สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

แสวงหาสาระของประชาธิปไตยสำหรับเมืองไทย

สุลักษณ์ ศิวรักษ์

10

“นิติ” ที่ไม่มี “นยยะ” เป็นเพียงรูปแบบของประชาธิปไตยของรัฐเผด็จการ

ก็ความยุติธรรมนั้น จะมีเทวดา พระราชา หรือปุโรหิต แม้คัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ใดๆ มายื่นให้ หาได้ไม่ แม้พวกที่เชื่อความศักดิ์สิทธิ์ของคัมภีร์ รวมถึงคัมภีร์ของพระมนู ซึ่งถือว่าเป็นมนุษย์คนแรก ก็ยังแปลกันไปได้ว่า พระมนูเป็น a fascist law-giver (ดู The Idea of Justice by Amartya Sen หน้า 20)

จึงขอย้ำในที่นี้ว่า ความยุติธรรมทางสังคมนั้น ขึ้นอยู่กับการอภิปรายถึงประเด็นดังกล่าวอย่างกว้างขวางโดยมหาชน คือต้องค้นหาสาระของความยุติธรรมด้วยกัน โดยไม่มีชนชั้นหรือผู้วิเศษใดๆ ที่อยู่เหนือใคร ถ้าปราศจากสาระดังกล่าว รูปแบบของประชาธิปไตยก็คือ นิติ ที่ไม่มี นยยะ ทั้งๆ ที่นักปรัชญาการเมืองร่วมสมัยอย่างแซมวล ฮันติงตั้น มักเน้นแต่ที่ นิติ หรือรูปแบบของประชาธิปไตย ดังเขากล่าวว่า “การเลือกตั้ง ที่เปิดเผย (open) อย่างเสรี (free) และไม่คดโกง (fair) คือสาระของประชาธิปไตย” เราก็รู้กันอยู่แล้วว่าฮันติงตั้นมีความเป็นเผด็จการ ทางด้านขวาจัดขนาดไหน สาระแห่งความเป็นประชาธิปไตยของเขา คือสาระทางรูปแบบ หรือในทางนิตินัย

การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนั้นสำคัญแน่ อย่างน้อยก็เป็นการแสดงออกของมติมหาชน แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นเดียวที่ถือว่าเป็นสาระ หากเพียงถือได้ว่านี่เป็นเพียงประเด็นหนึ่ง ซึ่งถึงแม้จะสำคัญสำหรับการดำเนินงานของรัฐที่เป็นประชาธิปไตย แต่การลงคะแนนเสียงจะได้ผลจริงๆ ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ อีก เช่นในสังคมที่มีการเลือกตั้งนั้น ผู้คนแสดงทัศนคติได้อย่างมีเสรีภาพหรือไม่ ผู้คนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องหรือไม่ และผู้คนมีสิทธิที่จะแสดงเสียงคัดค้านได้อย่างเสรีหรือไม่

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย