Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

ภาคผนวก

2

การนมัสการอันเป็นรูปแบบหนึ่งอันดีเลิศของศาสนา

พระสันตะปาปา เลโอ ที่13 ในพระสมณสาสน์ Annum Sacrum :

          “หลายครั้งที่เราได้รับการเสนอให้ส่งเสริมความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ และทำให้รูปแบบของความศรัทธาอันล้ำเลิศนี้เด่นชัดยิ่งขึ้น ในการทำดังนี้ เราเจริญรอยตามพระสันตะปาปาองค์ก่อน ๆ เช่นอินโนเซนต์ ที่ 12, เบเนดิกต์ ที่ 13, คลีเมนต์ ที่ 13, ปีโอ ที่ 6, ปีโอ ที่ 7 และปีโอ ที่ 9 นี่คือจุดมุ่งหมายของกฤษฎีกาของเราลงวันที่ 28 มิถุนายน 1889 ซึ่งเราได้ยกการฉลองพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ให้เป็นพิธีกรรมชั้นที่หนึ่ง”

 

          “แต่ในวันนี้ เราประสงค์จะถวายเกียรติให้มากยิ่งขึ้นอีก ซึ่งจะสมบูรณ์และเหนือกว่าพระเกียรติทั้งหมดที่ถวายแด่พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ตามประเพณี และเรามั่นใจว่าพระเยซูคริสตเจ้า พระผู้ไถ่ของเรา จะทรงพอพระทัยที่สุดกับการถวายเกียรติครั้งนี้”

พระสันตะปาปา ปีโอ ที่11 ในพระสมณสาสน์ Miserentissimus Redemptor :

          “เทววิทยาว่าด้วยพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า คือศาสนาคริสต์อันครบถ้วน ซึ่งถูกดึงดูดเข้าไปหาพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า เสมือนเป็นศูนย์กลางอันเรืองรองของตน และแสดงตัวต่อเราในแง่มุมที่น่าพึงพอใจที่สุด …”

 

          “พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 13 ผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้าเรา ได้ตรัสอย่างถูกต้องแล้วว่า เราควรตั้งความหวังทั้งหมดของเราไว้ในพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า และเราต้องแสวงหาความรอดของมนุษย์จากพระหฤทัยนี้”

 

          “ไม่จริงหรือที่สาระสำคัญของศาสนาทั้งปวง ซึ่งเป็นแบบแผนการเจริญชีวิตที่ครบครันยิ่งขึ้น บรรจุอยู่ในเครื่องหมายอันประเสริฐสุดนั้น และในรูปแบบของความศรัทธาที่เกิดจากเครื่องหมายนั้น เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์รู้จักพระคริสตเจ้า พระเจ้าของเราอย่างลึกซึ้ง และทำให้หัวใจของเขารักพระองค์อย่างร้อนรนมากขึ้น และเลียนแบบพระองค์ให้มากยิ่งขึ้น?”

 

พระสันตะปาปา ปีโอ ที่12 ในพระสมณสาสน์ Haurietis Aquas :

          “ถ้าเราพิจารณาลักษณะพิเศษของการนมัสการพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ จะเห็นได้ชัดว่าการนมัสการนี้เป็นศาสนกิจที่ล้ำเลิศที่สุด เพราะเรียกร้องให้เรายอมถวายดวงใจของเราอย่างครบถ้วน และเต็มที่แด่ความรักของพระผู้ไถ่ ซึ่งพระหฤทัยที่บาดเจ็บของพระองค์เป็นเครื่องหมายอันมีชีวิตของความรักของพระองค์ต่อเรา และเห็นได้ชัดอีกเช่นกันว่า จุดมุ่งหมายสำคัญของการนมัสการ และความศรัทธานี้ คือให้เราตอบแทนความรักของพระเจ้าด้วยความรักของเราเอง…”

 

          “สาเหตุหลักที่ความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์แพร่หลาย เป็นเพราะความศรัทธานี้สอดคล้องกับแก่นแท้ของคริสตศาสนาซึ่งเป็นศาสนาแห่งความรัก ดังนั้น เราจึงไม่สามารถระบุได้ว่าความศรัทธานี้เริ่มต้นขึ้นเพราะพระเจ้าทรงเผยแสดงเป็นการส่วนตัว หรือเกิดขึ้นในทันทีทันใดในพระศาสนจักร หากแต่เบ่งบานด้วยตนเองจากความเชื่ออันมีชีวิต และหนักแน่น ซึ่งความเชื่อนี้ทำให้มนุษย์ที่อุดมด้วยพระหรรษทานเหนือธรรมชาติ ถูกโน้มน้าวให้แสดงความเคารพต่อพระผู้ไถ่ และบาดแผลอันทรงเกียรติของพระองค์ ซึ่งเป็นหลักฐานแสดงความรักอันมหาศาลของพระองค์ และควรจะประทับใจมนุษย์เป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น การเผยแสดงต่อมาร์กาเร็ต มารีย์ จึงไม่ได้เสนอข้อความเชื่อใหม่ ๆ ให้คำสอนคาทอลิก แต่ความสำคัญของการเผยแสดงอยู่ที่ว่า พระคริสตเจ้าผู้ทรงแสดงให้เห็นพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ทรงต้องการเป็นพิเศษที่จะเตือนมนุษยชาติให้กลับมาเพ่งพิศ และแสดงความเคารพต่อธรรมล้ำลึกแห่งความรักของพระเจ้าผู้ทรงเมตตายิ่ง และด้วยการสำแดงเป็นพิเศษนี้ พระคริสตเจ้าทรงนำเสนอพระหฤทัยของพระองค์ด้วยคำพูดที่ชัดเจน และย้ำบ่อยครั้งว่าเป็นสัญลักษณ์ที่ควรชักนำมนุษย์ให้มารู้จัก และยอมรับความรักของพระองค์ และในเวลาเดียวกัน พระองค์ทรงสถาปนาพระหฤทัยนี้ให้เป็นเครื่องหมาย และมัดจำแห่งความเมตตาของพระองค์ และพระหรรษทานที่จำเป็นสำหรับพระศาสนจักรในยุคของเรา”

 

เป้าหมายทางวัตถุของความศรัทธา

พระสันตะปาปา ปีโอ ที่12 : Haurietis Aquas

          “เพื่อให้ทุกคนเข้าใจความหมายของการนมัสการนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งข้อความในพันธสัญญาเดิม และพันธสัญญาใหม่ที่อ้างถึงการนมัสการนี้ เราต้องระลึกไว้เสมอว่า เหตุใดพระศาสนจักรจึงเสนอการนมัสการแด่พระหฤทัยของพระผู้ไถ่…เหตุผลมีอยู่ 2 ประการ ประการแรก ซึ่งหมายความรวมถึงอวัยวะอื่น ๆ ของพระกายของพระเยซูคริสตเจ้าด้วย อยู่ที่หลักการที่เรายอมรับว่าพระหฤทัยของพระองค์ อันเป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของธรรมชาติมนุษย์ เป็นส่วนหนึ่งของพระบุคคลของพระวจนาตถ์ ดังนั้น จึงควรได้รับการนมัสการ เช่นเดียวกับที่พระศาสนจักรถวายเกียรติแด่พระบุคคลของพระบุตรของพระเจ้าผู้มาบังเกิดเป็นมนุษย์ เหตุผลอีกประการหนึ่ง ซึ่งอ้างถึงพระหฤทัยของพระผู้ไถ่ และดังนั้นจึงเรียกร้องให้ถวายการนมัสการด้วยวิธีการพิเศษ คือความจริงที่ว่าพระหฤทัยของพระองค์เป็นเครื่องหมาย และสัญลักษณ์ทางธรรมชาติของความรักอันไร้ขอบเขตต่อมนุษยชาติมากยิ่งกว่าอวัยวะอื่นในพระกายของพระองค์”

 

          “พระหฤทัยของพระวจนาตถ์ สมควรถูกถือว่าเป็นเครื่องหมายและสัญลักษณ์สำคัญของความรักสามประการ ซึ่งเป็นความรักที่พระผู้ไถ่ทรงรักพระบิดานิรันดรและมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ก่อนอื่น นี่คือสัญลักษณ์ของความรักของพระเยซูเจ้าที่ทรงมีต่อพระบิดาและพระจิตเจ้า แต่เป็นความรักในองค์พระวจนาตถ์เท่านั้นที่สำแดงต่อเราในร่างกายมนุษย์ที่อ่อนแอ และเปราะบาง…ประการที่สอง นี่คือสัญลักษณ์ของความรักอันร้อนรน ซึ่งซึมซาบเข้าสู่วิญญาณของพระองค์ และสร้างความอุดมบริบูรณ์ให้แก่น้ำใจมนุษย์ของพระคริสตเจ้า การแสดงความรักเมตตานี้ได้รับการส่องสว่าง และนำทางโดยความรู้อันครบครันสองอย่าง คือความรู้ที่ได้รับโดยตรงจากพระเจ้า และความรู้จากการซึมซับ และท้ายที่สุด เป็นสัญลักษณ์โดยตรง และเป็นธรรมชาติมากกว่าของความรักทางอารมณ์ ซึ่งพระกายของพระเยซูคริสตเจ้า ที่ได้รับการปั้นแต่งโดยพระจิตเจ้าในครรภ์ของพระนางพรหมจารีย์ สามารถรู้สึกและเข้าใจได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด อันที่จริง ทรงรู้สึกและเข้าใจได้มากยิ่งกว่าร่างกายของมนุษย์อื่น ๆ ทุกคน”

 

          “ด้วยเหตุนี้ จากอวัยวะทางร่างกายของพระหฤทัยของพระเยซูคริสตเจ้า และจากความหมายตามธรรมชาติ เราจึงสามารถ และต้องพยายามบรรลุถึงไม่เพียงการเพ่งพิศความรักทางประสาทสัมผัสของพระองค์ แต่รวมถึงการพิจารณา และนมัสการความรักฝ่ายจิตของพระองค์ ด้วยความช่วยเหลือจากความเชื่อของคริสตชน และท้ายที่สุด ให้บรรลุถึงการนมัสการความรักฉันพระเจ้าของพระวจนาตถ์…นี่คือสิ่งที่สมควรกระทำ ทั้งนี้ด้วยความเชื่อว่า ธรรมชาติมนุษย์และธรรมชาติพระเจ้ามารวมเป็นหนึ่งเดียวกันในพระบุคคลของพระคริสตเจ้า ความเชื่อนี้ช่วยให้เราเล็งเห็นความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างความรักทางประสาทสัมผัสของพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า และความรักฝ่ายจิตของทั้งธรรมชาติมนุษย์ และธรรมชาติพระเจ้าของพระองค์ ความรักทั้งสามอย่างนี้ ไม่เพียงดำรงอยู่ในขณะเดียวกันในพระบุคคลของพระผู้ไถ่ แต่ยังรวมกันด้วยความผูกพันทางธรรมชาติ เพราะความรักฉันมนุษย์ และทางประสาทสัมผัส อยู่ภายใต้บังคับของความรักของพระเจ้า ดังนั้น จึงเป็นภาพสะท้อนความรักของพระเจ้า”

 

          “ดังนั้น จึงจำเป็นที่ทุกคนต้องจำไว้เสมอว่าสัญลักษณ์ที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างพระหฤทัยทางกายภาพของพระเยซูเจ้า และพระบุคคลของพระวจนาตถ์ มีพื้นฐานอยู่ที่ความจริงข้อแรกเกี่ยวกับการร่วมสภาวะเดียวกัน ผู้ที่ปฏิเสธความจริงข้อนี้รื้อฟื้นความหลงผิดที่พระศาสนจักรเคยประณามบ่อยครั้ง เพราะเขาปฏิเสธความเป็นหนึ่งเดียวของสองธรรมชาติในพระบุคคลของพระคริสตเจ้า” (ความเชื่อคริสตชน หน้า 239-240)

หน้าถัดไป >>>

ความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ในอดีต และปัจจุบัน
รากฐานความเชื่อของความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า
คำขอร้องของพระสันตะปาปา
ความศรัทธานี้ และความศรัทธาอื่นๆ
พระหฤทัยรักของพระเยซูคริสตเจ้า
พระบุคคลของพระเยซูคริสตเจ้า
สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมาย
ความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ในปัจจุบัน
การชดเชยบาปต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์
การปลอบโยนพระเยซูเจ้า
คำสัญญา 9 ข้อ ของพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์
ความเหมาะสมของความศรัทธาในสหัสวรรษที่ 3
บทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ และบทเร้าวิงวอนอื่นๆ
บทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์
คำอธิบายคำวิงวอนในบทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์
ภาคผนวก
  

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com