Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

เทคโนโลยี นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ วิศวกรรม เกษตรศาสตร์ >>

สบู่ดำพลังงานทดแทน

3

นอกจากนี้ยังได้ทดสอบแทนน้ำมันเบนซินกับรถจักรยานยนต์ เครื่องปั่นไฟและแทนน้ำมันเครื่องออโต้ลูปกับรถจักรยานยนต์ ดังนี้

  1. ใช้น้ำมันสบู่ดำผสมน้ำมันเบนซิน ร้อยละ 5 - 10 กับรถจักรยานยนต์ 4 จังหวัดและเครื่องปั่นไฟฮอนด้า ระบบ 4 จังหวะ พบว่า เครื่องเดินได้ดีวิ่งได้เรียบสม่ำเสมอ แต่ถ้าผสมร้อยละ 15 หัวเทียนบอดง่าย การติดเครื่องยาก เครื่องยนต์เดินไม่สม่ำเสมอ
  2. ใช้น้ำมันสบู่ดำผสมน้ำมันเบนซินร้อยละ 20 - 50 กับรถจักรยานยนต์ 2 จังหวะพบว่า อัตราร้อยละ 30 เครื่องยนต์เดินเรียบเป็นปรกติ แต่ถ้าผสมเกินร้อยละ 30 การติดเครื่องยาก กำลังตก ต้องใช้รอบจัดตลอดเวลา
  3. ใช้น้ำมันสบู่ดำที่ผ่านกรรมวิธี Semi refined ในรูปน้ำมันออโต้ลู๊บกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ระบบ 2 จังหวะ พบว่า เครื่องยนต์เดินได้ในสภาพปกติ หลังจากทดลองวิ่ง 500 กม. วิศวกรบริษัทฮอนด้าได้ถอดชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ดู ไม่พบการสึกหรอมากไปกว่าการใช้น้ำมันเบนซินกับน้ำมันออโต้ลู๊บหรือน้ำมัน 2 ที

อนึ่ง น้ำมันสบู่ดำ สามารถผสมได้ดีกับน้ำมันดีเซล และน้ำมันเบนซิน เมื่อเก็บไว้นาน ๆ ก็ไม่แยกชั้น ในการนี้ ดร.โยชิฟูมิ ทาเคดะ อดีตผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น ปฏิบัติงานที่กรมวิชาการเกษตรในขณะนั้น ได้ร่วมกับผู้จัดการบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลล์ จำกัด ทดสอบใช้น้ำมันสบู่ดำกับรถบรรทุกดีเซล (ปิคอัพ) 1,584 ซี.ซี. 94 แรงม้า/5,400 รอบต่อนาที วิ่งบนถนนชานเมืองกรุงเทพฯ ได้ดี กล่าวคือ วิ่งได้อัตราความเร็ว 100 กม.ต่อชั่วโมง ถ้าเร่งอัตราสูงสุดจะวิ่งได้ถึง 140 กม.ต่อชั่วโมง จากข้อมูลที่ได้พบว่า น้ำมันสบู่ดำใช้แทนน้ำมันดีเซลได้อย่างดีในรถยนต์ปิคอัพ โดยสมรรถนะของเครื่องยนต์ได้ผลน่าพอใจคือ เมื่อเครื่องเดินรอบต่ำจะเกิดน๊อค แต่ไม่น๊อคเมื่อวิ่งด้วยความเร็วปกติ ไม่ต้องดัดแปลงโครงสร้างเครื่องยนต์แต่อย่างใด ซึ่งติดง่ายและมีกำลังแรงดี กลิ่นและคาร์บอนมอนน๊อคไซด์จากท่อไอเสียอยู่ในเกณฑ์ต่ำ

นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรยังได้ร่วมกับกองค้นคว้าและวิจัย โรงพิมพ์ธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย พัฒนาน้ำมันสบู่ดำเป็นผลิตภัณฑ์อื่นสำเร็จระดับหนึ่ง ดังนี้

  1. น้ำมันสบู่ดำมีคุณสมบัติแห้งช้า เหมาะที่จะทำเป็นหมึกพิมพ์โรเนียว ซึ่งต้องปรับปรุงสัดส่วนของผงถ่านดำละเอียดที่ใช้เป็นสีในหมึกพิมพ์ให้พอเหมาะ เพื่อให้การไหลเป็นไปอย่างสม่ำเสมอในขณะใช้พิมพ์งาน ในช่วงนั้นต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศหลอดละ 200 บาท ถ้าใช้สบู่ดำต้นทุนเพียงหลอดละ 30 บาทเท่านั้น
  2. ถ้าใช้สารเคมีบางอย่างเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้น้ำมันสบู่ดำเป็นน้ำมันแห้งเร็ว เพื่อใช้เป็นสีทาบ้าน (ไม้ เหล็ก) โดยใช้สีเป็นส่วนผสม
  3. ใช้สารเคมีบางอย่างเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้น้ำมันสบู่ดำข้น เหนียว และไม่แห้ง เพื่อทำกาวบนเทปกระดาษ หรือกาวบนแผ่นเซลโลเฟน หรือกาวบนเทปผ้าได้

 

อนึ่ง ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น สถานีทดลองพืชไร่ร้อยเอ็ด มุกดาหาร สกลนคร กองกีฏและสัตววิทยา กรมวิชาการเกษตร รวมทั้ง นายสุขสันต์ ฯ พร้อมด้วย นายสิทธา วรจินดา อดีตนักวิชาการเกษตร 6 สำนักงานเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น และ นายมนตรี โมวพรหมานุช นักวิชาการเกษตร โครงการไร่นาตัวอย่างห้วยสีทน จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ทดลองปลูกต้นสบู่ดำ 1 - 3 ปี ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร สกลนคร เมื่อรวมกับด้านอื่นข้างต้นก็ครบวงจรระดับหนึ่ง จำต้องหยุดลงเพราะราคาน้ำมันลดลงตามปกติ ซึ่งพอทราบเป็นแนวทางรวมทั้งจากการปลูกในช่วงนี้ ดังต่อไปนี้

  1. การขยายพันธุ์สบู่ดำ มี 2 แบบด้วยกัน คือ ใช้เมล็ดซึ่งไม่มีระยะพักตัว ควรเก็บฝักขณะสีเหลืองแก่แกมน้ำตาล แล้วรีบแกะเมล็ดเพาะทันที ความงอกมากกว่าร้อยละ 90 ถ้าทิ้งไว้นานเท่าไรความหงิกจะลดน้อยลงตามลำดับ และเริ่มให้ผลผลิตประมาณ 8 เดือนขึ้นไปหลังปลูก ส่วนใช้ท่อนพันธุ์ที่มีสีน้ำตาลปนเขียวเล็กน้อยยาว 45 - 50 ซม. เริ่มให้ผลผลิต 6 เดือนหลังปลูก
  2. การทดลองหาความยาวท่อนพันธุ์สบู่ดำ ที่ใช้ปลูกโดยตรงในแปลงช่วงปลายเดือนเมษายนที่ฝนเริ่มตก ใช้ท่อนพันธุ์ยาว 25 , 50 , 75 และ 100 ซม. พบว่า ความยาว 25 ซม. ตายมาก ส่วนที่ยาว 50 ซม. ตายน้อยมาก ในขณะที่ 75 และ 100 ซม. ไม่ตายเลย ดังนั้น ควรใช้ท่อนพันธุ์ยาว 50 ซม. เพื่อประหยัดท่อนพันธุ์ ถ้าใช้ท่อนพันธุ์ยาว 25 ซม. ชำในถุงพลาสติกสีดำก่อนปลูกก็ได้ แต่การให้ผลจะทอดเวลาออกไป
  3. สายพันธุ์สบู่ดำที่น่าสนใจคือ ในปีแรกสายพันธุ์สตูลให้ผลผลิต 102 กก./ไร่ สายพันธุ์มุกดาหารปลูกด้วยท่อนพันธุ์ปีแรกได้ 48 กก. ปีที่ 2 และ 3 ได้ 303 และ 139 กก.ต่อไร่ ตามลำดับ สำหรับสายพันธุ์กาฬสินธุ์ให้ผลผลิต 3 ปี เฉลี่ย 116 กก.ต่อไร่ในชุดดินยโสธร
  4. ฤดูปลูกที่เหมาะสมคือเมษายน ซึ่งให้ผลผลิตสูงกว่าเดือนพฤษภาคม - กันยายน
  5. การทดลองหาระดับปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 อัตรา 10 - 60 กก.ต่อไร่ ปรากฏว่า ถึงจะใช้ 60 กก. ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ไม่คุ้มทุนค่าปุ๋ย ในการทดลองไม่ได้ตรวจหาความเป็นกรด-ด่างของดิน และปัจจัยปัญหาอื่น ดังนั้น น่าจะใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก จากการวิเคราะห์ดินที่ปลูกต้นสบู่ดำเมื่อปีที่แล้วพบว่า ดินมีความเป็นด่าง ประมาณ 8.8 ให้ผลดกน่าพอใจ ซึ่งควรทดลองหาความถูกต้องกันต่อไป
  6. เนื่องจากธรรมชาติต้นสบู่ดำส่วนมากเจริญเติบโตสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่ค่อยแตกกิ่งแขนงให้ผลผลิตน้อย จะแตกกิ่งกระโดงที่โคนต้นเมื่ออายุ 1 ปีขึ้นไป ดังนั้น หลังจากปลูกใหม่ ๆ ขณะต้นสูง 25 ซม. ควรเด็ดยอดยาวสัก 5 ซม. เพื่อให้แตกกิ่งแขนงมากยอด หากต้องการจะให้เป็นพุ่มใหญ่ก็เด็ดยอดอีกสักครั้ง ส่วนการปลูกน่าจะใช้ระยะ 2.5x2 เมตร หรือ 3x2.5 เมตร ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ปลูก
  7. แมลงศัตรูที่ควรระวังดูแลพิเศษ ได้แก่ เพลี้ยหอย เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง ไรขาว ไรแดง ส่วนโรคเกิดจากเชื้อราประสบบ้างไม่ทำความเสียหายมากนัก
  8. ต้นสบู่ดำทนทานต่อสภาพความแห้งแล้งได้ดี ในเขตน้ำฝนให้ผลผลิต 2 ช่วง คือ เดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม และตุลาคม - ธันวาคม แต่ที่สังเกตปัจจุบันให้ผลผลิตทยอยตลอดฤดูฝน หลังจากนี้ถ้าไม่ให้น้ำใบจะร่วงหมด ต่อมาเมื่อฝนตกในฤดูร้อนจะแตกใบอ่อนออกดอกติดฝัก ถ้ามีน้ำให้หลังฤดูฝนจะทยอยให้ผลตลอดปี
  9. เมื่อต้นสบู่ดำสูง 2 เมตรขึ้นไป ไม่สามารถยืนเก็บผลผลิตได้ ในเขตน้ำฝน เดือนธันวาคม ช่วงที่ต้นสบู่ดำทิ้งใบหมด ก็ควรตัดแต่งกิ่งให้ตอ (ลำต้นหลัก) สูงจากพื้นดินราว 50 ซม. ส่วนกิ่งแขนงอื่นพิจารณาตามความเหมาะสม แล้วนำมาขยายพันธุ์พื้นที่ปลูกหรือขายเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง
  10. ในปีแรกที่ปลูก ต้นสบู่ดำยังเล็กอยู่ น่าจะหาพืชล้มลุกอื่นมาปลูกเป็นพืชแซมระหว่างต้นสบู่ดำในช่วงฤดูฝน ซึ่งทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยใช้ที่ดินว่างให้เกิดประโยชน์

สำหรับพื้นที่ที่จะปลูกควรเลือกที่ดอน น้ำไม่ท่วมขัง กลางแจ้ง แดดจัด ไม่อยู่ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ ในขั้นแรกที่เริ่มต้นปลูก เกษตรกรยังไม่ต้องใช้พื้นที่ที่ปลูกพืชอันเป็นรายได้หลักของครอบครัว ดังนั้น ควรปลูกบนคันนาดอน หัวไร่ปลายนา ริมรั้วบ้าน แนวเขตไร่ที่ติดต่อกัน ที่รกร้างว่างเปล่าประโยชน์ ที่ดิน ปลูกพืชอื่นได้ผลน้อยหรือไม่ได้ผล บนคันดินคันคลองชลประทาน (ขออนุญาต) รวมทั้งสองข้างถนนในหมู่บ้าน ระหว่างหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ตรงหน้าที่ดินที่เจ้าของแต่ละรายครอบครองอยู่

อ่านต่อ >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com