Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน >>

ขุนช้าง-ขุนแผน

ฉบับร้อยแก้ว

พระไวยถูกเสน่ห์  

ฝ่ายพระไวยนอนอยู่ในห้องกับนางศรีมาลา ให้เกิดความปั่นป่วน ฝันว่านางสร้อยฟ้ามาเชิญชวนให้ไปหา ตื่นขึ้นก็เดินไปห้องนางสร้อยฟ้า  นางสร้อยฟ้าต่อว่า พระไวยก็ยอมรับผิด แล้วอยู่กับนางสร้อยฟ้าตลอดคืน  รุ่งขึ้นพระไวยไปเข้าเฝ้า  สมเด็จพระพันวษาเห็นพระไวย จึงตรัสถามว่า ทำไมหน้าตาหมองคล้ำไป หรือว่าเมียเกิดหึงกัน เพราะใครที่มีเมียสองมักมีเรื่องหมองใจ แต่พระไวยยังไม่สร่างมนตร์ที่ถูกดลใจไว้ จึงมิได้กราบทูลตอบแต่อย่างใด เมื่อกลับออกมาแล้ว ก็ครุ่นคิดถึงแต่นางสร้อยฟ้า และรู้สึกเกลียดชังนางศรีมาลา   พบทั้งสองนางนั่งอยู่ นางสร้อยฟ้าแกล้งล้มลง แล้วใส่ร้ายว่าศรีมาลาทำร้าย  พระไวยก็เชื่อนางสร้อยฟ้า แล้วเฆี่ยนตีศรีมาลา นางทองประศรีก็พลอยเข้าข้างสร้อยฟ้า  มีแต่พลายชุมพลเท่านั้น ที่เข้าช่วยกั้นให้ศรีมาลา เลยถูกพระไวยตีไปหลายครั้ง นางทองประศรีจึงเข้ามากันหลาน แล้วด่าว่าพระไวยที่กลัวเมีย

พลายชุมพลหนีไปกาญจนบุรี

ฝ่ายพลายชุมพลก็มาคิดว่า พระไวยพี่ชายของตนคงจะถูกทำเสน่ห์ แม้แต่เมียรักของตนยังเฆี่ยนตีได้ ตนเองไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกัน พระไวยก็คงจะไม่รัก จึงคิดจะไปหาพ่อกับแม่ที่กาญจนบุรี  จึงรอโอกาสจนนางทองประศรีผู้เป็นย่าหลับ ก็แอบหนีไปเมืองกาญจนบุรี โดยมีกุมารทองเป็นเพื่อนไปด้วย นางทองประศรีตื่นขึ้นไม่เห็นหลาน ก็เที่ยวให้คนตามหากันอลหม่านไปทั้งบ้าน  พระไวยรู้เรื่องก็จับยามดู ก็รู้ว่าพลายชุมพลไม่เป็นอันตรายอะไร

...จึงจับยามตามตำราพระอาจารย์  วันอังคารเศษเสาร์เข้ายามจันทร์
จะไปดีมาดีมิเป็นไร  จะพานพบผู้ใหญ่เกษมสันต์... 

เมื่อรู้ดังนั้นแล้ว จึงบอกนางทองประศรีไป ทำให้นางคลายใจ แล้วก็เฝ้าเป็นทุกข์ถึงหลาน อยู่ด้วยความเศร้าสร้อยอาลัยอาวรณ์ไม่เว้นวัน

...เช้าเย็นเป็นทุกข์ถึงหลานน้อย  ยิ่งเศร้าสร้อยสวมสอดกอดแต่หมอน
พระสุริยาสายัณห์ลงรอนรอน  แกอาวรณ์ร้องไห้ไม่วายวัน ฯ

พลายชุมพลเดินทางดั้นด้นไปในป่า เข้าเขตสุพรรณบุรีตอนบ่าย ให้คิดถึงและห่วงใยย่ากับนางศรีมาลา ที่เคยให้ความรักใคร่เอ็นดูตนมาโดยตลอด

โอ้สงสารท่านย่านิจจาเอ๋ย  จะวายเวยร้องไห้อาลัยถึง
ที่ในบ้านป่านนี้จะมี่อึง  โกรธขึ้งถุ้งเถียงกันทั้งเรือน
โอ้เอ็นดูแต่พี่ศรีมาลา  น้องจากมาแล้วจะได้ใครเป็นเพี่อน...
...ถึงเป็นพี่สะใภ้ไม่ฉันทา  เหมือนมารดาเลี้ยงน้องถนอมใจ...

เมื่อถึงกาญจนบุรีตอนใกล้รุ่ง กุมารทองก็นำไปยังบ้านขุนแผน แล้วหายตัวไป  พลายชุมพลเห็นพ่อแม่นั่งอยู่ที่หอขวาง ก็วิ่งเข้าไปหา กราบไหว้แล้วร้องไห้ เล่าความที่เกิดขึ้นให้ฟังโดยตลอด  ขุนแผนทราบเรื่องแล้วก็โกรธพระไวยยิ่งนัก  แล้วก็ปรารถว่ากุมารทองไปไหน ทำไมไม่มาบอกเรื่องนางสร้อยฟ้าให้ตนทราบ กุมารทองจึงกระซิบบอกว่า สร้อยฟ้าไปหาเถรขวาดที่วัดพระยาแมน ให้ปั้นรูปรอยฝัง ขอให้ขุนแผนรีบลงไปช่วย

พลายชุมพลหนีไปสุโขทัย  

เมื่ออยู่ด้วยกันสองแม่ลูก พลายชุมพลก็ถามแม่ถึงญาติฝ่ายแม่ นางแก้วกิริยาก็เล่าเรื่องให้ฟังถึงความเป็นมา พลายชุมพลได้ฟังก็สงสารแม่ที่ต้องตกยาก แล้วคิดว่าจะหนีไปหาคุณยายคุณตาที่เมืองสุโขทัย  ตกกลางคืนเมื่อทุกคนหลับหมดแล้ว ก็เรียกกุมารทองมาบอกความ แล้วก็ลาแม่ทั้งที่ยังหลับ ออกเดินทางไปสุโขทัยกับกุมารทอง

แล้วกราบเท้ามารดาน้ำตาพราก ลูกจะจากแม่แล้วยังหลับไหล 
จะบอกแม่กลัวแต่จะขืนใจ  จำเป็นหนีไปไม่ทันลา
โอ้ว่าเจ้าประคุณของลูกแก้ว  ตื่นแล้วจะโศกเศร้าเฝ้าโหยหา
ลูกไม่ไปไหนจะพบคุณยายตา  ก็หักใจไคลคลามาจากเตียง

รุ่งเช้านางแก้วกิริยาตื่นขึ้นมา เห็นลูกหายไปก็ตกใจ รีบไปบอกขุนแผน  ขุนแผนจับยามดูแล้วเห็นว่า ไม่เป็นอะไร จึงบอกให้นางคลายใจ

...จึงจับยามตามเคยสังเกตใจ คืนนี่ไปยามจันทร์วันอังคาร
ในตำราว่าอมฤคโชค  ไม่มีโศกจะเป็นสุขสนุกสนาน
จะพบพานผู้ใหญ่ในวงศ์วาน ไม่ช้านานก็จะมาเห็นหน้ากัน

พลายชุมพลเดินทางอยู่สามวัน ก็ถึงเมืองสุโขทัย  กุมารทองชี้เรือนพระยาสุโขทัยให้ แล้วก็หายตัวไปเป็นเงาตามอยู่ข้างหลัง   พลายชุมพลเห็นยายกับตานั่งอยู่บนหอขวาง ก็คลานเข้าไปไหว้คุณยายกับคุณตาของตน  เมื่อไต่ถามจนรู้ว่า พลายชุมพลเป็นลูกนางแก้วกิริยาก็ดีใจยิ่งนัก  จึงให้จัดบายศรีรับขวัญหลานเป็นงานใหญ่ เสร็จงานแล้วก็อยู่กับตายายต่อมาด้วยความสุข  ได้สอบถามเรื่องการเรียน  พลายงามก็แจ้งว่า ย่าได้สอนหนังสือให้จนถึงแม่เกย ตายายจึงหารือว่าจะให้ไปบวชเรียนที่วัด  พลายชุมพลก็ว่าตนอยากบวชอยู่แล้ว  ดังนั้นสองยายตาจึงพาหลานไปฝาก สังฆราชาที่วัดกระพังทอง

...ให้หาธูปเทียนข้าวตอกดอกไม้  กับหมากพลูจะได้ไปถวาย
แล้วอาบน้ำทาแป้งแต่งหลานชาย ให้นุ่งลายห่มแพรม่วงดวงพุดตาน 
ยายเพ็ญจันทร์นั้นนุ่งตะรางไหม ห่มปักตะนาวใหม่สมภูมิฐาน
เจ้าขรัวตานุ่งผ้าปูมประทาน แล้วหยิบส่านมาห่มสมตัวครัน 
ชวนหลานชายพลายน้อยออกเดินทาง ต่างกางร่มปีกค้างคาวกั้น 
บ่าวถือถาดพานทองรองตะบัน ตามกันออกไปวัดกระพังทอง...


นางศรีมาลาครวญ

นางศรีมาลาเมื่อพลายชุมพลจากไปแล้ว ก็ตรอมตรมระทมใจ พระไวยก็ไปอยู่กับนางสร้อยฟ้า  นางทองประศรีก็พลอยด่าว่าไม่พูดด้วย คอยขุนแผนก็ยังไม่มา จึงคิดที่จะไปบอกพ่อแม่ของตน ให้ลงมาว่ากล่าวให้เด็ดขาดกันไป  ถ้าพระไวยไม่ใยดี ก็จะไปบวชชีที่บ้านตน คิดแล้วจึงให้ข้าเก่า ขึ้นไปบอกพ่อแม่ของตนที่เมืองพิจิตร ว่าตนเจ็บไข้หนัก ขอให้ลงมาเยี่ยม ส่วนเรื่องวิวาทกันในครอบครัวนั้นไม่ให้บอก อ้ายทิดข้าเก่ารับคำแล้ว รีบออกเดินทางไปเมืองพิจิตร

...แล้วเดินมาข้างนอกไม่บอกใคร จับถุงย่ามใหญ่ใส่ข้าวปลา
ทั้งหมากพลูบุหรี่มีทุกอย่าง  ลายฉลางคาดพุงหม้อตุ้งก่า
ครั้นเสร็จสรรพแล้วจับหอกละว้า  เอาย่ามใหญ่ใส่บ่าแล้วคลาไคล...

เดินทางอยู่สามวันครึ่งก็ถึงเมืองพิจิตร    แจ้งข่าวนางศรีมาลาให้พระพิจิตร กับ นางบุษบาทราบ ทั้งสองคนทราบเรื่องแล้วก็ตกใจ รีบเตรียมตัวออกเดินทางเข้ากรุงโดยทางเรือ  

 

กำเนิดขุนช้าง ขุนแผน และนางพิม
พ่อของขุนช้าง ขุนแผน และนางพิม
พลายแก้วบวชเณร
พลายแก้วได้นางพิม
ขุนช้างขอนางพิม
พลายแก้วได้สายทอง
พลายแก้วแต่งงานกับนางพิม
พลายแก้วยกทัพ
พลายแก้วได้นางลาวทอง
พิมเปลี่ยนชื่อเป็นวันทอง
ขุนช้างลวงว่าพลายแก้วตาย
ศรีประจันยกวันทองให้ขุนช้าง
พลายแก้วเป็นขุนแผน
ขุนช้างได้นางวันทอง
ขุนแผนบอกกล่าว
ขุนช้างพานางวันทองไปอยู่บ้านเดิม
พระพันวษาให้พรากนางลาวทอง
กำเนิดกุมารทอง
ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง
ขุนแผนพานางวันทองหนี
ขุนช้างตามนางวันทอง
ขุนช้างฟ้องว่าขุนแผนเป็นกบฎ
ขุนแผนลุแก่โทษ
ขุนแผนชนะความขุนช้าง
ขุนแผนติดคุก
กำเนิดพลายงาม
เจ้าล้านช้างถวายนางสร้อยทอง
พลายงามอาสา
พลายงามได้นางศรีมาลา
ขุนแผนแก้พระท้ายน้ำ
พระเจ้าเชียงใหม่ยอมแพ้
ขุนแผน พลายงามยกทัพกลับ
ถวายนางสร้อยทองสร้อยฟ้า
แต่งงานพระไวยพลายงาม
ขุนช้างเป็นโทษ
ขุนช้างถวายฏีกา
ฆ่านางวันทอง
นางสร้อยฟ้าทำเสน่ห์
พระไวยถูกเสน่ห์
ขุนแผนส่องกระจก
พระไวยแตกทัพ
พลายชุมพลจับเสน่ห์
นางสร้อยฟ้าศรีมาลาลุยไฟ
จระเข้เถรขวาด

  

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com