ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

คำอธิบายคำวิงวอนในบทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

พระหฤทัยพระเยซู วิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า

          คงไม่มีคำนำใดที่เหมาะสมสำหรับบทเร้าวิงวอนข้อนี้มากไปกว่าข้อความในพจนานุกรมเทววิทยาพระคัมภีร์ภายใต้หัวข้อ“วิหาร”

          “ทุกศาสนาถือว่าวิหารเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งคนทั่วไปคิดว่าเป็นที่สถิตของพระเจ้า เพื่อประทับอยู่กับมนุษย์ เพื่อรับการนมัสการ และให้มนุษย์มีส่วนร่วมในความกรุณา และในชีวิตของพระเจ้า ตามปกติ สถานที่ประทับของพระเจ้าย่อมไม่ได้อยู่บนโลกนี้แน่นอน แต่ก็ยังถือว่าวิหารเกี่ยวข้องกับพระเจ้า เพราะเป็นช่องทางให้มนุษย์ติดต่อกับโลกของพระเจ้า ในพันธสัญญาเดิม วิหารของกรุงเยรูซาเล็ม เป็นเครื่องหมายชั่วคราวที่จะถูกแทนที่ในพันธสัญญาใหม่ด้วยเครื่องหมายอีกประเภทหนึ่งคือ พระกายของพระคริสตเจ้า และพระศาสนจักรของพระองค์”

 

          แต่เดิมคำว่าtemplum ในภาษาละติน หมายถึงสถานที่เปิดโล่งเพื่อใช้สังเกตการณ์ ซึ่งนักพยากรณ์จะขีดเส้นกำหนดไว้ด้วยไม้เท้า ดังนั้นจึงทำให้มีความเกี่ยวข้องทางศาสนา หรือไสยศาสตร์กับวิหารของชาวโรมัน ในยุคต่อมาคำนี้หมายถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์โดยทั่วไปที่สร้างถวายให้แก่เทพเจ้า หรือสักการสถาน

 

          เราไม่จำเป็นต้องไปถึงอียิปต์ หรือเมโสโปเตเมีย เพื่อทำความรู้จักกับวิหาร ประเทศอินเดียมีวิหารมากยิ่งกว่าประเทศใดในโลก และเราไม่ต้องเดินทางไปถึงแคว้นพาราณสี เพื่อจะค้นหาวิหารฮินดู อันที่จริง สถาปัตยกรรมอินเดียเกี่ยวข้องกับการวางแผนสร้างวิหารมาตั้งแต่ยุคแรก ๆ ดังนั้น สถาปัตยกรรมจึงเก่าแก่พอ ๆ กับศาสนา นักบุญโทมัส อากวีนัส เป็นผู้บอกเราในบทเทศน์ของท่านสำหรับวันฉลองพระคริสตกายา (ในพิธีกรรมเก่า) ว่า “ในทุกที่ และทุกเวลา มนุษย์ปรารถนาให้พระเจ้าเข้ามาใกล้ชิดเขา และไม่มีชนชาติใดในโลกที่พระเจ้าเข้ามาใกล้ชิดกับมนุษย์เท่ากับพระเจ้าของเราทรงใกล้ชิดเรา” ท่านหมายถึงวัดคริสต์ และตู้ศีล ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งพระเยซูเจ้าประทับอยู่เป็นเพื่อนของเราในศีลมหาสนิท เมื่อนักบุญเปาโลเริ่มต้นเทศน์เป็นครั้งแรกที่เมืองเอเธนส์ ท่านกล่าวว่า “ชาวเอเธนส์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าพบว่าท่านมีความเลื่อมไสในศาสนามากจริง ๆ เมื่อข้าพเจ้าเดินชมเมือง สังเกตเห็นปูชนียวัตถุต่าง ๆ ของท่าน พบแท่นบูชาแท่นหนึ่งมีคำจารึกว่า ‘แด่พระเจ้าที่เราไม่รู้จัก’ “ (กจ 17:23)

          แต่เมื่อเราเริ่มต้นพูดในบริบทของชาวยิวที่เชื่อว่ามีพระเจ้าหนึ่งเดียว เราจำเป็นต้องพูดถึงวิหารของกรุงเยรูซาเล็ม ก่อนจะมีการนิยมสร้างวิหาร ชาวอิสราเอลมีเพียงกระโจมที่พวกเขานำติดตัวไปด้วยระหว่างการเดินทางในทะเลทราย หลังจากได้จัดตั้งสมาพันธ์ขึ้นในคานาอัน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าตั้งอยู่ที่กิลกัล และต่อมาก็ย้ายมาที่เชเคม และท้ายที่สุดที่ไชโล กษัตริย์ดาวิด เป็นผู้ปลดปล่อยหีบพันธสัญญาให้เป็นอิสระจากพวกฟิลิสติน พระองค์ทรงทำให้เยรูซาเล็ม เป็นสถานที่พักของหีบพันธสัญญา พระองค์ทรงต้องการทำให้เมืองนี้เป็นทั้งศูนย์กลางทางการเมือง และศาสนาของอิสราเอล ด้วยเจตนาเช่นนี้ หลังจากพระองค์ทรงสร้างสถานที่พำนักสำหรับพระองค์เองแล้ว พระองค์ได้ทรงปรึกษากับประกาศกเกี่ยวกับการสร้างสถานที่พำนักสำหรับพระยาเวห์ แต่พระเจ้าทรงขัดขวางแผนการของดาวิด เพราะดาวิดเป็นบุคคลที่มือเปื้อนเลือด ดังนั้น จึงตกเป็นหน้าที่ของกษัตริย์ซาโลมอน ที่จะสร้างวิหารในกรุงเยรูซาเล็ม ด้วยเหตุนี้ เยรูซาเล็ม จึงเป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับชาวอิสราเอล เพราะเป็นศูนย์กลางของความต้องการของพวกเขา

 

          ผู้เชี่ยวชาญด้านพระวรสารชื่อคอร์นีเลียส อา ลาปิเด บรรยายถึงพระวิหารของซาโลมอน ไว้ดังนี้ “พระวิหารของซาโลมอน ประกอบด้วยส่วนสำคัญสองส่วน คือส่วนที่เป็นห้องโถงด้านหน้า และส่วนที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง (Holy of Holies) ในห้องโถงด้านหน้า หรือวิหารสำหรับฆราวาส เป็นที่ตั้งพระแท่นทองคำสำหรับวางกำยาน ซึ่งจะจุดไฟศักดิ์สิทธิ์ไว้ตลอดเวลา และกลิ่นหอมของกำยานจะลอยขึ้นไปยังพระบัลลังก์ของพระยาเวห์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่งนี้เป็นห้องด้านใน และเป็นส่วนที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่า ที่ซึ่งพระสงฆ์เท่านั้นสามารถเข้าไปได้ พระแท่นถวายยัญบูชาตั้งอยู่ที่นี่ และส่วนนี้คือส่วนที่เรียกว่า ‘พระวิหารของพระเจ้า’”

 

          เมื่อคิดถึงพระวิหาร เราอดคิดไม่ได้ว่านี่คือพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่ง นักบุญยอห์น ยูดส์ กล่าวถึงความเหมือนนี้ในบทความเกี่ยวกับดวงพระทัยของพระนางมารีย์ ว่า “พระจิตเจ้าทรงเป็นผู้สร้างพระวิหารอันเลิศล้ำนี้ ผนึกด้วยโลหิตพรหมจารีของพระนางมารีย์ เสกให้ศักดิ์สิทธิ์ด้วยน้ำมันเจิมแห่งพระเทวภาพ สร้างถวายแด่พระองค์ผู้ทรงเป็นความรักนิรันดร นี่คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์กว่า มั่งคั่งกว่า และควรเคารพมากกว่าวิหารใด ไม่ว่าจะเป็นวิหารทางวัตถุ หรือวิหารฝ่ายจิต ซึ่งเคยมีอยู่บนแผ่นดิน หรือสวรรค์ ภายในพระวิหารซึ่งเหมาะสมคู่ควรกับพระองค์นี้เอง ที่พระเจ้าทรงได้รับการนมัสการอย่างเหมาะสม และเป็นอมตะ และจะล่วงละเมิดมิได้! ความปรักหักพัง หรือการจาบจ้วง หรือการทุราจารไม่อาจแตะต้องได้ พระวิหารนี้ตกแต่งด้วยความครบครันทุกประการ และคุณธรรมทุกประการ เสมือนรูปภาพมีชีวิตจำนวนมาก เป็นบุญของผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในพระวิหารที่สร้างขึ้นด้วยพระหัตถ์ของพระเจ้า เพื่อจะได้ชื่นชมกับความมั่งคั่ง เพ่งพิศความหรูหรา และเพื่อจะมีชีวิต และสิ้นใจภายในวิหารนี้ในปิติศานต์แห่งความรักอันไร้ขอบเขต”

 

          พระเยซูเจ้าเองอาจเป็นผู้เสนอแนะบทเร้าวิงวอนข้อนี้ ระหว่างชีวิตสาธารณะของพระองค์ พระคริสตเจ้าตรัสถึงพระกายศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ในฐานะพระวิหาร เมื่อชาวยิวถามพระองค์ว่า “ท่านมีเครื่องหมายอะไรแสดงให้เรารู้ว่าท่านมีอำนาจทำดังนี้” (เมื่อพระองค์ทรงขับไล่ทั้งลูกค้า และพ่อค้าออกไปนอกพระวิหาร) พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “จงทำลายพระวิหารนี้ แล้วเราจะสร้างขึ้นใหม่ภายในสามวัน” ชาวยิวพูดว่า “วิหารหลังนี้ต้องใช้เวลาสร้างถึงสี่สิบหกปี แล้วท่านจะสร้างขึ้นใหม่ในสามวันหรือ?” แต่พระองค์กำลังตรัสถึงพระวิหารซึ่งหมายถึงพระกายของพระองค์” (ยน 2:18-20) เห็นได้ชัดว่าพระเยซูเจ้าไม่ได้กำลังตรัสถึงพระวิหารที่สร้างด้วยหิน และปูน แต่ทรงหมายถึงการฟื้นคืนชีพของพระองค์ สามวันหลังจากทรงถูกตรึงกางเขน และถูกฝัง

 

เป็นการสมควรที่จะอธิบายข้อความที่ยอห์น ยูดส์ กล่าวไว้ข้างต้นนี้ให้ชัดเจน

 

          พระหฤทัยของพระเยซูเจ้าไม่ได้เป็นเพียงพระวิหาร แต่ยังเป็นพระแท่นถวายยัญบูชาด้วย ในที่นี้ ไฟศักดิ์สิทธิ์แห่งความรักของพระเจ้าลุกไหม้อยู่ตลอดทั้งวันทั้งคืน ในที่นี้ องค์มหาปุโรหิตเป็นผู้ถวายยัญบูชาอันทรงค่าไร้ขอบเขต โดยทรงถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชาล้ำค่าเพื่อพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า และความรอดของมนุษย์ ท้ายที่สุด พระองค์ทรงเป็นพระแท่น ซึ่งจากพระแท่นนี้ คำภาวนาอันทรงพลังลอยขึ้นเสมือนหมอกควันกำยานจากเตาทองคำ อันเป็นสัญลักษณ์ของการนมัสการพระเจ้า

 

          การนมัสการของคริสตชนไม่ใช่การนมัสการส่วนตัวของแต่ละบุคคล แต่มีมิติทางสังคมรวมอยู่ด้วย ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีหน้าที่ถวายคำภาวนา และนมัสการพระเจ้าเป็นประจำในฐานะหมู่คณะ การนมัสการของเราอาจเรียกได้ว่าเป็นการถวายเกียรติ ขอบพระคุณ และวิงวอนขอ การถวายเกียรติของเราเองนั้นปราศจากความสำคัญโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องนำมารวมกับพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า ซึ่งทรงถวายเกียรติ และนมัสการพระเจ้าอยู่เสมอ ด้วยวิธีเดียวกันนี้ คำโมทนาคุณของเราสำหรับพระคุณอันไม่มีวันหมดสิ้นของพระเจ้า เมื่อนำมารวมกับยัญบูชาในศีลมหาสนิทแล้วย่อมมีความหมายมากขึ้น เราต้องระลึกไว้เสมอว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นคนกลางหนึ่งเดียวที่ประทับยืนเบื้องหน้าพระบิดาเพื่อวิงวอนขอในนามของเรา(ฮบ 9:15)

» พระหฤทัยพระเยซู บุตรแห่งพระบิดานิรันดร

» พระหฤทัยพระเยซู ที่พระจิตทรงตกแต่งในครรโภทรแห่งพระมารดาพรหมจารี

» พระหฤทัยพระเยซู ร่วมสภาวะกับพระวจนาตถ์แห่งพระเจ้า

» พระหฤทัยพระเยซู ทรงมหิทธิศักดิ์ไม่มีขอบเขต

» พระหฤทัยพระเยซู วิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า

» พระหฤทัยพระเยซู ตำหนักแห่งพระเจ้าสูงสุด

» พระหฤทัยพระเยซู เคหะของพระเจ้า และประตูสวรรค์

» พระหฤทัยพระเยซู เตาไฟโชติช่วงแห่งความรัก

» พระหฤทัยพระเยซู เครื่องรองรับความยุติธรรม และความรัก

» พระหฤทัยพระเยซู เปี่ยมด้วยคุณงาม และความรัก

» พระหฤทัยพระเยซู ขุมฤทธิ์กุศลทั้งปวง

» พระหฤทัยพระเยซู สมแก่คำสรรเสริญทุกประการ

» พระหฤทัยพระเยซู ราชา และศูนย์รวมแห่งดวงใจทั้งหลาย

» พระหฤทัยพระเยซู ขุมพระปรีชาญาณ และความรู้ทั้งปวง

» พระหฤทัยพระเยซู ที่ประทับแห่งพระเทวภาพครบบริบูรณ์

» พระหฤทัยพระเยซู ที่สบพระทัยแห่งพระบิดา

» พระหฤทัยพระเยซู ที่เราได้รับทานจากความบริบูรณ์ของพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ความปรารถนาแห่งเนินเขานิรันดร

» พระหฤทัยพระเยซู ทรงอดทน และเมตตากรุณา

» พระหฤทัยพระเยซู ความมั่งคั่งสำหรับทุกคนที่มาวิงวอนพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ธารแห่งชีวิต และความศักดิ์สิทธิ์

» พระหฤทัยพระเยซู ทรงชดเชยบาปของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู ถูกสบประมาทอย่างท่วมท้น (Loaded with opprobrium)

» พระหฤทัยพระเยซู แหลกราญด้วยอาชญากรรมของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู นอบน้อมจนสิ้นพระชนม์

» พระหฤทัยพระเยซู ถูกแทงด้วยหอก

» พระหฤทัยพระเยซู ธารความทุเลาบรรเทา

» พระหฤทัยพระเยซู ชีวิต และการคืนชีพของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู สันติภาพ และการคืนดีของเรา

» พระหฤทัยพระเยซู ยัญบูชาไถ่บาปมนุษย์

» พระหฤทัยพระเยซู ความรอดของผู้วางใจในพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ความวางใจของผู้ที่ตายในพระองค์

» พระหฤทัยพระเยซู ความโสมนัสปรีดาแห่งนักบุญทั้งหลาย

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย