Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

ไทย

หลวงนิแพทย์นิติสรรค์ (ฮวดหลี หุตะโกวิท)

แปลจากต้นฉบับภาษษอังกฤษเรื่อง
The Tai Race-The Elder Brother of the Chinese
โดย Dr.William Clifton Dodd

เดินทางในยูนนาน พ.ศ. 2461

         การเดินทางผ่านมณฑลยูนนานใน พ.ศ. 2461 คงจะมีเหตุการณ์ที่น่ารู้แปลกไปบ้าง ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากเวลาที่ข้าพเจ้าเดินทางผ่านมณฑลนั้น เมื่อ พ.ศ. 2453 มาแล้ว ส่วนมากในท้องที่ที่ผ่านไปนั้นมีแต่คนจีน พวกเราปราศจากยานพาหนะใดๆ นอกจากเดินด้วยเท้าซึ่งชักช้า จึงแลเห็นความเป็นไปของจีน ทุกๆ สิ่งยังคงใหม่และยังคงน่าดูอยู่เหมือนเดิม            

         27 กันยายน ข้าพเจ้าอยู่ในยูนนานฟูได้เตรียมการสำหรับเดินทางไว้พร้อมเสร็จ กำหนดจะออกเดินทางไปเชียงรุ้ง ในวันที่ 30 ข้าพเจ้าเพิ่งจะกลับจากซานฟรานศิสโคเพียง 6 เดือนเท่านั้น            

         ยังไม่ทันพ้นฤดูฝน แต่ฝนก็ไม่สู้ชุก มิสชันรีผู้เป็นหมอในจังหวัดยูนนานฟู ได้ทัดทานข้าพเจ้ามิให้ออกเดินทางในขณะนี้ ข้าพเจ้ามีความร้อนใจยิ่งนัก ด้วยเกรงว่าจะไม่ทันการประชุมมิสชันรีที่จังหวัดเชียงรุ้ง ซึ่งกำหนดไว้แน่นอนแล้ว ข้าพเจ้ารีบจัดกิจการที่ข้าพเจ้าได้สิทธิพิเศษทำได้ในเขตจังหวัดวูติงเพื่อประโยชน์แก่ชนชาติไทยแถบลุ่มแม่น้ำยางสีเสร็จแล้วก็ตั้งใจว่าจะต้องรีบไปโดยไม่ผัดเวลาต่อไป โดยเหตุที่ข้าพเจ้าได้รับหน้าที่ใหม่ไปประจำอยู่ในจังหวัดเชียงรุ้ง นาย เจ. แกรแฮม ผู้แทนคณะมิสชันรีในยูนนานฟูได้จัดการขนสัมภาระต่างๆ โดยใช้ลาต่างเป็นพาหนะส่งเสียข้าพเจ้า ข้าพเจ้าบอกว่าจะรอช้าไม่ได้เพราะได้ตกลงใจแล้วว่าจะออกเดินทางตามที่กำหนดไว้ แม้จะมีฝนและโคลนเฉอะแฉะมาเป็นอุปสรรคก็ตาม ในยูนนานฟูฝนตก 12 วันต่อครั้ง

         ระยะทางจากยูนนานฟูไปเชียงรุ้งมีที่พักตามทาง 23 แห่ง และมีโจรผู้ร้ายชุกชุมด้วย แต่มีที่น่ากลัวที่สุดอยู่แห่งเดียว เจ้าพนักงานจีนได้ตามกำกับป้องกันส่ง ข้าพเจ้าจึงรู้สึกอุ่นใจว่าคงจะปลอดภัยไปถึงเชียงรุ้งก่อนสิ้นตุลาคมเป็นแน่ ส่วนความลำบากต่างๆ ในการเดินทางนั้น เมื่อได้ออกเดินเรื่อยๆ ไปสองสามวันก็คงจะค่อยๆ หายไปเอง เพราะข้าพเจ้าได้คุ้นต่อความลำบากมาแล้วแต่ครั้งอยู่ในประเทศไทยเคยขี่ม้าเดินทางตลอดทั้งวันไปบนถนนอันขรุขระและทุกฤดูกาล เก้าอี้หามมีเก๋งซึ่งใช้กันในถิ่นจีนก็สบายมากและป้องกันฝนได้ เมื่อเปรียบเทียบกับเก้าอี้ธรรมดา ซึ่งข้าพเจ้าเคยใช้เมื่ออยู่ในเมืองไทยแล้ว ดีกว่ากันมาก            

         เครื่องสัมภาระต่างๆ นั้นได้เอาขึ้นบรรทุกหลังลา มีหัวหน้ากุลีควบคุมไป และให้ออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อนตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 กันยายน ทั้งๆ ที่ฝนกำลังชุกอยู่ ข้าพเจ้าและครอบครัวพร้อมด้วยคนใช้ได้รออยู่จนวันจันทร์ตามกำหนด เพราะจะแยกไปทางลัดโดยลงเรือกลไฟเล็กข้ามทะเลสาบยูนนานไป จะได้ไปพบหมู่พาหนะในตำบลที่ได้นัดกันไว้            

         จันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2461 ข้าพเจ้าตื่นแต่เช้าเตรียมการออกจากบ้านเวลา 7 ก.ท. เรือกลไฟที่จะข้ามทะเลสาบนี้กำหนดออกจากท่าเวลา 8 ก.ท. แหม่มคอลลินส์ได้จัดเตรียมอาหารให้พร้อม เด็กใช้ที่เป็นไทย 4 คน ก็เตรียมตัวหาบหามข้าวของจะออกเดินแต่พวกกุลีที่ขนของหนักๆ ยังไม่มา ข้าพเจ้าจึงไปหานายแกรแฮมผู้จะช่วยเหลือให้ความสะดวกในเรื่องนี้ จึงได้ให้คนกุลีมาขนข้าวของออกจากบ้าน นายคอลลินสส์ขี่ม้าตามไปส่งข้าพเจ้าแต่นายโกวแมนเดิน ส่วนนายแกรแฮมนั้นล่วงหน้าไปเพื่อไปบอกเรือกลไฟว่าพวกเรากำลังเดินมาแล้ว



         นอกเมืองยูนนานฟูมีน้ำท่วมพื้นดินทั่วไป แต่มีถนนใหญ่พูนดินสูงขึ้นปลูกต้นไม้ข้างถนนเป็นแถวงตรงไปยังทะเลสาบ ถนนนั้นดูคล้ายทำนบกั้นน้ำ พวกเราเดินมาตามถนนนั้นจนไม่ช้าถนนก็หายไปในน้ำ นายโกวแมนผู้ตามมาส่งได้จัดแจงขนข้าวของลงบรรทุกเรือ  ข้าพเจ้ากับครอบครัวและเด็กใช้คนกุลีก็ต้องลงเรือแล้วแจวไปบนไร่นาซึ่งมีน้ำท่วม สักชั่วโมงหนึ่งก็ถึงเรือกลไฟจอดริมฝั่งทะเลสาบ นายคลอลินส์ขี่ม้ายืนอยู่และคอยดูเรือกลไฟออกจากท่าเมื่อพวกเราลงเรือกลไฟเรียบร้อยแล้ว เรือกลไฟก็ใช้จักรออกจากท่าเวลา 9 ก.ท. กึ่งแทนที่จะเป็น 8 ก.ท. ข้าพเจ้าได้ร่ำลามิตรสหายที่ตามมาส่งด้วยความอาลัย ต่างก็แสดงความยินดีและเพ่งดูกันจนกระทั่งเรือลับตาไป            

         ข้าพเจ้านอนลงบนเก้าอี้ดาดฟ้าเรือ ต้องห่อตัวอยู่ในเก้าอี้จนตลอด ลมเริ่มพัดแรงและมีคลื่นมากขึ้นทุกที จนเด็กคนใช้และคนครัวพากันเมาคลื่นตามกัน จนชั้นจะจัดอาหารให้กินก็ลำบากมาก เรือเดินต่อมาในทะเลสาบจนเวลาบ่าย 3 ล.ท. ใกล้ท่าเรือ แล้วลงเรือเล็กแจวฝ่าทุ่งนาต่อไปอีกชั่วโมหนึ่งจึงขึ้นฝั่งได้            

         การขึ้นฝั่งนี้มีเรื่องขลุกขลักเล็กน้อย คือชายหนุ่มสวมเครื่องแบบของรัฐบาลจีนคนหนึ่ง ได้พูดร้องขออะไรอย่างหนึ่ง แต่ก็ไม่ทราบเรื่องเพราะไม่เข้าใจภาษากัน ในที่สุดข้าพเจ้าก็ขึ้นเก้าอี้หามไปยังโรงขายอาหาร มีคนบอกว่าเจ้าพนักงานจีนได้กักตัวเด็กใช้ชาวยางสีคนที่โตกว่าเพื่อนไว้ที่ท่าเรือ ข้าพเจ้าจึงรีบกลับไปกับคนครัวซึ่งใช้เป็นล่ามได้ จึงได้ทราบว่าสิ่งที่เจ้าพนักงานจีนต้องการนั้น คือหนังสือเดินทาง            

         รุ่งขึ้นวันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2461 ข้าพเจ้าออกจากโรงขายอาหารไปตามถนนอันเรียบและไม่มีโคลนเฉอะแฉะเหมือนดังที่นึก จวนเวลาบ่ายก็เข้าไปในเมืองได้ตามที่นัดไว้ ณ ที่นั้นเครื่องหีบห่อและสัมภาระของข้าพเจ้าได้มาคอยอยู่ในเมืองแล้ว หัวหน้าที่คุมมาพูดว่าเขาจะออกเดินทางในวันรุ่งขึ้นยังไม่ได้ แต่ในที่สุดก็เป็นอันตกลงว่าจะต้องเดินทางในวันรุ่งขึ้น ข้าพเจ้ามีสัมภาระเพียงสองหีบเท่านั้น รุ่งขึ้นวันพุธได้ยกกองออกเดินทาง ทางที่เดินนี้เป็นทางบนเนินเขา มีภูมิประเทศงามมาก แต่ข้าพเจ้าอยู่เสียในเก้าอี้หามเพื่อให้อุ่นจึงไม่ใคร่ได้เห็นภูมิประเทศกี่มากน้อย ได้แต่สังเกตเห็นเครือเถาและพันธุไม้ที่ขึ้นเป็นซุ้มเป็นเชิงมีดอกสวยงามตามข้างทาง            

         เวลาบ่ายถึงหมู่บ้านเชิงเขา คนใช้ได้ขอให้หยุดพัก ณ ที่นี้เพื่อคอยหมู่ลาต่างที่บรรทุกของตามมาข้างหลัง และทั้งเสบียงที่เตรียมมาก็เหลืออยู่น้อย คนใช้ได้พาไปยังโรงขายอาหารซึ่งมีของขายอย่างตามมีตามเกิด ณ ที่นั้น พวกเราก็พักที่โรงขายอาหาร ที่นั้นมีที่ไหว้จ้าวทำเป็นโต๊ะอยู่ริมฝาด้านหลังมีเครื่องบูชาและแจกัน และต่อออกไปก็มีโต๊ะเครื่องบูชาอีกโต๊ะหนึ่ง เมื่อยังจัดการพักไม่ทันเรียบร้อย ชาวบ้านก็พากันตกใจด้วยได้ทราบข่าวว่า จะมีโจรราวสี่ร้อยคนยกเข้าปล้นหมู่บ้านนี้ พวกเราต้องรีบขนหีบเสื้อผ้าเข้าซ่อนไว้ในกองฟางที่อยู่หลังบ้านเพื่อให้พ้นโจรผู้ร้าย ข้าพเจ้าได้รออยู่ตลอดเวลาก็หามีโจรเข้ามาไม่ ศุกร์ ที่ 4 ตุลาคม เวลาเช้าได้ย้ายจากโรงขายอาหารแห่งนี้ ไปพักที่โรงขายอาหารในตำบลอื่นแล้วเดินทางต่อไป

         อังคารที่ 8 ตุลาคม พวกเราได้มาถึงยวนเกียง (Yuan Kiang) ณ จังหวัดนี้ข้าพเจ้าได้เคยเดินมาบรรจบทางที่ตรงนี้เมื่อ พ.ศ. 2453 ครั้งหนึ่ง และจากยวนเกียงไปโมไฮก็เดินทางเดียวกับคราวก่อน แต่ว่าในคราวนี้ได้เดินทางผ่านเฉพาะดินแดนลุ่มแม่น้ำแดงเท่านั้น ซึ่งผิดจากการเดินทางคราวก่อนเล็กน้อย และตามทางนี้ก็ไม่ใคร่ได้พบชนชาติไทยนักด้วยมักตั้งบ้านเรือนอยู่ลึกจากทางใหญ่เข้าไป และจะหาโอกาสไปเที่ยวสืบสวนในขณะที่กำลังเดินทางอยู่นี้ไม่ได้

อ่านหน้าถัดไป >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com