ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

คำอธิบายคำวิงวอนในบทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

พระหฤทัยพระเยซู ความโสมนัสปรีดาแห่งนักบุญทั้งหลาย

          คำอธิบายบทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ ข้อ 33 และเป็นข้อสุดท้ายนี้ เขียนขึ้นในวันฉลองนักบุญออกัสติน พระสังฆราช และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร จึงเป็นธรรมดาที่จะคิดถึงความหมายของคำว่าสวรรค์ที่นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ได้นิยามไว้ และเป็นหัวข้อของบทเร้าวิงวอนข้อนี้ พระหฤทัยของพระเยซูเจ้าจะเป็นความโสมนัสปรีดาของนักบุญทั้งหลายได้เพียงเมื่อเขาเหล่านั้นอยู่ในสวรรค์ ห้อมล้อมพระองค์ผู้ที่เขารัก และเคยรับใช้อย่างซื่อสัตย์บนโลก และแสดงว่าการดิ้นรนต่อสู้ของพวกเขาได้จบสิ้นลงแล้ว และพวกเขาบรรลุถึงสวรรค์ของการเดินทาง และเป้าหมายในชีวิตได้แล้วในที่สุด ในหนังสือชื่อ เมืองของพระเจ้า (De Civitate Dei) นักบุญออกัสติน สรุปคำบรรยายถึงสวรรค์ของท่านโดยกล่าวว่า “ที่นั่น เราจะพักผ่อน ที่นั่น เราจะเห็น ที่นั่น เราจะสรรเสริญ ที่นั่น เราจะรัก”

          พระเยซูเจ้าทรงเป็นมนุษย์อย่างครบถ้วน ทรงรู้ดีว่ามนุษย์เป็นอย่างไร และจากการทำงานหนักในฐานะช่างฝีมือที่นาซาแร็ธ พระองค์ทรงรู้ว่ามนุษย์เหน็ดเหนื่อยอย่างไรเมื่อสิ้นสุดแต่ละวัน ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงทรงกล่าวคำที่น่าจดจำซึ่งนำความบรรเทามาให้ว่า “ท่านที่เหน็ดเหนื่อย และแบกภาระหนัก จงมาหาเราเถิด และเราจะให้ท่านได้พักผ่อน (มธ 1:28) ยอห์น แอล. แมคเคนซีย์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อความนี้ว่า “ผู้ที่พระเยซูเจ้าทรงเรียก คือผู้ที่อยู่ภายใต้แอกของกฎหมาย แต่ในบริบทนี้ ข้อความนี้มีความหมายกว้างกว่า คือหมายถึงคนยากจนที่ได้รับการประกาศข่าวดี พระเยซูเจ้าทรงเชิญพวกเขา เพราะพระองค์ทรงเป็นคนยากจนเหมือนพวกเขา คำคุณศัพท์ที่ใช้ในที่นี้ใกล้เคียงกับบุคคลที่กล่าวถึงในบุญลาภประการแรก และประการที่สาม ประกาศกเยเรมีย์ (6:16) ได้เคยสัญญาการพักผ่อนแก่ผู้ที่เดินตามทางสายเดิม คือตามประเพณีอิสราเอล “แอกและภาระของพระเยซูเจ้า คือการอยู่ภายใต้การปกครองของพระเจ้า ซึ่งไม่ได้ทำให้ผู้ที่ยอมรับภาระนี้ต้องแบกภาระเพิ่ม แต่ทำให้พวกเขาแบกภาระที่มีอยู่แล้วได้ง่ายยิ่งขึ้น” (Jerome Biblical Commentary, 43:78) บทนำของพิธีเฉลิมฉลองพระคริสตกษัตริย์อย่างสง่าก็สะท้อนข้อความเดียวกันนี้

 

          คำว่า “การพักผ่อน” ในพระคัมภีร์มีหลายความหมาย หลังจากทรงสร้างสรรพสิ่งเป็นเวลา 6 วัน พระคัมภีร์บอกว่าพระเจ้าทรงพักผ่อนในวันที่เจ็ด พระคัมภีร์บอกว่าโมเสสให้ถือว่าการพักผ่อนของพระเจ้านี้เป็นวันพักผ่อน คือวันสับบาโตของชาวยิว ซึ่งหมายถึงการเป็นอิสระจากการงานเพื่อให้มีเวลาว่างสำหรับการภาวนา การอ่านคัมภีร์โทราห์ และคำสั่งสอนของประกาศกต่าง ๆ และเพื่อทำกิจการกุศล ในบทที่ 4:1 ผู้เขียนจดหมายถึงชาวฮีบรู เชื่อมโยงการพักผ่อนนี้กับการครอบครองดินแดนแห่งพันธสัญญา หลังจากที่ชาวอิสราเอลต้องเร่ร่อนถึง 40 ปีในทะเลทราย โยชูวา และคาเร็บ เป็นสองคนที่สมควรได้ชื่นชมกับดินแดนนี้ เพราะเขายอมรับพระวาจาของพระเจ้า และเชื่อในคำสัญญาของพระองค์ ชาวฮีบรูส่วนมากในยุคอพยพไม่ได้เข้าสู่การพักผ่อน (เข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา) และแม้แต่ผู้ที่ติดตามโยชูวาเข้าสู่ดินแดนปาเลสไตน์ บางคนก็ไม่ได้เข้าสู่การพักผ่อนตามพันธสัญญา ซึ่งเป็นสิ่งที่มากยิ่งกว่าการมีชีวิตในดินแดนแห่งพันธสัญญา เนื่องจากคำว่าโยชูวา ในภาษากรีก มีรูปแบบเดียวกับคำว่าเยซู ชื่อก็ชี้ให้เห็นความเหมือน และความแตกต่างระหว่างบุคคลในพันธสัญญาเดิมผู้นำชาวฮีบรู และพระเยซูเจ้าผู้ทรงนำผู้ติดตามพระองค์เข้าสู่การพักผ่อนในสวรรค์ นี่คือการพักผ่อนในวันสับบาโตของพระเจ้าอย่างแท้จริง เนื่องจากมีระบุไว้ในบทสดุดี (95:11) ซึ่งเป็นยุคของกษัตริย์ดาวิด พระเจ้าไม่น่าจะเสนอคำสัญญาให้นานนักหลังจากปาเลสไตน์ถูกยึดครอง แต่พระองค์ก็ทรงทำเช่นนั้น ดังที่เห็นได้จากคำตักเตือนของกษัตริย์ดาวิด ต่อชาวอิสราเอล และเป็นคำตักเตือนคริสตชนด้วย เพราะบทสดุดีนี้ (77-78) กล่าวว่า “ถ้าวันนี้ ท่านได้ยินเสียงของพระองค์ ก็จงอย่ามีใจดื้อกระด้างเลย” (Jerome Biblical Commentary, 61:24) นักบุญเปาโล สนับสนุนความคิดนี้ในจดหมายฉบับแรกถึงชาวเธสะโลนิกา (1:10) โดยเชื่อมโยงการเสด็จมาของพระเยซูเจ้ากับนักบุญในพระสิริรุ่งโรจน์เมื่อสิ้นพิภพ

 

          ที่นั่น เราจะเห็น ถูกแล้ว เราจะได้เห็นโดยปราศจากอุปสรรค โดยไม่ต้องกังวลว่าสภาพนี้จะสิ้นสุด เป็นการเห็นแบบหน้าต่อหน้า เพราะผู้ชอบธรรมจะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์จากมลทินทั้งปวง สิ่งไม่บริสุทธิ์จะไม่ได้เข้าสู่สวรรค์ และอยู่เบื้องหน้าที่ประทับของพระเจ้า พระเยซูเจ้าทรงได้ทรงเสนอเรื่องนี้ต่อคนทั่วไปตั้งแต่พระองค์ทรงเริ่มต้นเทศนาสั่งสอนในบทเทศน์บทภูเขาว่า“เป็นบุญของผู้มีใจบริสุทธิ์ เพราะเขาจะได้เห็นพระเจ้า” วลีที่ว่า “หน้าต่อหน้า” เน้นความจริงที่ว่าจะไม่มีสิ่งสร้างใดเป็นสื่อกลาง เราอาจจำได้ว่าในพันธสัญญาเดิม ทุกครั้งที่โมเสสพูดกับพระเจ้า เขาจะมีผ้าคลุมหน้าเสมอ เพราะเชื่อกันว่าถ้าใครมองพระเจ้าแบบหน้าต่อหน้า บุคคลนั้นจะต้องตาย ในเวลาอื่นๆ จะมี “เมฆ” ปกคลุมสถานที่ที่พระเจ้าปรากฏพระองค์ (เช่นระหว่างการสำแดงพระองค์ของพระเยซูเจ้าบนภูเขา)แต่เราไม่จำเป็นต้องพูดถึงตาฝ่ายโลกในสภาพหลังความตาย เมื่อเราจะได้เห็นด้วยตาฝ่ายจิต ภายหลังความตาย และการกลับคืนชีพ

 

          ที่นั่น เราจะสรรเสริญ มนุษย์ทุกคนจะขับร้องบทเพลงของทูตสวรรค์เป็นเสียงเดียวกัน เป็นบทเพลงที่ทูตสวรรค์ขับร้องตั้งแต่ถูกสร้าง และทดลองโดยพระเจ้า บทเพลงของทูตสวรรค์คือ “ศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์” ตลอดนิรันดร เราได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าการสรรเสริญดำเนินควบคู่กับการนมัสการ ดังนั้นจึงเป็นรูปแบบที่ดีที่สุดของการภาวนา เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องตอบสนองเช่นบนโลกนี้ เราจึงสามารถคาดเดาได้ว่าต้องไม่มีการภาวนาเพื่อวิงวอนขอ

 

          ท้ายที่สุด ที่นั่น เราจะรัก นักบุญเปาโล เปรียบเทียบชีวิตบนโลกกับชีวิตในสวรรค์ว่า “ความรักไม่มีสิ้นสุด แม้การประกาศพระวาจาจะถูกยกเลิก แม้การพูดภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจจะยุติ แม้ความรู้จะหมดสิ้น” (1 คร 13:8)

 

          เราได้พยายามรวบรวมความคิดจากที่ต่าง ๆ และจากพระคัมภีร์ แต่เราได้พูดถึงเพียงส่วนน้อยของหัวข้อนี้ คือความสุข หรือความโสมนัสปรีดานิรันดร แม้แต่นักบุญเปาโลยังไม่สามารถอธิบายได้มากนักว่าปิติศานต์ของผู้ที่ได้รับความรอดเป็นอย่างไร ขณะที่ถูกโอบล้อมในสวรรค์ชั้นที่สาม ท่านได้แต่บรรยายว่า อะไรที่ไม่ใช่สวรรค์“ตาไม่เคยเห็น หูไม่เคยได้ยิน และหัวใจมนุษย์ไม่อาจเข้าใจได้ว่าพระเจ้าทรงเตรียมอะไรไว้ให้เขา” นี่คือคำบรรยายที่ชัดเจนที่สุดสำหรับสิ่งที่ “ไม่มีขอบเขต”ซึ่งมีความหมายเพียงว่า เป็นสิ่งที่เกินกว่าคำบรรยาย เท่านั้นเอง

 

          ในปี ค.ศ. 1336 พระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 12 ทรงอธิบายความหมายของความสุขสวรรค์ตามความเชื่อของพระศาสนจักร ว่า “ด้วยอำนาจที่เราได้รับจากอัครสาวก เราขอนิยามความหมายดังต่อไปนี้ ตามคุณสมบัติของพระเจ้า วิญญาณของนักบุญทั้งหลายที่สิ้นใจภายหลังได้รับศีลล้างบาปอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคริสตเจ้าแล้ว (ทั้งนี้ มีเงื่อนไขว่า เขาไม่จำเป็นต้องได้รับการชำระให้บริสุทธิ์เมื่อเขาตาย…หรือเมื่อเขาได้รับการชำระให้บริสุทธิ์หลังความตายแล้ว หากว่าเขาจำเป็นต้องได้รับการชำระ…) ก่อนที่เขาจะสวมร่างกายของเขาอีกครั้ง และก่อนการพิพากษาประมวลพร้อม…ย่อมได้อยู่ และจะอยู่ในสวรรค์ ในอาณาจักรสวรรค์ และสวนสวรรค์กับพระคริสตเจ้า โดยเข้าร่วมในหมู่ทูตสวรรค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ นับจากพระทรมาน และการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสตเจ้า วิญญาณเหล่านี้ได้เห็นธาตุแท้ของพระเจ้าด้วยนิมิตสหัชญาณ และแม้แต่แบบหน้าต่อหน้า โดยไม่มีสิ่งสร้างใดเป็นสื่อกลาง” (คำสอนข้อ 1023)

นักบุญโทมัส อากวีนัส ผู้ประพันธ์บททำวัตรสำหรับการฉลองพระคริสตวรกาย ในเพลงสวดทำวัตรเย็น ซึ่งเริ่มต้นด้วยคำภาษาละตินว่า O sacrum convivium (โอ งานเลี้ยงศักดิ์สิทธิ์) ท่อนที่สี่มีข้อความว่า “เราได้รับมัดจำสำหรับเกียรติมงคลในอนาคตของเรา” ความโสมนัสปรีดาของนักบุญทั้งหลายในสวรรค์เชื่อมโยงกับศีลมหาสนิทบนโลกนี้ ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญในความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ การประจักษ์แก่นักบุญมาร์กาเร็ต มารีย์ และผู้ศรัทธาอื่น ๆ เกิดขึ้นในวันฉลองพระคริสตวรกาย หรือเกี่ยวข้องกับศีลมหาสนิท ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เมื่อเราตาย ชีวิตย่อมเปลี่ยนไป แต่ไม่ใช่สิ้นสุดลง สิ่งที่เป็นมัดจำบนโลกย่อมต้องกลายเป็นการครอบครองพระเจ้า และพระเยซูคริสตเจ้าอย่างแท้จริง ในการรวมสนิทเป็นหนึ่งเดียวแห่งความรักอันตราตรึงใจ

» พระหฤทัยพระเยซู บุตรแห่งพระบิดานิรันดร

» พระหฤทัยพระเยซู ที่พระจิตทรงตกแต่งในครรโภทรแห่งพระมารดาพรหมจารี

» พระหฤทัยพระเยซู ร่วมสภาวะกับพระวจนาตถ์แห่งพระเจ้า

» พระหฤทัยพระเยซู ทรงมหิทธิศักดิ์ไม่มีขอบเขต

» พระหฤทัยพระเยซู วิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า

» พระหฤทัยพระเยซู ตำหนักแห่งพระเจ้าสูงสุด

» พระหฤทัยพระเยซู เคหะของพระเจ้า และประตูสวรรค์

» พระหฤทัยพระเยซู เตาไฟโชติช่วงแห่งความรัก

» พระหฤทัยพระเยซู เครื่องรองรับความยุติธรรม และความรัก

» พระหฤทัยพระเยซู เปี่ยมด้วยคุณงาม และความรัก

» พระหฤทัยพระเยซู ขุมฤทธิ์กุศลทั้งปวง

» พระหฤทัยพระเยซู สมแก่คำสรรเสริญทุกประการ

» พระหฤทัยพระเยซู ราชา และศูนย์รวมแห่งดวงใจทั้งหลาย

» พระหฤทัยพระเยซู ขุมพระปรีชาญาณ และความรู้ทั้งปวง

» พระหฤทัยพระเยซู ที่ประทับแห่งพระเทวภาพครบบริบูรณ์

» พระหฤทัยพระเยซู ที่สบพระทัยแห่งพระบิดา

» พระหฤทัยพระเยซู ที่เราได้รับทานจากความบริบูรณ์ของพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ความปรารถนาแห่งเนินเขานิรันดร

» พระหฤทัยพระเยซู ทรงอดทน และเมตตากรุณา

» พระหฤทัยพระเยซู ความมั่งคั่งสำหรับทุกคนที่มาวิงวอนพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ธารแห่งชีวิต และความศักดิ์สิทธิ์

» พระหฤทัยพระเยซู ทรงชดเชยบาปของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู ถูกสบประมาทอย่างท่วมท้น (Loaded with opprobrium)

» พระหฤทัยพระเยซู แหลกราญด้วยอาชญากรรมของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู นอบน้อมจนสิ้นพระชนม์

» พระหฤทัยพระเยซู ถูกแทงด้วยหอก

» พระหฤทัยพระเยซู ธารความทุเลาบรรเทา

» พระหฤทัยพระเยซู ชีวิต และการคืนชีพของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู สันติภาพ และการคืนดีของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู ยัญบูชาไถ่บาปมนุษย์

» พระหฤทัยพระเยซู ความรอดของผู้วางใจในพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ความวางใจของผู้ที่ตายในพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ความโสมนัสปรีดาแห่งนักบุญทั้งหลาย

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย