สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

แสวงหาสาระของประชาธิปไตยสำหรับเมืองไทย

สุลักษณ์ ศิวรักษ์

8

สาระของประชาธิปไตยอยู่ที่การมีส่วนร่วมของสาธารณชน

ขอย้ำว่า สาระของประชาธิปไตยอยู่ที่การมีส่วนร่วมของสาธารณชน จะด้วยการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง หรือเปิดโอกาสให้มีปฏิกิริยาโต้ตอบกับนโยบายต่างๆ ได้อย่างเปิดเผย เพราะฉะนั้นจึงจำต้องมีมาตรการให้รัฐบาลและทางราชการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารต่างๆ ให้ราษฎรทราบ ไม่ใช่ว่าอะไรๆ ก็เป็นความลับของทางราชการ เปิดเผยอะไรไม่ได้ ด้วยข้ออ้างว่าเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ เพราะฉะนั้น พระราชบัญญัติที่ว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของทางราชการไทย จึงถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญ หากการประยุกต์ใช้กฎหมายฉบับดังกล่าว ยังเป็นไปอย่างน่าอัปยศอดสูยิ่งนัก  

สินธูธรรม – นิติ - นยยะ

ถ้าจะโยงไปทางปรัชญาที่ว่าด้วยความยุติธรรมแล้วไซร้ ในทาง”สินธูธรรม” ที่เราเคยยึดถือไว้ในทางการปกครองบ้านเมือง ก่อนเปิดประเทศไปรับอารยธรรมตะวันตกนั้น ท่านกำหนดให้รู้เท่าทัน “นิติ” ซึ่งเราเอามาใช้เป็นหลักของกฎหมาย จนใช้คำว่านิติศาสตร์เป็นวิชาที่ว่าด้วยความยุติธรรม ซึ่งมีรัฐเป็นองคาพยพที่สำคัญ ทางด้านการประกอบการ แม้จะแยกระบบตุลาการออกไปจากระบบบริหารแล้วก็ตามที แต่ถ้าเราศึกษาพระมนูสาราจารย์อย่างจริงจัง เราน่าจะตราไว้ได้ว่า “นิติ”นั้นเป็นเรื่องของรูปแบบและความประพฤติปฏิบัติที่ถูกต้องอย่างที่ยอมรับกันในสังคม โดยที่เราต้องเข้าใจในเรื่อง “นยยะ” อย่างควบคู่กันไป “นยยะ” เป็นแนวคิดหลักเพื่อเข้าถึงตัวความยุติธรรม

ตามวิสัยทัศน์ของเรานั้น บทบาทของสถาบัน เช่น ศาลและขบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ตำรวจ อัยการ ทนายความ ฯลฯ ตลอดจนตัวบทกฎหมายต่างๆ นั้น ล้วนมีความสำคัญ แต่ทั้งหมดนี้ต้องตรวจสอบได้โดยนยยะ ซึ่งควบคู่ไปกับความเป็นไปกับสภาพที่แท้จริงในโลก ตามที่เป็นไปในขณะนั้น หาไม่เราจะถูกสถาบันและกฎเกณฑ์ต่างๆ กำหนดกดชาให้เราเข้าใจว่านั่นคือความยุติธรรม และนี่ดูจะเป็นหน้ากากที่ครอบงำสังคมไทยในบัดนี้อย่างน่าเป็นห่วงยิ่ง

ในบริบทของ “นยยะ” นั้น มีข้อที่พึงสังวรไว้ว่า “ถูกดูแคลน ดีกว่าดูแคลนผู้อื่น เพราะคนที่รู้เท่าทันกับการดูแคลนย่อมนอนหลับอย่างเป็นสุข ตื่นขึ้นก็เป็นสุข และไปในที่ไหนๆ ก็เป็นสุข หากผู้ที่ดูแคลนคนอื่นนั้นย่อมถึงซึ่งความพินาศ” หรือ “ในที่ที่สตรีไม่ได้รับการเคารพนับถือ พิธีกรรมทั้งหมดย่อมไร้ผล เพราะถ้าสตรีในครอบครัวใดได้รับความทุกข์ ครอบครัวนั้นย่อมจักถึงซึ่งความพินาศภายในเวลาอันไม่ช้า แต่ครอบครัวใดที่สตรีไม่มีความทุกข์ ครอบครัวนั้นย่อมเจริญงอกงาม” (จาก The Law of Manu ซึ่ง Wendy Doniger แปล, London, Penguin 1991, Chapter 3, instructions 50 and 57)

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย