สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

ขอบเขตของสิทธิมนุษยชน
ตามรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย

วิรุฬห์  ฉันท์ธนนันท์  (อัยการจังหวัดตราด) ผู้แต่งและเรียบเรียง

3

3.  การจำกัดสิทธิและเสรีภาพโดยรัฐธรรมนุญเองหรือกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจ

สิทธิและเสรีภาพของบุคคลดังกล่าวมาในข้อ 2  ได้รับการรับรองและคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.2550  ในแต่ละมาตราดังกล่าวแล้ว  หรือแม้แต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับก่อน ๆ  บางฉบับก็ให้การรับรองและคุ้มครองเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามสิทธิและเสรีภาพนี้ก็หาใช่สามารถใช้โดยไม่มีขอบเขตไม่  บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญเองหรือกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้  ได้บัญญัติข้อยกเว้นไว้เพื่อจำกัดสิทธิและเสรีภาพเช่นว่านี้ในบางอย่าง ดังจะเห็นได้จากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.2550  มาตรา  32, 33, 34, 41, 42, 43, 45, 56, 63  นั้นเองต่างก็บัญญัติข้อยกเว้นเอาไว้ว่า  ให้จำกัดสิทธิและเสรีภาพบางอย่างได้ดังจะกล่าวในตัวอย่างดังต่อไปนี้

        3.1  กรณีบุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย  การจับและการคุมขังรวมทั้งการค้นตัวบุคคลจะกระทำมิได้  (มาตรา  32 วรรคแรก  วรรคสาม  และวรรคสี่  แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.2550) 

  ในเรื่องการจับ  การคุมขังและการค้นตัวบุคคลจะกระทำมิได้นั้น  มาตรา  32    วรรคสาม และวรรคสี่  ได้บัญญัติข้อยกเว้นให้กระทำได้ในเรื่องการจับและคุมขังของบุคคล  ถ้าหากมีคำสั่งหรือหมายของศาล  หรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายอื่นบัญญัติ  เช่น กรณีดังต่อไปนี้

  ตัวอย่าง  กรณีตาม ป.วิ อาญา  มาตรา 78 (1) และ (2)  ที่ให้อำนาจตำรวจจับผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าหรือบุคคลที่มีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่า  น่าจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายให้แก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น  โดยมีเครื่องมือ  อาวุธ  หรือวัตถุอย่างอื่นอันสามารถอาจใช้ในการกระทำความผิด  กรณีนี้ตำรวจสามารถจับได้โดยไม่ต้องมีหมายจับของศาล  อันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้

   ตัวอย่าง  กรณีตาม ป.วิ อาญา  มาตรา 93  ที่ให้อำนาจตำรวจค้นบุคคลในที่สาธารณสถานได้เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่า  บุคคลนั้นมีสิ่งของไว้ในครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด  หรือซึ่งได้มาจากการกระทำความผิด  หรือซึ่งมีไว้ในความผิด  เช่น  ค้นตัวบุคคลที่น่าสงสัยว่าพกอาวุธปืนที่ไม่มีเครื่องหมายทะเบียน  หรือครอบครองยาเสพติด  หรือครอบครองสิ่งของที่ลักทรัพย์มา  กรณีนี้ตำรวจสามารถค้นตัวบุคคลดังกล่าวได้  อันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้

        3.2  กรณีบุคคลย่อมมีเสรีภาพในเคหสถานและได้รับความคุ้มครองในการอยู่อาศัยและครอบครองเคหสถานโดยปกติสุข  การเข้าไปในเคหสถานโดยปราศจากความยินยอมของผู้ครอบครองหรือการตรวจค้นในเคหสถานหรือในที่รโหฐานจะกระทำมิได้ (มาตรา 33  วรรคหนึ่ง  วรรคสอง  และ วรรคสาม   แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.2550) 

  ในกรณีนี้มีข้อยกเว้นในมาตรา  33  วรรคสาม  ให้เข้าไปในเคหสถานโดยปราศจากความยินยอมของผู้ครอบครองหรือตรวจค้นเคหสถานได้  หากมีคำสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายอื่นบัญญัติ  เช่น  กรณีดังต่อไปนี้

   ตัวอย่าง  กรณีตาม ป.วิ อาญา  มาตรา  92 (1)(2)(3)(4)  ที่ให้อำนาจตำรวจค้นที่รโหฐาน  เช่น  บ้านพักของบุคคลโดยไม่ต้องมีหมายค้นของศาล  หากปรากฏความผิดซึ่งหน้ากำลังกระทำลงในที่รโหฐาน  หรือมีพยานหลักฐานตามสมควรว่า  สิ่งของที่มีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยการกระทำความผิดหรือได้ใช้หรือมีไว้เพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด  หรืออาจเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์การกระทำความผิดได้ซ่อนหรืออยู่ในนั้น  ประกอบทั้งต้องมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้สิ่งของนั้นจะถูกโยกย้ายหรือทำลายเสียก่อน  อันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้

        3.3  กรณีบุคคลย่อมมีเสรีภาพในการเดินทางและเลือกถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร  การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำมิได้  (มาตรา  34  วรรคแรกและวรรคสอง  แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.2550) 

  ในกรณีนี้มีข้อยกเว้นในมาตรา  34  วรรคสอง  ให้มีการจำกัดเสรีภาพในการเดินทางหรือเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ได้  โดยให้มีกฎหมายเฉพาะบัญญัติยกเว้นไว้อีกชั้นหนึ่งตามที่มาตรา  34  วรรคสอง  ให้อำนาจไว้เพื่อความมั่นคงของรัฐ  ความสงบเรียบร้อย  หรือสวัสดิภาพของประชาชน  การผังเมือง  หรือเพื่อสวัสดิภาพของผู้เยาว์  เช่น  กรณีดังต่อไปนี้

  ตัวอย่างย่าง  พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522  มาตรา 11, 62  ที่จำกัดเสรีภาพในการเดินทางของบุคคลไว้ว่า  บุคคลซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรจะต้องเดินทางเข้ามาหรือออกไปตามช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองเขตท่าสถานีหรือท้องที่และตามกำหนดเวลา  ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีจะได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  อันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้

  ตัวอย่าง  ในเรื่องการจำกัดเสรีภาพของบุคคลในการเลือกถิ่นที่อยู่  โดยห้ามบุคคลบุกรุกเข้าไปในป่าหรือป่าสงวนแห่งชาติ  ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้  พ.ศ.2484  มาตรา  54, 72 ตรี  และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507  มาตรา 14, 31  อันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้

        3.4  กรณีสิทธิของบุคคลในทรัพย์สินย่อมได้รับความคุ้มครอง  (มาตรา 41  แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.2550) 

  ในกรณีนี้มีข้อยกเว้นในมาตรา 41  วรรคแรก  บัญญัติว่าขอบเขตแห่งสิทธิและการจำกัดสิทธิในเรื่องนี้ให้ทำได้ตามที่กฎหมายบัญญัติ  เช่น  กรณีดังต่อไปนี้

   ตัวอย่าง  ในเรื่องของการจำกัดสิทธิของบุคคลในทรัพย์สินของตนเอง  โดยห้ามบุคคลใดใช้สิทธิของตนเป็นเหตุให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเสียหาย  หรือเดือดร้อนเกินที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปรกติและเหตุอันควรในเมื่อเอาสภาพและตำแหน่งที่อยู่แห่งทรัพย์สินนั้นมาคำนึงประกอบ  เจ้าของอสังหาริมทรัพย์มีสิทธิจะปฏิบัติการเพื่อยังความเสียหายหรือเดือดร้อนนั้นให้สิ้นไป  ทั้งนี้ไม่ลบล้างสิทธิที่จะเรียกเอาค่าทดแทน  ตาม ป.พ.พ. มาตรา  1337  อันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้

   ตัวอย่าง  การจำกัดสิทธิทางทรัพย์สินของบุคคลโดยอาจเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือบ้าน  หากถูกผู้อื่นครอบครองปรปักษ์  ตาม ป.พ.พ. มาตรา  1382  อันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้

   ตัวอย่าง  การจำกัดสิทธิทางทรัพย์สินของบุคคลโดยให้เจ้าของอาวุธปืนต้องไปขอและได้รับอนุญาตให้มีหรือใช้อาวุธปืน  ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน  ฯลฯ  พ.ศ.2490  อันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้

        3.5  กรณีการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์จะกระทำมิได้  (มาตรา 42  แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.2550) 

  ในกรณีนี้มีข้อยกเว้นในมาตรา  42  วรรคแรก  ให้มีการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ได้ในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้เวนคืนอสังหาริมทรัพย์  เฉพาะกิจการของรัฐเพื่อการอันเป็นสาธารณูปโภค  การอันจำเป็นในการป้องกันประเทศ  การได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ  การผังเมือง  การส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม  การพัฒนาการเกษตรหรือการอุตสาหกรรม  การปฏิรูปที่ดิน  การอนุรักษ์โบราณสถานและแหล่งทางประวัติศาสตร์  หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น  และต้องชดใช้ค่าทดแทนที่เป็นธรรมภายในเวลาอันควรแก่เจ้าของตลอดจนผู้ทรงสิทธิบรรดาที่ได้รับความเสียหายในการเวนคืนนั้น  ทั้งนี้  ตามที่กฎหมายบัญญัติ  เช่น  กรณีดังต่อไปนี้

   ตัวอย่าง  เมื่อรัฐมีความจำเป็นที่จะต้องได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการใดๆ อันจำเป็นเพื่อการอันเป็นสาธารณูปโภคหรือการอันจำเป็นในการป้องกันประเทศหรือการได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติหรือเพื่อการผังเมืองหรือเพื่อการพัฒนาการเกษตรหรือการอุตสาหกรรมหรือเพื่อการปฏิรูปที่ดินหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่นถ้ามิได้ตกลงในเรื่องการโอนไว้เป็นอย่างอื่นให้ดำเนินการเวนคืนตามบทแห่งพระราชบัญญัติ  ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์  พ.ศ.2530 ทั้งนี้เป็นไปตาม  มาตรา 5  แห่งพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์  พ.ศ.2530  อันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้

        3.6  กรณีบุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบกิจการหรือประกอบอาชีพและการแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรม  การจำกัดเสรีภาพเช่นว่านี้จะกระทำมิได้  (มาตรา  43  แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.2550) 

  กรณีนี้มีข้อยกเว้นในมาตรา  43  วรรคสอง  ให้จำกัดเสรีภาพในการประกอบอาชีพหรือประกอบกิจการได้  โดยมีกฎหมายบัญญัติไว้  เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐหรือเศรษฐกิจของประเทศ  การคุ้มครองประชาชนในด้านสาธารณูปโภค  การรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน  การจัดระเบียบการประกอบอาชีพ  การคุ้มครองผู้บริโภค  การผังเมือง  การรักษาทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม  สวัสดิภาพของประชาชน  หรือเพื่อป้องกันการผูกขาดหรือขจัดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน  เช่น  กรณีดังต่อไปนี้

   ตัวอย่าง  การจำกัดเสรีภาพในการประกอบอาชีพของบุคคลที่ให้คนต่างด้าวทำงานได้บางประเภทและในบางท้องที่ตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551  มาตรา 7, 9, 51 อัน เป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้

   ตัวอย่าง  การจำกัดเสรีภาพของบุคคลในการประกอบธุรกิจหรือกิจการโรงแรมที่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเสียก่อน  ตาม พ.ร.บ.โรงแรม  พ.ศ.2547  มาตรา 15, 59  อันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้

        3.7  กรณีบุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น   การพูด  การเขียน  การพิมพ์  การโฆษณา  และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น  การจำกัดเสรีภาพเช่นว่านี้จะกระทำมิได้  (มาตรา 45  แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.2550) 

  กรณีนี้มีข้อยกเว้นในมาตรา  45  วรรคสอง  ให้จำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น   การพูด  การเขียน  การพิมพ์  การโฆษณา  และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น  หากมีกฎหมายบัญญัติไว้เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ  เพื่อคุ้มครองสิทธิ  เสรีภาพ  เกียรติยศ  ชื่อเสียง  สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น  เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน  หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชน  เช่น  กรณีดังต่อไปนี้

   ตัวอย่าง  การจำกัดเสรีภาพของบุคคลในการแสดงความคิดเห็น  การพูด  การเขียน  การพิมพ์  หรือการโฆษณา  ในกรณีที่ข้อความนั้นเป็นหมิ่นประมาทตามนัยประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 326  และไม่เข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329  อันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้

   ตัวอย่าง  การจำกัดเสรีภาพของบุคคลในการแสดงความคิดเห็น  การพูด  การเขียน  การพิมพ์  หรือการโฆษณา  ในกรณีที่เข้าข่ายเป็นความผิดฐานเป็นกบฏ  ตามประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 113  หากมีการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญจะใช้กำลังประทุษร้าย  เพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ  หรือล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ  หรืออำนาจบริหาร (รัฐบาล) อันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้

   ตัวอย่าง  การจำกัดเสรีภาพของบุคคลในการแสดงความคิดเห็น  การพูด  การเขียน  การพิมพ์  หรือการโฆษณา  ในกรณีที่เข้าข่ายเป็นความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136  หรือกรณีอื่นตามประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 85, 115, 116, 117  เป็นต้น อันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้

        3.8  กรณีบุคคลย่อมมีสิทธิได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยราชการ  หน่วยงานของรัฐ  รัฐวิสาหกิจ  หรือราชการส่วนท้องถิ่น  (มาตรา  56  แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.2550) 

  กรณีนี้มีข้อยกเว้นในมาตรา  56  ด้วยว่า  สิทธิเช่นว่านี้อาจถูกจำกัดหากการเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารนั้นจะกระทบต่อความมั่นคงของรัฐความปลอดภัยของประชาชน  หรือส่วนได้เสียอันพึงได้รับความคุ้มครองของบุคคลอื่น  หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล  ทั้งนี้  ตามที่กฎหมายบัญญัติ  เช่น  กรณีดังต่อไปนี้

      ตัวอย่าง  การจำกัดเสรีภาพของบุคคลในการที่จะรับทราบข้อมูลในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐ  หากข้อมูลนั้นต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ  พ.ศ.2540  มาตรา  14, 15, 24   เช่น  ข้อมูลข่าวสารของราชการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จะเปิดเผยมิได้ หรือ  ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยก็ได้ โดยคำนึงถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องประกอบกัน

(1) การเปิดเผยจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ หรือการคลังของประเทศ

(2) การเปิดเผยจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับการฟ้องคดี การป้องกัน การปราบปราม การทดสอบ การตรวจสอบ หรือการรู้แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร หรือไม่ก็ตาม

(3) ความเห็นหรือคำแนะนำภายในหน่วยงานของรัฐในการดำเนินการเรื่องหนึ่งเรื่องใด แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงรายงานทางวิชาการ รายงานข้อเท็จจริง หรือข้อมูลข่าวสารที่นำมาใช้ในการทำความเห็นหรือคำแนะนำภายในดังกล่าว

(4) การเปิดเผยจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภัยของบุคคลหนึ่งบุคคลใด

(5) รายงานการแพทย์หรือข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลซึ่งการเปิดเผยจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร

(6) ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีกฎหมายคุ้มครองมิให้เปิดเผยหรือข้อมูลข่าวสารที่มีผู้ให้มาโดยไม่ประสงค์ให้ทางราชการนำไปเปิดเผยต่อผู้อื่น

        3.9  กรณีบุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ  การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำมิได้  (มาตรา  63  แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.2550) 

   เสรีภาพในการชุมนุมดังกล่าวอาจถูกจำกัดโดยกฎหมายเฉพาะในกรณีการชุมนุมสาธารณะ  และเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ  หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม  หรือในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฎอัยการศึก 

        3.10  กรณีบุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันเป็นสมาคม  สหภาพ  สหพันธ์  สหกรณ์  กลุ่มเกษตรกร  องค์การเอกชน  องค์การพัฒนาเอกชน  หรือหมู่คณะอื่น 

        การจำกัดเสรีภาพดังกล่าว  จะกระทำมิได้  เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อคุ้มครองประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน  เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน  หรือเพื่อป้องกันมิให้มีการผูกขาดตัดตอนในทางเศรษฐกิจ  เช่น  กรณีดังต่อไปนี้

         ตัวอย่าง  การจำกัดเสรีภาพของบุคคลในการรวมกันเป็นหมู่คณะดังกล่าว  ในกรณีที่เข้าข่ายเป็นความผิดฐานเป็นกบฏ  ตามประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 113  หากมีการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญจะใช้กำลังประทุษร้าย  เพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ  หรือล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ  หรืออำนาจบริหาร (รัฐบาล)  อันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้

         ตัวอย่าง  การจำกัดเสรีภาพของบุคคลในการรวมกันเป็นหมู่คณะดังกล่าว  ในกรณีที่เข้าข่ายเป็นความผิดฐานมั่วสุม  โดยมั่วสุมกันตั้งแต่  10 คนขึ้นไป  มีการใช้กำลังประทุษร้าย  ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย  หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง  ตามประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา  215  อันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้

         จากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ  รวมทั้งเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ  จะเห็นได้ว่า  สิทธิและเสรีภาพของบุคคลในด้านต่าง ๆ  ย่อมได้รับการรับรองและคุ้มครอง  แต่สิทธิเสรีภาพบางอย่างเช่นว่านี้ก็อาจถูกจำกัดขอบเขตโดยรัฐธรรมนูญเอง  หรือกฎหมายที่ออกโดยอาศัยอำนาจของรัฐธรรมนูญ  ที่เป็นการยืนยันว่าประโยชน์สาธารณะหรือประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน  เช่น  ประโยชน์เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศหรือประโยชน์เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน  ย่อมสำคัญกว่าและมาก่อนสิทธิเสรีภาพส่วนตัวของแต่ละบุคคล

ได้มีผู้ทรงคุณวุฒิทางรัฐศาสตร์กล่าวว่า  กฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงหรือความสงบเรียบร้อยของประชาชนย่อมมีฐานะสูงกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ  คำกล่าวเช่นว่านี้มีความถูกต้องเฉพาะโดยผลเท่านั้น  เพราะมีนัยว่าประโยชน์สาธารณะหรือประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน  เช่น  ประโยชน์เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศหรือประโยชน์เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน  ย่อมสำคัญกว่าและมาก่อนสิทธิเสรีภาพส่วนตัวของแต่ละบุคคล  แต่โดยเหตุผลที่ถูกต้องนั้น  กฎหมายที่เกี่ยวกับความมั่นคงหรือความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือกฎหมายอื่นที่รับรองหรือคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ  หรือประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน  ย่อมมีลำดับศักดิ์ต่ำกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ  แต่กฎหมายเหล่านี้จำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลได้  ก็โดยได้รับอำนาจจากกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่ออกตามความในรัฐธรรมนูญนั่นเอง  การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลและกฎหมายเหล่านี้ย่อมไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ  เนื่องจากรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ทำได้นั่นเอง  นั่นก็เท่ากับว่านอกจากรัฐธรรมนูญจะรับรองและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลแต่ละคน (ปัจเจกชน)  แล้ว  ยังรับรองและคุ้มครองประโยชน์ของสาธารณะหรือประโยชน์ส่วนรวมด้วย  โดยให้ประโยชน์ของสาธารณะหรือประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนย่อมมาก่อนหรือสำคัญกว่าสิทธิและเสรีภาพของบุคคลแต่ละคน (ปัจเจกชน) 

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุดดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามโลกครั้งที่ 1
เป็นความขัดแย้งระดับโลกที่เกิดระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร และฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งไม่เคยปรากฏสงครามขนาดใหญ่ที่มีทหารหรือสมรภูมิเกี่ยวข้องมากขนาดนี้มาก่อน

» ประวัติศาสตร์ชนชาติจีน
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก คือ 1,200 ล้านคน นั่นหมายความว่า ประชากรหนึ่งในห้าของโลกเป็นประชากรจีน

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» สงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War)
สงครามระหว่างอิรัก กับ อิหร่าน หรือที่นิยมเรียกว่าสงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War) นั้นได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ.1980 โดยมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งอยู่หลายประการ

» แม่ไม้มวยไทย
การเล่นพื้นบ้านที่มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปอย่างสูง

» ประวัติศาสตร์ศิลป์
วิวัฒนาการของประวัติศาสตร์ศิลป์และการออกแบบศิลปะเครื่องประดับตะวันตกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ค้นพบในแต่ละช่วงสมัย และส่วนใหญ่มีแรงบันดาลใจมาจากการรู้จักธรรมชาติ