Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน  >>

โคลงโลกนิติ

1

 

ครรโลงโคลงโลกนิตินี้
มีแต่โบราณกาล 
เป็นสุภาษิตสาร 
กลดั่งสร้อยสอดคล้อง

  

นมนาน 
เก่าพร้อง 
สอนจิต 
เวี่ยไว้ในกรรณ

 

   ทศนัขนอบน้อมมิ่ง
ไตรรัตน์จัดเบญจางค์  
จักพร้องโลกนิติปาง 
อรรถอื่นอ้างเลศล้อม

 

อุตมางค์ 
แจ่มพร้อม 
สดับแต่  เดิมพ่อ 
ต่างต้องคัมภีร์

 

ถวายกรกรรพุ่มเพี้ยง
ไตรรัตน์เรียบไตรทวาร 
โลกนิติสืบสาร 
เตือนจิตสาธุชนเช้า

 

บวรมาลย์มิ่งแฮ 
เวียดเกล้า 
ของเก่า 
ค่ำค้ำชูใจ

 

โลกนิติในโลกล้วน
คือบิดามารดาอาจารย์  
เชาเจ้าจ่อมใจบาณ 
เบิกศิลปปรีชาแท้

 

แก่นสาร 
เจี่ยวแล้ 
ทิตร่ำ  เรียนแฮ 
เลิศแล้วเมธี

 

ปลาร้าพันห่อด้วย
ใบก็เหม็นคาวปลา 
คือคนหมู่ไปหา 
ได้แต่ร้ายร้ายฟุ้ง

 

ใบคา 
คละคลุ้ง 
คบเพื่อน  พาลนา 
เฟื่องให้เสียพงศ์

 

ใบพ้อพันห่อหุ้ม
หอมระรวยรสพา 
คือคนเสพเสน่หา 
ความสุขซาบฤาม้วย

 

กฤษณา 
เพริศด้วย 
นักปราชญ์ 
ดุจไม้กลิ่นหอม

 

ผลเดื่อเมื่อสุกไซร้
ภายนอกแดงดูฉัน 
ภายในย่อมแมลงวัน 
ดุจดังคนใจร้าย

 

มีพรรณ 
ชาดบ้าย 
หนอนบ่อน 
นอกนั้นดูงาม

 

ขนุนสุกสล้างแห่ง
ภายนอกเห็นหนามหนา  
ภายในย่อมรสา 
สาธุชนนั้นแล้

 

สาขา 
หนั่นแท้ 
เอมโอช 
เลิศด้วยดวงใจ

 

ยางขาวขนเรียบร้อย
ภายนอกหมดใสสี 
กินสัตว์เสพปลามี 
เฉกเช่นชนชาติร้าย

 

ดูดี 
เปรียบฝ้าย 
ชีวิต 
นอกนั้นนวลงาม

 

รูปแร้งดูร่างร้าย
ภายนอกเพียงพึงชัง  
เสพสัตว์ที่มรณัง 
ดังจิตสาธุชนกล้า

 

รุงรัง 
ชั่วช้า 
นฤโทษ 
กลั่นสร้างทางผล

 

คนพาลผู้บาปแท้
ไปสู่หาบัณทิต 
ฟังธรรมอยู่เนืองนิตย์ 
คือจวักตักเข้า

 

ทุรจิต 
ค่ำเช้า 
 บ่ทราบ ใจนา 
ห่อนรู้รสแกง

 

ผู้ใดใจฉลาดล้ำ
ได้สดับปราชญ์เจรจา  
ยินคำบัดเดี๋ยวมา 
คือมลิ้นคนผู้

 

ปัญญา 
อาจรู้ 
ซับซาบ ใจนา 
ทราบรู้รสแกง

 

หมูเห็นสีหราชท้า
กูสี่ตีนกูพบ 
อย่ากลัวท่านอย่าหลบ 
ท่านสี่ตีนอย่าได้

 

ชวนรบ 
ท่านไซร้ 
หลีกจาก กูนา 
วากเว้วางหนี

 

สีหราชร้องว่าโอ้
ทรชาติครั้นเห็นกู 
ฤามึงใคร่รบดนู 
กูเกลียดมึงกูให้

 

พาลหมู 
เกลียดใกล้ 
มึงมาศ  เองนา 
พ่ายแพ้ภัยตัว

 

กบเกิดในสระใต้
ฤาห่อนรู้รสมาลย์ 
ภุมราอยู่ไกลสถาน 
บินโบกมาค้อยค้อย

 

บัวบาน 
หนึ่งน้อย 
นับโยชน์  ก็ดี 
เกลือกเคล้าเสาวคนธ์

 

ใจชนใจชั่วช้า
ใจจักสอนใจเอง 
ใจปราชญ์ดัดตามเพลง 
ดุจช่างปืนดัดไม้

 

โฉงเฉง 
ไป่ได้ 
พลันง่าย 
แต่งให้ปืนตรง

 

ไม้ค้อมมีลูกน้อม
คือสัปบุรุษสอนตาม 
ไม้ผุดังคนทราม 
ดัดก็หักแหลกแล้

 

นวยงาม 
ง่ายแท้ 
สอนยาก 
ห่อนรื้อโดยตาม

 

เป็นคนควรรอบรู้
สองประการนิยม 
หนึ่งพาลหนึ่งอุดม 
สองสิ่งนี้จงให้

 

สมาคม 
กล่าวไว้ 
นักปราชญ์ 
เลือกรู้สมาคม

 

คนใดไปเสพด้วย
จักทุกข์ทนเนานาน 
ใครเสพท่วยทรงญาณ 
เสวยสุขล้ำเลิศแท้

 

คนพาล 
เนิ่นแท้ 
เปรมปราชญ์ 
เพราะได้สดับดี

 

ได้เห็นนักปราชญ์ไซร้
อยู่ร่วมเรือนหายทุกข์ 
ผู้พาลสั่งสอนปลุก 
ยลเยี่ยงนกแขกเต้า

 

เป็นสุข 
ค่ำเช้า 
ใจดั่ง พาลนา 
ตกต้องมือโจร

 

จงนับสัปบุรุษรู้
จะละหลีกพาลอัน 
จงสร้างสืบบุญธรรม์ 
จงนึกนิตย์ชีพคล้าย

 

บุญกรรม์ 
ชั่วร้าย 
ทุกเมื่อ 
ดุจด้วยฟองชล

 

คบกากาโหดให้
พาตระกูลเหมหงส์ 
คบคนชั่วจักปลง 
ตราบลูกหลานเหลนม้วย

 

เสียพงศ์ 
แหลกด้วย 
ความชอบ  เสียนา 
ไม่ม้วยนินทา

 

มดแดงแมลงป่องไว้
งูจะเข็บพิษวาง 
ทรชนทั่วสรรพางค์ 
เพราะประพฤติมันเกี้ยว

 

พิษหาง 
แห่งเขี้ยว 
พิษอยู่ 
เกี่ยงร้ายแกมดี

 

นาคีมีพิษเพี้ยง 
เลื้อยบ่ทำเดโช 
พิษน้อยหยิ่งโยโส 
ชูแต่หางเองอ้า
สุริโย 
แช่มช้า 
แมลงป่อง 
อวดอ้างฤทธี

 

ความรู้ผู้ปราชญ์นั้น
ฝนทั่งเท่าเข็มเพียร 
คนเกียจเกลียดหน่ายเวียน 
กลอุทกในตระกร้า

 

นักเรียน 
ผ่ายหน้า 
วนจิต 
เปี่ยมล้นฤามี

 

กละออมเพ็ญเพียบน้ำ
โอ่งอ่างพร่องชลชิง 
ผู้ปราชญ์ห่อนสุงสิง 
คนโฉดรู้น้อยก้อ

 

ฤาติง 
เฟื่องหม้อ 
เยียใหญ่ 
พลอดนั้นประมาณ

 

งาสารฤาห่อนเหี้ยน
คำกล่าวสาธุชนยืน 
ทุรชนกล่าวคำฝืน 
หัวเต่ายาวแล้วสั้น

 

หดคืน 
อย่างนั้น 
คำเล่า 
เล่ห์ลิ้นทรชน

 

ทรชนอย่าเคียดแค้น
อย่าห่างศัตรูชิด 
คือไฟถ่านแรงฤทธิ์ 
แม้นดับแล้วบ่ไหม้

 

อย่าสนิท 
อย่าใกล้ 
ถือถลาก มือนา 
หม่นต้องมือดำ

 

มิตรพาลอย่าคบให้
พาลใช่มิตรอย่ามัก 
ครั้นคราวเคียดคุมชัก 
รู้เหตุสิ่งใดไซร้

 

สนิทนัก 
กล่าวใกล้ 
เอาโทษ ใส่นา 
ส่อสิ้นกลางสนาม

 

หมาใดตัวร้ายขบ
อย่าขบตอบต่อหมา 
ทรชนชาติช่วงทา 
อย่าโกรธอย่าหน้าบึ้ง

 

บาทา 
อย่าขึ้ง 
รุณโทษ 
ตอบถ้อยถือความ

 

ลูกสะเดาน้ำผึ้งซาบ
แล้วปลุกปองรสคนธ์ 
ตราบเท่าออกดอกผล 
ขมแห่งสะเดาน้อย

 

โทรมปน 
แอบอ้อย 
พวงดก 
หนึ่งรู้โรยรา

 

พริกเผ็ดใครให้เผ็ด
หนามย่อมแหลมเองใคร 
จันทน์กฤษณาไฉน 
วงศ์แห่งนักปราชญ์ได้

 

ฉันใด 
เซี่ยมได้ 
ใครอบ  หอมฤา 
เพราะด้วยฉลาดเอง

 

จันทน์แห้งกลิ่นห่อนได้
อ้อยหีบชานยังหวาน 
ช้างเข้าศึกเสี่ยมสาร 
บัณทิตแม้นทุกข์ร้อย

 

ดรธาน 
โอชอ้อย 
ยกย่าง งามนา 
เท่ารื้อลืมธรรม

 

ฝูงหงส์หลงเข้าสู่
สีหราชเคียงโคนา 
ม้าต้นระคนลา 
นักปราชญ์พาลพาเต้า

 

ฝูงกา 
คลาดเคล้า 
เลวชาติ 
สีนี้ไฉนงาม

 

แมลงวันแสวงเสพด้วย
พาลชาติเสาะกิ่งรก 
ภุมราเห็จเหินหก 
นักปราชญ์ฤาห่อนหม้าย

อ่านต่อหน้า 2

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com