ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

คำอธิบายคำวิงวอนในบทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

พระหฤทัยพระเยซู ที่ประทับแห่งพระเทวภาพครบบริบูรณ์

          แม้ว่าตามปกติ เมื่อเราพิจารณาบทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ เราจำเป็นต้องแสดงความเคารพเสมอ แต่บทเร้าวิงวอนข้อนี้เรียกร้องความเคารพ และความศรัทธามากยิ่งกว่า เพราะขณะนี้เรากำลังเผชิญหน้ากับพระเทวภาพ ดังนั้น ก่อนอื่น เราจึงควรยอมรับด้วยความสุภาพว่าเราเป็นเพียงความเปล่าเบื้องหน้าพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ ซึ่งความบริบูรณ์ของพระองค์ประทับอยู่ในพระหฤทัยพระเยซู พระเยซูเจ้าทรงเป็นเป้าหมายของการนมัสการแบบ Latriaซึ่งรวมไว้ด้วยการสักการะบูชาเต็มรูปแบบ แม้ว่าความรักย่อมขจัดความกลัว แต่เรายังสมควรมีความยำเกรงอยู่เสมอเมื่อเราอยู่เบื้องหน้าพระเจ้า ธรรมล้ำลึกของพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ ก็คือธรรมล้ำลึกของพระเจ้า

          พระเทวภาพมาจากภาษาละตินว่า divinum  ซึ่งเป็นรูปคุณศัพท์ของคำว่า deus คือพระเจ้า คำเหล่านี้สามารถสืบย้อนกลับไปถึงคำว่า “ทิวะ (div)” ในภาษาสันสกฤต ซึ่งหมายถึงแสงสว่าง เราถือว่าแสงสว่างเป็นคุณลักษณะหนึ่งของพระเจ้าเสมอ พระคัมภีร์กล่าวว่า “พระเจ้าทรงเป็นความสว่าง และไม่มีความมืดใด ๆ อยู่ในพระองค์เลย” (1 ยน 1:5) และจากคำนี้เป็นต้นกำเนิดของคุณลักษณะอื่น ๆ ของพระเจ้า เช่น ความจริง เป็นต้น คำว่าพระเจ้าในภาษาอังกฤษคือ God และในภาษาละตินคือ Deity คนรุ่นเก่าอาจจำบรรทัดแรกของบทเพลงที่ขับร้องระหว่างการตั้งศีลมหาสนิท (ซึ่งแต่งโดยนักบุญโทมัส อากวีนัส สำหรับพิธีฉลองพระคริสตวรกาย) ว่า Adoro Te, devote, latens deitas (ข้าพเจ้านมัสการพระเทวภาพที่ซ่อนอยู่ในที่นี้ด้วยความศรัทธา) ชาวกรีกเรียกพระเจ้าว่า Theos แต่เราใช้คำนี้เรียกพระบิดาของพระเยซูคริสตเจ้า (อันเป็นที่มาของคำว่า theology หรือเทววิทยา)

 

          คำว่า “พระยาเวห์ทรงมีชีวิต” เป็นการแสดงความเชื่อของชาวอิสราเอล ซึ่งเก่าแก่เท่ากับขุนเขา การแสดงพระองค์ของพระเจ้าที่ภูเขาโฮเร็บ เต็มไปด้วยวลีว่า “เราเห็น…เรารู้…เราส่งเจ้าไป” ซึ่งเตรียมโมเสส สำหรับคำสุดท้ายว่า “เราเป็น” พระเจ้าทรงแสดงแก่นแท้ของพระธรรมชาติของพระองค์ด้วยวลีที่ว่า “เราคือผู้บริสุทธิ์” (โฮเชยา 11:9) ชาวอิสราเอล นับถือพระเจ้าองค์เดียว มิใช่เพราะเป็นความคาดหมายทางปรัชญา แต่เพราะเป็นการเผยแสดงของพระเจ้า ในขณะที่ชนชาติอื่นหล่อรูปของพระเจ้าของตนตามลักษณะของมนุษย์ ชาวอิสราเอล เพียงชาติเดียวที่ประกาศอย่างกล้าหาญว่าพระเจ้าทรงเหนือกว่ามนุษย์ และนำมาเปรียบเทียบกับมนุษย์ไม่ได้ ขณะที่เรารู้จักตาย พระองค์เท่านั้นที่อยู่เหนือความตาย และเพราะพระองค์ทรงเหนือกว่าทุกสิ่ง พระองค์จึงทรงมีความครบบริบูรณ์แห่งพระเทวภาพ

                    

          บัดนี้ เราจะย้อนกลับไปพูดถึงความหมายของแสงสว่างที่กล่าวถึงในตอนต้น พระคัมภีร์กล่าวถึงการเป็นแสงสว่างอย่างเด่นชัดตั้งแต่หน้าแรก คือเรื่องราวของการสร้างโลก ในจุดเริ่มต้นของการสร้างโลก พระเจ้าทรงแยกความสว่างออกจากความมืด และประวัติศาสตร์แห่งความรอดสรุปลงด้วยสิ่งสร้างใหม่ ซึ่งในที่นี้ พระเจ้าทรงเป็นแสงสว่าง (วว 21:23) ระหว่างสองจุดนี้ ประวัติศาสตร์มนุษยชาติดูเหมือนเป็นความขัดแย้งระหว่างแสงสว่าง และพลังของความมืด ซึ่งเราจะสังเกตเห็นได้ในศาสนาอื่นเช่นกัน (เช่นศาสนาฮินดู ซึ่งฉลองความขัดแย้งนี้ในเทศกาล Deepavali ซึ่งเป็นที่นิยม)

 

          แม้ว่าความคิดนี้จะถูกนำเสนอค่อนข้างล่าช้า (คือในหนังสือปรีชาญาณ) แต่พระเจ้าของเราก็คือพระเจ้าแห่งความสว่าง หนังสือปรีชาญาณเองเป็นการหลั่งทะลักของพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า และเป็นภาพสะท้อนของแสงสว่างนิรันดร แสงสว่างคือลักษณะเด่นของการแสดงพระองค์ทุกครั้งของพระเจ้า บ่อยครั้งเช่นกันที่แสงสว่างดูเหมือนเป็นองค์ประกอบหนึ่งของพระยาเวห์ โดยเฉพาะเมื่อเป็นสัญลักษณ์ของพลังที่ช่วยให้รอดของพระองค์ บทสดุดี 104:2บรรยายว่าพระเจ้าทรงถูกห่อหุ้มด้วยแสงสว่าง พระองค์สว่างเจิดจ้าเหมือนเวลากลางวัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแสงสว่างก็ถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งสร้างอีกอย่างหนึ่งของพระเจ้า พระเจ้าทรงส่งแสงสว่างลงมา และทรงเรียกกลับคืนไป และแสงสว่างก็เชื่อฟังพระองค์อย่างลนลาน ข้อความนี้อาจตีความได้ว่าเป็นพระเดชานุภาพของพระเจ้า ซึ่งทำให้มนุษย์ได้สัมผัสกับโฉมหน้าที่น่ากลัวของพระเจ้า และธรรมชาติ แต่ในเวลาเดียวกัน ก็หมายถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าเพื่อช่วยเหลือด้วย

 

          เมื่อประกาศกอ้างถึงแสงสว่างครั้งแล้วครั้งเล่า เราต้องมองในทรรศนะของวาระสุดท้าย ซึ่งเป็นทั้งคำสัญญาของพระเมสสิยาห์ ผู้จะทรงปรากฏมาในวันของพระยาเวห์ รวมทั้งในวาระสุดท้ายของประวัติศาสตร์ เมื่อผู้ชอบธรรมจะเปล่งแสงเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้า (อสย 13:10) แสงสว่างในวาระสุดท้ายที่ประกาศกกล่าวถึงนี้ กลายเป็นความจริงในพันธสัญญาใหม่ คำพยากรณ์ของอิสยาห์ (9:1) กลายเป็นความจริง เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเทศน์สอนในกาลิลี (มธ 4:16) (พจนานุกรมเทววิทยาพระคัมภีร์ หน้า 279) บทเพลงของนักบุญลูกา ประกาศว่าพระองค์ทรงเป็นแสงสว่างตั้งแต่ในวัยทารก และทรงเป็นดวงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณที่ให้ความสว่างแก่ผู้ที่ตกอยู่ในความมืด (ลก 1:78) และทรงเป็นแสงสว่างส่องชนชาติต่าง ๆ (ลก 2:32)

 

          ท้ายที่สุด พระเยซูเจ้าเองทรงแสดงว่าพระองค์คือแสงสว่างทั้งด้วยพระวาจา และกิจการของพระองค์ การรักษาคนตาบอดมีความหมายสำคัญเป็นพิเศษ นักบุญยอห์นเน้นเรื่องนี้โดยเฉพาะในพระวรสารบทที่ 9 ของท่าน พระเยซูเจ้าทรงกล่าวประโยคที่แทงใจทุกคนที่ไม่เชื่อ ว่า “ตราบที่เรายังอยู่ในโลก เราเป็นแสงสว่างส่องโลก” ก่อนหน้านั้น (8:12) พระองค์ทรงประกาศว่า “ผู้ที่ตามเรามา จะไม่เดินในความมืด แต่จะมีแสงสว่างส่องชีวิต” “กิจการของพระองค์ก็มาจากสิ่งที่พระองค์ทรงเป็น คือพระวจนาตถ์ของพระเจ้า แสงสว่าง ชีวิตของมนุษย์ แสงสว่างแท้ซึ่งส่องสว่างมนุษย์ทุกคนที่เข้ามาในโลกนี้”

 

          แม้ว่าแสงสว่างที่อยู่ในองค์พระเยซูเจ้านี้ถูกซ่อนไว้เกือบตลอดชีวิตของพระองค์ แต่มีครั้งหนึ่งที่แสงสว่างนี้ปรากฏในเห็น คือระหว่างที่ทรงสำแดงพระองค์อย่างรุ่งเรืองบน “ภูเขาสูง” เมื่อนั้น พระพักตร์ของพระองค์เปล่งรัศมี และฉลองพระองค์มีสีขาวดุจแสงสว่าง นี่คือโอกาสที่พระเทวภาพในพระองค์ปรากฏให้ศิษย์สามคนที่มีเอกสิทธิ์ และจะเป็นผู้ที่เป็นพยานถึงความอัปยศของพระองค์ในสวนมะกอกเทศ (มธ 17:2)

 

          ความอุดมบริบูรณ์ของบทเร้าวิงวอนข้อนี้บรรจุอยู่ในคำเพียงคำเดียวที่เรายังต้องอธิบาย คือคำว่า “ความบริบูรณ์” ซึ่งเป็นคำแปลมาจากภาษากรีกว่า PLEROMA และเป็นคำที่ผู้ศึกษาจดหมายของนักบุญเปาโลจะคุ้นเคยดี แม้ว่าท่านอัครสาวกใช้คำนี้ในหลายความหมาย แต่ความหมายแท้จริงน่าจะเป็นไปตามบริบทที่ใช้ในจดหมายถึงชาวโคโลสี นักบุญเปาโล พอใจกับความก้าวหน้าของพระศาสนจักรที่โคโลสี อย่างแน่นอน แต่ท่านกังวลใจเมื่อได้รับรายงานจากเอปาฟรัส ว่าผู้สอนศาสนาบางคนในพื้นที่กำลังสร้างความปั่นป่วนโดยพูดถึงสื่อกลางต่าง ๆ ระหว่างพระเจ้าและจักรวาล ซึ่งสื่อกลางแต่ละอย่างนี้ถูกถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของความบริบูรณ์ของพระเทวภาพ “นักบุญเปาโล ต้องต่อต้านความคิดที่อันตรายนี้โดยชี้ให้เห็นถึงความบริบูรณ์อย่างเพียงพอของพระคริสตเจ้าในบทบาทของพระองค์ในจักรวาล ท่านต้องชี้ให้เห็นว่าบรรดาสื่อกลางทั้งหลายไม่ได้มีส่วนร่วมในความบริบูรณ์ของพระเทวภาพ แต่ความบริบูรณ์ของพระเจ้า และพลานุภาพของพระองค์อยู่ในตัวพระคริสตเจ้าเอง” (Jerome Biblical Commentary, 55:5) จากคำอธิบายบทเร้าวิงวอนที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ (1 ถึง 4) เราจะได้เห็นภาพที่สมบูรณ์ของพระเทวภาพซึ่งประทับอยู่ในพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า

 

          แต่เราไม่ควรมองข้ามความครบบริบูรณ์ของพระหรรษทานในธรรมชาติมนุษย์ของพระเยซูเจ้า ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าได้ช่วยเพิ่มทวีความครบบริบูรณ์นี้ หากว่าจะสามารถเข้าใจปรากฏการณ์เช่นนั้นได้ ถ้าอัครเทวดากาเบรียล สามารถทักทายพระนางมารีย์ ระหว่างการแจ้งสารที่นาซาแร็ธ เช่นนั้นได้ เราก็ควรกล่าวถึงพระเยซูเจ้าได้ในทำนองเดียวกัน นับตั้งแต่ความเป็นมนุษย์ของพระองค์ได้ปรากฏขึ้นบนโลกนี้เมื่อพระองค์ทรงรับเอาธรรมชาติมนุษย์ พระหรรษทานของพระนางมารีย์คือพระหรรษทานของพระเยซูเจ้าโดยสิ้นเชิง เพื่อคอยท่าการไถ่กู้ เราสามารถเข้าใจได้โดยง่ายว่า เราไม่สามารถให้สิ่งใดที่เราไม่มี จึงเห็นได้ชัดว่าพระเยซูเจ้าเองทรงบริบูรณ์ด้วยพระหรรษทานศักดิ์สิทธิกร ซึ่งเปลี่ยนสภาพพระองค์โดยสิ้นเชิง และทำให้ธรรมชาติมนุษย์ของพระองค์กลายเป็นธรรมชาติที่เหนือมนุษย์ ถ้านักเทววิทยาสามารถอธิบายได้ว่าพระหรรษทานศักดิ์สิทธิกรทำให้เรา “กลายเป็นพระเจ้า”ได้ พระหรรษทานศักดิ์สิทธิกรที่มีอยู่ในระดับสูงสุดในพระคริสตเจ้าจะไม่ยิ่งประดับตกแต่งธรรมชาติมนุษย์ของพระองค์ผู้ทรงเป็นมนุษย์พระให้งดงามยิ่งขึ้นหรือ

» พระหฤทัยพระเยซู บุตรแห่งพระบิดานิรันดร

» พระหฤทัยพระเยซู ที่พระจิตทรงตกแต่งในครรโภทรแห่งพระมารดาพรหมจารี

» พระหฤทัยพระเยซู ร่วมสภาวะกับพระวจนาตถ์แห่งพระเจ้า

» พระหฤทัยพระเยซู ทรงมหิทธิศักดิ์ไม่มีขอบเขต

» พระหฤทัยพระเยซู วิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า

» พระหฤทัยพระเยซู ตำหนักแห่งพระเจ้าสูงสุด

» พระหฤทัยพระเยซู เคหะของพระเจ้า และประตูสวรรค์

» พระหฤทัยพระเยซู เตาไฟโชติช่วงแห่งความรัก

» พระหฤทัยพระเยซู เครื่องรองรับความยุติธรรม และความรัก

» พระหฤทัยพระเยซู เปี่ยมด้วยคุณงาม และความรัก

» พระหฤทัยพระเยซู ขุมฤทธิ์กุศลทั้งปวง

» พระหฤทัยพระเยซู สมแก่คำสรรเสริญทุกประการ

» พระหฤทัยพระเยซู ราชา และศูนย์รวมแห่งดวงใจทั้งหลาย

» พระหฤทัยพระเยซู ขุมพระปรีชาญาณ และความรู้ทั้งปวง

» พระหฤทัยพระเยซู ที่ประทับแห่งพระเทวภาพครบบริบูรณ์

» พระหฤทัยพระเยซู ที่สบพระทัยแห่งพระบิดา

» พระหฤทัยพระเยซู ที่เราได้รับทานจากความบริบูรณ์ของพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ความปรารถนาแห่งเนินเขานิรันดร

» พระหฤทัยพระเยซู ทรงอดทน และเมตตากรุณา

» พระหฤทัยพระเยซู ความมั่งคั่งสำหรับทุกคนที่มาวิงวอนพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ธารแห่งชีวิต และความศักดิ์สิทธิ์

» พระหฤทัยพระเยซู ทรงชดเชยบาปของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู ถูกสบประมาทอย่างท่วมท้น (Loaded with opprobrium)

» พระหฤทัยพระเยซู แหลกราญด้วยอาชญากรรมของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู นอบน้อมจนสิ้นพระชนม์

» พระหฤทัยพระเยซู ถูกแทงด้วยหอก

» พระหฤทัยพระเยซู ธารความทุเลาบรรเทา

» พระหฤทัยพระเยซู ชีวิต และการคืนชีพของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู สันติภาพ และการคืนดีของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู ยัญบูชาไถ่บาปมนุษย์

» พระหฤทัยพระเยซู ความรอดของผู้วางใจในพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ความวางใจของผู้ที่ตายในพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ความโสมนัสปรีดาแห่งนักบุญทั้งหลาย

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย