Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป>>

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

6

การรบพม่าครั้งที่ 2

            การรบพม่าครั้งที่ 2 นี้อุบัติที่บางแก้ว เมืองราชบุรี พ.. 2317  มูลเหตุของการรบครั้งนี้เกิดแต่มอญ มีเรื่องราวดังนี้  พวกมอญเกิดความไม่พอใจได้ลุกเป็นกบฎแข็งเมืองต่อพม่า  พระเจ้าอังวะมังระจึงให้อะแซหวุ่นกี้ยกทัพมาปราบปรามมอญ  พวกมอญพากันอพยพหลบหนีภัยเข้ามาในดินแดนไทยเป็นอันมาก  พระยามอญที่เป็นหัวหน้าคิดการกบฏมาด้วยสี่คน มีพระยาเจ่ง และพระยากลางเมืองเป็นต้น  ฝ่ายไทยได้ส่งทหารออกไปอารักขาควบคุมมอญเข้ามา  โปรดฯ ให้ครัวมอญเหล่านี้ไปตั้งภูมิลำเนาอยู่ที่ปากเกร็ดบ้าง  และสามโคกบ้าง  อะแซหวุ่นกี้ให้งุยอคงหวุ่น  ยกกองทัพติดตามพวกมอญและสั่งว่า  ถ้าตามทันก็ให้กวาดต้อนพวกมอญกลับไป  ถ้าพวกมอญหนีเลยเข้ามาในแดนไทยแล้วให้ยกกองทัพกลับ  งุยอคงหวุ่นถือดีดูถูกไทย  จึงฝ่าฝืนคำสั่งยกทัพล่วงแดนเข้ามาทางด้านพระเจดีย์สามองค์

          พอเจ้าพระเจ้ากรุงธนบุรีกลับจากการรบที่เชียงใหม่ถึงพระนครก็ทราบข่าวศึก  จึงให้เกณฑ์กองทัพในกรุง  ให้พระองค์เจ้าจุ้ยลูกเธอกับพระยาธิเบศร์บดี  คุมพล 3,000 ไปรักษาเมืองราชบุรี  กับมีตราสั่งให้กองทัพหัวเมืองฝ่ายเหนือลงมาช่วย  แล้วให้ตำรวจพายเรือขึ้นไปประกาศแก่กองทัพที่ตามเสด็จลงมาไม่ให้ใครแวะบ้านเป็นอันขาด  ขณะนั้นมีนายทหารคนหนึ่งชื่อพระเทพโยธา บังอาจขัดรับสั่งแวะขึ้นบ้าน  พอทรงทราบก็ให้จับตัวมามัดเข้ากับเสาตำหนักแพ  ทรงพระแสงดาบตัดศรีษะพระเทพโยธาด้วยพระหัตถ์แล้วเอาศรีษะไปเสียบไว้ที่ป้อมวิชัยประสิทธิ์  ขณะนั้นพวกกองทัพที่กลับจากเชียงใหม่พอมาถึงตำหนักแพถวายบังคมแล้วเลี้ยวเข้าคลองบางกอกใหญ่ทุกลำ  ส่วนพระองค์นั้นประทับอยู่ในพระนคร 13 วัน  แล้วก็หักพระทัยยกทัพออกจากพระนครไปตีต่อสู้ข้าศึกที่เมืองราชบุรีในขณะที่กรมพระเทพามาตย์ ราชชนนีกำลังประชวรหนักอยู่  กองทัพพม่าที่ยกมาครั้งนี้มีไพล่พลราว 5,000 มาตั้งค่ายมั่นอยู่ที่บางแก้ว  แขวงเมืองราชบุรีสามค่าย  และให้แบ่งจำนวนพลให้ไปตั้งที่ปากแพรกเสีย 2,000  เมื่อพระองค์เจ้าจุ้ยยกทัพไปถึงเข้าล้อมค่ายพม่าไว้  ต่อมาพระเจ้ากรุงธนบุรีก็ได้ส่งกองทัพไปล้อมสมทบเข้าอีก  พม่าที่มารบคราวนี้ประมาทฝีมือไทยโดยเปิดเผย  ปล่อยให้ไทยล้อม  เพราะถือว่ายิ่งล้อมมากยิ่งดี  เมื่อพม่าตีกองทัพไทยที่ล้อมไว้แตกจะได้เก็บทรัพย์จับเชลยได้มาก  แต่ความคิดของพม่าผิดถนัด  พม่าไม่สามารถตีแหกกองทัพที่ล้อมอยู่ออกไปได้  ทั้งเสบียงอาหารก็ร่อยหรอทุกที  ฝ่ายอะแซหวุ่นกี้คอยอยู่ที่เมืองเมาะตะมะเห็นกองทัพงุยอคงหวุ่นหายไปเกินกำหนด  จึงให้ตะแคงมะระหน่องยกพล 3,000 ติดตามเข้ามา  กองทัพพม่าที่ยกมาคราวนี้มาตั้งอยู่ที่เขาชะงุ้มในแขวงเมืองกาญจนบุรี  ไม่สามารถยกเข้าช่วยพวกที่ถูกไทยล้อมเข้าไว้ได้  แต่พยายามส่งข่าวติดต่อให้ทราบว่ามีกองทัพมาช่วย  พม่าพยายามตีแหกออกจากที่ล้อมอยู่เสมอ  แต่จะพยายามสักเท่าไร ๆ ก็ไม่สำเร็จจนเสบียงอาหารในค่ายหมดลง  ในที่สุดต้องยอมให้ไทยจับเป็นเชลย 1,328 คน  รวมทั้งงุยอคงหวุ่น อุตมะสิงห์จอจัว และนายทัพนายกองทั้งปวง  ส่วนที่ตายเสียเมื่อถูกล้อมกว่า 1,600 คน  การรบคราวนี้พระเจ้ากรุงธนบุรีไม่ตีพม่าให้แตกพ่ายเหมือนครั้งก่อนพยายามล้อมจับเป็นเชลยเพื่อให้ประจักษ์แก่ตาคนไทยที่เกรงกลัวพม่าจะได้ไม่กลัวต่อไป  พอได้ค่ายพม่าที่บางแก้ว  พระเจ้ากรุงธนบุรีก็มีรับสั่งให้ระดมตีกองทัพพม่าที่เขาชะอุ้มและปากแพรก  พม่าพ่ายแพ้ยับเยินและหนีกลับไปทั้งสิ้น  และที่ล้มตายและถูกจับเป็นเชลยมากกว่ามาก  เจ้าพระยาจักรีและเจ้าพระยาสุรสีห์เป็นหัวแรงของพระเจ้ากรุงธนบุรีในการรบครั้งนี้ด้วย

 

            ในการรบครั้งนี้  สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงมีพระบรมราโชวาท  พระราชทานแก่ทหารว่า “พ่อใช้ให้ไปทำการศึกบ้านเมืองใด  พ่อมิได้สะกดหลังไปด้วย  ก็ไม่สำเร็จราชการ  ครั้งนี้พ่อไปราชการสงครามเมืองเชียงใหม่  ให้ลูกอยู่ทำราชการข้างหลัง  และมาพ่ายแพ้แก่พม่าให้ขายพระบาทพ่อ  แล้วกล่าวโทษกันว่าอดข้าวปลาอาหาร  อันทำการศึกครั้งนี้  พ่อจะชิงชังแก่ลูกผู้ใดหามิได้  รักใคร่เสมอกัน  อันเป็นกษัตราธิราชเจ้าแผนดิน  ถ้าผู้ใดมีความชอบ มิได้ปูนบำเหน็จ ผู้ใดผิด มิได้เอาโทษ, ทำฉะนี้ก็ไม่ควรแก่ราชการแผ่นดิน  อันประเพณีกษัตราธิราช  ผู้ใดมีความชอบ ปูนบำเหน็จรางวัล  ให้รั้งเมืองครองเมืองตามฐานานุกรมลำดับ  ถ้าโทษผิดควรจะตีก็ตี  ควรจะฆ่าก็ฆ่าเสีย  จึงจะชอบด้วยราชการแผ่นดิน  จะทำสงครามกับพม่าไปได้  และพ่ออุตสาหะทรมานเที่ยวทำสงครามมาทั้งนี้  ใช่จะจงพระทัยปรารถนาหาความสุขแต่พระองค์เดียวหามิได้  อุตสาหะสู้ยากลำบากพระกายทั้งนี้เพื่อจะทำนุบำรุงพระศาสนา  ให้สมณชีพราหมณ์ประชาราษฎร์เป็นสุขทั่วขอบขัณฑสีมา  เพื่อจะมิให้คนอาสัตย์ธรรม์  และครั้งนี้ลูกทั้งหลายทำการให้พ่ายแพ้แก่พม่า  ครั้นจะเอาโทษก็เสียดายนัก  ด้วยเลี้ยงดูมาเป็นใหญ่โตแล้ว  ผิดครั้งนี้จะยกไว้ทำราชการแก้ตัวครั้งหนึ่งก่อน  ถ้าพม่ายกมาตีรบมีชัยชนะแล้วจึงจะพ้นโทษทั้งนายและไพร่” ฯลฯ

          ในพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีตอนนี้  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชวิจารณ์ไว้ในหนังสือ จดหมายเหตุความทรงจำของกรมหลวงนรินทรเทวี และพระราชวิจารณ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (เฉพาะตอน พ..2310 - 2360)

            116. คำที่ว่าเจ้ากรุงธนรับสั่งเช่นนี้  สมกับคำที่เล่าว่า  รับสั่งหลายคราว  พบตัวอย่างในจดหมายรายวันทัพเล่มซึ่งตั้งต้นแต่ ณ วันศุกร์ เดือน 2 ขึ้น 12 ค่ำ ปีมะเมีย ฉศกจุลศักราช 1136  เสด็จขึ้นไปตีเชียงใหม่  อันกรมสมเด็จพระปรมานุชิต ได้ทรงเก็บข้อความลงในพงศาวดารหมดแล้ว  แต่มีข้อซึ่งจะพึงสังเกตอาการกิริยา  อันทางเรียงพงศาวดารท่านไม่ต้องการใช้นั้นเหลืออยู่หลายแห่ง  แต่แห่งหนึ่งควรยกมาเป็นตัวอย่างในข้อซึ่งบรรยายถ้อยคำเจ้ากรุงธนบุรีนี้  ได้คำรับสั่งอันนี้ได้รับสั่งเวลาประทับอยู่ค่ายเขาพระ  กำลังล้อมค่ายพม่าบ้านบางนางแก้ว เมื่อ ณ วันจันทร์ เดือน 4 ขึ้น 5 ค่ำ ปีมะเมีย ฉศก จุลศักราช 1136  เพลาเช้าเมื่อได้ลงพระราชอาญาผู้ซึ่งยิงปืนหามแล่นไม่พร้อมกันทีละสามสิบสี่สิบนัดตามรับสั่ง  ไปยิงแต่ทีละนัดจนข้าศึกรู้ตัวเสร็จแล้ว  จึงมีข้อความจดลงไว้ว่า  “อนึ่งเพลาเช้า 5 โมงเศษ  หลวงรักษ์มณเฑียรมาเฝ้า  จึงตรัสว่าข้าราชการทั้งปวงใช้ให้ไปทำศึกบ้านใดเมืองใด  พ่อมิได้สะกดหลังไปด้วย  ก็ไม่สำเร็จราชการ  ครั้งนี้พ่อไปราชการสงครามเมืองเชียงใหม่  ให้ลูกอยู่ทำราชการข้างหลัง  และมาพ่ายแพ้แก่พม่าให้ขายพระบาทพ่อ  แล้วกล่าวโทษกันว่าอดข้าวปลาอาหาร  อันทำการศึกครั้งนี้  พ่อจะชิงชังแก่ลูกผู้ใดหามิได้  รักใคร่เสมอกัน  อันเป็นกษัตราธิราชเจ้าแผนดิน  ถ้าผู้ใดมีความชอบ  มิได้ปูนบำเหน็จ  ผู้ใดผิดมิได้เอาโทษ  ทำฉะนี้ก็ไม่ควรแก่ราชการแผ่นดิน  อันประเพณีกษัตราธิราช  ผู้ใดมีความชอบ ปูนบำเหน็จรางวัล ให้รั้งเมืองครองเมืองตามฐานานุกรมลำดับ  ถ้าโทษผิดควรจะตีก็ตี ควรจะฆ่าก็ฆ่าเสีย จึงจะชอบด้วยราชการแผ่นดิน  จะทำสงครามกับพม่าไปได้  และพ่ออุตสาหะทรมานเที่ยวทำสงครามมาทั้งนี้  ใช่จะจงพระทัยปรารถนาหาความสุขแต่พระองค์เดียวหามิได้  อุตสาหะสู้ยากลำบากพระกายทั้งนี้เพื่อจะทำนุบำรุงพระศาสนา  ให้สมณชีพราหมณ์ประชาราษฎร์เป็นสุขทั่วขอบขัณฑสีมา  เพื่อจะมิให้คนอาสัตย์อาธรรม  และครั้งนี้ลูกทั้งหลายทำการให้พ่ายแพ้แก่พม่า  ครั้นจะเอาโทษก็เสียดายนัก  ด้วยเลี้ยงดูมาเป็นใหญ่โตแล้ว  ผิดครั้งนี้จะยกไว้ทำราชการแก้ตัวครั้งหนึ่งก่อน  และเอาบุตรภรรยามาจำไว้สิ้นแล้ว  และอันจะตั้งค่ายอยู่เมืองราชบุรีนั้น  ถ้าพม่ายกมาตีรับรองหยุดมีชัยชำนะแล้วจึงจะพ้นโทษทั้งนายทั้งไพร่  เร่งคิดอ่านจงดีเถิด  อันพ่อจะละพระราชกำหนดบทพระอัยการศึกเสียนั้นมิได้  ถึงมาตรตัวจะเป็นนายทัพนายกองมิได้  จะพิดทูลขอตัวเป็นไพร่ก็ตามใจสมัคร  ถ้าจะทำไปได้ก็ให้เร่งคิดอ่านทำการแก้ตัวไปให้รอดชีวิตเถิด

หน้าถัดไป >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com