ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

คำอธิบายคำวิงวอนในบทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

พระหฤทัยพระเยซู เปี่ยมด้วยคุณงาม และความรัก

          เคยมีผู้ถามบ่อยครั้งว่า เหตุใดจึงเรียกวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ว่า Good Friday คำตอบมีอยู่ในพจนานุกรม ซึ่งบอกว่ารากของคำว่า good (ดีงาม) คือ God (พระเจ้า) ดังนั้น วันนี้จึงน่าจะรู้จักกันแต่เดิมว่าเป็น God’s Friday (วันศุกร์ของพระเจ้า) เช่นเดียวกับคำอุทานต่าง ๆ เช่น goodness gracious, goodness knows แต่เดิมก็มาจากคำว่า God gracious และ God knows สาเหตุอาจเป็นเพราะพระบัญญัติประการที่สองห้ามมิให้ออกพระนามพระเจ้าโดยไม่สมเหตุ ดังนั้น จึงเลี่ยงมาใช้คำว่า goodness แทน

          ความจริงที่แท้คือ พระเจ้าแต่ผู้เดียวที่ทรงดีงาม พระเยซูเจ้าเองทรงยืนยันประโยคนี้ เมื่อเศรษฐีหนุ่มมาหาพระองค์ และถามว่า “พระอาจารย์ ผู้ทรงความดี ข้าพเจ้าต้องทำอย่างไรจึงจะมีชีวิตนิรันดร?” พระเยซูเจ้าตรัสแก่เขาว่า “ทำไมเรียกเราว่าผู้ทรงความดี ไม่มีใครทรงความดีนอกจากพระเจ้าเท่านั้น!” พันธสัญญาเดิมกล่าวบ่อยครั้งว่าพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงความดี และพระเยซูเจ้าทรงเพียงแต่อ้างคำที่พูดกันโดยทั่วไปเท่านั้น แต่เป็นความจริงที่พระเยซูเจ้าทรงนิยามความหมายของพระเจ้าได้เหมาะสมที่สุด คือพระเจ้าทรงเป็นองค์ความดี ความดีและความครบครันเป็นคำที่ใช้แทนกันได้ในองค์พระเจ้า และพระเจ้าทรงความดีเพราะพระองค์ทรงครบครัน เราไม่สามารถหาความครบครันได้ในสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น ไม่มีผลแอปเปิ้ลที่ครบครัน แม้ว่ามันจะปราศจากตำหนิ และมีรสอร่อย ในศัพท์ทางปรัชญา คำว่า ภวันต์ หนึ่ง ดีงาม ความจริง ความงาม เป็นคำที่ใช้แทนกันได้ และเป็นคำที่ใช้กับพระผู้สัมบูรณ์ (Absolute) หรือภวันต์สูงสุด (Supreme Being)

 

          “ความดีงามของพระเจ้าเป็นสิ่งหนึ่งที่เผยแสดงในพันธสัญญาเดิม เมื่อชาวอิสราเอลได้รู้จักความชั่วในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดระหว่างที่ตกเป็นทาสในอียิปต์ พวกเขาจึงค้นพบความดีในพระยาเวห์ ผู้ทรงปลดปล่อยพวกเขา … พวกเขาเรียนรู้ที่จะค้นหาความเข้มแข็ง ชีวิต และความดีงามของตนเองในพระเจ้าซึ่งเป็นผู้เดียวที่ยังคงอยู่กับเขา เมื่อทุกสิ่งสูญสลายไปหมด” (พจนานุกรมเทววิทยาพระคัมภีร์ หน้า 214) พระเยซูเจ้าผู้ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงรับธรรมชาติมนุษย์ ก็ทรงเป็นองค์ความดีงามเช่นเดียวกับพระเจ้า เราอาจถึงกับกล่าวได้ว่า พระเยซูเจ้าทรงเอาชนะความชั่ว และทรงสถาปนาความดีงาม และทำให้ความดีงามครองโลก

 

          เราไม่ควรพิจารณาเพียงความดีงามที่เราค้นพบในพระเจ้า หรือในพระเยซูเจ้า แต่ควรพิจารณาความดีงามของพระเจ้า และของพระเยซูเจ้าเทียบกับมนุษย์ชาติทั่วไป และมนุษย์แต่ละคน เมื่อบุคคลหนึ่งพูดว่าใครบางคนทำดีต่อเขา เขาหมายถึงอะไร?เขาไม่ได้พูดในเชิงปรัชญา แต่ในความสัมพันธ์เชิงปฏิบัติ กล่าวคือ ในความสัมพันธ์ประจำวันกับบุคคลนั้น เช่นความกรุณา ความใจกว้าง การแสดงมนุษยธรรม ซึ่งในด้านความรักก็เช่นเดียวกัน นักบุญโทมัส อากวีนัส กล่าวว่า การรักใครสักคนหมายถึงการที่เราต้องการให้เขาได้รับสิ่งที่ดีงาม และจะบังเกิดผลเมื่อแสดงออกภายนอกด้วยกิจการอันดีงาม นักปราชญ์ท่านเดียวกันนี้ยังกล่าวด้วยว่า ความรักมักจะถ่ายทอดตนเอง คือ เพิ่มทวีหลักฐานที่ยืนยันความปรารถนาดีของเขาต่อผู้อื่น เมื่อตัดสินจากการทดสอบนี้ เราควรสามารถอธิบายได้โดยง่าย ว่าพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้าเต็มเปี่ยมด้วยความดีงาม และความรักอย่างไร

 

          เรื่องอุปมาเกี่ยวกับนายชุมพาบาลที่ดี เข้าถึงจิตใจของชาวยูเดีย และกาลิลี เพราะอาชีพหลักของคนเหล่านี้คือการเลี้ยงแกะ แต่เรื่องนี้เข้าถึงหัวใจของคริสตชนได้มากยิ่งกว่า ซึ่งเราสามารถเดาได้จากภาพที่แสดงอยู่ในคาตาคอมบ์ (สุสานใต้ดิน)ในกรุงโรม ภาพของคนเลี้ยงแกะท่ามกลางฝูงแกะ รวมทั้งคนเลี้ยงแกะที่กลับมาอย่างยินดีพร้อมกับแบกแกะที่พลัดหลงไปไว้บนบ่า คือภาพที่เห็นได้ทั่วไปบนกำแพงของทางเดินใต้ดินที่มืด และสกปรกในกรุงโรม อีกเรื่องหนึ่งที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน คือเรื่องของชาวสะมาเรียผู้ใจดี และบิดาของลูกล้างผลาญ โดยคนหนึ่งกำลังเทน้ำมันราดบาดแผลของชายที่ถูกโจรปล้น และทำร้าย อีกคนหนึ่งกำลังวิ่งอ้าแขนออกไปต้อนรับลูกชายที่สำนึกผิด

 

          นักบุญลูกา ไม่พอใจกับเพียงการเล่าถึงกิจการที่แสดงความเมตตา และความเวทนาสงสารของพระเยซูเจ้า แต่ยังนำสารเดียวกันนี้มาเล่าในกิจการอัครสาวกเมื่อท่านสรุปชีวประวัติของพระเยซูเจ้าว่า“พระองค์ทรงทำความดีไปทั่ว” พระวรสารทั้งสี่คือคำพรรณนาถึงความดี และความรักของพระเยซูเจ้าโดยตลอด และแสดงให้เห็นความรักเป็นพิเศษต่อคนบาป และคนที่ตกทุกข์ได้ยาก ดูเหมือนว่าคนตาบอด คนขาพิการ คนเป็นโรคเรื้อน และคนเป็นอัมพาตจะเข้ามารวมกลุ่มกันรอบพระองค์โดยสัญชาติญาณ เพื่อขอความช่วยเหลือ พระองค์ทรงทำให้บุตรชายของแม่หม้ายที่เมืองนาอิม ฟื้นคืนชีพ และประทานลาซาลัส ซึ่งสิ้นใจนานถึง 4 วันแล้ว คืนให้แก่มารีย์ และมาร์ธา ที่เมืองเบธานี พระองค์ทรงอวยพร และแสดงความรักต่อเด็กที่มาห้อมล้อมพระองค์ และทรงขอให้ศิษย์ของพระองค์มิให้ห้ามเด็กเหล่านี้เข้ามาหาพระองค์ เราอาจถือว่าลูกล้างผลาญเป็นเพียงตัวละครหนึ่งในเรื่องอุปมา แต่เราไม่อาจถือว่าซักเคียส หญิงคนบาปที่โชลมน้ำมันบนพระบาทของพระองค์ หรือหญิงที่ถูกจับได้ว่าล่วงประเวณี เป็นตัวละครในนิยาย พระองค์ทรงใช้คำที่อ่อนหวานแม้แต่กับคนทรยศอย่างยูดาส เมื่อพระองค์ทรงเรียกเขาว่า สหาย! กิจการที่แสดงความดี และความรักนี้ไม่ได้ยุติลงหลังจากพระองค์เสด็จขึ้นสวรรค์ แต่ในฐานะมหาสมณะ พระองค์ทรงมีชีวิตต่อไปเพื่อวิงวอนขอ และช่วยเหลือผู้ที่เข้ามาหาพระเจ้าผ่านทางพระองค์ (ฮบ 7:25)

 

          ความดี และความรักของพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้าไม่ควรจำกัดอยู่เพียงในโลกของความคิด และความรู้สึกศรัทธาเท่านั้น เราต้องพยายามเลียนแบบกิจการเหล่านี้ในชีวิตประจำวันของเราให้ได้ในระดับหนึ่ง“จงปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่ท่านปรารถนาให้เขาปฏิบัติต่อท่าน” คือกฎสำคัญของชีวิตคริสตชน ซึ่งพระองค์ทรงกำหนดไว้ บัญญัติข้อนี้บรรจุไว้ด้วยปรีชาญาณไร้ขอบเขต สิ่งที่ผู้อื่นสั่งสอนอาจฟังดูคล้ายกัน แต่ต่างกันมาก เขาบอกว่า “จงอย่าปฏิบัติต่อผู้อื่น อย่างที่ท่านไม่ต้องการให้เขาปฏิบัติต่อท่าน” ความคิด คำพูด และการกระทำของเรา ควรมุ่งไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์นี้

 

          จงมองเห็นความดีมากกว่าความชั่วในตัวผู้อื่นที่อยู่รอบตัวเรา ไม่มีใครในโลกที่สมบูรณ์พร้อม เรามีคุณสมบัติที่ดีผสมกับความบกพร่อง และอ่อนแอ เมื่อเราไม่ต้องการให้ผู้อื่นคิดถึงแต่คุณสมบัติอย่างหลังนี้ของเรา เราก็ควรไม่มองความอ่อนแอของผู้อื่น แต่มองหาสิ่งที่ดีงามในตัวผู้อื่น แทนที่จะด่วนตัดสินว่าผู้อื่นมีเหตุจูงใจที่ชั่วร้าย เราควรตัดสินการกระทำของเพื่อนมนุษย์ด้วยความรักเยี่ยงคริสตชน การลอบกัดเป็นการกระทำที่ต่ำช้า และขี้ขลาด และเราควรมีความรู้สึกที่อ่อนโยนเกี่ยวกับชื่อเสียงของเพื่อนมนุษย์ของเรา ความกรุณา การมีอัธยาศัย ความเกรงใจต่อผู้อื่น ควรเป็นกฎควบคุมความประพฤติของเราที่จะละเมิดไม่ได้ ท้ายที่สุด สำหรับการกระทำของเราเอง กิจเมตตาทั้งฝ่ายจิต และฝ่ายกาย ควรช่วยนำทางเราในการเดินทางแสวงบุญในโลกนี้

» พระหฤทัยพระเยซู บุตรแห่งพระบิดานิรันดร

» พระหฤทัยพระเยซู ที่พระจิตทรงตกแต่งในครรโภทรแห่งพระมารดาพรหมจารี

» พระหฤทัยพระเยซู ร่วมสภาวะกับพระวจนาตถ์แห่งพระเจ้า

» พระหฤทัยพระเยซู ทรงมหิทธิศักดิ์ไม่มีขอบเขต

» พระหฤทัยพระเยซู วิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า

» พระหฤทัยพระเยซู ตำหนักแห่งพระเจ้าสูงสุด

» พระหฤทัยพระเยซู เคหะของพระเจ้า และประตูสวรรค์

» พระหฤทัยพระเยซู เตาไฟโชติช่วงแห่งความรัก

» พระหฤทัยพระเยซู เครื่องรองรับความยุติธรรม และความรัก

» พระหฤทัยพระเยซู เปี่ยมด้วยคุณงาม และความรัก

» พระหฤทัยพระเยซู ขุมฤทธิ์กุศลทั้งปวง

» พระหฤทัยพระเยซู สมแก่คำสรรเสริญทุกประการ

» พระหฤทัยพระเยซู ราชา และศูนย์รวมแห่งดวงใจทั้งหลาย

» พระหฤทัยพระเยซู ขุมพระปรีชาญาณ และความรู้ทั้งปวง

» พระหฤทัยพระเยซู ที่ประทับแห่งพระเทวภาพครบบริบูรณ์

» พระหฤทัยพระเยซู ที่สบพระทัยแห่งพระบิดา

» พระหฤทัยพระเยซู ที่เราได้รับทานจากความบริบูรณ์ของพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ความปรารถนาแห่งเนินเขานิรันดร

» พระหฤทัยพระเยซู ทรงอดทน และเมตตากรุณา

» พระหฤทัยพระเยซู ความมั่งคั่งสำหรับทุกคนที่มาวิงวอนพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ธารแห่งชีวิต และความศักดิ์สิทธิ์

» พระหฤทัยพระเยซู ทรงชดเชยบาปของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู ถูกสบประมาทอย่างท่วมท้น (Loaded with opprobrium)

» พระหฤทัยพระเยซู แหลกราญด้วยอาชญากรรมของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู นอบน้อมจนสิ้นพระชนม์

» พระหฤทัยพระเยซู ถูกแทงด้วยหอก

» พระหฤทัยพระเยซู ธารความทุเลาบรรเทา

» พระหฤทัยพระเยซู ชีวิต และการคืนชีพของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู สันติภาพ และการคืนดีของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู ยัญบูชาไถ่บาปมนุษย์

» พระหฤทัยพระเยซู ความรอดของผู้วางใจในพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ความวางใจของผู้ที่ตายในพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ความโสมนัสปรีดาแห่งนักบุญทั้งหลาย

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย