Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ >>>

คำอธิบายคำวิงวอนในบทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

พระหฤทัยพระเยซู ความโสมนัสปรีดาแห่งนักบุญทั้งหลาย

          คำอธิบายบทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ ข้อ 33 และเป็นข้อสุดท้ายนี้ เขียนขึ้นในวันฉลองนักบุญออกัสติน พระสังฆราช และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร จึงเป็นธรรมดาที่จะคิดถึงความหมายของคำว่าสวรรค์ที่นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ได้นิยามไว้ และเป็นหัวข้อของบทเร้าวิงวอนข้อนี้ พระหฤทัยของพระเยซูเจ้าจะเป็นความโสมนัสปรีดาของนักบุญทั้งหลายได้เพียงเมื่อเขาเหล่านั้นอยู่ในสวรรค์ ห้อมล้อมพระองค์ผู้ที่เขารัก และเคยรับใช้อย่างซื่อสัตย์บนโลก และแสดงว่าการดิ้นรนต่อสู้ของพวกเขาได้จบสิ้นลงแล้ว และพวกเขาบรรลุถึงสวรรค์ของการเดินทาง และเป้าหมายในชีวิตได้แล้วในที่สุด ในหนังสือชื่อ เมืองของพระเจ้า (De Civitate Dei) นักบุญออกัสติน สรุปคำบรรยายถึงสวรรค์ของท่านโดยกล่าวว่า “ที่นั่น เราจะพักผ่อน ที่นั่น เราจะเห็น ที่นั่น เราจะสรรเสริญ ที่นั่น เราจะรัก”

 

          พระเยซูเจ้าทรงเป็นมนุษย์อย่างครบถ้วน ทรงรู้ดีว่ามนุษย์เป็นอย่างไร และจากการทำงานหนักในฐานะช่างฝีมือที่นาซาแร็ธ พระองค์ทรงรู้ว่ามนุษย์เหน็ดเหนื่อยอย่างไรเมื่อสิ้นสุดแต่ละวัน ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงทรงกล่าวคำที่น่าจดจำซึ่งนำความบรรเทามาให้ว่า “ท่านที่เหน็ดเหนื่อย และแบกภาระหนัก จงมาหาเราเถิด และเราจะให้ท่านได้พักผ่อน (มธ 1:28) ยอห์น แอล. แมคเคนซีย์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อความนี้ว่า “ผู้ที่พระเยซูเจ้าทรงเรียก คือผู้ที่อยู่ภายใต้แอกของกฎหมาย แต่ในบริบทนี้ ข้อความนี้มีความหมายกว้างกว่า คือหมายถึงคนยากจนที่ได้รับการประกาศข่าวดี พระเยซูเจ้าทรงเชิญพวกเขา เพราะพระองค์ทรงเป็นคนยากจนเหมือนพวกเขา คำคุณศัพท์ที่ใช้ในที่นี้ใกล้เคียงกับบุคคลที่กล่าวถึงในบุญลาภประการแรก และประการที่สาม ประกาศกเยเรมีย์ (6:16) ได้เคยสัญญาการพักผ่อนแก่ผู้ที่เดินตามทางสายเดิม คือตามประเพณีอิสราเอล “แอกและภาระของพระเยซูเจ้า คือการอยู่ภายใต้การปกครองของพระเจ้า ซึ่งไม่ได้ทำให้ผู้ที่ยอมรับภาระนี้ต้องแบกภาระเพิ่ม แต่ทำให้พวกเขาแบกภาระที่มีอยู่แล้วได้ง่ายยิ่งขึ้น” (Jerome Biblical Commentary, 43:78) บทนำของพิธีเฉลิมฉลองพระคริสตกษัตริย์อย่างสง่าก็สะท้อนข้อความเดียวกันนี้

 

          คำว่า “การพักผ่อน” ในพระคัมภีร์มีหลายความหมาย หลังจากทรงสร้างสรรพสิ่งเป็นเวลา 6 วัน พระคัมภีร์บอกว่าพระเจ้าทรงพักผ่อนในวันที่เจ็ด พระคัมภีร์บอกว่าโมเสสให้ถือว่าการพักผ่อนของพระเจ้านี้เป็นวันพักผ่อน คือวันสับบาโตของชาวยิว ซึ่งหมายถึงการเป็นอิสระจากการงานเพื่อให้มีเวลาว่างสำหรับการภาวนา การอ่านคัมภีร์โทราห์ และคำสั่งสอนของประกาศกต่าง ๆ และเพื่อทำกิจการกุศล ในบทที่ 4:1 ผู้เขียนจดหมายถึงชาวฮีบรู เชื่อมโยงการพักผ่อนนี้กับการครอบครองดินแดนแห่งพันธสัญญา หลังจากที่ชาวอิสราเอลต้องเร่ร่อนถึง 40 ปีในทะเลทราย โยชูวา และคาเร็บ เป็นสองคนที่สมควรได้ชื่นชมกับดินแดนนี้ เพราะเขายอมรับพระวาจาของพระเจ้า และเชื่อในคำสัญญาของพระองค์ ชาวฮีบรูส่วนมากในยุคอพยพไม่ได้เข้าสู่การพักผ่อน (เข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา) และแม้แต่ผู้ที่ติดตามโยชูวาเข้าสู่ดินแดนปาเลสไตน์ บางคนก็ไม่ได้เข้าสู่การพักผ่อนตามพันธสัญญา ซึ่งเป็นสิ่งที่มากยิ่งกว่าการมีชีวิตในดินแดนแห่งพันธสัญญา เนื่องจากคำว่าโยชูวา ในภาษากรีก มีรูปแบบเดียวกับคำว่าเยซู ชื่อก็ชี้ให้เห็นความเหมือน และความแตกต่างระหว่างบุคคลในพันธสัญญาเดิมผู้นำชาวฮีบรู และพระเยซูเจ้าผู้ทรงนำผู้ติดตามพระองค์เข้าสู่การพักผ่อนในสวรรค์ นี่คือการพักผ่อนในวันสับบาโตของพระเจ้าอย่างแท้จริง เนื่องจากมีระบุไว้ในบทสดุดี (95:11) ซึ่งเป็นยุคของกษัตริย์ดาวิด พระเจ้าไม่น่าจะเสนอคำสัญญาให้นานนักหลังจากปาเลสไตน์ถูกยึดครอง แต่พระองค์ก็ทรงทำเช่นนั้น ดังที่เห็นได้จากคำตักเตือนของกษัตริย์ดาวิด ต่อชาวอิสราเอล และเป็นคำตักเตือนคริสตชนด้วย เพราะบทสดุดีนี้ (77-78) กล่าวว่า “ถ้าวันนี้ ท่านได้ยินเสียงของพระองค์ ก็จงอย่ามีใจดื้อกระด้างเลย” (Jerome Biblical Commentary, 61:24) นักบุญเปาโล สนับสนุนความคิดนี้ในจดหมายฉบับแรกถึงชาวเธสะโลนิกา (1:10) โดยเชื่อมโยงการเสด็จมาของพระเยซูเจ้ากับนักบุญในพระสิริรุ่งโรจน์เมื่อสิ้นพิภพ

 

          ที่นั่น เราจะเห็น ถูกแล้ว เราจะได้เห็นโดยปราศจากอุปสรรค โดยไม่ต้องกังวลว่าสภาพนี้จะสิ้นสุด เป็นการเห็นแบบหน้าต่อหน้า เพราะผู้ชอบธรรมจะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์จากมลทินทั้งปวง สิ่งไม่บริสุทธิ์จะไม่ได้เข้าสู่สวรรค์ และอยู่เบื้องหน้าที่ประทับของพระเจ้า พระเยซูเจ้าทรงได้ทรงเสนอเรื่องนี้ต่อคนทั่วไปตั้งแต่พระองค์ทรงเริ่มต้นเทศนาสั่งสอนในบทเทศน์บทภูเขาว่า“เป็นบุญของผู้มีใจบริสุทธิ์ เพราะเขาจะได้เห็นพระเจ้า” วลีที่ว่า “หน้าต่อหน้า” เน้นความจริงที่ว่าจะไม่มีสิ่งสร้างใดเป็นสื่อกลาง เราอาจจำได้ว่าในพันธสัญญาเดิม ทุกครั้งที่โมเสสพูดกับพระเจ้า เขาจะมีผ้าคลุมหน้าเสมอ เพราะเชื่อกันว่าถ้าใครมองพระเจ้าแบบหน้าต่อหน้า บุคคลนั้นจะต้องตาย ในเวลาอื่นๆ จะมี “เมฆ” ปกคลุมสถานที่ที่พระเจ้าปรากฏพระองค์ (เช่นระหว่างการสำแดงพระองค์ของพระเยซูเจ้าบนภูเขา)แต่เราไม่จำเป็นต้องพูดถึงตาฝ่ายโลกในสภาพหลังความตาย เมื่อเราจะได้เห็นด้วยตาฝ่ายจิต ภายหลังความตาย และการกลับคืนชีพ

 

          ที่นั่น เราจะสรรเสริญ มนุษย์ทุกคนจะขับร้องบทเพลงของทูตสวรรค์เป็นเสียงเดียวกัน เป็นบทเพลงที่ทูตสวรรค์ขับร้องตั้งแต่ถูกสร้าง และทดลองโดยพระเจ้า บทเพลงของทูตสวรรค์คือ “ศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์” ตลอดนิรันดร เราได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าการสรรเสริญดำเนินควบคู่กับการนมัสการ ดังนั้นจึงเป็นรูปแบบที่ดีที่สุดของการภาวนา เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องตอบสนองเช่นบนโลกนี้ เราจึงสามารถคาดเดาได้ว่าต้องไม่มีการภาวนาเพื่อวิงวอนขอ

 

          ท้ายที่สุด ที่นั่น เราจะรัก นักบุญเปาโล เปรียบเทียบชีวิตบนโลกกับชีวิตในสวรรค์ว่า “ความรักไม่มีสิ้นสุด แม้การประกาศพระวาจาจะถูกยกเลิก แม้การพูดภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจจะยุติ แม้ความรู้จะหมดสิ้น” (1 คร 13:8)

 

          เราได้พยายามรวบรวมความคิดจากที่ต่าง ๆ และจากพระคัมภีร์ แต่เราได้พูดถึงเพียงส่วนน้อยของหัวข้อนี้ คือความสุข หรือความโสมนัสปรีดานิรันดร แม้แต่นักบุญเปาโลยังไม่สามารถอธิบายได้มากนักว่าปิติศานต์ของผู้ที่ได้รับความรอดเป็นอย่างไร ขณะที่ถูกโอบล้อมในสวรรค์ชั้นที่สาม ท่านได้แต่บรรยายว่า อะไรที่ไม่ใช่สวรรค์“ตาไม่เคยเห็น หูไม่เคยได้ยิน และหัวใจมนุษย์ไม่อาจเข้าใจได้ว่าพระเจ้าทรงเตรียมอะไรไว้ให้เขา” นี่คือคำบรรยายที่ชัดเจนที่สุดสำหรับสิ่งที่ “ไม่มีขอบเขต”ซึ่งมีความหมายเพียงว่า เป็นสิ่งที่เกินกว่าคำบรรยาย เท่านั้นเอง

 

          ในปี ค.ศ. 1336 พระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 12 ทรงอธิบายความหมายของความสุขสวรรค์ตามความเชื่อของพระศาสนจักร ว่า “ด้วยอำนาจที่เราได้รับจากอัครสาวก เราขอนิยามความหมายดังต่อไปนี้ ตามคุณสมบัติของพระเจ้า วิญญาณของนักบุญทั้งหลายที่สิ้นใจภายหลังได้รับศีลล้างบาปอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคริสตเจ้าแล้ว (ทั้งนี้ มีเงื่อนไขว่า เขาไม่จำเป็นต้องได้รับการชำระให้บริสุทธิ์เมื่อเขาตาย…หรือเมื่อเขาได้รับการชำระให้บริสุทธิ์หลังความตายแล้ว หากว่าเขาจำเป็นต้องได้รับการชำระ…) ก่อนที่เขาจะสวมร่างกายของเขาอีกครั้ง และก่อนการพิพากษาประมวลพร้อม…ย่อมได้อยู่ และจะอยู่ในสวรรค์ ในอาณาจักรสวรรค์ และสวนสวรรค์กับพระคริสตเจ้า โดยเข้าร่วมในหมู่ทูตสวรรค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ นับจากพระทรมาน และการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสตเจ้า วิญญาณเหล่านี้ได้เห็นธาตุแท้ของพระเจ้าด้วยนิมิตสหัชญาณ และแม้แต่แบบหน้าต่อหน้า โดยไม่มีสิ่งสร้างใดเป็นสื่อกลาง” (คำสอนข้อ 1023)

นักบุญโทมัส อากวีนัส ผู้ประพันธ์บททำวัตรสำหรับการฉลองพระคริสตวรกาย ในเพลงสวดทำวัตรเย็น ซึ่งเริ่มต้นด้วยคำภาษาละตินว่า O sacrum convivium (โอ งานเลี้ยงศักดิ์สิทธิ์) ท่อนที่สี่มีข้อความว่า “เราได้รับมัดจำสำหรับเกียรติมงคลในอนาคตของเรา” ความโสมนัสปรีดาของนักบุญทั้งหลายในสวรรค์เชื่อมโยงกับศีลมหาสนิทบนโลกนี้ ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญในความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ การประจักษ์แก่นักบุญมาร์กาเร็ต มารีย์ และผู้ศรัทธาอื่น ๆ เกิดขึ้นในวันฉลองพระคริสตวรกาย หรือเกี่ยวข้องกับศีลมหาสนิท ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เมื่อเราตาย ชีวิตย่อมเปลี่ยนไป แต่ไม่ใช่สิ้นสุดลง สิ่งที่เป็นมัดจำบนโลกย่อมต้องกลายเป็นการครอบครองพระเจ้า และพระเยซูคริสตเจ้าอย่างแท้จริง ในการรวมสนิทเป็นหนึ่งเดียวแห่งความรักอันตราตรึงใจ

พระหฤทัยพระเยซู บุตรแห่งพระบิดานิรันดร
พระหฤทัยพระเยซู ที่พระจิตทรงตกแต่งในครรโภทรแห่งพระมารดาพรหมจารี
พระหฤทัยพระเยซู ร่วมสภาวะกับพระวจนาตถ์แห่งพระเจ้า
พระหฤทัยพระเยซู ทรงมหิทธิศักดิ์ไม่มีขอบเขต
พระหฤทัยพระเยซู วิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า
พระหฤทัยพระเยซู ตำหนักแห่งพระเจ้าสูงสุด
พระหฤทัยพระเยซู เคหะของพระเจ้า และประตูสวรรค์
พระหฤทัยพระเยซู เตาไฟโชติช่วงแห่งความรัก
พระหฤทัยพระเยซู เครื่องรองรับความยุติธรรม และความรัก
พระหฤทัยพระเยซู เปี่ยมด้วยคุณงาม และความรัก
พระหฤทัยพระเยซู ขุมฤทธิ์กุศลทั้งปวง
พระหฤทัยพระเยซู สมแก่คำสรรเสริญทุกประการ
พระหฤทัยพระเยซู ราชา และศูนย์รวมแห่งดวงใจทั้งหลาย
พระหฤทัยพระเยซู ขุมพระปรีชาญาณ และความรู้ทั้งปวง
พระหฤทัยพระเยซู ที่ประทับแห่งพระเทวภาพครบบริบูรณ์
พระหฤทัยพระเยซู ที่สบพระทัยแห่งพระบิดา
พระหฤทัยพระเยซู ที่เราได้รับทานจากความบริบูรณ์ของพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ความปรารถนาแห่งเนินเขานิรันดร
พระหฤทัยพระเยซู ทรงอดทน และเมตตากรุณา
พระหฤทัยพระเยซู ความมั่งคั่งสำหรับทุกคนที่มาวิงวอนพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ธารแห่งชีวิต และความศักดิ์สิทธิ์
พระหฤทัยพระเยซู ทรงชดเชยบาปของเรา
พระหฤทัยพระเยซู ถูกสบประมาทอย่างท่วมท้น (Loaded with opprobrium)
พระหฤทัยพระเยซู แหลกราญด้วยอาชญากรรมของเรา
พระหฤทัยพระเยซู นอบน้อมจนสิ้นพระชนม์
พระหฤทัยพระเยซู ถูกแทงด้วยหอก
พระหฤทัยพระเยซู ธารความทุเลาบรรเทา
พระหฤทัยพระเยซู ชีวิต และการคืนชีพของเรา
พระหฤทัยพระเยซู สันติภาพ และการคืนดีของเรา
พระหฤทัยพระเยซู ยัญบูชาไถ่บาปมนุษย์
พระหฤทัยพระเยซู ความรอดของผู้วางใจในพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ความวางใจของผู้ที่ตายในพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ความโสมนัสปรีดาแห่งนักบุญทั้งหลาย

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com