ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มิลาเรปะ

เผชิญเจ้าแม่ ทเซรินมา

 ขอน้อมคารวะบรรดาคณาจารย์ทั้งปวง

สมณะผู้ถือกำเนิดในดินแดนหิมะ
อิสระจากมลทินแห่งโลกีย์กรรมทั้งหลายทั้งปวง
ท่านได้รับพรชัยจากวิสุทธิบุคคลนาโรปะ
ท่านเป็นบุคคลมหัศจรรย์ซึ่งสามารถมีชัยชนะเหนือความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน
ท่านเป็นสรณะผู้ปกป้องอภิบาลรักษา ท่านเป็นโอสถขนานเอก
เป็นที่เคารพบูชาของผู้คนทั้งปวง ดุจดังดวงสุริยันและจันทรา
ท่านคือบุคคลผู้ศักดิ์สิทธิ์ มิลาเรปะ ผู้มีชื่อเสียงเกียรติ์คุณขจรไกล
ข้าฯขอน้อมคารวะคุณพ่อเรปะ ด้วยความเคารพบูชาอย่างยิ่ง

บริเวณรอยต่อเขตแดนระหว่างทิเบตและเนปาลทางตอนเหนืออันหนาวเย็น มีชุมชนใหญ่แห่งหนึ่ง เป็นศูนย์กลางของบรรดาพ่อค้าวาณิชต่างชาติต่างภาษามากมาย พระราชวังของกษัตริย์แห่งนากาส์ ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมั่งคั่งของดินแดนแห่งนี้ เสียงแตรสังข์ดังเล็ดลอดออกมาจากเขตพระราชฐานอยู่เนืองๆ เป็นที่คุ้นเคยของผู้คนในละแวกนี้ ด้านตะวันออกของหินผารูปทรงเหมือนสิงโตกระโจน ทางมุมด้านซ้าย แม่ชีแห่งสวรรค์ เทพธิดาผู้อุดมด้วยพรชัยให้อายุขัยยืนยาว พำนักอาศัยอยู่ ท่านมิลาเรปะ ก็ได้เลือกเอาสถานที่เล็กๆเงียบสงัดแห่งหนึ่งในบริเวณนั้น ปฏิบัติศาสนกิจตามแบบฉบับของท่าน มันเป็นสถานที่ซึ่งรายล้อมไปด้วยเทพธิดาแห่งภูเขาหิมะ และหนาแน่นไปด้วยทุ่งหญ้าสำหรับสัตว์ พืชสมุนไพรมากมายสามารถหาพบได้ในบริเวณนี้ มันเป็นสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยพรชัย ตั้งอยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำโลหิดา ที่พำนักของท่านมิลาเรปะ คือกุฏิอันสงบสงัดแห่งหุบเขาสมุนไพร คืนหนึ่ง ในต้นฤดูร้อนแห่งปีมังกรน้ำ ขณะที่ท่านมิลาเรปะ กำลังสถิตอยู่ในสุญญตวิหารธรรมโดยใช้การไหลรินของลำน้ำโลหิดาเบื้องหน้าท่าน เป็นอารมณ์แห่งอนิจสัญญา เที่ยงคืนของวันที่แปดในเดือนแรกของฤดูร้อนเพิ่งผ่านเลยไปได้ไม่นาน หัวหน้าภูตผีปีศาจถึงสิบแปดตน ได้นำกองทัพของอมนุษย์ทั่วทั้งจักรวาล แห่แหนกันเข้ามาเพื่อจะกลุ้มรุมทำอันตรายต่อชีวิตพรหมจรรย์ของท่าน แผ่นดินสะท้านสะเทือน ท้องฟ้าก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นางปีศาจห้าตนซึ่งร้ายกาจที่สุดในท่ามกลางพวกมัน จ้องมองท่านด้วยดวงตาอำมหิตของมัน นางปีศาจเสพเลือดเนื้อทั้งห้า ปรากฏกายในรูปแบบที่น่าเกลียดน่ากลัวอย่างยิ่ง ท่านมิลาเรปะได้สาธยายมนต์ที่มีชื่อเรียกว่า “การสวดอัญเชิญพระพุทธเจ้าและเทพธิดาทั้งหลาย ให้เนรมิตกองทัพ”
อาตมาขอสวดภาวนาถึงคุรุผู้ประเสริฐ
ท่านโล ดรั๊ควาพร้อมทั้งวิสุทธิบุคคลทั้งสาม
อาตมาสานุศิษย์ผู้สั่งสมบารมีธรรม ขอสวดภาวนาถึงท่านด้วยความสุจริตใจ

พระบิดาแห่งอาณาจักรที่ไร้รูปลักษณ์ ท่านเห็นแล้วไม่ใช่หรือ ว่าเกิดอะไรขึ้น

ณ สถานที่สงบสงัดแห่งนี้บนเส้นทางสู่แม่น้ำดริน อาตมาสมณะทิเบต สถิตอยู่ในสมาธิจิตอันล้ำลึก
ทัศนียภาพที่เกิดขึ้นจากดวงจิตที่ตั้งมั่น ชวนให้ไหลหลง ดุจดังการแสดงมหาอุปรากรอันมหัศจรรย์

เหล่าปีศาจและเทวาแห่งรูปภพ พากันแห่แหนมารายล้อมอยู่ที่นี่เกือบทั้งหมด
โดดเด่นที่สุดในท่ามกลางพวกมัน คือนางปีศาจร้ายห้าตน ซึ่งน่าขยะแขยงยิ่งนัก
มันพากันมาเพื่อแสวงหาโอกาสที่จะทำลายชีวิตพรหมจรรย์ของอาตมา
อาตมาเห็นนางปีศาจที่ผอมติดกระดูก กำลังยกเขาพระสุเมรุ
อาตมาเห็นนางปีศาจปากแดงฉานด้วยโลหิต กำลังกลืนกินน้ำในมหาสมุทร
นางปีศาจตัวที่น่าหวาดกลัวที่สุด ปรากฏกายในร่างของพญายม
มันฉีกดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ดังฉิ่งฉาบที่แยกออกจากกัน
อาตมาเห็นนางปีศาจที่มีเรือนกายคลุกขี้เถ้า กำลังเริงระบำบนหมู่ดาว พร้อมทั้งหัวเราะก้องกังวาน
อาตมาเห็นเทพธิดางดงามผู้มีมายาสาไถย มองมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยตัณหาราคะจัดจ้าน
รอยยิ้มอันยั่วยวนของเธอ ชวนให้หลงใหลยิ่งนัก
เธอน่าประทับใจและมีเสน่ห์มากที่สุด

ยังมีปีศาจที่ชั่วร้ายอื่นๆอีกมาก
ปีศาจตัวหนึ่ง ยื่นมือออกมาโดยไม่มีร่างกาย มันจับต้นไม้ในป่าหักงอเล่น
มันยกก้อนศิลาใหญ่ขึ้นโยนเล่น และโยกคลอนพื้นพสุธา
อาตมาเห็นมันขุดคูล้อมอาตมาไว้ทั้งสี่ทิศ
อาตมาเห็นยักษ์สี่ตน เฝ้าอยู่ทั้งสี่ด้าน
อาตมาเห็นพระเพลิงแดงฉานกระจัดกระจายครอบคลุมไปทั้งสรวงสวรรค์
น้ำไหลท่วมหลากไปทั่วทวีปทั้งสี่ ท้องฟ้าเนืองแน่นไปด้วยอมนุษย์ ส่งเสียงร้องขู่คำรามกึกก้อง
มันพากันตะโกนว่า “จงออกไป จงออกไป จงออกไปจากที่นี่”
มันปล่อยห่าฝนที่มีเชื้อโรคร้ายลงมาใส่อาตมา
มันเยาะเย้ยว่า “ฮ่า ฮ่า ฐานรากแห่งปรีชาญาณ กำลังพังพินาศ”
เมื่อเกิดอุปสรรคอันยิ่งใหญ่เช่นนี้กับอาตมา
อาตมาสวดภาวนาถึงคุรุผู้ประเสริฐ
อาตมาระลึกถึงพระพุทธองค์ผู้เป็นสรณะ ผู้ซึ่งได้สละอุทิศตนเพื่อพระโพธิญาณ
อาตมาสวดภาวนาถึง บาโว และ บาโม ผู้ศักดิ์สิทธิ์ ท่านสถิตอยู่ในอาณาจักรแห่งความจริงแท้สูงสุด
อาตมาสวดภาวนาถึงผู้พิทักษ์รักษาพระธรรม ที่สามารถปกป้องให้พ้นจากอุปสรรคทั้งมวล
พลังอำนาจและกองทัพที่ยิ่งใหญ่ โปรดรักษา เกื้อหนุน และช่วยอาตมาด้วย
จงอวยพรชัยให้อาตมา จงเนรมิตปากและสรีระของอาตมาให้ศักดิ์สิทธิ์ด้วยเถิด
จงสำแดงไฟแห่งโทสะออกมา
จงเปิดเผยเขี้ยวที่แหลมคมของสุนัข และจงแสดงใบหน้าที่น่ากลัวออกมา
อาตมาสวดภาวนาให้ท่านจงสำแดงภาพลักษณ์ที่น่าสยดสยองที่สุดออกมา
โอ้ พระบิดาเจ้าและพระแม่เจ้า
จงสำแดงรูปลักษณ์ของพญายม ผู้ซึ่งหยิ่งผยองและโอหังอย่างที่สุด ให้ปรากฏออกมา
อาตมาสวดภาวนาถึงท่าน เทพเจ้าผู้ดุร้ายทั้งหลายในสรวงสวรรค์
จงพ่นสายฟ้าที่มีแสงเจิดจ้า ให้พุ่งแลบแปลบปลาบออกมาจากปากของท่าน
จงคำรามออกมาให้ก้องฟ้า ด้วยอสนีบาตที่ส่งเสียงกัมปนาท ท่ามกลางห่าฝน
จงเปล่งเสียงหัวเราะอันน่าขนพองสยองเกล้าออกมาทั้งสิบสองรูปแบบ
จงทำลายล้างตาข่ายและหลุมพรางทั้งปวงของเหล่าปีศาจ

สรีระที่เป็นอุปสรรค จักถูกทำลายในภายนอก
ดวงจิตที่เป็นอุปสรรค จักถูกทำลายในภายใน
เงื่อนไขที่ชั่วร้ายทั้งปวง จักถูกปรับเปลี่ยนเป็นสัมมาปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนแห่งอริยมรรค
อาตมาสวดภาวนาขอให้ท่านจงท่วมทับบรรดาเหล่าปีศาจชั่วร้ายทั้งหลาย ให้จมหายไป
เทพเจ้าและเทพธิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ท่านไม่ได้ยินอาตมาดอกหรือ?

เมื่อท่านมิลาเรปะร้องกล่าว และสวดภาวนาถึงคุรุและพระพุทธองค์ผู้เป็นสรณะ ออกไปเช่นนั้น หัวหน้าเทวาและปีศาจทั้งสิบแปดตนจึงดำริว่า “เมื่อพิจารณาจากถ้อยคำที่กล่าวออกมา มันดูประหนึ่งว่านักบวชผู้นี้ได้สูญเสียอิสระเสรีในดวงใจ เนื่องด้วยการรบกวนของพวกเราไปแล้ว ไม่ช้าไม่นานดอก เราจักทำลายนักบวชผู้นี้ได้” มันพากันยินดีกับความเข้าใจเช่นนี้ แต่ก็ยังไม่แน่ใจกับความรู้แจ้งตระหนักชัดในภายในและความตรัสรู้ของท่าน ด้วยความลังเลสงสัยไม่แน่ใจ มันตกลงใจที่จะกล่าววาจาสบประมาทและข่มขู่ท่าน เพื่อทดสอบการบรรลุธรรมของท่าน หัวหน้าเทวาและปีศาจ จึงแสดงบทโศลกชื่อ “การสำแดงถึงบรรดาอุปสรรคขัดขวาง”
โอ้ พ่อนักร้องเสียงแหลมลึกกังวาน ที่เปล่งเสียงดัง เป็นบทโศลก
ดุจเดียวกับเสียงสวดมนต์ของนักบุญที่กำลังสาธยายข้อความในพระคัมภีร์

เจ้าผู้เป็นนักบวช ซึ่งพำนักอยู่เดียวดายในกระท่อมอันสงบสงัด
เจ้าผู้ส่งกองทัพของเทพเจ้าและเทพธิดามา
เจ้าไม่ใช่เรปะนักบวชผู้ยิ่งใหญ่ดอกหรือ?
เมื่อสรีระของเจ้าถูกมัจจุราชฉุดคร่าไปโดยปราศจากความช่วยเหลือใดๆ
เจ้าจักต้องสั่นเทาและประหวั่นพรั่นพรึง

แม้ว่าบัดนี้เจ้ากำลังขวัญเสียอย่างหนัก
เจ้าก็จักต้องรับฟังบทโศลก ที่แสดงถึงใบหน้าแห่งความกรุณาของพวกเรา

พญามังกรที่มีปีกสีทองทั้งสองข้าง ถูกเรียกขานว่า ราชันแห่ง นัมโล
เมื่อมันบินร่อนเหนือฟากฟ้า มันสามารถมองเห็นทุกๆสิ่งภายใต้ปีกทั้งคู่ของมัน
ป่าอันเป็นศุภมงคล งอกงามออกมาจากหินผา
ล้อมรอบไปด้วยทุ่งหญ้าแห่งภูเขาหิมะ
หุบเขาสมุนไพรตั้งอยู่บนที่ราบสูง
ในวันที่แปดแห่งเดือนจันทร์ข้างขึ้น อันแจ่มใสนี้
ห้วงเวหาถูกปกคลุมไปด้วยบรรดากองทัพของเหล่าปีศาจ

ตั้งแต่เหล่าเทวาและวิญญาณอันทรงอานุภาพทั้งหลายแห่งสกลจักรวาล
ไปจนถึงวิญญาณของสัตว์เลื้อยคลานชั้นต่ำที่มีพิษร้าย
ทั้งหมดได้มาปรากฏด้วยรูปลักษณ์อันดุร้ายที่อุบัติขึ้นจากจิตสังขารของพวกมัน
ทั้งหมดได้มาปรากฏด้วยพลังอันมหัศจรรย์และตัณหาราคะที่ไม่มีวันจบสิ้น
พวกเรามาเพื่อสร้างความยุ่งยากและความเจ็บปวดแก่เจ้า

ปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสิบแปดตนเป็นหัวหน้านำมา
ยามระวังเหตุทั้งสิบทิศ คือปีศาจที่เป็นองครักษ์ทั้งสิบ
เราได้นำเหล่ากุมารทองผู้ยิ่งใหญ่มาด้วยสิบห้าตน
เราได้นำนางปีศาจ บาโม มากับเราด้วย
นางเสพเนื้อของมนุษย์และดื่มกินโลหิตสดๆ
นางอาศัยคลุกคลีอยู่กลับกลิ่นที่เน่าเหม็นของสิ่งปฏิกูล
เราได้นำนางปีศาจ ชรินโม มากับเราด้วย
นางสามารถเนรมิตปรากฏการณ์ทุกรูปแบบทั้งหมดในโลกนี้ ให้ปรากฏได้
พวกเราเหล่าเทวาและบรรดาวิญญาณที่รายล้อมอยู่ ณ บัดนี้
ได้เสี่ยงทายดูดวงชะตามาแล้ว ก่อนที่พวกเราจะพากันมาที่นี่
คำพยากรณ์บ่งชัดว่า “มันถึงเวลาของเจ้าแล้ว ที่จะถูกฆ่า เจ้าโยคี”

ไม่มีลู่ทางใดๆที่จะหลบหนีไปได้ดอก
เจ้าไม่มีพลังอำนาจใดๆหลงเหลืออยู่อีกแล้ว เจ้าไม่มีอิสรภาพอีกต่อไปแล้ว
พวกเรามาที่นี่เพื่อทวงเอาชีวิตของเจ้า เพื่อทวงเอาจิตวิญญาณของเจ้า
พวกเรามาที่นี่เพื่อหยุดลมหายใจของเจ้า
และเพื่อกระชากเอาสติสัมปชัญญะออกจากเรือนกายของเจ้า
พวกเรามาที่นี่เพื่อดื่มโลหิตของเจ้า เพื่อเสพเนื้อ และธาตุขันธ์ของเจ้า
ณ บัดนี้ ชีวิตของเจ้าได้มาถึงวาระสุดท้ายแล้ว
กรรมและกุศลทั้งปวงของเจ้าจักถูกทำให้หมดกำลังลง
ณ บัดนี้ เทพเจ้าแห่งความตาย จักกลืนกินเจ้า
เชือกสีดำแห่งกรรมจักพันธนาการเจ้าอย่างรวดเร็ว
คืนนี้เจ้าจักต้องพรากจากโลกนี้ไป

เจ้าเสียใจต่อการกระทำของเจ้าในชีวิตนี้หรือไม่?
เมื่อกองทัพแห่งเทพเจ้าของความตายจับกุมเจ้า
เจ้าคิดว่าจะพยายามหลบหนี หรือว่าเจ้าจักเตรียมตัวตายโดยปราศจากความหวาดกลัว?
เจ้าแน่ใจหรือ ว่าจักไม่ตกล่วงลงไปในอบายภูมิทั้งสาม
นี้คือคำถามที่ถามเจ้า

คืนนี้เจ้าจงติดตามการก้าวย่างของพวกเรา
ผู้นำทางที่ส่งมาโดยเทพเจ้าแห่งความตาย จักนำเจ้าไป
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ อาณาจักรอันมืดมิดแห่งสัมภเวสี มันเต็มไปด้วยสถานที่ซึ่งไม่คุ้นเคย
เจ้าต้องไปแล้ว ณ บัดนี้

เจ้ามีผู้คุ้มครอง สำหรับกายทวารของเจ้า หรือเปล่า?
สำหรับวจีทวารของเจ้า เจ้ามีอาชาไนยแห่งความปรารถนาที่จะอธิษฐานให้พาเจ้าไปหรือเปล่า?
สำหรับมโนทวารของเจ้า เจ้าพร้อมแล้วหรือยังที่จะไปยังภพภูมิอื่นๆ
โอ้หนอ เจ้าโยคี เจ้าไม่ใช่ทั้งเพื่อนหรือญาติ
สถานที่ซึ่งห่างไกลออกไปลิบลับนี้ เต็มไปด้วยภยันตรายมากมาย
เส้นทางดำเนินอันเปล่าเปลี่ยวนี้ ทุรกันดารและเต็มไปด้วยอันตราย
เจ้าจักต้องเดินทางไปแต่ผู้เดียวโดยไม่มีญาติมิตร
เจ้าไม่ควรเลยที่จะมาอยู่ที่นี่ เจ้าจะต้องละทิ้งสถานที่แห่งนี้ไป

เมื่อได้ยินบทโศลกของเทวาและปีศาจเช่นนั้น ท่านมิลาเรปะดำริว่า “บรรดาปีศาจและปรากฏการณ์ทั้งหลายในสกลจักรวาลนี้ เป็นเพียงจิตสังขารด้วยอวิชชาของบุคคลเท่านั้น นี้เป็นคำสอนที่ชัดเจนมาก ในพระสูตรอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง และในศาสตร์ต่างๆ เนื่องจากพระธรรมคำสอนที่เป็นดังน้ำอมฤต ซึ่งชี้แนะโดยคุรุผู้ศักดิ์สิทธิ์ของอาตมา ธรรมชาติของดวงจิต คือความสว่างไสว ที่อยู่เหนือถ้อยคำอันเต็มไปด้วยทัศนะที่สุดโต่งทั้งปวง มันไม่ได้มีการก่อเกิดขึ้นมาและจึงย่อมไม่มีวันตาย แม้ว่ากองทัพมากมายของเทพเจ้าแห่งความตายจักล้อมรอบมัน และยิงมันด้วยห่าฝนแห่งอาวุธร้าย ก็ไม่อาจสามารถทำอันตรายดวงจิตได้ แม้แต่พระพุทธเจ้าทั้งปวงในทิศทั้งสิบ ตลอดทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต จักได้รวมกุศลบารมีเข้าด้วยกัน แล้วเปล่งรัศมีแห่งอนันตภาพมายังมัน ก็ไม่สามารถทำให้มันวิเศษเพิ่มมากขึ้นได้ และไม่สามารถตกแต่งสีสันหรือรูปลักษณ์ของมัน ให้เป็นสิ่งที่มีแก่นสารตัวตนขึ้นมาได้ มันคงเป็นเช่นนั้นเอง ตามที่มันเป็น และมันย่อมไม่มีวันที่จะถูกทำลายลงได้ เรือนกายที่ถูกร้อยรัดด้วยโซ่ตรวนของอาตมา ถูกสังขารขึ้นมาจากอุปาทานยึดมั่นในตัวตนผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ และมีความตายเป็นที่สุด ถ้าเทวาและปีศาจทั้งหลายปรารถนามัน อาตมาจักมอบให้ ชีวิตทั้งปวงไม่ยืนยงและผันแปรได้อยู่เสมอ ณ บัดนี้ อาตมามีโอกาสแล้ว ที่จักมอบเรือนกายนี้เป็นของกำนัลอันมีค่า รูปกายนี้ย่อมเนื่องอยู่กับมิจฉาทิฐิที่เห็นว่า ตัวตนผู้กระทำและผู้ถูกกระทำมีอยู่จริง อาตมาจึงได้แลเห็นเทวาและปีศาจมากมายปรากฏเฉพาะหน้า การกำหนดหมายต่อผู้เป็นทุกข์และผู้ทำให้เป็นทุกข์ เป็นมายาดังเมฆหมอกและผืนน้ำลวงที่เกิดจากการสะท้อนกลับหมดของเปลวแดดในทะเลทราย ด้วยอาศัยจักษุวิญญาณที่เกิดมาแต่อวิชชาสังขาร มายาภาพเหล่านี้ เป็นดังม่านทึบ ที่สังขารปรุงแต่งขึ้นด้วยบรรดากระแสคลื่นของความคิดที่หลั่งไหล ซึ่งตัวของมันเองล้วนสังขารขึ้นมาจากสามัญสำนึก ด้วยอวิชชาตั้งแต่อดีตกาลที่ไม่อาจหาจุดเริ่มต้นได้ในสังสารวัฏ ทัศนียภาพทั้งหลายที่ปรากฏอยู่นี้ ย่อมไม่มีอะไรที่จะต้องหวาดกลัว” ด้วยดำริอันเกิดแต่สัมมาทิฐิดังนี้ ท่านมิลาเรปะเริ่มแทรกซึมลงไปในอาณาจักรแห่งความเป็นจริงสูงสุด โดยปราศจากความหวั่นไหวใดๆท่านแสดงบทโศลกว่า

ดินน่าดริน เป็นเมืองที่ชาวฮินดูและชาวทิเบตสัญจรไปมากันอยู่เป็นประจำ
เป็นย่านการค้าของชุมชนขนาดใหญ่
ณ สถานที่นี้ ราชินีสวรรค์ผู้มีใจบาป
ทเซรินมา แห่งทะเลสาบหิมะ พำนักอาศัยอยู่
ผมของเธอประดับประดาไว้ด้วยขุนเขาที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน
ลายถักสวยสดงดงามที่ชายกระโปรงของเธอคือท้องทุ่งอันเขียวขจีแห่งหุบเขาสมุนไพร
ซึ่งล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำลำธาร
แออัดอยู่ในกาลบัดนี้ด้วยเหล่าพาลชนไม่น้อยกว่าแปดหมื่นตน

จากอาณาจักรแห่งสรวงสวรรค์เบื้องบนชั้นพระอิศวร
ตลอดลงไปจนถึงขุมนรกอเวจีที่เต็มไปด้วยผีเปรตผู้หิวกระหายในเบื้องล่าง
อมนุษย์จากภพภูมิต่างๆมากมายสุดคณานับ
ได้มาชุมนุมกันแสดงอาการอันโง่เขลาต่อหน้าอาตมา

พวกที่ล่องลอยอยู่ในท้องฟ้าเป็นพวกเสพอาหารที่มีกลิ่นหอม
บางพวกผอมกระหร่องเพราะอดอยาก
ส่วนพวกผีปอบที่กินเลือดเนื้อมนุษย์นั้นล้วนเป็นอันตราย
ในบรรดาเหล่าปีศาจที่ปรากฏมากมายเฉพาะหน้านี้ มีนางมารร้ายที่โดดเด่นห้าตน
ได้กล่าวถ้อยคำหยาบช้าและสาปแช่งเรียกร้องชีวิตของอาตมา

ด้วยหวาดกลัวต่อความตาย
อาตมาจึงบำเพ็ญสมาธิภาวนาบนดวงจิตที่ไม่ตาย
แทรกซึมอยู่ในอาณาจักรที่ไม่มีความก่อเกิด
หัวใจหลักของการปฏิบัติบำเพ็ญ คือความอิสระจากอัตตาตัวตนแห่งสังสารวัฏ
ด้วยพระธรรมคำสอนอันวิเศษอัศจรรย์เหนือคำสอนอื่นใดทั้งปวง
อาตมาได้เห็นอย่างแจ่มกระจ่าง ถึงความว่างเปล่าและปราศจากตัวตนแก่นสารใดๆ

ความมั่นใจของอาตมาในสัมมาทิฐิ คือความว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยความผันแปร
อาตมาได้ปฏิบัติบำเพ็ญจนบรรลุถึงสุญญตภาวะที่สมบูรณ์สว่างไสวอยู่ด้วยสติ
อันเป็นอาณาจักรที่ไม่อาจก่อสร้างขึ้นมาหรือทำให้สูญสลายไปได้
อาตมาย่อมไม่หวั่นไหวกับการมีชีวิตอยู่หรือความตายทั้งสองอย่าง

เนื่องด้วยความกลัวต่อ อิทธิพลร้อยรัดของโลกธรรมทั้งแปดประการ
ด้วยการพิจารณาเห็นโทษของความผันแปร และมหันตภัยแห่งสังสารวัฏ
และด้วยการเฝ้าพิจารณาถึงกฎแห่งกรรม
จากนั้นอาตมาจึงถือเอาดวงแก้วทั้งสามอันคือพระรัตนตรัยเป็นสรณะ

ด้วยการบำเพ็ญสมาธิภาวนาอย่างต่อเนื่องบนโพธิจิต
อาตมาขจัดความมืดบอดในภายในด้วยสัมมาญาณทัสสนะวิเศษ
ซึ่งสามารถระงับการปรุงแต่งด้วยอวิชชา ที่ก่อให้เกิดบรรดาความคิดที่หลั่งไหลลงได้อย่างสมบูรณ์
อะไรก็ตามที่ปรากฏต่อหน้าอาตมา อาตมาเห็นมันเป็นมายา
ดังนั้น อาตมาจึงปราศจากความหวาดกลัวต่อทางดำเนินสู่อบายภูมิทั้งสาม

ด้วยความกลัวต่อความไม่แน่นอนของชีวิต
อาตมาได้พัฒนาให้เกิดความช่ำชองในอานาปานสติภาวนา
ด้วยอาศัยการปฏิบัติตามกุญแจแห่งคำแนะนำทั้งสามแห่งพระไตรลักษณ์
ในการกำหนดหมายต่อสรรพสิ่ง
อาตมาจึงตระหนักชัดต่อธรรมชาติแห่งผัสสะทั้งหกทวารตามที่เป็นจริง
ดังนั้นอาตมาจึงแน่ใจได้ว่าอาตมาบรรลุถึงธรรมกาย
อาตมาย่อมเข้าถึงอมตภาวะแห่งอสังขตธรรมอันไม่มีเหตุปัจจัยปรุงแต่งให้บังเกิดขึ้น
จึงเป็นธรรมชาติที่ไม่มีวันจะเสื่อมสลายลงไปได้

โดยที่ดวงจิตของอาตมาแทรกซึมอยู่ในธรรมธาตุอันปราศจากความก่อเกิด
อาตมาย่อมไม่หวั่นไหวต่อความตาย แม้ว่าจะบังเกิดขึ้นในกาลบัดนี้ก็ตาม

บรรดาทวยเทพเทวาและภูตผีปีศาจแห่งโลกียวิสัยที่คอยโจรกรรมชีวิตของผู้คน จงได้ฟังอาตมา
เรือนกายของมนุษย์อันประกอบอยู่ด้วยธาตุทั้งหกนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืนและเป็นเพียงภาพลวงตา
อาตมาจักต้องทอดทิ้งมันอยู่ดี ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
ดังนั้นผู้ใดปรารถนา ก็จงอย่าได้รอช้า จงเร่งเอามันไปเถิด

การบริจาคชีวิตของอาตมาในครั้งนี้ จะช่วยถ่ายถอนบาปกรรมของบรรดาสรรพสัตว์ทั้งปวง
จะเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่บิดามารดาผู้ล่วงลับของอาตมา

การบำเพ็ญบุญกิริยาในครั้งนี้
จะลบล้างวิบากกรรมของอาตมา ที่ยังหลงเหลืออยู่ในสังสารวัฏอันยืดยาวหาที่สุดมิได้
ให้ปลาสนาการไปจนหมดสิ้น

ดวงจิตที่จุ้นจ้านคือความว่างเปล่าและปราศจากตัวตนที่เป็นแก่นสาร
อาตมาเห็นมันอย่างกระจ่างแจ้งชัดเจนกว่าที่เจ้าพวกปีศาจได้แลเห็น
พวกเจ้าคิดว่าอาตมาจะถูกทำให้หวาดกลัวอย่างง่ายดาย
เมื่อเจ้าทำให้กองทัพของภูติผีปีศาจจากนรกและโลกันต์ทั้งสิบแปดภพภูมิอุบัติขึ้นมา
แต่อาตมาเป็นสมณะแห่งสุญญตาธรรม ผู้ซึ่งเห็นอย่างกระจ่างชัดถึงธรรมชาติของอวิชชา
อาตมาจึงไม่หวาดกลัวพวกเจ้า
ภาพมายาล้วนสังขารขึ้นมาจากดวงจิต ปรากฏการณ์ทั้งปวงล้วนเป็นมายา
ช่างน่าอัศจรรย์จริงหนอ ต่อมหาอุปรากรอันวิจิตรพิสดารแห่งสังสารวัฏ

ท่านมิลาเรปะ กล่าวบทโศลกดังเช่นที่แสดงมานั้นออกไป โดยปราศจากความหวาดกลัวใดๆ จากนั้นท่านได้บันลือสีหนาทกับพวกปีศาจ ด้วยถ้อยคำที่เป็นสัจจธรรมว่า “จากกาลเวลาในอดีตที่ไม่มีจุดเริ่มต้นจวบจนถึงปัจจุบัน เราต่างได้รับสรีรกายหลากหลายรูปแบบ ในการเกิดมามีชีวิตแต่ละชาติที่ผ่านๆมาในอดีตนั้น มีจำนวนของชาติกำเนิด มากมายดังจำนวนรวมกันของเมล็ดทรายในสกลจักรวาล ถึงจะยาวนานขนาดนั้นก็ตาม เราก็ไม่เคยได้ใช้สรีระอย่างมีประโยชน์เลย ตรงกันข้าม เรากับใช้มันอย่างเปลืองเปล่า โดยกระทำแต่สิ่งที่ไร้ความหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้นเราจึงสั่งสมพอกพูนอุปาทานในเบญจขันธ์ และความทุกข์ทรมานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าพวกเจ้าเหล่าเทวาและปีศาจ สนใจที่จะเอาสรีระซึ่งสังขารขึ้นมาจากธาตุทั้งสี่และขันธ์ทั้งห้าของอาตมา อันเต็มไปด้วยอวัยวะที่สกปรกสามสิบสองชนิด อาตมาสามารถจะมอบให้พวกเจ้าได้เลย ณ บัดนี้ ทำไมเล่าอาตมาจึงจะให้ไม่ได้? สรรพชีวิตในภพภูมิทั้งหก ล้วนเป็นบิดามารดาของอาตมา เพื่อเป็นการชดใช้หนี้กรรมที่อาตมามีต่อพวกเขาทั้งหลาย อาตมาขอมอบสรีระของอาตมาตั้งแต่ผมบนศีรษะลงไปจรดปลายเท้า ไม่ว่าส่วนไหนก็ตามที่พวกเจ้าชอบใจ ก็จงมาเอามันไป และสนุกสนานกับมัน อาตมาหวังว่าการบำเพ็ญกุศลด้วยการบริจาคสรีระของอาตมา จักทำให้เหล่าปีศาจและวิญญาณชั่วร้ายทั้งปวง หย่อนคลายความชิงชังและความพิกลพิการของดวงจิตลง ขอให้กุศลผลบุญนี้ ได้กลายเป็นเมล็ดพันธ์แห่งความเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่และปรีชาญาณในภายใน ของพวกเขาทั้งหลายต่อไป ขอให้กุศลผลบุญนี้ จงปลดปล่อยเหล่าปีศาจจากความชั่วร้ายและความขมขื่นตลอดไป พวกเจ้าทั้งหลายจักกลับกลายมาเป็นผู้มีความเมตตากรุณาได้หรือไม่หนอ ณ บัดนี้ อาตมาขออุทิศส่วนกุศลผลบุญนี้เพื่อประโยชน์สุขของสรรพชีวิตทั้งปวง”
เมื่อได้ยินถ้อยคำและความปรารถนาอย่างจริงใจของท่าน เหล่าเทวาและปีศาจ ก็กลับใจมาเคารพนับถือท่าน มันพากันหยุดเนรมิตปรากฏการณ์ที่น่ากลัว และยังคงอยู่ประจำในที่ของตนอย่างสงบสันติ นางปีศาจร้ายห้าตน กล่าวว่า “ความจริงที่ปรากฏว่า ท่านปราศจากความติดยึดในสรีระของท่าน นับว่ามหัศจรรย์มาก เราไม่ได้มาที่นี่ด้วยความเกลียดชังและตั้งใจจะทำร้ายท่านถึงขนาดนั้นดอก เราเพียงแต่มาทดสอบความรู้แจ้งตระหนักชัดของท่านเท่านั้น พูดกันจริงๆแล้ว อุปสรรคภายนอกที่สังขารขึ้นมาโดยเหล่าปีศาจ ล้วนเนื่องอยู่กับอุปาทานในภายในของบุคคลนั้นเอง เมื่อเราแรกเริ่มมาถึงที่นี่ เราเห็นท่านร้องเรียกเทพเจ้าและเทพธิดาให้ช่วย เราจึงคิดว่าท่านคงจะยังมีความหวาดกลัวและความทะยานอยากในดวงใจของท่าน ด้วยเหตุผลดังกล่าว เราจึงกล่าววาจาที่รุนแรงเยาะเย้ยถากถางท่าน แต่ครั้นเราได้ยินคำตอบที่จริงใจและเป็นสัจจธรรมของท่าน พวกเราก็รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ได้กระทำลงไป นับจากนี้เป็นต้นไป เมื่อใดก็ตามที่ท่านตกอยู่ในอันตราย หรือพบว่าดวงจิตของท่านตื่นตระหนก ท่านควรได้บำเพ็ญสมาธิบนแก่นสารของดวงจิต ด้วยอาการที่ไม่ต้องปรารภความเพียรพยายามใดๆ ด้วยการปฏิบัติดังกล่าว แม้แต่พระพรหมทั่วทั้งสกลจักรวาลจรดไปจนถึงพื้นพิภพ จักถูกทำให้หวั่นไหว ไม่มีผู้ใดจะมาทำให้ท่านหวาดกลัวได้อีก” เมื่อได้แสดงข้อแนะนำกับท่านแล้ว นางปีศาจก็แสดงบทโศลกว่า

โอ้ ท่านนักบวชเรปะผู้ยิ่งใหญ่
มันเป็นเพราะบุญกุศลที่ท่านได้สั่งสมเอาไว้
ท่านจึงถือกำเนิดด้วยสรีระของมนุษย์
ท่านเป็นผู้มีพรสวรรค์ อันประกอบพร้อมไปด้วยเงื่อนไขอันเหมาะสม และมีโอกาสอันงาม
ความปรารถนาในอดีตชาติของท่าน ถูกบ่มเพาะมาจนถึงเวลาที่จะสุกงอม
ท่านได้พบคำสอนแห่งพระธรรมอันศักดิ์สิทธิ์
ดังนั้นจึงทำให้ท่านสามารถปฏิบัติบำเพ็ญในการสละอุทิศตน
ท่านเป็นเอกบุรุษ ขณะที่พวกเราเป็นสัตว์โลกที่ต่ำต้อย
ปัญญาของพวกเราน้อยนัก แต่ที่มีมากมายล้นเหลือนั้น คือความโง่งมของพวกเรา
พวกเราถือกำเนิดอย่างต่ำต้อยในอิตถีเพศ
ด้วยมีกุศลเพียงเล็กน้อย จึงไม่อาจขจัดความคิดที่ชั่วร้าย
เพราะบาปกรรมที่ได้ก่อเอาไว้ เราจึงต้องท่องเที่ยวไปในห้วงเวหา
ท่านอาจไม่เข้าใจสิ่งที่พวกเราตระหนัก
ด้วยถ้อยคำที่ไม่กระจ่างชัด มันจักถูกอธิบายโดยอาศัยข้ออุปมา

ดวงจิตของท่านย่อมล้ำลึก ด้วยลีลาสดับรับฟังแห่งมหามุทราอันเต็มไปด้วยเหตุผล
ต่อข้ออุปมาที่พวกเราจักกล่าวแสดง

ทางทิศบูรพา ผ่านเข้าไป ในประตูชัยที่มั่งคั่งรุ่งเรืองของประเทศจีน
หญิงชาวจีนกำลังถักทอผ้าไหม
ถ้าเธอไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดเลย ตลอดเวลาที่คุยจ้ออยู่กับพี่น้องหญิงของเธอ
ลมแห่งมิจฉาสติ จักไม่ทำให้งานของเธอผิดพลาดได้เลย
เพราะฉะนั้น การถักทอด้วยความระมัดระวัง จึงมีความสำคัญยิ่งนัก

ณ เบื้องทิศอุดร อันเป็นที่ตั้งของประเทศมองโกล
มีนักรบที่กล้าหาญและทรงประสิทธิภาพ พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่สงครามได้อย่างรวดเร็ว
ถ้าไม่มีการก่อจลาจลภายในประเทศแล้วไซร้
พวกเขาจักไม่หวั่นกลัวแม้แต่ข้าราชบริพารของพระราชา
เพราะฉะนั้น การปกครองประชาชนด้วยความชาญฉลาด จึงมีความสำคัญยิ่งนัก

ทางทิศตะวันตก ที่ประตูอันสูงใหญ่ของพระราชวัง แห่งราชาของเปอร์เซีย
เป็นที่ตั้งของรหัสลับ รูปร่างของมันคล้ายกับเปลือกหอย
ถ้าเกลียวเหล็กของปลอมภายในไม่แตกหักเสียก่อน
ไม่มีวันที่ลูกบอลจากภายนอก จะกระดอนหลุดเข้าไปได้
เพราะฉะนั้น การปิดประตูใหญ่ชั้นใน จึงมีความสำคัญยิ่งนัก

ทางทิศทักษิณ ในประเทศเนปาล อันเป็นดินแดนของก้อนหินและเสียงฟ้าคำราม
ถ้าขวานของชาวบ้าน ยังตัดต้นไม้แซนแดลไม่ได้ อยู่ตราบใด
พวกคนมอนกลุ่มน้อยที่แสวงหาประโยชน์ตามชายแดน จักมาตัดมันได้อย่างไร
เพราะฉะนั้น การระวังรักษาต้นไม้ของชนในชาติ จึงมีความสำคัญยิ่งนัก

ในสถานที่อันเงียบสงัดใกล้ริมฝั่งแม่น้ำดรินแห่งนี้
ท่านมิลาเรปะ บำเพ็ญสมาธิภาวนาด้วยสัมมาทิฐิ
ถ้าความคิดอันชั่วร้ายของปีศาจ ไม่เคยอุบัติขึ้นในดวงใจของท่าน
ท่านก็ไม่ต้องเกรงกลัวต่อปีศาจที่ห้อมล้อมท่านอยู่
มันจึงมีความสำคัญมาก ที่จะกำหราบดวงจิตของท่านในภายใน อย่างปราศจากความลังเลสงสัย
โอ้ ท่านนักบวช

บนภูผาแห่งแก่นสารสาระของสุญญตาธรรม
ท่านควรได้อาศัยดวงจิตที่ตั้งมั่นในสมาธิ เป็นยามคอยระวังเหตุ
ถ้าท่านสวมใส่อาภรณ์แห่งโพธิจิต และถือดาบกายสิทธิ์แห่งปรีชาญาณและความเมตตากรุณา
กองทัพของพญามารทั้งสี่ ย่อมไม่สามารถทำอันตรายท่านได้
ถ้าท่านไม่สยบจมอยู่กับความคิดในการเป็นผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ
ไม่มีปีศาจตนใด จักทำอันตรายท่านได้
แม้แต่เวลาที่ท่านถูกห้อมล้อมด้วยบรรดาเสนามารของพญายม เขาทั้งหลายก็ไม่อาจเอาชนะท่านได้
สิ่งที่ดึงดูดและยั่วยวนในโลกภายนอก ล้วนมีกำลังมาก
ความเกียจคร้านและสิ่งรบกวน ก็ล้วนมีกำลังมาก
ตัณหาและอุปาทาน ติดตามท่านดั่งเงา
ถึงแม้ว่าท่านจักแทรกซึมอยู่ในโลกุตรปัญญา
ก็ยังยากยิ่งนักที่จะเอาชนะมายาของปีศาจในภายใน ที่ว่องไวเจ้าเล่ห์เหมือนดังกิเลสอนุสัย
บนเส้นทางสูงชันแห่งความหวาดหวั่นและความหวัง
พวกมันแอบซุ่มคอยหาโอกาสที่จะดักทำร้ายท่านอยู่
ดังนั้นยามที่คอยเฝ้าระวังเหตุ จึงต้องคอยปกป้องที่มั่นในภายในไว้ให้ดี

บทโศลกแห่งข้ออุปมาทั้งสี่อันมีห้าความหมายนี้
เป็นดังไข่มุกเม็ดงามซึ่งมีค่ายิ่ง
เป็นกระจกส่องดวงใจของท่านให้สว่างไสว
กรุณาได้ระลึกถึงมันด้วยความตั้งใจ
โอ้ ท่านนักบวชผู้มีพรสวรรค์

ท่านมิลาเรปะตอบว่า “เป็นไปตามกฏที่ว่า บรรดาปีศาจและเทวาที่ก่อความยากลำบากทั้งหลาย คือการสังขารปรุงแต่งของความนึกคิดที่เป็นมายาแห่งอุปาทานจิต ซึ่งยึดมั่นในรูปทั้งหลาย และทึกทักว่ารูปทั้งหลายมีอยู่จริง สิ่งที่ท่านกล่าวมาอาจถูกทั้งหมด ถึงกระนั้นก็ตาม พวกเรานักบวช ไม่ได้พิจารณาว่าอุปสรรคทั้งมวล เป็นความชั่วร้ายและเสียหายไปทั้งหมด เรามีการยอมรับว่าบรรดารูปและทัศนียภาพต่างๆที่สังขารขึ้นมาโดยหมู่มาร เป็นเงื่อนไขที่เกื้อหนุนเรา และเป็นของกำนัลอันมีค่า เหมือนกับปลายแฉกของแซ่สำหรับใช้เฆี่ยนบังคับม้า อุปสรรคที่เป็นภาพหลอนของปีศาจเหล่านี้ เป็นเครื่องช่วยกระตุ้นอย่างดีสำหรับผู้ฝึกหัดใหม่ที่เกียจคร้านเฉื่อยชา ความกลัวที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิดจะทำให้สติของบุคคลแหลมคมขึ้นอย่างแน่นอน อุปสรรคที่เป็นภาพหลอนของปีศาจเหล่านี้ เป็นเหตุให้กายและจิตของผู้สละอุทิศตนเข้าสู่สมาธิเร็วขึ้น สำหรับนักบวชชั้นแนวหน้าที่เข้าถึงความตั้งมั่นในสัมมาอริยมรรคแล้ว อุปสรรคเหล่านี้กลายเป็นอาหารเสริมสำหรับปรีชาญาณ ในวันนี้อาตมาได้เป็นประจักษ์พยานในความจริงที่ว่า เทวาและปีศาจทั้งมวล กลับกลายเป็นผู้พิทักษ์รักษาพระธรรม ด้วยกุศลที่ได้แลเห็นผู้พิทักษ์เหล่านี้เป็นร่างจำแลงของพุทธะ อาตมาย่อมจะบรรลุถึงภูมิธรรมที่สูงส่งยิ่งๆขึ้นไป อาตมาได้ปรับเปลี่ยนอุปสรรคเป็นความเติบโตแห่งจิตวิญญาณและสับเปลี่ยนความชั่วร้ายให้กลับกลายเป็นกุศล ณ บัดนี้ กิเลสอนุสัย สิ่งรบกวน มายา และความคิดที่ยุ่งยาก ปรากฏเป็นธรรมกายด้วยตัวของมันเอง ดังนั้นนับได้ว่าพวกท่านได้ช่วยเหลืออาตมาในการสละอุทิศตนบนสัมมาอริยมรรค ในปรมัตถ์สัจจะหรือธรรมชาติอันแท้จริง ไม่ได้มีทั้งพุทธะและปีศาจ บุคคลที่เป็นอิสระจากความหวังและความกลัว จากกุศลและอกุศล จักได้ตระหนักชัดถึงความปราศจากตัวตน แก่นสาร และธรรมชาติอันว่างเปล่า สังสารวัฏจักปรากฏเป็นสุญญตาธรรมหรือมหามุทราด้วยตัวของมันเอง ความคิดที่หลั่งไหลและรบกวนทั้งปวง จักสูญสลายไปในธรรมธาตุ ดังที่เรียกขานกันว่า “ธรรมกาย ที่ปราศจากการรวมหรือการแบ่งแยก”
ท่านมิลาเรปะได้แสดงบทโศลกตอกย้ำในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง

บนโลกภพนี้ อันเป็นดินแดนของบรรดาผู้พิชิต
กาลครั้งหนึ่ง มีสมณะผู้เป็นดังพระพุทธเจ้าองค์ที่สอง
ชื่อเสียงของท่านขจรขจายไปในทิศทั้งสิบ
ด้วยมงกุฎแห่งอมตธรรมที่ประดับอยู่เหนือเศียรของท่าน
อาตมาขอน้อมจิตคารวะต่อวิสุทธิบุคคลผู้ยิ่งใหญ่เม็ดริปะ

จากดอกบัวบานแห่งปรมาจารย์ผู้นี้
คุรุผู้เป็นบิดาได้มอบความไว้วางใจทั้งหมดให้กับท่านเม็ดริปะ
ท่านดื่มน้ำอมฤตจากสรวงสวรรค์ ด้วยทัศนียภาพอันเลิศยอดแห่งมหามุทรา
ท่านได้ตระหนักชัดต่อพระสัทธรรมในภายในอันเป็นความอิสระเสรีอย่างถึงที่สุด
ท่านคือวิสุทธิบุคคลผู้ประเสริฐ ท่านอาจารย์มาระปะ
ท่านเป็นวิสุทธิบุคคลผู้สะอาดจากข้อผิดพลาดและอกุศลธรรมทั้งปวง
ท่านคือร่างจำแลงของพระพุทธองค์

ท่านได้กล่าวไว้ว่า “ก่อนการตรัสรู้นั้น สิ่งทั้งปวงในโลกภายนอก ล้วนหลอกลวงและยุ่งยาก
การยึดมั่นถือมั่นต่อรูปลักษณะ สภาวะทั้งมวลในภายนอกอันเต็มไปด้วยความหลอกลวง
คือกับดักที่ผู้คนพากันถูกกักขังอยู่
หลังจากการตรัสรู้ บุคคลย่อมตระหนักชัดโดยกระจ่างว่า
“สรรพสิ่งเป็นเพียงวิทยากลแห่งดวงจิตอมตะ ซึ่งมีธรรมชาติดั่งเงา
และสรรพสิ่งที่หมายถึงทั้งปวง กลายเป็นกัลยาณมิตรที่คอยช่วยเหลือ
ในธรรมกายซึ่งปราศจากการก่อเกิดทั้งหมด ล้วนคือความบริสุทธิ์
ย่อมไม่มีการดำรงอยู่ของปรากฏการณ์ทั้งปวงในอาณาจักรแห่งปรมัตถสัจจะ”
ท่านได้กล่าวไว้ว่า “ก่อนการตรัสรู้นั้น สติถูกเก็บกักไว้ในดวงใจที่มืดบอดฟุ้งซ่านยุ่งเหยิง
ทำให้ตัณหาราคะและการก่อบาปกรรมทั้งปวงสามารถดำเนินไปโดยไม่มีการยับยั้ง
ภายหลังการตรัสรู้ สติกลับกลายมาเป็นธรรมชาติแห่งปรีชาญาณอันสว่างไสวในภายใน
เป็นที่งอกงามของกุศลธรรมทั้งปวง
ในอาณาจักรแห่งปรมัตถ์สัจจะ ย่อมไม่อาจกล่าวได้ว่ามีปรีชาญาณ
ณ ที่นี้ บุคคลได้บรรลุถึงอาณาจักรซึ่งพระธรรมเป็นพ่วงแพที่ต้องละวาง”

ก่อนแต่กาลตรัสรู้ เรือนกายมายาของบุคคลซึ่งสังขารกันขึ้นมาจากธาตุทั้งสี่
คือแหล่งกำเนิดแห่งความทุกข์ทรมาน
ภายหลังการตรัสรู้ มันกลับกลายเป็นเอกสภาวะเดียวแห่งพุทธะ
สะอาดสว่างดังห้วงเวหาที่ปราศจากหมู่เมฆ
รากเหง้าที่ถูกขจัดออกไป คือการยึดถือในอัตตาตัวตน
ในความเป็นจริงอย่างถึงที่สุด ไม่ได้มีผู้ใดดำรงอยู่เลย

ภาวะแห่งความเป็นหญิงหรือชายอันเป็นกลลวงของมารผู้ลามกแห่งสังสารวัฎ
ดูเหมือนเป็นจริงเป็นจังเมื่อก่อนการตรัสรู้
แต่เมื่อบุคคลรู้แจ้งตระหนักชัดต่อธรรมชาติอย่างแท้จริง
มันกลับกลายมาเป็นผู้รักษาพระธรรมเอาไว้
และด้วยความเกื้อหนุนพร้อมทั้งความช่วยเหลือจากมัน
บุคคลย่อมบรรลุถึงการตรัสรู้ที่ยิ่งใหญ่

ในปรมัตถ์สัจจะ ย่อมไม่มีทั้งพุทธะและปีศาจ
บุคคลได้เข้ามาสู่อาณาจักรในที่ซึ่งพระธรรมถูกละวางในฐานะเป็นพ่วงแพ
ในบรรดายานพาหนะทั้งปวง คำสอนอันสูงสุดนี้ ถูกพบในคัมภีร์ตันตระเท่านั้น
“การสังขารก่อรวมตัวของแร่ธาตุ คือการปรากฏแห่งมหาภูติ
ถ้าบุคคลไม่ได้หยั่งรู้ว่ามันล้วนเป็นทัศนียภาพที่ถูกสังขารขึ้นด้วยดวงจิตที่เต็มไปด้วยอวิชชา
และทึกทักเอาว่าเป็นสิ่งที่ดำรงอยู่อย่างจริงแท้
บุคคลเช่นนั้นนับได้ว่า เป็นผู้ที่โง่งมอย่างถึงที่สุด”

ในอดีตกาลที่ผ่านมาของอาตมา การเข้าใจผิดต่อความมีอัตตาตัวตน
ทำให้อาตมายังอ้อยอิ่งเสียเวลาอยู่ในความคับแคบของความยุ่งยากสับสน
ที่ไปทึกทักเอาว่าบรรดาทวยเทพผู้อารีและหมู่มารที่ชั่วร้ายทั้งปวง เป็นจริงและมีแก่นสารตัวตน
ณ กาลบัดนี้ จากความเอื้ออารีของท่านอาจารย์ผู้ประเสริฐ
อาตมาได้ตระหนักชัดว่า ทั้งสังสารวัฏและพระนิพพาน ไม่มีการดำรงอยู่หรือการไม่ดำรงอยู่
และอาตมาได้พบว่า บรรดารูปทั้งปวง คือมหามุทราหรือมหาสุญญตา

เมื่อได้ตระหนักชัดต่อธรรมชาติอันปราศจากฐานรองรับ แห่งอวิชชา
สติอันไม่สมบูรณ์เมื่อก่อนแต่กาลตรัสรู้ ที่พร่ามัวและสั่นไหว ดังแสงจันทร์บนยอดคลื่น
กลับกลายเป็นสติอันมั่นคงแจ่มใสดุจดังผลึกแก้ว
สว่างไสวเจิดจ้าดังแสงสุริยาที่ปราศจากหมู่เมฆบดบัง
สามารถขจัดความมืดบอดทุกรูปแบบได้อย่างหมดจดสิ้นเชิง
ความโง่งมและยุ่งยากทั้งมวลอันตรธานไปอย่างปราศจากร่องรอยหลงเหลืออยู่แม้เท่าธุลี
นี้คือพระสัทธรรมที่อาตมามีประสบการณ์ในภายใน

จงฟังซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ความนึกคิดที่โง่งมต่อ “ปีศาจ” โดยตัวของมันเอง ปราศจากฐานรองรับใดๆ
มันเป็นความว่างเปล่า และสว่างไสว
โอ้ ความจริงนี้ ช่างยิ่งใหญ่และมหัศจรรย์ยิ่งนัก

หัวหน้าปีศาจทั้งสิบแปดตนรวมทั้งเทวาอื่นๆและบรรดาภูตผี ต่างพากันเลื่อมใสท่านมิลาเรปะอย่างล้ำลึก “ท่านเป็นนักบวชที่บรรลุถึงความไม่สั่นคลอนอย่างแท้จริง ด้วยความไม่รู้ของพวกเรา เราได้มาสร้างความยุ่งยากลำบากรบกวนท่าน ณ บัดนี้พวกเราเสียใจมาก พวกเราขออยู่ภายใต้คำบัญชาของท่านตลอดไป” เมื่อได้ปฏิญาณจบลง อมนุษย์จำนวนมหาศาล น้อมกายลงพร้อมกันเพื่อคารวะท่าน ดูประดุจกองดินเลนที่ยุบตัวลง เมื่อต้องหยาดพิรุณ จากนั้นก็พากันเดินทางกลับภพภูมิของตน
นี้เป็นตำนานเรื่องราวที่เล่าขานโดยท่านโพธิรักษา ปรมาจารย์แห่ง แงนสัน จากความจดจำดั้งเดิมที่ไม่มีวันลืมเลือนของท่าน มันถูกรจนาเป็นบทโศลกที่มีชื่อว่า “สร้อยประคำไข่มุก”

เกี่ยวกับท่านมิลาเรปะ
ตำนานแห่งหุบเขาอัญมณีแดง
การจาริกธุดงค์สู่ ลาชิ
ธรรมลีลาแห่งเทศกาลหิมะโปรย
วิวาทะกับเจ้าแม่ผู้ชาญฉลาด
มณฑล รักม่า
วิหารเทียมฟ้า จันแพน
ธรรมปิติของสมณะ
ท่านมิลาเรปะ กับนกพิราบ
หุบเขา วัชชระ สีเทา
ภิกษุ เรชุงปะ
ข้อตักเตือนถึงโอกาสที่หาได้ยากในการปฏิบัติธรรม
การค้นหาธรรมชาติแห่งจิตของชายเลี้ยงแกะ
ธรรมคีตาแห่งความตระหนักชัด
การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ
ธรรมคีตา ณ ที่พักผู้เดินทาง
พาลชนที่กลายเป็นสาวก
การพบกันที่สายธารสีเงินยวง
นิมิตหมายแห่งพระธรรมจากไม้เท้า
ข้อชี้นำยี่สิบเอ็ดประการ
ภิกษุ กาชอนเรปะ
คำตักเตือนสำหรับท่าน ธัมมะวอนชู
การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ณ ภูเขาหิมะดีซี
การบรรลุธรรมจักษุของท่าน เรชุงปะ
การกลับใจของชาวลัทธิ บอน ผู้กำลังจะตาย
แสดงธรรมกับหญิงสาวผู้ชาญฉลาด
นายพรานกับกวาง
พระราชาแห่ง เนปาล
เผชิญเจ้าแม่ ทเซรินมา
การกลับใจของเจ้าแม่ ทะเซรินมา
ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะ สัมภเวสี
ทะเซรินมา กับการปฏิบัติสุญญตาธรรม
ข้อตักเตือนสำหรับท่าน ดอจี วอนชู
การพบกับท่าน ธรรมโพธิ
เผชิญนักปริยัติ
เยือนอินเดียครั้งที่สามของท่าน เรชุงปะ
ความตระหนักชัดของท่าน เมกอมเรปะ
สาลีอุยกับพระธรรม
เขาของตัวจามรี
การสำนึกผิดของ เรชุงปะ
ความที่ยิ่งกว่าสุข
ศิษย์เอก กัมโบปะ
นักปริยัติผู้กลับใจ
ธรรมปราโมทย์
แสดงอภิญญาจูงใจคน
รวมโศลกธรรมสั้นๆ
ธรรมเทศนาที่ภูผา บอนโบ้
แรงบันดาลใจ
ชินดอโมและเลซีบุม
แกะที่กำลังจะตาย
ธรรมคีตาแห่งการดื่ม
แด่ เรชุงปะ ด้วยเมตตา
เรชุงปะ สู่เมือง วู
พบท่าน ธัมปาสันจี
มิติแห่งสวรรค์
คำพยากรณ์แห่งเทพธิดา
คำตักเตือนคุณหมอ ยางงี
การจากไปของ เรชุงปะ
เรื่องราวของ ดราชิเซ
กัลยาณมิตร
ประจักษ์พยานแห่งการบรรลุธรรม
ปัจฉิมโอวาท
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุดดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามโลกครั้งที่ 1
เป็นความขัดแย้งระดับโลกที่เกิดระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร และฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งไม่เคยปรากฏสงครามขนาดใหญ่ที่มีทหารหรือสมรภูมิเกี่ยวข้องมากขนาดนี้มาก่อน

» ประวัติศาสตร์ชนชาติจีน
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก คือ 1,200 ล้านคน นั่นหมายความว่า ประชากรหนึ่งในห้าของโลกเป็นประชากรจีน

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» สงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War)
สงครามระหว่างอิรัก กับ อิหร่าน หรือที่นิยมเรียกว่าสงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War) นั้นได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ.1980 โดยมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งอยู่หลายประการ

» แม่ไม้มวยไทย
การเล่นพื้นบ้านที่มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปอย่างสูง

» ประวัติศาสตร์ศิลป์
วิวัฒนาการของประวัติศาสตร์ศิลป์และการออกแบบศิลปะเครื่องประดับตะวันตกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ค้นพบในแต่ละช่วงสมัย และส่วนใหญ่มีแรงบันดาลใจมาจากการรู้จักธรรมชาติ