ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

คำอธิบายคำวิงวอนในบทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

พระหฤทัยพระเยซู บุตรแห่งพระบิดานิรันดร

         นี่คือหลักฐาน หากเราต้องการหลักฐานยืนยันว่า เมื่อกล่าวถึงพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า เราไม่ได้หมายถึงอวัยวะทางกายภาพของร่างกาย แต่หมายถึงพระบุคคลของพระเยซูเจ้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหัวใจคืออวัยวะสำคัญของร่างกาย และพระหฤทัยของพระคริสตเจ้าก็เป็นอวัยวะสำคัญของพระกายของพระองค์ แต่เมื่อเรากล่าวว่าพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าเป็นสัญลักษณ์แทนตัวพระองค์ ผู้ทรงเป็นมนุษย์-พระ และไม่ได้เป็นเพียงคำเปรียบเทียบเท่านั้น แต่กระนั้นพวกนิยมลัทธิยานเซ็น ก็ยังกล่าวหาว่าชาวคาทอลิกนมัสการ หรือสักการะอวัยวะที่เป็นเลือดเนื้อของความเป็นมนุษย์ของพระคริสตเจ้า พระสันตะปาปา ปีโอ ที่ 6 ทรงประณามคำโต้แย้งนี้ในจดหมาย Auctorem Fidei ของพระองค์ และทรงย้ำความเชื่อให้ชาวคาทอลิกมั่นใจได้เป็นสองเท่า โดยการห้ามประดิษฐานเฉพาะหัวใจเพื่อให้สัตบุรุษแสดงความเคารพในที่สาธารณะ คำวิงวอนข้อแรกของบทเร้าวิงวอนนี้เป็นรากฐานอันมั่นคงของความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

          เป็นธรรมดาที่ต้องมีข้อสงสัยหลายข้อ เช่น พระหฤทัยคืออะไร? พระเจ้ามีพระหฤทัยหรือ? เหตุใดจึงนมัสการพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า? เราถวายคารวะกิจนี้ต่อผู้ใด? เราจำเป็นต้องตอบคำถามเหล่านี้อย่างถูกต้อง และไม่คลุมเครือ

 

          คำว่า “หัวใจ” มีความสำคัญมากต่อบริบทของความศรัทธาอันเป็นที่นิยมนี้ จนคาร์ล ราห์เนอร์ หนึ่งในนักเทววิทยาที่ปราดเปรื่องที่สุดของศตวรรษนี้ อุทิศบทความทั้งบทในหนังสือ “การสืบสวนทางเทววิทยา” (บทที่ 21) ในเล่มที่ 3 ของเขา เพื่ออธิบายความหมายที่ถูกต้องของคำนี้ สิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำได้คือสรุปผลการศึกษาของเขา “หัวใจเป็นคำโบราณ ซึ่งไม่สามารถนิยามความหมายได้ เพราะคำนี้มีความหมายที่ครบถ้วนเป็นหนึ่งเดียวกันมาแต่ดั้งเดิม นี่คือคำหนึ่งที่มนุษย์ผู้รู้จักตนเอง ใช้บ่งบอกปริศนาของการดำรงอยู่ของตน โดยไม่ไขปริศนานั้น เมื่อมนุษย์คนหนึ่งพูดว่าเขามีหัวใจ เขาบอกความลับที่สำคัญข้อหนึ่งของการดำรงอยู่ให้ตัวเขาเองทราบ เขากำลังพูดถึงเอกภาพของภวันต์ (ตัวตน) ของเขา และสิ่งที่เป็นต้นกำเนิดแท้จริง เป็นความจริงอันหลากหลายของมนุษย์ที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว เป็นตัวตนอันครบถ้วนของมนุษย์ที่บังเกิด ผลิบาน และหลั่งไหลอยู่ในวิญญาณ ร่างกาย และจิต ราวกับถูกมัดรวมกันไว้ที่จุดศูนย์กลาง ดังนั้น จึงพูดได้ว่า มนุษย์เท่านั้นที่มีหัวใจ” (หน้า 322-324)ที่เป็นเช่นนี้เพราะมนุษย์เป็นบุคคล ดังนั้น พระหฤทัยของพระเยซูเจ้า จึงเป็นพระบุคคลของพระเยซูคริสตเจ้า

          เราคุ้นเคยกับความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์จนเมื่อมีใครเอ่ยถึงพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า เราจะนึกถึงภาพของพระองค์ ดังที่ปรากฏในภาพประจักษ์ที่ปาเรย์ เลอ โมนีอัล พระเยซูเจ้าทรงมีพระหฤทัย และบุคลิกภาพตั้งแต่เมื่อยังทรงเป็นทารก บุตรของพระนางมารีย์ ที่เกิดในวันคริสตสมภพ เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ พระองค์ทรงมีเชื้อชาติอิสราเอล เช่นเดียวกับพระมารดาของพระองค์ พระองค์ทรงมีพระหฤทัย และบุคลิกภาพมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้น คือตั้งแต่เวลาที่ทรงปฏิสนธิ อัครเทวดากาเบรียล ผู้มาแจ้งข่าวการบังเกิดของพระองค์พูดถึงพระองค์ในฐานะบุคคลหนึ่ง คือพระบุตรของพระเจ้า

 

          Jerome Commentary กล่าวถึงการแจ้งข่าวของเทวทูตอย่างน่าสนใจว่า “พระนางมารีย์เข้าใจหรือไม่ว่า เทวทูตแจ้งข่าวว่าบุตรของพระนางคือพระเจ้า เป็นพระบุคคลที่สองแห่งพระตรีเอกภาพ? เราควรระลึกว่า ก่อนอื่น นักบุญลูกาไม่ได้เล่ารายละเอียดของวันแห่งการแจ้งข่าว แต่เล่าถึงพระวรสารแห่งความรอด ประการที่สอง พระนางมารีย์ซึ่งเป็นชาวซีไมต์ (Semite) ไม่คุ้นเคยกับการคิดในแง่ของบุคคลและธรรมชาติ ตามปรัชญาในยุคต่อมา และพระนางคงจะประทับใจกับอานุภาพของพระเจ้า และความดีงามอันไร้ขอบเขตของผลงานและพระวาจาของพระเยซูเจ้า” (44:32 คำอธิบายพระวรสารโดยนักบุญลูกา 1:35) แต่เราพูดในแง่ของธรรมชาติ บุคคล และใช้คำที่ซับซ้อนยิ่งกว่า เช่น เอกภาพของธรรมชาติ (hypostatic union)

 

          นักบุญลูกา เริ่มต้นพระวรสารโดยเล่าถึงเรื่องในประวัติศาสตร์ แต่นักบุญยอห์น กล่าวถึงธรรมล้ำลึกของพระคริสตเจ้าตั้งแต่ในบทนำ และนำเราเข้าสู่ธรรมล้ำลึกแห่งการเสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ในทันทีทันใด เมื่อท่านกล่าวว่า “พระวจนาตถ์ทรงรับธรรมชาติมนุษย์” แต่ท่านไม่แจ้งวัตถุประสงค์ในการเขียนพระวรสารจนกระทั่งตอนท้ายสุด โดยเปิดเผยในบทที่ 20:31 ว่า “…เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เชื่อว่าพระเยซูเจ้าเป็นพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้า และเมื่อมีความเชื่อนี้แล้ว ท่านทั้งหลายก็จะมีชีวิต เดชะพระนามของพระองค์” บทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มต้นด้วยการแนะนำให้เรารู้จักพระเยซูเจ้า – หรือพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า – ในฐานะพระบุตรของพระบิดานิรันดร

 

          ตลอดช่วงชีวิตซ่อนเร้นของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นอียิปต์ หรือนาซาแร็ธ พระเยซูเจ้าปฏิบัติตนเหมือนกับมนุษย์ธรรมดาทั่วไป จนกระทั่งเมื่อพระองค์ไปเยือนนาซาแร็ธเป็นครั้งแรกระหว่างช่วงเวลาที่พระองค์เทศนาสั่งสอนนั้น คนทั่วไปพูดถึงพระองค์ และระบุตัวพระองค์ว่าเป็นบุตรของช่างไม้ที่ชื่อยอแซฟ ระหว่างที่พระองค์ทรงสั่งสอนตามปกติ พระเยซูเจ้าทรงประกาศว่าพระองค์เป็น “บุตรมนุษย์” ซึ่งตรงกับความคิดเกี่ยวกับพระเมสสิยาห์ ที่บรรดาประกาศกกล่าวถึงในพันธสัญญาเดิม (เช่นดาเนียล 7:13) แต่ก่อนที่พระองค์ทรงเริ่มต้นชีวิตสาธารณะ จะต้องมีการประกาศต่อสาธารณชนว่าพระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า และเสียงของพระบิดาที่ดังมาจากท้องฟ้าก็ประกาศเช่นนี้ว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา” (มธ 3:17)

 

          เมื่อชีวิตสาธารณะของพระองค์ดำเนินต่อไป พระเยซูเจ้าทรงเผยแสดงพระเทวภาพในตัวของพระองค์อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น พระองค์ทรงยอมรับคำยืนยันของเปโตร ที่ซีซาเรีย ฟิลิปปี ว่า “ท่านคือพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้าทรงชีวิต” และทรงชมเชยอัครสาวกผู้นี้ ยิ่งไปกว่านั้น แม้เมื่อพระองค์ทรงมั่นใจว่ามันจะส่งผลกระทบต่อพระองค์ ระหว่างการไต่สวนโดยมหาสมณะ เมื่อพระเยซูเจ้าทรงถูกสั่งให้สาบานเพื่อจะประกาศว่าพระองค์เป็นใคร และกายฟาส ถามพระองค์อย่างเจาะจงว่า “เราสั่งให้ท่านสาบานโดยอ้างพระเจ้าผู้ทรงชีวิต จงตอบเราว่าท่านเป็นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้าหรือ” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ท่านกล่าวถูกต้องแล้ว” (มธ 26:64) ปฏิกิริยาของมหาสมณะที่แสดงออกด้วยการฉีกเสื้อของตน และตะโกนว่า “เขาพูดดูหมิ่นพระเจ้า” บ่งบอกว่าเขาเข้าใจความหมายอย่างถูกต้องแล้ว

 

          ตลอดพระวรสารของนักบุญยอห์น ท่านยกให้พระเยซูเจ้ามีคุณสมบัติ และลักษณะเฉพาะของพระเจ้า เช่น แสงสว่าง ชีวิต เป็นต้น ท้ายที่สุด เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเริ่มต้นบทภาวนาในฐานะมหาสมณะของพระองค์แด่พระบิดา ในห้องชั้นบนหลังจากอาหารค่ำมื้อสุดท้าย ท่านบอกว่าพระเยซูเจ้าตรัสประโยคที่สำคัญว่า “ข้าแต่พระบิดา โปรดประทานพระสิริรุ่งโรจน์แก่พระบุตรของพระองค์เถิด เพื่อพระบุตรจะได้ถวายพระสิริรุ่งโรจน์แก่พระองค์” หลังจากนั้นไม่ถึงสองชั่วโมง ภายในสวนมะกอก เมื่อใกล้ถึงเวลาที่พระองค์จะเสด็จกลับไปหาพระบิดา เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเข้าใกล้พระบิดาอย่างที่ไม่มีมนุษย์ผู้ใดทำได้ พระองค์ทรงคร่ำครวญว่า “อับบา พระบิดาเจ้าข้า โปรดทรงเอาถ้วยนี้ไปจากข้าพเจ้าเถิด” (มก 14:36)

 

          ดังนั้น การนมัสการและการแสดงความเคารพต่อพระหฤทัยพระเยซูจึงเป็นการนมัสการพระบุคคลของพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ คาร์ดินัล ฟรานเซลิน ซึ่งเป็นนักเทววิทยา ได้นิยามความหมายของการนมัสการไว้เช่นเดียวกับนักเทววิทยาอื่น ๆ ก่อนหน้าเขา เช่น ซัวเรส และเดอ ลูโก้ ว่าการนมัสการคือการยอมรับนับถืออีกบุคคลหนึ่ง เพราะบุคคลนั้นดีกว่า และเหนือกว่า เป้าหมายแท้จริงของการนมัสการไม่ใช่เพียงส่วนใดของบุคคลที่ได้รับเกียรติเช่นนั้น ไม่ใช่เพียงความล้ำเลิศ หรือสมบูรณ์พร้อม หรืออำนาจที่เหนือกว่าที่มีอยู่ในตัวบุคคลนั้น แต่เป็นทุกส่วนของตัวบุคคลนั้น เราอาจคิดถึงความดีอย่างหนึ่งของเขาอยู่ในใจ แต่เราไม่ได้ให้เกียรติเขาเฉพาะส่วนใดของความสมบูรณ์ครบครันของเขา แต่เป็นตัวของเขา ในบทเร้าวิงวอนข้อนี้ เราใช้หลักการนี้ต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้าทั้งครบ นี่คือแนวคิดของบรรดาพระสังฆราชแห่งโปแลนด์ ในพิธีรำลึกที่เสนอต่อสมณกระทรวงพิธีกรรม ในนามของความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า

 

          พระวจนาตถ์ พระบุคคลที่สองแห่งพระตรีเอกภาพ ได้ทรงรับเอาธรรมชาติมนุษย์ ขณะที่พระองค์เสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ นี่คือเอกภาพของธรรมชาติ ดังนั้น การถวายเกียรติ หรือแสดงความเคารพต่อธรรมชาติมนุษย์ในตัวของพระเยซูเจ้า จึงเป็นการถวายเกียรติ หรือแสดงความเคารพต่อพระบุคคลของพระบุตรของพระเจ้าด้วย

 

          ขอให้เราอย่าเพียงแต่คิดโดยปราศจากจุดมุ่งหมาย แต่ความคิดนี้ควรโน้มนำให้เรายอมรับพระเทวภาพในตัวพระเยซูเจ้า หน้าที่ของผู้นมัสการ ซึ่งผู้ศรัทธาในพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์พยายามบำรุงเลี้ยงขึ้นมาภายในตนเอง และในตัวผู้อื่น ควรนำไปสู่การรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างต่อเนื่องกับพระเยซูเจ้า เพื่อถวายเกียรติแด่ขุมทรัพย์แห่งพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ เราควรวิงวอนขอให้พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์เผยแสดงพระบิดาให้แก่มนุษย์ทุกคน

 

» พระหฤทัยพระเยซู บุตรแห่งพระบิดานิรันดร

» พระหฤทัยพระเยซู ที่พระจิตทรงตกแต่งในครรโภทรแห่งพระมารดาพรหมจารี

» พระหฤทัยพระเยซู ร่วมสภาวะกับพระวจนาตถ์แห่งพระเจ้า

» พระหฤทัยพระเยซู ทรงมหิทธิศักดิ์ไม่มีขอบเขต

» พระหฤทัยพระเยซู วิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า

» พระหฤทัยพระเยซู ตำหนักแห่งพระเจ้าสูงสุด

» พระหฤทัยพระเยซู เคหะของพระเจ้า และประตูสวรรค์

» พระหฤทัยพระเยซู เตาไฟโชติช่วงแห่งความรัก

» พระหฤทัยพระเยซู เครื่องรองรับความยุติธรรม และความรัก

» พระหฤทัยพระเยซู เปี่ยมด้วยคุณงาม และความรัก

» พระหฤทัยพระเยซู ขุมฤทธิ์กุศลทั้งปวง

» พระหฤทัยพระเยซู สมแก่คำสรรเสริญทุกประการ

» พระหฤทัยพระเยซู ราชา และศูนย์รวมแห่งดวงใจทั้งหลาย

» พระหฤทัยพระเยซู ขุมพระปรีชาญาณ และความรู้ทั้งปวง

» พระหฤทัยพระเยซู ที่ประทับแห่งพระเทวภาพครบบริบูรณ์

» พระหฤทัยพระเยซู ที่สบพระทัยแห่งพระบิดา

» พระหฤทัยพระเยซู ที่เราได้รับทานจากความบริบูรณ์ของพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ความปรารถนาแห่งเนินเขานิรันดร

» พระหฤทัยพระเยซู ทรงอดทน และเมตตากรุณา

» พระหฤทัยพระเยซู ความมั่งคั่งสำหรับทุกคนที่มาวิงวอนพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ธารแห่งชีวิต และความศักดิ์สิทธิ์

» พระหฤทัยพระเยซู ทรงชดเชยบาปของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู ถูกสบประมาทอย่างท่วมท้น (Loaded with opprobrium)

» พระหฤทัยพระเยซู แหลกราญด้วยอาชญากรรมของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู นอบน้อมจนสิ้นพระชนม์

» พระหฤทัยพระเยซู ถูกแทงด้วยหอก

» พระหฤทัยพระเยซู ธารความทุเลาบรรเทา

» พระหฤทัยพระเยซู ชีวิต และการคืนชีพของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู สันติภาพ และการคืนดีของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู ยัญบูชาไถ่บาปมนุษย์

» พระหฤทัยพระเยซู ความรอดของผู้วางใจในพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ความวางใจของผู้ที่ตายในพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ความโสมนัสปรีดาแห่งนักบุญทั้งหลาย

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย