Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

ไทย

หลวงนิแพทย์นิติสรรค์ (ฮวดหลี หุตะโกวิท)

แปลจากต้นฉบับภาษษอังกฤษเรื่อง
The Tai Race-The Elder Brother of the Chinese
โดย Dr.William Clifton Dodd

แถบแม่น้ำยางสี

            เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2456 นายยี. ปอร์เตียส มิสชันรีประจำประเทศจีนที่จังหวัดวูติงเจา ในมณฑลยูนนานตอนเหนือได้ส่งจดหมายจ่าหน้าซองถึงมิสชันรีประจำชนชาติลาวในประเทศไทย จดหมายนั้นเป็นคำขอร้องให้ช่วยเหลือและได้สอดแผ่นกระดาษพิมพ์ด้วยอักษรลาวมาด้วยแผ่นหนึ่ง ไม่ใช่ลาวในประเทศไทย แต่เหมือนอักษรของพวกที่อยู่ฝ่ายเหนือในอานัม ผู้เป็นพวกเดียวกันกับชนชาติไทยในมณฑลยูนนาน ไกวเจา และกวางซีแห่งประเทศจีน เนื้อความบนแผ่นกระดาษที่พิมพ์นั้นเป็นคำคาดคะเนโดยมาก ในจดหมายนั้นบอกหมู่บ้านของชนชาติไทยว่า มีตั้งแต่ตำบลที่เขาอยู่ตลอดขึ้นไปตามลำแม่น้ำยาสี เขายังกล่าวว่า ในการสอนศาสนาคริสต์แก่พวกชาวเขานั้น ใช้หนังสืออย่างอักษวิธีของโปลลารดได้ผลดี แต่จะใช้สำหรับชนชาติไทยหาได้ไม่ เหตุฉะนั้นนายปอร์เตียสจึงได้มีจดหมายถามและขอตัวอย่างระเบียบหนังสือที่เราใช้ กับวิธีที่จะเป็นลูกกุญแจในอักขรวิธีสำหรับออกเสียงสูงต่ำ นอกจากนี้เขายังจดถ้อยคำภาษาไทยในตำบลที่เขาอยู่ส่งมาให้ด้วย เพื่อจะให้เปรียบเทียบกับถ้อยคำภาษาไทยในฝ่ายใต้คือเชียงใหม่ เมื่อได้เทียบดูแล้วเห็นว่า คำไทยแถบแม่น้ำยางสี 37 คำ จะต่างกับคำไทยราว 4 คำ เท่านั้น

           ถ้าจดหมายนั้นได้ส่งมาจากเกาะที่อยู่ในมหาสมุทรอันไกลลิบแล้ว ข้าพเจ้าก็คงไม่นึกพิศวงและตื่นเต้นกี่มากน้อย ที่จริงข้าพเจ้าไม่เคยนึกว่าจะมีชนชาติไทยเป็นอันมากตั้งภูมิลำเนาอยู่ทางลุ่มแม่น้ำยางสี และทั้งไม่เคยได้ยินพวกมิสชันรีประจำชาติจีนในถิ่นนั้นกล่าวถึงด้วย มิฉะนั้นข้าพเจ้าก็ไม่รู้สึกอย่างอื่นยิ่งกว่าที่จะช่วยเหลือตามคำขอร้องของเขาเท่านั้น แต่ข้าพเจ้ารู้สึกตื่นเต้นมากที่อยากจะไปช่วยเหลือชนชาติไทยพวกนั้น แม้ระยะทางจากจังหวัดเชียงใหม่ไปยังจังหวัด วูติงเจาเป็นเวลาเกือบสองเดือน และทั้งลำบากด้วยประการต่างๆ ก็ตาม

           จดหมายที่มีไปมาระหว่างข้าพเจ้ากับนายปอร์เตียสและนายเอ.ยี.นิฆอลลผู้แทนนายปอร์เตียสนั้น กว่าจะเกิดเป็นผลดีแก่ชนชาติไทยแถบลุ่มแม่น้ำยางสีก็ต้องล่วงมาเกือบ 5 ปี เมื่อคราวมีการประชุมมิสชันรีประจำปีที่จังหวัดเชียงใหม่ใน พ.ศ. 2457 นั้น ได้เอาจดหมายของนายปอร์เตียสขึ้นอ่านในที่ประชุม ที่ประชุมก็พอใจมากและรู้สึกว่าชนชาติไทยในแถบนั้นยังไกลศาสตนาอยู่มาก เมื่อเปรียบเทียบกับชาวเชียงใหม่ หมอบริกกสได้อ่านและถามว่า จดหมายนั้นส่งมาจาก มณฑลยูนนานหรือ ยิ่งทำให้ข้าพเจ้าปีติแทบน้ำตาไหลด้วยความปลื้มอีกครั้งหนึ่ง เพราะข้าพเจ้ามีหน้าที่สอนประจำชนชาติไทย และทั้งในจดหมายของนายนิฆอลลซึ่งมีถึงข้าพเจ้าในตอนหลังก็บอกว่า ในดินแดนลุ่มแม่น้ำยางสีมีชนชาติไทยทั่วไปจนกระทั่งเหนือสถานที่ตั้งสอนศาสนาของเข้า และทางดินแดนตอนเหนือลุ่มแม่น้ำยางสีก็มีหมู่บ้านชนชาติไทยหลายพันหมู่ ชนเหล่านี้ไม่มีหนังสือของตัวเอง แต่บางคนอ่านหนังสือจีนได้

           เพื่อให้ท่านรู้ข้อความพิสดารขึ้นเล็กน้อย ข้าพเจ้าขอนำข้อความบางตอนในจดหมายนั้นมากล่าวบ้างดังนี้

           "ก่อนอื่น ชนชาติที่เรียกตัวเองว่า ไทย หรือถ้าจะให้ดีก็เรียกว่า "จีน-ไทย"....เท่าที่ข้าพเจ้าทราบมา มีน้อยคนที่รู้จักหนังสือจีน.... พวกนี้ไม่ชอบคำสอนที่เป็นภาษาจีนหรือภาษาอื่นนอกจากภาษาของเขาเอง

           ในหมู่บ้านี้มีคนไทยอยู่ประมาณ 30 ครัว แต่ที่เข้ารีตถือศาสนาคริสต์แล้ว 14 คน...คนไทยเหล่านี้ไม่อยากจะใช้หนังสือและภาษาจึงสวดมนต์ เว้นแต่สองสามคนเท่านั้นและถ้าได้สอนเขาด้วยภาษาไทยแล้ว ก็จะเป็นสะพานต่อไปถึงคนไทยในหมู่บ้านอื่นๆ ด้วย

           ชนชาติไทยแม้จะต่างกันหลายพวกก็จริง เขาไม่อยากจะกลายเป็นจีน... ท่านคงเห็นได้ว่า เขาต้องการสวดมนต์ด้วยภาษาของเขาเอง... สำหรับชาติว้าเมี้ยว เลซูลากา และโกปูนั้น เราใช้อักขรวิธีของโปลลารุด... แต่เห็นว่าจะใช้หนังสือตามวิธีของโปลลารดแก่คนไทยด้วยก็ไม่เหมาะ เพราะชนชาติไทยมีหนังสือที่เขียนเป็นภาษาของตนเอง เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงขอให้ท่านช่วยกันคิดในเรื่องนี้ ข้อลำบากก็คือยังไม่รู้หนังสือไทย ท่านจะสอนข้าพเจ้าในระยะทางอันไกลเช่นนี้จะได้หรือไม่ ท่านจะมีเวลาและบากบั่นพอที่จะช่วยข้าพเจ้าให้รู้หนังสือไทยนั้นได้หรือไม่... ในระยะทางอันไกลเช่นนี้ การที่จะแนะนำและบอกกันก็ลำบากมิใช่น้อย แต่อย่างไรก็ดี ข้าพเจ้าอยากได้หนังสือสวดมนต์ที่เป็นทำนองบทร้องภาษาอังกฤษ แต่ข้อสำคัญที่สุดก็คือการเริ่มต้นในอักขรวิธีพร้อมกับวิธีอ่านอย่างไร โดยเทียบคำที่เขียนด้วยอักษรโรมัน เชื่อว่าคงไม่ลำบากเท่าใดนัก แต่ขอให้คิดว่าเป็นการบุญเพื่อประโยชน์แก่ชนชาติไทย ภายหลังเราคงจะได้พบกัน... ในเวลานี้ข้าพเจ้าขออ้อนวอนท่านให้เริ่มลงมือทำกิจการเพื่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่เกิด"

           ในการตอบคำเชื้อเชิญของข้าพเจ้า ที่นัดเขาให้ไปพบกันที่จังหวัดเสเม้านั้น เขากล่าวว่า

            "มีความยินดีที่จะทำตามคำเชื้อเชิญของท่านเป็นอันมาก เช่นในคำแนะนำในเรื่องหนังสือไทยเป็นต้น แต่เสียใจที่จะไปพบท่านในเวลานี้ยังไม่ได้ เพราะข้าพเจ้าไม่มีพาหนะพอ และกิจการที่ข้าพเจ้าทำอยู่ก็กำลังเจริญ ซึ่งคงจะได้ประโยชน์ดีเท่ากับที่จะไปเหมือนกัน... แม้ข้าพเจ้าจะไปทางใต้ตามนัดของท่านนั้นไม่ได้ กิจการของเราก็ไม่ควรจะหยุดเลิกเสีย ท่านผู้อ่านที่รัก เท่านี้พอหรือไม่ที่จะทำให้ท่านเกิดศรัทธา และถ้าหากว่าได้ไปพบปะและสนทนากับชนชาติไทยในมณฑลยูนนานตอนใต้ด้วยตนเอง และรู้อยู่ว่าจะสั่งสอนเขาได้โดยใช้ภาษาอย่างเดียวกับขาวเหนือในประเทศไทยได้แล้ว และรู้อยู่ว่าจะสั่งสอนเขาได้โดยใช้ภาษาอย่างเดียวกับชาวเหนือในประเทศไทยได้แล้ว จะไม่น่าเสียดายหรือ"

           ในที่สุดโอกาสนี้ก็ได้มาถึง คือ หมอเมสันกับนายบีเบ ได้ทำพิธีเปิดสถานสอนศาสนาคริสต์ขึ้นใหม่ในจังหวัด เชียงรุ้ง ซึ่งจีนเรียกว่ากิวลุงเกียง (Kiu Lung Kiang) ในมณฑลยูนนานตอนใต้เหมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2460 สถานสอนศาสนาแห่งนี้สำหรับสอนชนชาติไทยในประเทศจีน การที่หมอเมสันนัดข้าพเจ้าให้ไปยังสถานที่เปิดใหม่นี้ก็ไม่มีอะไร นอกจากจะเร่งข้าพเจ้าให้ออกเดินทางเท่านั้น ข้าพเจ้าต้องคะเนว่า จะต้องไปและกลับให้ทันกำหนดภายใน 9 เดือน แต่ข้าพเจ้าเพิ่งจะเริ่มออกเดินทางไปยังจังหวัดเชียงรุ้งเมื่อเดือนเมษายน 2461

 

           ข้าพเจ้าออกจากประเทศไทยพร้อมด้วยพรรคพวกโดยเรือกลไฟฝรั่งเศสไปยังจังหวัดฮานอยในตังเกี๋ย การเดินทางในเวลาสงครามนั้นเอากำหนดแน่ไม่ได้ (สมัยนั้นเกิดมหาสงครามในยุโรป) เช่นการเปลี่ยนเรือกลไฟ และการคอยเรือก็ชักช้า แต่กิจการของเรานั้นจะผัดเพี้ยนเวลาหาได้ไม่ แต่ก็กะเวลาไว้มากพอที่จะไปเยี่ยมมิสชันรีในญี่ปุ่น จีนและฟิลิปปินส์ด้วย และจะให้ถึงจังหวัดเชียงรุ้งในตอนสุดท้าย การไปจังหวัดเชียงรุ้งนั้น ไปโดยทางรถไฟของฝรั่งเศสจากประเทศตังเกี๋ยดีกว่าที่จะออกเดินทางด้วยเท้าจากประเทศไทยไปทางเหนือ เพราะทางรถไฟเป็นทางตรงและเร็ว ถึงจังหวัดเชียงรุ้งได้ก่อนฤดูฝน และทั้งเป็นโอกาสที่จะได้เข้าประชุมมิสชันรีที่ประเทศตังเกี๋ยและยูนนานด้วย

           เมื่อไปถึงจังหวัดฮานอยแล้วก็ไปพบนายคัดมัน มิสชันรีกับครอบครัวของเขาผู้ได้ต้อนรับโดยฉันมิตร ตลอดจนการพักในเวลากลางคืน นายคัดมันได้ช่วยเหลือข้าพเจ้าโดยได้ไปพูดตกลงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝรั่งเศสเรื่องหนังสือเดินทาง พวกเราต้องออกจากที่พักในเวลาเช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อให้ทันรถไฟขบวน 9.30 ก.ท. เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสมีความถี่ถ้วนมาก ได้ซักไซ้และจดถ้อยคำของพวกเราทีละคน กว่าจะหมดก็พอรถไฟจะออก และกลับขอรูปถ่ายของพวกเราทุกๆ คนด้วย ในวันนั้นจึงหาทันรถไฟไม่ ต่อวันรุ่งขึ้นจึงได้ขึ้นรถไฟเดินทางต่อไป ทางรถไฟฝรั่งเศสนี้งามมาก และทั้งการก่อสร้างก็แสดงให้เห็นฝีมือวิชาช่างของฝรั่งเศสอย่างดีที่สุดที่ได้เคยเห็น ทางนั้นพูนดินสูงเพื่อมิให้น้ำท่วม และในเวลานี้กำลังเสริมดินให้แน่นหนายิ่งขึ้นทุกปี เมื่อทางค่อยแน่นและแข็งแรงแล้วการซ่อมแซมและเสริมดินก็คงทำน้อยลงไปทุกที

           ทางรถไฟสายนี้มีอุโมงค์จะลอดภูเขาถึง 154 แห่ง รถไฟเดิน 3 วันจากเมือง ไฮฟองถึงจังหวัดยูนนานฟู อุโมงค์เหล่านี้โดยมากมีตั้งแต่พรมแดนตังเกี๋ยถึงจังหวัดอะมิตเจาในมณฑลยูนนานของจีน พอประมาณสักครึ่งวันรถไฟต้องเลียบหนองใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งมีน้ำขุ่นเป็นตม ในฤดูฝนมีลำธารเล็กไหลมารวมลงใน หนองเรียกว่าตี้ ภูมิประเทศดูงามมากที่ข้างภูเขามีหนทางเดินซึ่งเข้าใจว่าเป็นถนนบนภูเขา พออีกสองสามนาทีรถไฟผ่านถนนสายหนึ่ง และทางเดินที่แลเห็นอยู่เมื่อตะกี้นี้อยู่ใต้ลงไป ไม่ช้ารถไฟของข้าพเจ้าก็ไต่ขึ้นยอดเขาตามทางซึ่งสร้างเวียนอ้อมภูเขาลูกนั้น ภูมิประเทศในตอนนี้ดูงามยิ่งนัก เมื่อแลลงไปข้างล่างก็เป็นที่ราบซึ่งปกคลุมด้วยป่าไม้ทั่วไป มีผู้บอกข้าพเจ้าว่าการสร้างรถไฟตอนนี้ต้องเสียชีวิตมนุษย์มาก แต่อย่างไรก็ดี ข้าพเจ้าไม่มีความหวังอย่างอื่นนอกจากหวังว่า ทางรถไฟสายนี้เป็นต้นทางที่จะเชื่อมทางอื่นๆ ซึ่งจะสร้างต่อไปตลอดถึงจังหวัดซิงยูฟู ในมณฑลฮูเปและนานนิงฟูในมณฑลกวางซี แม้จะลำบากปานใดก็ตาม

           พวกมิสชันรีที่ข้าพเจ้าพบนั้นมีจำนวนมากเกินคาดหมาย ได้พบที่จังหวัดเม่งสูหลายคน และที่จังหวัดยูนนานฟู ซึ่งเป็นเมืองสำคัญของมณฑลยูนนานหลายร้อยคนพร้อมด้วยสมาชิกคนหนุ่มแห่งสมาคม ไว.เอ็ม.ซี.เอ. นายและนางคอลนิส์ได้รับรองข้าพเจ้าเป็นอย่างดี ตั้งแต่ต้นจนตลอดเวลาที่อยู่ในที่นี้ ซึ่งข้าพเจ้าขอบใจเขาเป็นอันมากและจะไม่ลืมคุณของเขาเลย บ้านของเขาได้ก่อสร้างอย่างแบบจีนซึ่งเหมาะสำหรับเป็นที่อยู่ยิ่งนัก พวกมิสชันรีในมณฑลยูนนานโดยมากเช่าบ้านของจีนอยู่ มีน้อยคนที่ได้สร้างล้านของตนเองตามแบบต่างประเทศ

           กำหนดการเดินทางของข้าพเจ้าในมณฑลยูนนานนี้ คือไปโดยทางรถไฟของฝรั่งเศสถึงจังหวัดเม่งเส และลงจากรถไฟเดินทางไปทางตะวันตกถึงจังหวัดเสเม้าโดยพาหนะเกวียนและจากเสเม้าไปทางทิศใต้อีก 6 วันถึงจังหวัดเชียงเชียงรุ้ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายจีนแจ้งว่า ถ้าจะเดินทางจากจังหวัดเม่งเสไปทางตะวันตกนั้นไม่สู้ปลอดภัยนัก เพราะมีโจรผู้ร้ายชุกชุมตามทางขาแนะนำว่าควรไปลงรถไฟที่จังหวัดยูนนานฟู แล้วจึงไปโดยพาหนะเกวียนต่อไป จึงตกลงขึ้นรถไฟจากจังหวัดเม่งเสไปจังหวัดยูนนานฟู นายปอร์เตียสผู้เป็นมิสชันรีประจำสอนศาสนาอยู่ในจังหวัดวูติงเจาซึ่งอยู่เหนือจังหวัดยูนนานได้บอกว่า เมื่อเสร็จการประชุมในกิจศาสนาที่ยูนนานฟูนี้แล้ว เขาขอเชิญพวกเราไปที่จังหวัดสะปุชัน ซึ่งอยู่เหนือจังหวัดยูนนานฟูระยะทางสองวัน จังหวัดสะปุชันเป็นย่านกลางของการสอนศาสนาของชนชาติไทยอีกแห่งหนึ่ง ในฤดีนี้ตามปกติย่อมมีฝนตกมาก เครื่องสัมภาระของข้าพเจ้ามีเสบียงอาหารเป็นต้น ซึ่งบรรทุกมาโดยทางรถไฟนั้น ก็ยังมาไม่ถึง เพราะฉะนั้นการที่จะออกเดินทางไปยังจังหวัดเชียงรุ้งในขณะนี้ก็คงไม่สะดวกจนกว่าจะพ้นฤดูฝน จึงตกลงรับเชิญไปยังจังหวัดสะปุชันเสียก่อน

           เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2461 พวกเราพร้อมด้วยนายปอร์เตียสได้ออกเดินจากยูนนานฟู การเดินทางในตอนนี้ใช้เก้าอี้หาม จึงได้รับความสบายตลอดมา มาถึงจังหวัดสะปุชันเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน เป็นเวลาสองวันเต็ม จังหวัดนี้อยู่บนเนินสูงกว่าระดับน้ำทะเล 7,000 ฟุต เผอิญเมื่อพวกเรามาถึงเป็นเวลาที่ทันดูการกรีฑาประจำปีของนักเรียนในจังหวัดนี้ โรงเรียนทั้งหมดมี 7 โรงด้วยกันที่มาประชุมในการกรีฑานี้ มีนักเรียน 300 คน ซึ่งเป็นเด็กชาติต่างๆ รวม 7 ชาติคือ ลีซู ลากา โนซู โกปู ว้าเมี้ยว ไทย และจีน การกรีฑาของนักเรียนเหล่านี้น่าดูมาก ตอนบ่ายมีพิธีตามลัทธิศาสนาคริสต์ ซึ่งมีคนมาประชุมกันประมาณ 700 คน

           ข้าพเจ้าได้มีโอกาสสนทนากับคนไทยในตำบลนั้นสองคนกับนักเรียนอีกสองคนโดยใช้ภาษาไทยเหนือ เขาก็นึกประหลาดใจและยอมรับว่าเป็นภาษาเดียวกัน เมื่อคืนวันจันทร์มีการประชุมมิสชันรี มีคนไทยในถิ่นนั้นขอให้ไปเยี่ยมหมู่บ้านของเขา เขาพูดว่า คนไทยในหมู่บ้านนี้มีหลายหมู่ด้วยกันอยากเข้ารีตถือศาสนาคริสต์ถ้าสั่งสอนเขาด้วยภาษาไทย เมื่อเสร็จการประชุมแล้ว ในขณะที่ข้าพเจ้าคอยเวลาจะให้พ้นฤดูฝนอยู่นี้ตั้งใจไว้ว่า จะพักอยู่ที่นี่ทำกิจศาสนาเพื่อช่วยคนไทยในถิ่นนี้สัก 3 เดือน ต่อนี้ไปจะได้มอบให้นายเม็ตคัลฟ์รับช่วงต่อไปถึงแม้เขาจะมีหน้าที่สอนประจำชาติลากาอยู่แล้ว ข้าพเจ้าได้ตั้งต้นสอนภาษาไทยให้เขา

           นายปอร์เตียสขอให้ข้าพเจ้าเตรียมทำหัวข้อวิธีสอนศานาและเพลงสวดมนต์ให้เป็นเล่มขึ้น แล้วจะพิมพ์โรเนียว ซึ่งเขามีอยู่ จะได้นำไปสั่งสอนชนชาติไทยในถิ่นนั้น แต่การที่ข้าพเจ้าทำสำหรับชนชาติไทยในถิ่นนั้น หาใช่เป็นครั้งแรกไม่ มิสชันรีประจำชาติก็ได้เคยทำมาแล้ว จนถึงได้นำไปสั่งสอนชนชาติไทยตามถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากจังหวัดสะปุชันไประยะทางตั้ง 3 วัน แต่สั่งสอนด้วยภาษาจีน เมื่อนายปอร์เตียสได้ไปเที่ยวสั่งสอนตามหมู่บ้านนั้น แม้จะได้เตรียมหนังสือไทยไปก็หาได้ใช้ไม่ แต่ใช้หนังสืออย่างอักขรวิธีของโปลลาร์ด ด้วยความพยายามของเขาอย่างดีที่สุด ที่จริงอักขรวิธีของโปลลาร์ดนั้นเหมาะสำหรับชนขาวเขาผู้ไม่มีเสียพยัญชนะตัวท้าย และทั้งเสียงสูงต่ำก็ต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่จะเอามาเขียนเป็นภาษาไทยนั้นไม่สะดวก เพราะถ้อยคำที่เป็นภาษาไทยมีเสียงสูงต่ำต่างกันตามเสียงพยัญชนะถึง 6 เสียง ยิ่งกว่านั้นยังปรากฏว่า ชนชาติไทยแปลกกว่าชาติอื่นที่ถือตัวและภูมิใจในคำว่า ไทย อย่างไทยชาวใต้ซึ่งหมายความว่า อิสระ เพราะฉะนั้นกิจการที่เกี่ยวกับเขานั้นไม่ว่าอย่างใดๆ จะต้องเป็นไทยทั้งในการเขียนและในการพูด

อ่านหน้าถัดไป >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com