Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป>>

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

12

พระราชกรณียกิจในด้านการศาสนา

            สมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี ทรงมีพระราชศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระบวรพุทธศาสนา ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจด้านศาสนาเป็นเอนกประการเช่นเดียวกับพระราชกรณียกิจด้านความมั่นคงของประเทศ  ด้วยทรงตั้งพระราชปณิธานอย่างแน่วแน่ว่า “จะขอยกพระบวรพุทธศาสนาให้โชตนาการไพบูลย์ขึ้นเหมือนอย่างแต่ก่อน”

            นับตั้งแต่เสียกรุงศรีอยุธยาเสียเอกราชแก่พม่าใน พ..2310  พระพุทธศาสนาและศาสนาทั้งหลายที่เข้ามาเผยแผ่ในประเทศไทย  ต่างก็ได้รับความกระทบกระเทือนโดยทั่วกัน  วัดวาอารามและหนังสืออันเป็นหลักธรรมทางศาสนาถูกทำลายจากภัยสงคราม  พระสงฆ์ตลอดจนผู้สอนศาสนาทั้งหลายต้องแตกฉานซ่านเซ็น  หลบหนีไปซุ่มซ่อนตามหัวเมืองที่ห่างไกล  ทำให้กิจการด้านศาสนามัวหมองลง

            เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรีทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีและรวบรวมพระราชอาณาจักรได้เป็นปึกแผ่นแล้ว  ได้ทรงดำเนินการฟื้นฟูศาสนา  ดังอาจประมวลเป็นหัวข้อได้ดังนี้

            1. ทรงแต่งตั้งพระสังฆราชและราชาคณะตามธรรมเนียมครั้งกรุงศรีอยุธยา เพื่อให้ทำหน้าที่บังคับบัญชา ควบคุม ตลอดจนสั่งสอนพระสงฆ์ทั้งฝ่ายคันถธุระและวิปัสสนาธุระ  โดยให้ประจำพระอารามหลวงต่าง ๆ ในกรุงธนบุรี  แล้วส่งพระราชาคณะไปประจำตามหัวเมืองเพื่อจัดระเบียบสงฆ์ให้เรียบร้อยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั้งพระราชอาณาจักร

            2. ทรงปฏิสังขรณ์พระอารามทั้งในพระนครและหัวเมืองเป็นจำนวนมาก  พระราชทานจตุปัจจัยเป็นต้นว่าอาหารและผ้าไตรจีวรแก่พระสงฆ์ในพระอารามต่าง ๆ อย่างเพียงพอ  ในรัชสมัยของพระองค์โปรดให้พระราชทานเบี้ยหวัดแก่พระราชาคณะ ฐานานุกรมและเปรียญทั้งปวง  ดังเช่นข้าราชการฝ่ายฆราวาส  นอกจากนี้ยังพระราชทานข้าพระให้คอยปฏิบัติดูแลพระอารามที่สำคัญด้วย

            3. โปรดให้สังคายนาพระไตรปิฏก  อันเป็นหลักพระพุทธศาสนาใน พ.. 2312  ณ วัดบางหว้าใหญ่ (วัดระฆังโฆสิตาราม โดยอาศัยฉบับที่อัญเชิญมาจากนครศรีธรรมราชเป็นหลัก  โปรดให้ช่างจารพระไตรปิฏกฉบับหลวงขึ้น  และให้รวบรวมคัมภีร์ในพระไตรปิฏกรวมทั้งคัมภีร์อื่น ๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ตามหัวเมืองฝ่ายเหนือ ฝ่ายใต้ และกัมพูชา  เข้ามาเป็นต้นฉบับในกรุงธนบุรี

            4. ทรงส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมของพระสงฆ์ โดยพระราชทานรางวัลแก่พระสงฆ์ที่เล่าเรียนดี  ตามลำดับมากน้อยโดยสมควรแก่สมณสารูป

            5. ทรงกำจัดผู้ปฏิบัติการอันเป็นการทำลายพระพุทธศาสนา  เช่น  โปรดให้ที่ประชุมสงฆ์และกรมสังฆการี ชำระ สอบสวน และลงโทษพระสงฆ์ที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสมณเพศ  โปรดให้ตราพระราชกำหนดศีลสิกขาใน พ..2316  เพื่อให้พระสงฆ์ปฏิบัติตนให้เคร่งครัดตามศีลอันเป็นพระวินัยและทรงพิจารณาโทษชาวจีนที่รับซื้อทองที่ได้มาจากการทำลายพระพุทธรูป  เป็นต้น

            ในส่วนพระองค์นั้น  สมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรีทรงปฏิบัติพระองค์เยี่ยง “ธรรมราชา”  ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลรักษาศีลและบริจาคทานอย่างสม่ำเสมอ  เมื่อว่างจากพระราชกิจด้านอื่นมักจะเสด็จไปทรงสนทนาธรรมกับพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ตามพระอารามหลวง  และประทับทรงเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ณ วัดบางยี่เรือใต้ (อินทาราม) หากเสด็จหัวเมืองในพระราชอาณาเขต  มักเสด็จไปทรงนมัสการปูชนียสถานสำคัญในเมืองนั้น  และโปรดให้จัดงานสมโภชตามโอกาสอันควร

            นอกจากนี้  สมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรียังพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์แก่ศาสนาอื่น ๆ ในพระราชอาณาจักรด้วย  เป็นต้นว่า ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ฯลฯ  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดินให้สร้างวัด  พระราชทานเงิน เครื่องใช้ ตลอดจนความสะดวกในการเผยแผ่ศาสนา  พระราชทานโอกาสให้นักบวชในศาสนาต่าง ๆ เข้าเฝ้าฯ  เพื่อสนทนาธรรมโดยไม่ถือพระองค์  ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี  จึงนับเป็นยุคที่ศาสนารุ่งเรืองสมัยหนึ่ง

 

            การบูรณะและปฏิสังขรณ์วัด  พร้อม ๆ กับที่ได้โปรดให้จัดระเบียบสังฆมณฑลให้เป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น  ในโอกาสที่สถาปนานครหลวงแห่งใหม่นั้น  ก็โปรดให้ว่าจ้างข้าราชการทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนร่วมกันสร้างพระอุโบสถ พระวิหาร และเสนาสนะกุฎีสงฆ์  รวมหลายพระอารามด้วยกัน  เป็นจำนวนกว่า 200 หลัง  สิ้นพระราชทรัพย์ไปเป็นอันมาก  และในปีหลัง ๆ ต่อมา  ก็ได้โปรดให้สถาปนาและบูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่าง ๆ อีกหลายต่อหลายครั้งด้วยกัน

            พระอารามที่ได้โปรดให้สถาปนาขึ้นในรัชกาลของพระองค์คือ วัดบางยี่เรือเหนือ (วัดราชคฤห์ เดี๋ยวนี้) และพระอารามที่ทรงปฏิสังขรณ์นั้น ก็ได้แก่  วัดบางหว้าใหญ่ (วัดระฆังโฆสิตาราม) วัดแจ้ง (วัดอรุณราชวราราม) วัดบางยี่เรือใต้ (วัดอินทาราม) และวัดหงส์อาวาสวิหาร (วัดหงศ์รัตนาราม) ฯลฯ

          วัดที่สำคัญยิ่งในสมัยกรุงธนบุรีนี้ ก็คือ วัดอินทาราม (เวลานั้นเรียกว่า “วัดบางยี่เรือนอก” หรือ “วัดบางยี่เรือใต้”) ซึ่งได้ทรงเอาพระทัยใส่บูรณะปฏิสังขรณ์ทั่วพระอารามอย่างถึงขนาดมาจนตลอดรัชกาล และได้โปรดให้ยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ ให้วัดเป็นฝ่ายสมถะวิปัสสนา อีกวัดหนึ่งก็คือ วัดหงส์รัตนาราม (เวลานั้นมีชื่อเรียกเป็นทางการว่า “วัดหงษ์อาวาสวิหาร”) ซึ่งได้โปรดให้ปฏิสังขรณ์เป็นการใหญ่พร้อม ๆ กับการปฏิสังขรณ์วัดอินทารามคราวแรก  คือเมื่อปี พ..2319  แล้วได้ทรงยกย่องขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกอีกวัดหนึ่ง  และให้เป็นวัดฝ่ายการศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม  เนื่องจากวัดนี้อยู่ใกล้พระราชฐานและอยู่ในใจกลางกรุงสมัยนั้น  จึงเป็นพระอารามที่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอและบุคคลสำคัญในยุคนั้น  เสด็จมาทรงผนวชและบวชกันเป็นอันมาก

            พระอารามที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในสมัยกรุงธนบุรีก็คือ  วัดอรุณราชวราราม  ซึ่งขณะนั้นยังมีชื่อเรียกกันว่า “วัดแจ้ง”  สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีได้ทรงเอาพระทัยใส่บูรณะเป็นอย่างมากเท่าที่จะทำได้  วัดนี้ในสมัยกรุงธนบุรีอยู่ในเขตพระราชฐาน  จึงไม่มีพระสงฆ์อยู่อาศัย  ต่อมาในตอนปลายรัชกาลเมื่อทรงได้พระแก้วมรกตมาจากเวียงจันทน์  ก็ได้โปรดให้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ในพระอารามแห่งนี้

            วัดแจ้งจึงได้กลายเป็น “วัดพระแก้ว” เช่นเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดารามทุกวันนี้

            พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรหรือพระแก้วมรกต  พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และสำคัญยิ่งคู่บ้านเมืองไทยเราในขณะนี้  ก็ได้เข้ามาประดิษฐานอยู่ในเมืองไทยเราตั้งแต่ในสมัยกรุงธนบุรีเช่นกัน  โดยได้อัญเชิญมาจากเมืองเวียงจันทน์พร้อมกับพระบาง เมื่อ พ.. 2322  ได้โปรดให้ปลูกโรงรับเสด็จขึ้นประดิษฐานไว้ ณ ข้างพระอุโบสถวัดแจ้ง (วัดอรุณราชวราราม ภายในเขตพระราชวังเดิมแล้วได้โปรดให้มีพระราชพิธีสมโภชเฉลิมฉลองกันอย่างเอิกเกริกมโหฬาร  ได้ทรงมีพระราชดำริจะสร้างพระมหาปราสาทถวายพระแก้วมรกตนี้ขึ้นไว้ภายในพระราชฐาน  แต่การยังมิทันจะดำเนินไปได้ดังพระราชประสงค์ก็สิ้นรัชกาลลงเสียก่อน

            สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงมีพระราชโอวาทถวายเตือนแก่พระสงฆ์ว่า  “ขอพระผู้เป็นเจ้าทั้งปวงจงตั้งใจปฏิบัติสำรวมรักษาในพระจตุปาริสุทธิศีล  ให้บริสุทธิ์ผ่องใสอย่าให้เศร้าหมอง  แม้นผู้เป็นเจ้าจะขัดสนด้วยจตุปัจจัยสิ่งใดนั้น  เป็นธุระโยมจะรับอุปัฏฐากผู้เป็นเจ้าทั้งปวง  แม้นถึงจะปรารถนามังษะและรุจิระของโยม  โยมก็อาจสามารถจะเชือดเนื้อและโลหิตออกถวายเป็นอัชณัติกทานได้”

หน้าถัดไป >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com