ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

คำอธิบายคำวิงวอนในบทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

พระหฤทัยของพระเยซูเจ้า ร่วมสภาวะกับพระวจนาตถ์แห่งพระเจ้า

          ชาวคาทอลิกที่เป็นผู้ใหญ่ย่อมต้องเรียนรู้ และเข้าใจคำศัพท์ทางเทววิทยาบางคำได้ไม่ช้าก็เร็ว คำว่า “ร่วมสภาวะ” ซึ่งปรากฏในบทเร้าวิงวอนข้อที่สามนี้มีความหมายเหมือนกับคำว่า “ร่วมสารัตถะ” ซึ่งเป็นคำสำคัญคำหนึ่ง คำอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับคำเหล่านี้เป็นคำภาษากรีก คือ “logos” และ “homoousios” ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายระหว่างช่วงต้นของการพัฒนาคำสั่งสอน อันเป็นผลมาจากการหารือในสภาสงฆ์ของพระศาสนจักร นอกจากคำว่า “logos” ซึ่งนักบุญยอห์น ใช้ในประโยคแรกของพระวรสารของท่านแล้ว คำอื่น ๆ ไม่มีอยู่ในพระวรสาร คำว่า logos ตรงกับภาษาละติน ว่า Verbum (พระวาจาของพระเจ้า)ผู้นิพนธ์พระวรสารไม่ได้เขียนตำราปรัชญา แต่เขียนประวัติศาสตร์แห่งความรอดผ่านทางพระเยซูเจ้า เพื่อให้ชาวกรีก และชาวโรมันเข้าใจ และเพื่อแก้ปัญหาซึ่งเกิดจากการทำความเข้าใจประวัติศาสคร์ความรอด ปิตาจารย์แห่งพระศาสนจักร และสภาพระศาสนจักรจึงใช้คำทางปรัชญา ในยุคกลาง โทมัส อากวีนัส นำคำศัพท์ และแนวคิดตามปรัชญาของอาริสโตเติล มาใช้อย่างกว้างขวาง

 

          บางครั้งก็มีบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับความพยายามอธิบายคำสอนทางศาสนาอย่างง่าย ๆ พวกเขาดูเหมือนจะถามว่า “ธรรมล้ำลึกก็คือธรรมล้ำลึก จะพยายามอธิบายไปทำไม?” ไม่มีใครพยายามอธิบายธรรมล้ำลึกได้อย่างเพียงพอแน่นอน แต่กระนั้น แม้แต่ธรรมล้ำลึกที่ลึกซึ้งที่สุดก็ไม่ควรดูเหมือนจะขัดต่อหลักเหตุผล ดังนั้น ถ้าเราจะพูดว่าพระเจ้าทรงเป็นหนึ่งเดียว และพระเจ้าทรงเป็นสามพระองค์ ย่อมสร้างความรู้สึกขัดแย้งภายใน แต่ความรู้สึกขัดแย้งนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าเราอธิบายว่า พระเจ้าทรงมีพระธรรมชาติหนึ่งเดียว แต่ทรงมีสามพระบุคคล นี่คือการใช้คำศัพท์ทางปรัชญาสองคำ และ 2 แนวคิด เพื่ออธิบายธรรมล้ำลึกอย่างครบถ้วน ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่าเราใช้หลักปรัชญาเพื่ออธิบายเทววิทยา

 

          บทเร้าวิงวอนข้อนี้ทำให้เข้าใจข้อก่อนหน้านี้มากขึ้น ซึ่งเป็นการประกาศถึงธรรมล้ำลึกแห่งการรับเอากายของพระวจนาตถ์ และย่อข้อสรุปของสภาพระศาสนจักรในยุคต้น ซึ่งประณามความคิดนอกรีตจำนวนมากที่เกิดจากความเข้าใจผิดเกี่ยวกับพระวาจาของพระเจ้า ความคิดนอกรีตบางอย่างให้คำอธิบายผิด ๆ เกี่ยวกับพระตรีเอกภาพ บางอย่างทำให้ผู้มีความเชื่อสับสนเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์-พระ กล่าวคือ ธรรมล้ำลึกของพระเยซูคริสตเจ้า

 

          เราอาจเริ่มต้นด้วยแนวคิดเกี่ยวกับสารัตถะ (substance) เมื่อใช้กับสิ่งที่เป็นวัตถุ คำนี้หมายถึงรากฐาน หรือแก่นแท้ ที่ยังคงอยู่ขณะที่เกิดความเปลี่ยนแปลงภายนอก ในตอนต้น ใบไม้จะอ่อนนุ่มมีสีเขียวอ่อน จากนั้นมันจะขยายใหญ่ขึ้น กลายเป็นสีเขียวแก่ และแข็ง ท้ายที่สุด เมื่อใกล้ฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จะกลายเป็นสีเหลือง ร่วง และแห้งไป ในขณะที่ “ความเป็นใบไม้” ของมันยังคงอยู่อย่างถาวร แต่ความเปลี่ยนแปลงของขนาด สี เป็นต้น จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นี่คือความเปลี่ยนแปลงภายนอก ระหว่างการเปลี่ยนแปลงภายนอกนี้ สารัตถะของใบไม้ยังคงอยู่ สารัตถะของมนุษย์จะคงอยู่ขณะที่เกิดความเปลี่ยนแปลงภายนอก กล่าวคือ มนุษย์คนเดียวกันจะผ่านการเปลี่ยนแปลงจากวัยเด็ก วัยรุ่น เข้าสู่วัยผู้ใหญ่ และถึงวัยชรา แต่โดยแก่นแท้ เขายังมีร่างกาย และวิญญาณเดียวกัน

 

          “พระศาสนจักใช้คำว่า ‘สารัตถะ’ (บางครั้งก็ใช้ ‘แก่นแท้’ หรือ ‘ธรรมชาติ’) เพื่อบ่งบอกภวันต์ของพระเจ้าในเอกภาพ” (คำสอน ข้อ 252) ซึ่งแสดงนัยว่าธรรมชาติ แก่นแท้ หรือสารัตถะของพระเจ้าเป็นหนึ่งเดียว (แน่นอนว่า ไม่อาจมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ในพระเจ้า) ความจริงข้อนี้ได้รับการประกาศอย่างเต็มที่มากขึ้นโดยสภาสังคายนาครั้งที่ 11 แห่งโทเลโด (ค.ศ. 674) “พระบิดาทรงเป็นเช่นเดียวกับพระบุตร และพระบุตรทรงเป็นเช่นเดียวกับพระบิดา พระบิดา และพระบุตรเป็นเช่นเดียวกับพระจิต กล่าวคือเป็นพระเจ้าหนึ่งเดียวโดยธรรมชาติ” “พระศาสนจักรใช้คำว่า ‘พระบุคคล’ หรือ hypostasis เพื่อเรียกพระบิดา พระบุตร และพระจิต เพื่อให้เห็นความแตกต่างที่มีอยู่ระหว่างแต่ละพระองค์ และใช้คำว่า ‘ความสัมพันธ์’ เพื่อแสดงความจริงว่า ความแตกต่างของพระองค์อยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างแต่ละพระองค์” “พระบุคคลไม่ได้มีส่วนแบ่งในพระเทวภาพ หากแต่ว่า แต่ละพระองค์เป็นพระเจ้าอย่างครบถ้วนบริบูรณ์… สภาสังคายนาครั้งที่ 4 ที่ลาเตรัน (ค.ศ. 1215) ระบุว่า “แต่ละพระบุคคลคือความเป็นจริงสูงสุดนั้น กล่าวคือ สารัตถะ แก่นแท้ ธรรมชาติของพระเจ้า” (คำสอนข้อ 253)

 

          บัดนี้ เมื่อเราเข้าใจคำว่า “ร่วมสารัตถะ” และ “ร่วมสภาวะ” อย่างชัดเจนแล้ว เราจะสามารถทำความเข้าใจกับบทเร้าวิงวอนข้อนี้ได้ สมญาข้อนี้กล่าวถึงธรรมชาติของเอกภาพที่ดำรงอยู่ระหว่างพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า และพระวจนาตถ์ คำว่าพระวจนาตถ์ หมายถึงพระบุคคลที่สองของพระตรีเอกภาพ (ซึ่งเป็นคำที่นักบุญยอห์น ใช้ในบทแรกของพระวรสารของท่าน) ในองค์พระคริสต์ผู้เป็นมนุษย์-พระ มีเอกภาพทางสารัตถะของสองธรรมชาติที่แตกต่าง ธรรมชาติหนึ่งถูกสร้างขึ้น อีกธรรมชาติหนึ่งไม่ได้ถูกสร้างขึ้น ธรรมชาติหนึ่งเป็นมนุษย์ อีกธรรมชาติหนึ่งเป็นพระเจ้า ธรรมชาติมนุษย์ของพระเยซูเจ้า (ร่างกาย และวิญญาณ) ได้ถูกรับไว้โดยพระบุคคลที่สอง (hypostasis) ดังนั้น จึงเรียกว่าการร่วมสภาวะ (hypostatic union) หรืออีกนัยหนึ่งคือ ในกรณีของพระเยซูคริสตเจ้า พระบุคคลของพระวจนาตถ์ ผู้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้น ทรงรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติมนุษย์ โดยไม่ซึมซับเอาธรรมชาตินั้น และโดยที่พระบุคคลนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลง เพื่อก่อรูปร่วมกันเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เป็นมนุษย์ที่แท้จริง ผู้ซึ่งเป็นพระเจ้าในเวลาเดียวกัน

 

          ในศตวรรษแรก ๆ ของศาสนาคริสต์ พระศาสนจักรต้องต่อสู้กับความคิดนอกรีตมากมาย และต้องประกาศหลายครั้งถึงความหมายแท้จริงของการรับเอากายของพระวจนาตถ์ และอธิบายอย่างชัดเจนว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นใคร “ความคิดนอกรีตในยุคต้นไม่ได้ปฏิเสธพระเทวภาพของพระคริสตเจ้า มากเท่ากับปฏิเสธความเป็นมนุษย์ของพระองค์ (Gnostic Docetism)…ในศตวรรษที่สาม ในสภาสังคายนาที่อันติโอก พระศาสนจักรต้องยืนยันต่อสู้กับ ปอล แห่งซาโมซาตา ว่าพระเยซูคริสตเจ้าคือพระบุตรของพระเจ้าโดยธรรมชาติ มิใช่โดยการรับเป็นบุตร (adoption) การประชุมสภาครั้งแรกที่นิเซีย ในปี ค.ศ. 325 ได้ประกาศความเชื่อของสภาว่า พระบุตรของพระเจ้า “ทรงเกิดจาก มิใช่ถูกสร้างจาก สารัตถะเดียวกันกับพระบิดา” และประณามอารีอัส ผู้ยืนยันว่าพระบุตรของพระเจ้าทรงเกิดจากสิ่งที่ไม่ใช่พระเจ้า และพระองค์ทรงมี “สารัตถะอื่น” ที่ต่างจากสารัตถะของพระบิดา

 

          “ความคิดนอกรีตของเนสเตอร์ ถือว่าพระคริสตเจ้า เป็นพระบุคคลที่เป็นมนุษย์ ที่รวมตัวเข้ากับพระบุคคลที่เป็นพระเจ้าของพระบุตรของพระเจ้า เพื่อต่อต้านความคิดนอกรีตนี้ นักบุญซีริล แห่งอเล็กซานเดรีย และการประชุมสภาครั้งที่ 3 ที่เอเฟซัส ในปี ค.ศ. 431 จึงได้ประกาศยืนยันความเชื่อว่า “พระวจนาตถ์ทรงรวมเนื้อหนัง ที่ถูกปลุกให้มีชีวิตโดยวิญญาณที่รู้จักเหตุผล เข้าไว้ในพระบุคคลของพระองค์ และทรงกลายเป็นมนุษย์… พวกโมโนฟีไซท์ (Monophysites) ยืนยันว่าธรรมชาติมนุษย์หมดไปจากตัวพระคริสต์ เมื่อพระบุคคลของบุตรของพระเจ้าเข้ามาครอบครองธรรมชาติมนุษย์นี้ การประชุมสภา ครั้งที่ 4 ที่คาลซีดอน ในปี ค.ศ. 451 ต่อสู้กับความคิดนอกรีตนี้ ด้วยการประกาศความเชื่อว่า “เราสอน และประกาศความเชื่ออย่างเป็นเอกฉันท์ ว่าพระบุตรหนึ่งเดียว และพระองค์เดียว คือพระเยซูคริสตเจ้า พระเจ้าของเรา ทรงมีพระเทวภาพครบบริบูรณ์ ทรงเป็นพระเจ้าแท้ และมนุษย์แท้ ประกอบด้วยวิญญาณที่รู้จักเหตุผล พระเทวภาพของพระองค์มีสารัตถะเดียวกันกับพระบิดา และความเป็นมนุษย์ของพระองค์มีสารัตถะเดียวกันกับเรา”  การประชุมสภาครั้งที่ 5 ที่คอนสแตนติโนเปิล ในปี ค.ศ. 553 ประกาศความเชื่อว่ามีเพียงพระบุคคลเดียว คือพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในพระตรีเอกภาพ

 

          แม้ว่าบทเร้าวิงวอนข้อนี้ไม่ได้ชวนให้เราอภิปรายอย่างซับซ้อนเกี่ยวกับพระตรีเอกภาพ แต่ทำให้เรามีโอกาสทำความคุ้นเคยกับภาษาของนักเทววิทยา และยังช่วยให้เข้าใจวิธีการพูดบางอย่างได้ดีขึ้นด้วย เช่น พระเจ้าทรงตายเพื่อเรา นอกจากนี้ ยังช่วยให้เราเข้าใจประโยคว่า “พระเจ้าทรงมีหัวใจ” ข้อความจากบทสดุดีที่ 32 มีความหมายมากขึ้น เพราะเป็นคำที่ยกมาอ้างในบททำวัตรต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ว่า “แบบแผนของพระองค์จะดำรงอยู่ตลอดกาล แผนการในพระหฤทัยของพระองค์จะดำรงอยู่ทุกยุคสมัย” เราใกล้ชิดพระหฤทัยของพระเยซูเจ้ามากขึ้นเท่าไร เราก็ใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้นเท่านั้น

» พระหฤทัยพระเยซู บุตรแห่งพระบิดานิรันดร

» พระหฤทัยพระเยซู ที่พระจิตทรงตกแต่งในครรโภทรแห่งพระมารดาพรหมจารี

» พระหฤทัยพระเยซู ร่วมสภาวะกับพระวจนาตถ์แห่งพระเจ้า

» พระหฤทัยพระเยซู ทรงมหิทธิศักดิ์ไม่มีขอบเขต

» พระหฤทัยพระเยซู วิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า

» พระหฤทัยพระเยซู ตำหนักแห่งพระเจ้าสูงสุด

» พระหฤทัยพระเยซู เคหะของพระเจ้า และประตูสวรรค์

» พระหฤทัยพระเยซู เตาไฟโชติช่วงแห่งความรัก

» พระหฤทัยพระเยซู เครื่องรองรับความยุติธรรม และความรัก

» พระหฤทัยพระเยซู เปี่ยมด้วยคุณงาม และความรัก

» พระหฤทัยพระเยซู ขุมฤทธิ์กุศลทั้งปวง

» พระหฤทัยพระเยซู สมแก่คำสรรเสริญทุกประการ

» พระหฤทัยพระเยซู ราชา และศูนย์รวมแห่งดวงใจทั้งหลาย

» พระหฤทัยพระเยซู ขุมพระปรีชาญาณ และความรู้ทั้งปวง

» พระหฤทัยพระเยซู ที่ประทับแห่งพระเทวภาพครบบริบูรณ์

» พระหฤทัยพระเยซู ที่สบพระทัยแห่งพระบิดา

» พระหฤทัยพระเยซู ที่เราได้รับทานจากความบริบูรณ์ของพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ความปรารถนาแห่งเนินเขานิรันดร

» พระหฤทัยพระเยซู ทรงอดทน และเมตตากรุณา

» พระหฤทัยพระเยซู ความมั่งคั่งสำหรับทุกคนที่มาวิงวอนพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ธารแห่งชีวิต และความศักดิ์สิทธิ์

» พระหฤทัยพระเยซู ทรงชดเชยบาปของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู ถูกสบประมาทอย่างท่วมท้น (Loaded with opprobrium)

» พระหฤทัยพระเยซู แหลกราญด้วยอาชญากรรมของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู นอบน้อมจนสิ้นพระชนม์

» พระหฤทัยพระเยซู ถูกแทงด้วยหอก

» พระหฤทัยพระเยซู ธารความทุเลาบรรเทา

» พระหฤทัยพระเยซู ชีวิต และการคืนชีพของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู สันติภาพ และการคืนดีของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู ยัญบูชาไถ่บาปมนุษย์

» พระหฤทัยพระเยซู ความรอดของผู้วางใจในพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ความวางใจของผู้ที่ตายในพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ความโสมนัสปรีดาแห่งนักบุญทั้งหลาย

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย