วคราว (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2501
มาตรา 4* ในพระราชบัญญัตินี้ "กองทุนการเงิน"* หมายความว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ตามข้อตกลงว่าด้วยกองทุนการเงินระหว่างประเทศซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิก *[นิยาม กองทุนการเงิน เพิ่มเติมโดย พรก.แก้ไขเพิ่มเติม พรบ.เงินตรา พ.ศ. 2501 พ.ศ. 2521] "ใบสำคัญสิทธิซื้อส่วนสำรอง"* หมายความว่า ใบสำคัญสิทธิซื้อส่วน สำรองที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับกองทุนการเงิน และธนาคารระหว่างประเทศ *[นิยาม ใบสำคัญสิทธิซื้อส่วนสำรอง เพิ่มเติมโดย พรก.แก้ไข เพิ่มเติม พรบ.เงินตรา พ.ศ. 2501 พ.ศ. 2521] "ซื้อหรือขายทันที" หมายความว่า ซื้อหรือขายโดยโอนตามคำสั่งทาง โทรเลข "หลักทรัพย์ต่างประเทศ" หมายความว่า (1) หลักทรัพย์ของรัฐบาลต่างประเทศหรือของสถาบันการเงินระหว่าง ประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก
(2) หลักทรัพย์ที่รัฐบาลต่างประเทศหรือสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกค้ำประกันการชำระหนี้ตามหลักทรัพย์นั้น (3) ตราสารที่สถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็น สมาชิกออกให้เป็นหลักฐานว่า ผู้ถือตราสารได้มีส่วนร่วมกับสถาบันการเงินระหว่าง ประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกในการให้กู้ยืมเงินแก่รัฐบาลสมาชิก หรือองค์การ ของรัฐบาลสมาชิกของสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก ตามจำนวนดังระบุไว้ในตราสารนั้น "อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด" หมายความว่า ความยิ่งหย่อนแห่งน้ำหนัก และเนื้อโลหะของเหรียญกษาปณ์จากอัตราที่กำหนด "เงินตราที่พึงเปลี่ยนได้" หมายความว่า เงินตราของประเทศที่รับ ปฏิบัติแล้วตามพันธะที่ตั้งไว้ตามหมวด 8 แห่งข้อตกลงว่าด้วยกองทุนการเงิน ระหว่างประเทศ "ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงิน" หมายความว่า ใบสำคัญสิทธิพิเศษ ถอนเงินที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจและกำหนดการปฏิบัติบางประการ เกี่ยวกับสิทธิพิเศษถอนเงินในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ "พนักงานเจ้าหน้าที่"* หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ *[นิยาม พนักงานเจ้าหน้าที่ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2536] "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ *[มาตรา 4 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2516] มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด 1
เงินตราและหน่วยของเงินตรา
_______

มาตรา 6 เงินตราได้แก่เหรียญกษาปณ์และธนบัตร

มาตรา 7 หน่วยของเงินตราเรียกว่า "บาท" หนึ่งบาทแบ่งเป็น หนึ่งร้อยสตางค์ คำว่า "บาท" นั้น จะใช้เครื่องหมาย "บ." แทนก็ได้ มาตรา 8* ค่าเสมอภาคของบาทได้แก่ค่าของบาทที่กำหนดโดยเทียบกับ หน่วยสิทธิพิเศษถอนเงินหรือเทียบกับเงินตราสกุลอื่น หรือเทียบกับค่าที่คำนวณได้ จากเงินตราสกุลอื่นหลายสกุลรวมกัน หรือเทียบกับหน่วยเทียบอื่นที่กองทุนการเงิน กำหนดขึ้น การกำหนดค่าเสมอภาคของบาทดังกล่าวให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา ในกรณีที่มีการกำหนดค่าเสมอภาคของบาทตามวรรคหนึ่ง เมื่อมีเหตุ สมควรรัฐมนตรีอาจประกาศให้ระงับใช้ค่าเสมอภาคของบาทชั่วคราว เป็นเวลา ไม่เกินเก้าสิบวัน โดยจะประกาศให้ใช้ระบบการแลกเปลี่ยนเงินตราระบบใด ตามที่เห็นสมควรในระหว่างนั้นด้วยหรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำแนะนำของธนาคาร แห่งประเทศไทย ในกรณีที่ไม่มีการกำหนดค่าเสมอภาคของบาทตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรี อาจประกาศให้ใช้ระบบการแลกเปลี่ยนเงินตราระบบใดได้ตามที่เห็นสมควร โดยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทย *[มาตรา 8 แก้ไขโดย พรก.แก้ไขเพิ่มเติม พรบ.เงินตรา พ.ศ. 2501 พ.ศ. 2521] มาตรา 9 ห้ามมิให้ผู้ใดทำ จำหน่าย ใช้ หรือนำออกใช้ซึ่งวัตถุหรือ เครื่องหมายใด ๆ แทนเงินตรา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี
มาตรา 10* ให้กระทรวงการคลังจัดทำและนำออกใช้ซึ่งเหรียญกษาปณ์ เหรียญกษาปณ์ตามวรรคหนึ่ง แต่ละชนิด ราคา ที่นำออกใช้ ให้มีได้เพียง ขนาดเดียว และจะมีขนาดเท่ากับเหรียญกษาปณ์ชนิด ราคา อื่นไม่ได้ เว้นแต่กรณี การจัดทำและนำออกใช้เป็นเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก หรือเหรียญกษาปณ์ที่ใช้แทน เหรียญกษาปณ์ที่ถอนคืน ชนิด ราคา โลหะ อัตราเนื้อโลหะ น้ำหนัก ขนาด ลวดลาย และลักษณะ อื่น ๆ (ถ้ามี) ของเหรียญกษาปณ์รวมทั้งอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด ให้กำหนดโดย กฎกระทรวง *[มาตรา 10 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2536]
มาตรา 11 เหรียญกษาปณ์เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายไม่เกิน จำนวนที่กำหนดโดยกฎกระทรวง มาตรา 12* เหรียญกษาปณ์ชำรุดไม่เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย เหรียญกษาปณ์ต่อไปนี้เป็นเหรียญกษาปณ์ชำรุด (1) เหรียญกษาปณ์ที่ถูกตัด หรือถูกตอก หรือถูกตี หรือถูกกระทำด้วย ประการใด ๆ ให้บุบสลาย หรือชำรุดจนเสียรูป หรือลวดลายลบเลือน หรือ เปลี่ยนแปลงในดลภาค หรือบิดงอ หรือทำให้น้ำหนักลดลง ไม่ว่าโดยเหตุใด ในลักษณะที่ปรากฏโดยชัดแจ้ง (2) เหรียญกษาปณ์ที่สึกหรอไปตามธรรมดาจนมีน้ำหนักลดลงเกินกว่า สองเท่าครึ่งของอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด *[มาตรา 12 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2536] มาตรา 13* ให้กระทรวงการคลังรับแลกเปลี่ยนเหรียญกษาปณ์ชำรุด ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) เหรียญกษาปณ์ชำรุดที่จะรับแลกเปลี่ยนได้ ต้องเป็นเหรียญกษาปณ์ที่ มิใช่เหรียญกษาปณ์ทองคำ เหรียญกษาปณ์เงิน หรือเหรียญกษาปณ์ขัดเงา (2) เหรียญกษาปณ์ที่ชำรุดตามมาตรา 12 วรรคสอง (1) ให้รับ แลกเปลี่ยนได้ครึ่งราคาของเหรียญกษาปณ์นั้น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด ในกฎกระทรวง (3) เหรียญกษาปณ์ที่ชำรุดตามมาตรา 12 วรรคสอง (2) ให้รับ แลกเปลี่ยนได้เต็มราคาของเหรียญกษาปณ์นั้น พนักงานเจ้าหน้าที่และสถานที่รับแลกเปลี่ยนเหรียญกษาปณ์ชำรุดตาม วรรคหนึ่ง (2) และ (3) ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง *[มาตรา 13 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2536] มาตรา 13 ทวิ* เมื่อเห็นสมควร รัฐมนตรีมีอำนาจถอนคืนเหรียญกษาปณ์ ที่ออกใช้ ชนิดและราคาใด ๆ โดยให้นำมาแลกเปลี่ยนกับธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์ อื่นได้ การถอนคืนเหรียญกษาปณ์ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดใน กฎกระทรวงซึ่งอย่างน้อยต้องมีข้อกำหนด ดังต่อไปนี้ (1) ชนิด ราคา และลักษณะของเหรียญกษาปณ์ที่ถอนคืน (2) ระยะเวลาให้นำเหรียญกษาปณ์ที่ถอนคืนมาแลกเปลี่ยนกับธนบัตร หรือเหรียญกษาปณ์อื่น ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงใช้บังคับ (3) พนักงานเจ้าหน้าที่และสถานที่รับเหรียญกษาปณ์ที่ถอนคืน เหรียญกษาปณ์ที่นำมาแลกเปลี่ยน ถ้าเป็นเหรียญกษาปณ์ชำรุดตาม มาตรา 12 วรรคสอง ให้รับแลกเปลี่ยนตามมาตรา 13 *[มาตรา 13 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2536] มาตรา 13 ตรี* เหรียญกษาปณ์ที่ได้รับจากการถอนคืนตามมาตรา 13 ทวิ วรรคสอง (2) รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้กรมธนารักษ์นำไปยุบหลอมหรือทำลายเพื่อ นำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นหรือจำหน่ายต่อไปได้ หรือสั่งให้กรมธนารักษ์จัดการ
จำหน่ายโดยให้ผู้ซื้อต้องนำไปยุบหลอมหรือทำลายตามเงื่อนไขที่อธิบดีกรมธนารักษ์ กำหนด และต้องยุบหลอมหรือทำลายภายใต้การควบคุมและตรวจสอบของพนักงาน เจ้าหน้าที่ที่รัฐมนตรีกำหนด
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาให้แลกเปลี่ยนเหรียญกษาปณ์ที่ถอนคืนตามที่ กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา 13 ทวิ วรรคสอง (2) บรรดาเหรียญกษาปณ์ ที่ถอนคืนไม่เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย เหรียญกษาปณ์ที่ชำระหนี้ไม่ได้ตามกฎหมายเพราะพ้นกำหนดระยะ เวลาการถอนคืน ถ้าผู้ใดนำเหรียญกษาปณ์มาขอแลกเปลี่ยนกับธนบัตรหรือเหรียญ กษาปณ์อื่นโดยแสดงเหตุผลและความจำเป็น ให้กระทรวงการคลังรับแลกเปลี่ยน ตามมาตรา 13 ทวิ ได้ตลอดไป *[มาตรา 13 ตรี เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2536] มาตรา 14 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจจัดทำ จัดการ และ นำออกใช้ซึ่งธนบัตรของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทยได้ ต่อไป ให้รัฐมนตรีประกาศ ชนิด ราคา สี ขนาด และลักษณะอื่น ๆ ของธนบัตร ที่จะออกใช้ในราชกิจจานุเบกษา เว้นแต่ในกรณีที่จะนำออกใช้ซึ่งธนบัตรถอนคืน มาตรา 15 ธนบัตรเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายโดยไม่จำกัด จำนวน มาตรา 16 ห้ามมิให้นำออกใช้ซึ่งธนบัตร เว้นแต่เป็นการแลกเปลี่ยน ทันทีกับ (1) ธนบัตรที่นำออกใช้ไปก่อนแล้ว ซึ่งถอนคืนจากธนบัตรออกใช้ หรือ (2) สินทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งมีค่าเท่ากันและระบุไว้ในมาตรา 30 ซึ่งจะต้องรับขึ้นบัญชีทุนสำรองเงินตราที่รักษาไว้ตามมาตรา 26 ธนบัตรได้ชื่อว่าออกใช้นับแต่เวลาที่นำออกใช้และก่อนถอนคืน
มาตรา 17 ธนบัตรที่ถอนคืนจากธนบัตรออกใช้จะเลิกใช้และทำลายเสีย หรือจะเก็บไว้ และนำออกใช้อีกก็ได้
มาตรา 18 ธนบัตรชำรุดไม่เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ธนบัตรต่อไปนี้ เป็นธนบัตรชำรุด (1) ธนบัตรครึ่งฉบับ คือครึ่งหนึ่งของธนบัตรซึ่งได้ถูกแยกตรงกลาง หรือ ใกล้กับกลางเป็นสองส่วนตามยืน (2) ธนบัตรต่อท่อนผิด คือ ธนบัตรซึ่งมีส่วนของธนบัตรฉบับอื่นมาต่อเข้า เป็นฉบับเดียวกัน หรือ (3) ธนบัตรขาดวิ่นหรือลบเลือน คือ ธนบัตรซึ่งส่วนหนึ่งขาดหาย หรือ มีเหตุที่ทำให้อ่านข้อความหรือตัวเลขไม่ได้ความ มาตรา 19 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยรับแลกเปลี่ยนธนบัตรชำรุด ตามข้อจำกัดหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 20 เมื่อเห็นสมควร รัฐมนตรีมีอำนาจถอนคืนธนบัตรออกใช้ ชนิดและราคาใด ๆ โดยให้นำมาแลกเปลี่ยนกับธนบัตรอื่นได้ การถอนคืนธนบัตรออกใช้ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในประกาศถอนคืนธนบัตรออกใช้อย่างน้อยต้องมีข้อความดังต่อไปนี้ (1) ชนิดและราคาของธนบัตรที่ถอนคืน (2) ระยะเวลาให้นำส่งธนบัตรที่ถอนคืนซึ่งต้องกำหนดไม่น้อยกว่าหนึ่งปี นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (3) พนักงานเจ้าหน้าที่และสถานที่รับธนบัตรที่ถอนคืน
มาตรา 21 เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่ได้กำหนดให้นำส่งธนบัตรที่ ถอนคืน ตามความในมาตรา 20 บรรดาธนบัตรที่รัฐมนตรีประกาศถอนคืนไม่เป็น เงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย แต่ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยรับแลกเปลี่ยนกับ ธนบัตรอื่นได้ภายในสองปี นับแต่วันที่ธนบัตรถอนคืนตกเป็นเงินที่ชำระหนี้ไม่ได้ ตามกฎหมาย
มาตรา 22 บรรดาธนบัตรที่ตกเป็นเงินที่ชำระหนี้ไม่ได้ตามกฎหมาย ตามความในมาตรา 21 ซึ่งมิได้นำมาแลกเปลี่ยนกับธนบัตรอื่นภายในเวลาที่ กำหนดให้นำมาแลกเปลี่ยนได้ ให้ถือว่าเป็นธนบัตรที่ถอนคืนแล้วจากธนบัตรออกใช้ และจะโอนสินทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งที่มีค่าเท่ากันซึ่งถือไว้เป็นทุนสำรองเงินตรา ตามมาตรา 26 ให้เป็นรายได้ของแผ่นดินก็ได้

หมวด 2
การดำรงไว้ซึ่งค่าของบาท
_______

มาตรา 23* เพื่อประโยชน์ในการดำรงไว้ซึ่งค่าของบาทให้ธนาคาร แห่งประเทศไทยหรือทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราซื้อหรือขายทันที ซึ่งเงินตราต่างประเทศที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ตามที่ธนาคารพาณิชย์ใน ราชอาณาจักรจะเรียกให้ซื้อหรือขาย แต่การซื้อหรือขายคราวหนึ่ง ๆ ต้อง ไม่ต่ำกว่าจำนวนซึ่งรัฐมนตรีกำหนด เงินตราต่างประเทศที่กำหนดโดยกฎกระทรวงนั้น ต้องเป็นเงินตรา ที่ประกอบขึ้นเป็นทุนสำรองเงินตราได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ไม่จำต้องซื้อหรือขายทันทีตามวรรคหนึ่งในขณะที่ยังมีกฎหมายว่าด้วยการกำกัด การซื้อขายเงินปริวรรตต่างประเทศใช้บังคับอยู่ *[มาตรา 23 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2516]
มาตรา 24* การซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศระหว่างธนาคาร แห่งประเทศไทย หรือทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรากับธนาคารพาณิชย์ ตามมาตรา 23 นั้น อัตราซื้อหรือขายทันทีจะต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนตาม ค่าเสมอภาคของบาทได้ไม่สูงกว่าอัตราขั้นสูงและไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนด *[มาตรา 24 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2516]
มาตรา 25* รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทย มีอำนาจประกาศกำหนดอัตราขั้นสูงและอัตราขั้นต่ำสำหรับการซื้อหรือขายทันที ซึ่งเงินตราต่างประเทศโดยธนาคารพาณิชย์หรือบุคคลอื่นได้ และเมื่อมีประกาศ ของรัฐมนตรีดังกล่าวแล้ว ธนาคารพาณิชย์หรือบุคคลอื่นที่ซื้อหรือขายทันทีซึ่ง เงินตราต่างประเทศต้องซื้อหรือขายในอัตราที่ไม่สูงหรือต่ำกว่าอัตราที่กำหนดนั้น ห้ามมิให้ธนาคารพาณิชย์หรือบุคคลอื่นรับเงินส่วนลด หรือเรียกเก็บเงิน ไม่ว่าประเภทใดเนื่องในการซื้อหรือขายทันทีซึ่งเงินตราต่างประเทศนอกจาก ค่าโทรเลข ทั้งนี้ไม่ว่าจะมีประกาศตามวรรคหนึ่งหรือไม่ *[มาตรา 25 แก้ไขโดย พรก.แก้ไขเพิ่มเติม พรบ.เงินตรา พ.ศ. 2501 พ.ศ. 2521]

หมวด 3
ทุนสำรองเงินตรา
______

มาตรา 26 เพื่อดำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพของเงินตรา ให้ธนาคารแห่ง ประเทศไทยรักษาทุนสำรองเงินตราไว้กองหนึ่งเรียกว่า ทุนสำรองเงินตรา มาตรา 27 บรรดาสินทรัพย์ที่มีอยู่ในทุนสำรองเงินตรา ซึ่งมีอยู่ก่อน และในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้เป็นทุนสำรองเงินตราตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 28 ทุนสำรองเงินตรานั้นให้กันไว้เป็นส่วนหนึ่งต่างหากจาก สินทรัพย์อื่น ๆ บรรดาที่เป็นของธนาคารแห่งประเทศไทย
มาตรา 29* ภายใต้บังคับมาตรา 22 และมาตรา 34 ห้ามมิให้จ่าย ทุนสำรองเงินตรา เว้นแต่ (1) ในขณะเดียวกันนั้นจะได้ถอนธนบัตรเป็นจำนวนเท่ากันคืนจากธนบัตร ออกใช้ หรือ (2) ในขณะเดียวกันนั้นจะได้รับสินทรัพย์อย่างอื่นตามมาตรา 30 มีค่า เท่ากันขึ้นบัญชีเป็นทุนสำรองเงินตรา การจ่ายทุนสำรองเงินตราดังกล่าวจะกระทำได้ต่อเมื่อได้มีคำสั่งของ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือผู้แทนซึ่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แต่งตั้งเพื่อการนี้โดยเฉพาะ *[มาตรา 29 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2510] มาตรา 30* ให้สินทรัพย์ต่อไปนี้เป็นสิ่งอันชอบด้วยกฎหมายที่จะ ประกอบขึ้นเป็นทุนสำรองเงินตรา (1) ทองคำ (2) เงินตราต่างประเทศอันเป็นเงินตราที่พึงเปลี่ยนได้ หรือเงินตรา ต่างประเทศอื่นใดที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ทั้งนี้ ต้องเป็นรูปเงินฝากใน ธนาคารนอกราชอาณาจักรหรือในสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (3) หลักทรัพย์ต่างประเทศที่จะมีการชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศ ที่ระบุไว้ใน (2) (4) ทองคำ สินทรัพย์ต่างประเทศ และสิทธิพิเศษถอนเงิน ทั้งนี้ ที่นำส่งสมทบกองทุนการเงิน (5) ใบสำคัญสิทธิซื้อส่วนสำรอง (6) ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงิน (7) หลักทรัพย์รัฐบาลไทยที่จะมีการชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศ ที่ระบุไว้ใน (2) หรือเป็นบาท
(8) ตั๋วเงินในประเทศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยพึงซื้อหรือรับช่วง ซื้อลดได้ แต่ต้องมีค่ารวมกันไม่เกินร้อยละยี่สิบของจำนวนธนบัตรออกใช้ สินทรัพย์ตาม (1) (2) (3) (4) (5) และ (6) นั้น ธนาคาร แห่งประเทศไทยจะต้องจัดดำรงไว้ให้มีค่ารวมกันทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ หกสิบของจำนวนธนบัตรออกใช้ *[มาตรา 30 แก้ไขโดย พรก.แก้ไขเพิ่มเติม พรบ.เงินตรา พ.ศ. 2501 พ.ศ. 2521] มาตรา 31* การคำนวณค่าแห่งสินทรัพย์ที่เป็นหรือจะรับเข้าเป็น ทุนสำรองเงินตรานั้น ให้คำนวณดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่เป็นหลักทรัพย์รัฐบาลไทยที่มีราคาเป็นบาทหรือตั๋วเงิน ในประเทศ ให้คำนวณตามราคาที่ซื้อหรือรับช่วงซื้อลดไว้ หรือที่ตราไว้ แล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า (2) ในกรณีที่เป็นสินทรัพย์ที่มีราคาหรือมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศ หรือสิทธิพิเศษถอนเงิน ให้คำนวณตามราคาหรือจำนวนดังนี้   (ก) ทองคำและหลักทรัพย์ต่างประเทศ ให้คำนวณตามราคา ในตลาดต่างประเทศเมื่อสิ้นปีแต่ละปี หรือถ้าเป็นทองคำหรือหลักทรัพย์ ต่างประเทศที่ซื้อในระหว่างปีใด ให้คำนวณตามราคาที่ซื้อจนถึงเวลาตีราคา เมื่อสิ้นปีที่ซื้อนั้น   (ข) ทองคำ สินทรัพย์ต่างประเทศ และสิทธิพิเศษถอนเงิน ที่นำส่งสมทบ กองทุนการเงินตามความในมาตรา 30 (4) ให้คำนวณตาม จำนวนหน่วยสิทธิพิเศษถอนเงินที่กองทุนแจ้งไว้ครั้งหลังสุด   (ค) ใบสำคัญสิทธิซื้อส่วนสำรองและใบสำคัญสิทธิพิเศษ ถอนเงิน ให้คำนวณตามจำนวนหน่วยสิทธิพิเศษถอนเงินที่ตราไว้   (ง) เงินตราต่างประเทศ ให้คำนวณตามจำนวนเงินฝาก ในขณะนั้น
  (จ) หลักทรัพย์รัฐบาลไทย ให้คำนวณตามราคาเป็นเงินตรา ต่างประเทศที่ซื้อหรือรับช่วงซื้อลดหรือที่ตราไว้แล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า การคำนวณสินทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง (2) เป็นบาท ให้คำนวณดังนี้ (1) ในกรณีที่ไม่มีการกำหนดค่าเสมอภาคของบาทหรือค่าเสมอภาค ของบาทถูกระงับใช้ ให้คำนวณเป็นบาทตามอัตรากลางระหว่างอัตราซื้อและ อัตราขายทันทีซึ่งเงินตราต่างประเทศสกุลที่เกี่ยวข้องโดยใช้อัตราในตลาด ในวันสิ้นปี หรือในกรณีที่เป็นสินทรัพย์ที่ซื้อในระหว่างปี ให้ใช้อัตราที่ใช้ใน การตีราคาเมื่อสิ้นปีก่อน (2) ในกรณีที่มีการกำหนดค่าเสมอภาคของบาท ให้คำนวณโดย แปลงราคาหรือจำนวนสินทรัพย์นั้นเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลอื่นที่อาจ คำนวณกลับเป็นหน่วยเทียบของบาทได้ โดยใช้อัตรากลางระหว่างอัตราซื้อ และอัตราขายทันทีซึ่งเงินตราต่างประเทศสกุลอื่นนั้นในตลาดต่างประเทศ ในวันสิ้นปี หรือในกรณีที่เป็นสินทรัพย์ที่ซื้อในระหว่างปี ให้ใช้อัตราที่ใช้ ในการตีราคาเมื่อสิ้นปีก่อน แล้วให้คำนวณเป็นบาทตามค่าเสมอภาค (3) ในกรณีที่มีการกำหนดค่าเสมอภาคของบาทโดยเทียบกับหน่วย เทียบที่กองทุนการเงินกำหนด และเงินตราต่างประเทศสกุลที่เกี่ยวข้องนั้น มีค่าเสมอภาคโดยเทียบกับหน่วยเทียบที่กองทุนการเงินกำหนดเช่นกัน ให้ คำนวณเป็นบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเสมอภาค *[มาตรา 31 แก้ไขโดย พรก.แก้ไขเพิ่มเติม พรบ.เงินตรา พ.ศ. 2501 พ.ศ. 2521 มาตรา 32 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตีราคาสินทรัพย์ที่เป็นทุน สำรองเงินตราทุก ๆ ปี ไม่ช้ากว่าหกสิบวันนับแต่วันขึ้นปีใหม่ มาตรา 33* ผลประโยชน์อันเกิดจากสินทรัพย์ในบัญชีทุนสำรอง เงินตราแต่ละปี ให้รับขึ้นบัญชีผลประโยชน์ประจำปี
สินทรัพย์ในบัญชีผลประโยชน์ประจำปีให้ใช้จ่ายได้เพื่อการ ดังต่อไปนี้ (1) การพิมพ์ธนบัตร รวมตลอดถึงการใด ๆ เกี่ยวกับการจัดตั้งโรงพิมพ์ ของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อพิมพ์ธนบัตรและสิ่งพิมพ์อื่นที่รัฐมนตรีเห็นชอบ และการตั้งเป็นทุนหมุนเวียนตามความจำเป็น เพื่อดำเนินกิจการโรงพิมพ์ดังกล่าว (2) การออกและจัดการธนบัตร หรือการอื่นใดอันเกี่ยวกับกิจการธนบัตร ซึ่งรัฐมนตรีอนุมัติ (3) การชดใช้ค่าแห่งสินทรัพย์ในบัญชีทุนสำรองเงินตราที่ลดลง (4) การจัดการเกี่ยวกับสินทรัพย์ในบัญชีทุนสำรองเงินตรา บัญชี ผลประโยชน์ประจำปี และบัญชีสำรองพิเศษ เงินคงเหลือหลังจากการจ่ายตามวรรคสองเมื่อสิ้นปี ให้โอนเข้าบัญชี สำรองพิเศษ ผลประโยชน์อันเกิดจากสินทรัพย์ในบัญชีผลประโยชน์ประจำปีหรือบัญชี สำรองพิเศษ ให้รับขึ้นบัญชีผลประโยชน์ประจำปี ถ้าสินทรัพย์ในบัญชีผลประโยชน์ประจำปีในปีใดมีจำนวนไม่พอแก่การจ่าย ดังกล่าว ให้จ่ายจากบัญชีสำรองพิเศษเท่าจำนวนที่ขาด และถ้าสินทรัพย์ในบัญชี สำรองพิเศษมีไม่พอจ่าย ให้จ่ายจากเงินคงคลังเท่าจำนวนที่ขาด ในปีต่อ ๆ ไป ถ้าสินทรัพย์ในบัญชีผลประโยชน์ประจำปีมีเหลือจากการจ่ายดังกล่าว ให้ใช้คืน เงินคงคลังจนครบจำนวนที่ได้จ่ายไป และเมื่อเหลือเท่าใดจึงให้โอนเข้าบัญชี สำรองพิเศษไว้ *[มาตรา 33 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2516] มาตรา 34* ในกรณีที่สินทรัพย์ในบัญชีทุนสำรองเงินตรามีค่าเพิ่มขึ้น ให้โอนส่วนที่เพิ่มขึ้นนั้นเข้าบัญชีสำรองพิเศษ *[มาตรา 34 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2516]

หมวด 4
บทกำหนดโทษ
______

มาตรา 35* ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 9 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน สามปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ *[มาตรา 35 แก้ไขโดย พรก.แก้ไขเพิ่มเติม พรบ.เงินตรา พ.ศ. 2501 พ.ศ. 2521]

มาตรา 36* ธนาคารพาณิชย์หรือผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 25 วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนมาตรา 25 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสน บาท ความผิดตามมาตรานี้ ให้คณะกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งมีอำนาจเปรียบ เทียบได้ คณะกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งตามวรรคสอง ให้มีจำนวนสามคน ซึ่งคนหนึ่งต้องเป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา *[มาตรา 36 แก้ไขโดย พรก.แก้ไขเพิ่มเติม พรบ.เงินตรา พ.ศ. 2501 พ.ศ. 2521]

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ถ.กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี

________________________
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยเงินตราเท่าที่ใช้กันมาในระยะเวลา 30 ปีเศษ แล้วนั้น มีจำนวนมากมายหลายสิบฉบับ ตัวบทในพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา และกฎกระทรวง มีทั้งหลักจัดการเงินตราระบบถาวรอันเป็นอยู่แต่ดั้งเดิม แต่ถูก ระงับการใช้บังคับไปโดยปริยายกับยังมีหลักจัดการเงินตราในระบบชั่วคราวใช้ บังคับแทน เป็นการสับสนปะปนกันอยู่ และกระจัดกระจายไม่เป็นหมวดหมู่ เมื่อ ในปัจจุบันนี้ก็เป็นที่รับรองและได้ใช้หลักจัดการเงินตราระบบชั่วคราวซึ่งมีการต่อ อายุกันตลอดมากว่า 15 ปีแล้วเช่นนั้น จึงสมควรที่จะได้ปรับปรุงตัวบทกฎหมาย ว่าด้วยระบบเงินตราชั่วคราวโดยแก้ไขเล็กน้อย เพื่อใช้ถาวรสืบไปโดยไม่ต้อง มีการต่ออายุกันเป็นคราว ๆ เช่นแต่ก่อน

________________________
พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2510
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก รัฐบาลไทยมีความจำเป็นที่จะขอกู้เงินจากธนาคารโลกเพื่อนำไปใช้จ่ายใน โครงการก่อสร้างเขื่อนผาซ่อม แต่การกู้เงินดังกล่าวนี้จะกระทำได้โดยสะดวก ต่อเมื่อรัฐบาลไทยได้เข้าเป็นสมาชิกถือตราสารของทบวงการชำนัญพิเศษแห่ง สหประชาชาติ ซึ่งออกให้เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าผู้ถือตราสารนั้นได้เข้ามี ส่วนร่วมกับทบวงการชำนัญพิเศษในการให้รัฐบาลสมาชิกและหรือหน่วยงานของ รัฐบาลสมาชิกของทบวงการชำนัญพิเศษนั้นกู้เงินตามจำนวนที่ระบุไว้ในตราสาร ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องขยายบทนิยามของคำว่า หลักทรัพย์ต่างประเทศ ใน กฎหมายว่าด้วยเงินตราให้หมายความรวมถึงตราสารดังกล่าวด้วย และอีก ประการหนึ่งได้ขยายอำนาจในการใช้ทุนสำรองเงินตราไปทำประโยชน์ในการ จัดตั้งโรงพิมพ์เพื่อพิมพ์ธนบัตรขึ้นเองโดยไม่ต้องจ้างพิมพ์จากต่างประเทศ และเพื่อให้ต้นทุนการผลิตธนบัตรลดลง จึงให้โรงพิมพ์พิมพ์ธนบัตรรับพิมพ์ตราสาร อื่นได้ด้วย [รก.2510/127/1/29 ธันวาคม 2510]

________________________
พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2514
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เพื่อที่จะให้ ประเทศไทยได้ใช้สิทธิและปฏิบัติตามพันธะในฐานะที่จะเข้าเป็นภาคีบัญชีพิเศษ ถอนเงินในกองทุนการเงินระหว่างประเทศได้โดยสมบูรณ์ จำเป็นต้องกำหนดให้ ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงินที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจและกำหนด การปฏิบัติบางประการเกี่ยวกับสิทธิพิเศษถอนเงินในกองทุนการเงินระหว่าง ประเทศ เป็นสินทรัพย์ที่ประกอบเป็นทุนสำรองเงินตราในส่วนที่ต้องดำรงไว้ ให้มีค่ารวมกันทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบของยอดธนบัตรที่ออกใช้ได้ด้วยและ ในโอกาสเดียวกันนี้ สมควรกำหนดให้เงินตราต่างประเทศอันเป็นเงินตราที่ พึงเปลี่ยนได้ หรือเงินตราต่างประเทศอื่นใดที่กำหนดโดยกฎกระทรวงในรูป เงินฝากในธนาคารนอกราชอาณาจักรหรือในสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เป็นสินทรัพย์ที่ประกอบขึ้นเป็นเงินสำรองเงินตราได้เช่นกัน กับทั้งสมควร เปลี่ยนแปลงการกำหนดนับอายุการฝากหรือไถ่ถอน เงินตราต่างประเทศและ หลักทรัพย์ต่างประเทศ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องจัดดำรงไว้เสียใหม่ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น [รก.2514/44/221/27 เมษายน 2514]

________________________
พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2516
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องด้วย การเงินระหว่างประเทศได้วิวัฒนาการไปเป็นอันมาก ทำให้บทบัญญัติของ กฎหมายว่าด้วยเงินตราไม่เหมาะสม และสมควรปรับปรุงวิธีการเกี่ยวกับ การกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนให้คล่องตัวและเหมาะสมกับเหตุการณ์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น

[รก.2516/68/9/14 มิถุนายน 2516]
________________________
พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 พ.ศ. 2521
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศเกือบทุกประเทศรวมทั้งประเทศไทยเป็น สมาชิกอยู่ ได้ตกลงให้ดำเนินการแก้ไขระบบการแลกเปลี่ยนเงินตราขึ้นใหม่ ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นอันจะเป็นประโยชน์แก่การค้าและการลงทุนระหว่าง ประเทศ และบรรดาประเทศที่เป็นสมาชิกส่วนใหญ่ได้ให้ความเห็นชอบและ ดำเนินการแก้ไขระบบการแลกเปลี่ยนเงินตราของตนให้สอดคล้องตามที่ได้ ตกลงนั้นไปแล้ว ในฐานะที่ประเทศไทยเห็นชอบด้วยกับหลักการในข้อตกลงนั้น และรัฐบาลได้พิจารณาเห็นว่าเพื่อให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์จากการ แก้ไขระบบการแลกเปลี่ยนเงินตราดังกล่าว จึงสมควรแก้ไขบทบัญญัติของ กฎหมายว่าด้วยเงินตรา และโดยที่จำเป็นต้องดำเนินการโดยรีบด่วนและ เป็นความลับ เพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำการใดอันจะกระทบกระเทือน ต่อภาวะเศรษฐกิจและฐานะการเงินของประเทศ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชกำหนดนี้ขึ้น [รก.2521/27/1พ./8 มีนาคม 2521]

________________________
พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2536
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ พระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ.2501 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว บทบัญญัติ เกี่ยวกับการจัดทำและนำออกใช้เหรียญกษาปณ์ การรับแลกเปลี่ยนเหรียญ กษาปณ์ชำรุดยังไม่เหมาะสม สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติดังกล่าว โดยกำหนด ให้เหรียญกษาปณ์ที่จัดทำ และนำออกใช้แต่ละชนิดราคาต้องมีเพียงขนาดเดียว และให้มีการรับแลกเปลี่ยนเหรียญกษาปณ์ชำรุดได้กว้างขวางขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้สมควรกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการถอนคืนเหรียญกษาปณ์ไว้ด้วย โดยให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ขึ้น

[รก.2536/213/1พ./17 ธันวาคม 2536]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com