Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

วีรบุรุษอาหรับ

ยัสเซอร์ อาราฟัส

ขุนพลผู้เร่ร่อน แห่งองค์การปลดแอกปาเลสไตน์

 

              ยัสเซอร์ อาราฟัส เป็นชื่อที่ใช้ในการปฎิวัติ ชื่อจริงคือ อาเบด อารูฟ อาราฟัต เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1929 เข้าร่วมในสันนิบาตนักเรียน นักศึกษาปาเลสไตน์ ในปี ค.ศ. 1944 ขณะนั้นเขาอายุเพียง 15 ปี เนื่องจากช่วงนั้น ชาวยิวในปาเลสไตน์ได้จับอาวุธสู้รบกับอังกฤษ และชาวอาหรับปาเลสไตน์ เพื่อก่อตั้งรัฐอิสราเอล ต่อมาอิสราเอลได้ก่อตั้งเป็นรัฐอิสระโดยสหรัฐให้การสนับสนุนในปี ค.ศ. 1948 รัฐอาหรับทั้งหลายจึงได้ทำสงครามกับอิสราเอล ผลก็คือ สงครามอาหรับอิสราเอลครั้งนั้น ลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ของรัฐอาหรับ

ดินแดนปาเลสไตน์ แต่เดิมเมื่อสันนิบาตชาติลงมติให้เป็นดินแดนในอาณัติของบริเทนในปี ค.ศ. 1922 นั้น มีพลเมืองเพียง 756000 คน เป็นอาหรับปาเลสไตน์ 600000 คน ชาวอาหรับนับถือคริสต์ 73000 คน และชาวยิว 83000 คน แต่ด้วยนโยบายแบ่งแยกแล้วปกครองของอังกฤษ ชาวยิวจึงเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ พร้อมด้วยเงินทุนและความสามารถของระบบทุนนิยม ในขณะที่ชาวอาหรับมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ล้าหลัง ขาดแคลนทั้งทุนและความรู้ ทางเทคนิค ที่ดินก็ตกเป้นของชาวยิวเสียเป็นส่วนใหญ่ ชาวยิวยิ่งถูกฮิตเลอร์เข่นฆ่ามากเพียงไร ก็ยิ่งอพยพมาปาเลสไตน์มากขึ้น จนเมื่ออิสราเอลก่อตั้งรัฐอิสระขึ้น จึงทีพลเมืองชาวยิวมากถึง 6500000 คน ในขณะที่ชาวปาเลสไตน์ต้องเร่ร่อนอยู่ตามค่ายลี้ภัยในรัฐอาหรับต่างๆ 900000 คน
                  ยัสเซอร์ อาราฟัต ศึกษาวิชาวิศวกรรม ที่มหาวิทยาลัยกรุงไคโร ในปี ค.ศ. 1950 ได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารของคณะกรรมการสันนิบาตนักเรียนนักศึกษาปาเลสไตน์ ระหว่างปี ค.ศ. 1952-1956 และได้เป็นประธาน และยังทำงานเป็นวิศวกรอยู่ในอียิปต์ด้วย ในปี ค.ศ. 1956 อาราฟัตกับเพื่อนๆชาวปาเลสไตน์ได้ก่อตั้ง อัล ฟาตาห์ ซึ่งเป็นอง๕์กรชาตินิยมขึ้นที่ฉนวนกาซ่า โดยมีชาวปาเลสไตน์ที่ลี้ภัย ให้ความสนับสนุนเป็นจำนวนมาก จนอัล ฟาตาห์ ได้เป็นองค์กรชาตินิยมที่ใหญ่ที่สุด ในบรรดาองค์การชิตินิยมของชาวปาเลสไตน์ด้วยกัน
                  ระหว่างปี ค.ศ. 1957-1965 อาราฟัต ยังคงเป็นวิศวกรเช่นเดิม แต่ได้ประจำการอยู่ที่คูเวต ต่อมาได้จัดตั้งโดยรวบรวมขบวนการกู้อิสระภาพของชาวปาเลสไตน์ (พีเอลโอ) เข้าด้วยกัน ได้มีการประชุมสภาแห่งชาติปาเลสไตน์ขึ้นที่กรุงไคโร โดยสมาชิกจำนวน 150 คน ถือว่าเป็นชาวปาเลสไตน์ที่เร่รอนอยู่ทั่วตะวันออกกลาง 1500000คน สมาชิกสภาแห่งชาตินี้ได้เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารขึ้น ประกอบด้วยองค์การจัดตั้งทั้งทหาร และพลเรือน ยัสเซอร์ อาราฟัต ได้รับเลือกเป็นประธานองค์การเมือ่เดือน มิถุนายน ค.ศ. 1968

  องค์การกู้อิสรภาพปาเลสไตน์นี้ มีรายได้จากภาษีที่รัฐบาลอาหรับทั้งหลายเก็บจากชาวปาเลสไตน์ที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศของตนทางหนึ่ง และรายได้จากเงินช่วยเหลือจากประเทศอาหรับที่ร่ำรวยน้ำมันให้อีกทางหนึ่ง โดยมีฐานที่มั่นอยู่ที่จอร์แดน แต่เนื่องจากนักรบขององค์กรมีจำนวนมาก จนกลายเป็นเหมือนรัฐซ้อนรัฐ และได้มีปฎิบัติการณ์โจมตีชาวยิวในอิสราเอลอยู่เนืองๆ และถ้าอิสราเอลตอบโต้ ความเสียหายก็จะเกิดแก่จอร์แดน ในที่สุดกำลังรบของพีเอลโอ กับกองทัพบกของจอร์แดนก็เกิดการสู้รบกันขึ้น ใน ค.ศ. 1970 หรือที่เรียกว่า กันยายนทมิฬ นั่นเอง
                  จากการสู้รบครั้งนั้น นักรบ พีเอลโอ พ่ายแพ้แก่กองทัพของจอร์แดน ภายใต้การนำของกษัตริย์ฮุสเซนแห่งจอร์แดน มีผู้เสียชีวิต 2000 คน นักรบพีเอลโอ 20000 เศษจึงได้อพยพมาอยู่ที่เลบานอน และได้ตั้งฐานที่มั่นขึ้นในเบรุตตะวันตก ซึ่งมีชาวอาหรับเลบานอน ฝ่ายซ้ายและชาวมุสลิมชาตินิยมสนับสนุน จนก่อให้เกิดความเป็นปริปักษ์ขึ้นกับชาวเลบานอน ที่นับถือคริสต์นิกายมารอนไนท์ ที่มีพลเมืองครึ่งต่อครึ่ง กับชาวมุสลิมในเลบานอน ในที่สุดก็เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นระหว่าง ค.ศ. 1975-1976 โดยรัฐบาลอิสราเอลให้ความช่วยเหลือทางอาวุธให้แก่ชาวเลบานอนที่นับถือศาสนาคริสต์ ให้เข้าสู้รบกับชาวเลบานอนที่เป็นมุสลิม กลียุคจึงเกิดขึ้นในเลบานอนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
                    ต่อมา เมื่อรัฐบาลขวาจัดของนายเมนาเฮม เบกิน ได้จัดตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1981 นายแอเรียล ชารอน ได้เป็นรับรัฐมนตรีกลาโหม นายชารอนผู้ซึ่งมีความเกลียดชังนักรบพีเอลโอ อยู่แล้ว ก็ได้วางแผนที่จะยกกำลังเข้ากวาดล้างนักรบพีเอลโอในเลบานอนให้สิ้นซากไป   โดยกำลังอิสราเอลจะขุดรากถอนโคนนักรบพีเอลโอ ในเบรุตตะวันตก เพื่อไม่ให่อาศัยเลบานอนเป็นฐานที่มั่นได้อีกต่อไป และถ้านักรบพีเอลโอต้องอพยพมาอยู่ที่จอร์แดน ก็จะอาศัยความขัดแย้งเดิม ทำให้นักรบพีเอลโอ กับกองทัพจอร์แดนต้องรบกัยอีก แล้วอิสราเอลจะเข้าไปกวาดล้างเสียให้หมดสิ้นภายหลัง
                 แผนของนาย ชารอน ดำเนินไปอย่างได้ผล กองทหารอิสราเอลปิดล้อมกรุงเบรุตตะวันตก ยิงปืนใหญ่และทิ้งระเบิดจนนักรบพีเอลโอ ต้องอพยพออกไปจากเลบานอน โดยที่กำลังส่วนใหญ่ของพีเอลโอไม่ได้รับความเสียหายเท่าใดนัก และความโหดร้ายของอิสราเอลในครั้งนั้นก็ได้ถูกชาวโลกประนาม   ความล้มเหลวในการต่อสู้ของนักรบพีเอลโอ ภายใต้การนำของ ยัสเซอร์ อาราฟัต นั้น มีเงื่อนไขที่สำคัญที่สุดอยู่ที่ประเทศอาหรับต่างๆ ไม่สามัคคีกัน ทำให้เสียเปรียบอิสราเอล ที่มีสหรัฐคอยให้ความช่วยเหลืออยู่
                  ยุทธวิธีในการต่อสู้ของพีเอลโอคือ วิธีก่อการร้าย จี้เครื่องบิน จับคนเป็นตัวประกัน จนเป็นเหตุให้คนบริสุทธิ์ต้องเดือดร้อน ทำให้ไม่ได้รับความสนับสนุนจากมวลชนโลกส่วนใหญ่ ทั้งๆที่สงครามกู้ชาติของชาวปาเลสไตน์เป็นสงครามที่ถูกต้องและเป็นธรรม ขาวปาเลสไตน์เพิ่งได้รับความเห็นใจจากชาวโลกก็แต่ในสงครามและการปราบปรามชาวอาหรับปาเลสไตน์ ในดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำจอร์แดนที่อิสราเอลแสดงความโหดร้ายของตนออกมาตลอดเวลาที่ผ่านมา

 ในการที่ต้องอพยพออกจากเลบานอน บรรดาผู้นำทั้งอาราฟัต ก็ยอมแล้วว่า จำเป็นต้องปรับปรุงองค์การ จัดตั้งภายในของตนเสียใหม่ เพื่อจะทำการสู้รบอย่างมีประสิทธิภาาพ ถ้าหากประเทศอาหรับสามัคคีกัน สนับสนุนปาเลสไตน์อย่างแข็งขัน และผู้นำพีเอลโอ พยายามหาความสนับสนุนจากปีะเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ การกอบกู้อิสรภาพของประชาชาติที่ถูกแย่งแผ่นดิน ก็ยังคงมีหวัง ในขณะที่ยังไม่ทราบว่า อาราฟัต จะต้องเป็นขุนพลผู้เร่รอนต่อไปนานสักเท่าใด

กัดดาฟี
ซัดดัม ฮุสเซน
ยัสเซอร์ อาราฟัต
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com