Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

สุริโยทัย

2

             เพื่อแสดงให้เห็ว่าพระองค์ปราถนาดีต่อชาวลานนาด้วยความบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริง จึงได้เสด็จไปถวายคำนับพระศพพระเจ้ากรุงเกตุเกล้า และพระราชทานเงิน 60 ชัง ไห้ไว้เป็นทุนบูรณะปฎิสังขรกู่ใส่พระอัฐิ ที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดโลกโมฬี   จากนั้นจึงเสด็จยกทัพกลับมาประทับแรมอยู่ที่เมืองกำแพงเพชร และยังมิทันที่จะถึงกำหนดถอนทัพ ม้าเร็วซึ่งโปรดให้ไปคอยสอดแนมดูการเคลื่อนไหวทางเมืองเชียงใหม่ก็กลับมา กราบทูลถวายรายงานให้ทราบว่า เมื่อเสด็จเคลื่อนทัพออกมาพ้นจากเมืองเชียงใหม่เท่านั้น กองทัพเมืองยางห้วย สมทบกับกองทัพเจ้าฟ้าเมืองนาย ที่ท้าวแสนดาวหัวหน้ากบฎทูลเชิญ ให้มาครองเมืองเชียงใหม่ ร่วมกันทำการโจมตีเมืองเชียงใหม่ เมื่อโจมตีไม่ได้จึงถอยทัพกลับไป เพราะพระเจ้าโพธิสารได้ให้พระยาสุระและพระยากลาง ยกทัพมาช่วยรักษาเมืองเชียงใหม่ ม้าเร็วยังได้กราบทูลอีกว่า การที่นางพญามหาเทวีจิรประภา ขอยอมอ่อนน้อมถวายเครื่องราชบรรณาการ เอาพระเจ้าโพธิสารเป็นที่พึ่งนั้น สืบทราบได้ความแน่ชัดว่า นางพญามหาเทวีจิรประภาแต่งเป็นกล เพียงเพื่อจะให้พ้นภัยจากการทำศึกกับกรุงศรีอยุธยา และบรรดาข้าศึกเมืองอื่นๆ ในวันข้างหน้าเท่านั้น
                  สมเด็จพระชัยราชาธิราช ทรงทราบว่านางพญามหาเทวีจิระประภาแห่งลานนาไม่มีความ สุจริตใจต่อพระองค์ ก็ทรงพีโรธ เสด็จยกทัพออกจากเมืองกำแพงเพชรย้อนกลับขึ้นไปยังเมือง เชียงใหม่อีกครั้ง ในปลายปี พ.ศ. 2088 กองทัพไทยตีได้ เมืองลำปาง ลำพูน และเข้าล้อมเมืองเชียงใหม่ไว้ สมเด็จพระชัยราชาธิราชทรงรับสั่งกำชับแม่ทัพนายกองทั้งหลายว่า ถ้าตีเมืองเชียงใหม่ไม่ได้ อย่าถอยทัพกลับออกมาเป็นเด็ดขาด ถ้าทหารกองใดบังอาจขัดพระกระแสรับสั่ง เพราะรักตัวกลัวตาย ไม่เห็นแก่แผ่นดิน จะถูกลงพระราชอาญาตามกฎพระอัยการศึก ประหารชีวิตแม่ทัพนายกองเหล่านั้นให้หมดสิ้น
                  บรรดาแม่ทัพนายกอง ตลอดจนไพร่พลทหาร ต่างรู้ถึงพระอุปนิสัยของพระองค์เป็นอย่างดี ว่าทรงเด็ดขาดเพียงใด เมื่อมีการต่อต้านจึงรวมกำลังกันทำการโจมตีหักเอาเมืองเชียงใหม่ อย่างพร้อมเพียงกันทุกหมู่เหล่า ไม่นานเมืองเชียงใหม่ก็แตก นางพญามหาเทวีจิรประภา ต้องยอมอ่อนน้อม เมืองเชียงใหม่จึงตกเป็นเมืองขอบขัณฑสีมาของกรุงศรีอยุธยา เมื่อต้นปี พ.ศ. 2089 เป็นต้นมา
                หลังจากสมเด็จพระชัยราชาธิราชทรงเสร็จจากการศึกที่เมืองเชียงใหม่แล้ว ก็เสด็จกลับ กรุงศรีอยุธยา ได้ไม่กี่เดือนก็ทรงพระประชวรด้วยพิษไข้อยู่ 3 วัน จึงเสด็จสวรรคตในปีเดียวกันนั้น ทรงครองราชย์อยู่ 13 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2076-2089 (จดหมายเหตุโปรตุเกสกล่าวว่า เสด็จกลับถึงพระนครแล้ว ถูกลอบวางยาพิษสิ้นพระชนม์)

 

                  สมเด็จพระชัยราชาธิราช ทรงมีพระอัครมเหสีนับเนื่องในราชวงค์เดียวกัน พระนามว่า พระนางจิตรวดี ทรงสิ้นพระชนม์เสียตั้งแต่พระราชโอรส 2 พระองค์ยังทรงพระเยาว์ พระราชโอรสพระองค์ใหญ่พระนามว่า พระแก้วฟ้าหรือ พระยอดฟ้า พระชันษา 11 ปี ส่วนพระราชโอรสองค์น้อยทรงพระนามว่า พระศรีศิลป์ พระชันษา 5 ปี พระราชโอรสทั้งสองพระองค์ จึงตกอยู่ในความดูแลของพระสนมเอกคนโปรด ซึ่งทรงแต่งตั้งขึ้นเป็นที่ ท้าวศรีสุดาจันทร์
                 บรรดาพระบรมศานุวงค์ มุขอำมาตย์ และเหล่าข้าราชการทั้งปวงต่างพร้อมใจกันอัญเชิญ พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ พระแก้วฟ้า เสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นรัชกาลที่11 ราชวงค์สุพรรณภูมิ เนื่องจากสมเด็ขพระแก้วฟ้ายังทรงพระเยาว์อยู่ มิอาจทรงใช้พระราชอำนาจสิทธิ์ขาดในการบังคับบัญชาราชการงานเมืองได้ จึงต้องมีผู้สำเร็จราชการ แทนพระองค์ไปพลางก่อนจนกว่าจะบรรลุราชนิติภาวะ และผู้ที่ได้รับตำแหน่งนี้คือสมเด็จพระเจ้าอา พระเทียรราชา ซึ่งเคยเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระชัยราชาธิราชมาแล้ว ส่วนท้าวศรีสุดาจันทร์ มีอำนาจสิทธิ์ขาดฝ่ายข้างใน
                  พระเทียรราชา ทรงปฎิบัติพระราชกิจราชการงานเมืองอย่างเข้มแข็ง และเป็นผลดีมาตลอด ไม่นานพระเทียรราชาก็ทนอึดอัดและรำคราญพระทัย ด้วยการกลั่นแกล้งบีบคั้น ของท้าวศรีสุดาจันทร์ต่อไปไม่ไหว จึงถวายบังคมลาออกจากตำแหน่ง ผู้สำเร็จราชการ เสียก่อนที่จะถูกกล่าวหาว่าคิดการแย่งชิงราชสมบัติ และเพื่อแสดงว่าพระองค์มิได้มีความปรารถนา ในราชสมบัติแม้แต่น้อย จึงเสด็จออกไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุเสีย ณ วัดราชประดิษฐาน เพื่อความปลอดภัยของพระองค์เอง
                 ในปี มะแม พ.ศ. 2090 ท้างศรีสุดาจันทร์ สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นผู้ว่าราชแผ่นดิน โดยใช้พระราชอำนาจสิทธฺ์ขาดแทนยุวกษัตริย์ จนเรียกขานกันทั่วไปในยุคนั้นว่า เจ้าแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์
                   เมื่อพระเทียรราชาเสด็จอุปสมบทแล้ว ทางด้านวังเดิม อันเป็นที่ประทับนั้น พระราชภาระหน้าที่ทั้งหมดที่พระองค์จะต้องเอาพระทัยใส่ในพระโอรส พระธิดา ตลอดจนข้าราชบริพาร ทั้งหลาย จึงตกอยู่กับพระชายาของพระองค์ ซึ่งมีพระนามว่า สุริโยทัย

หน้าถัดไป >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com