วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน >>

พระอภัยมณี

ตอน มังคลาชิงโคตรเพชร

พระมังคลาปรึกษาการสงครามกับสองพระน้อง และสองนัดดาว่า เมืองการะเวกไม่ใช่วงศ์ญาติได้มาหมิ่นประมาท เมืองลังกาเอาโคตรเพชรของเมืองลังกาไป คิดจะไปตีเอาคืน พวกอำมาตย์ราชเสนากับบรรดาขุนนาง จะมีความเห็นอย่างไร

ฝ่ายผู้เฒ่าได้ฟังรับสั่งจึงทูลทัดทานว่า เมืองการะเวกเป็นเมืองใหญ่มีไพร่พลมาก มีราชครูชื่อ โลกเชษฐเป็นผู้วิเศษ มีเวทมนตร์ดลคาถา ทหารเสือก็ล้วนแกล้วกล้าในการรบ แก้วเก็จเพชรนั้นพระเสาวคนธ์ได้ขอจากพระชนนี และพระชนนีก็ให้ไปด้วยไมตรี จึงไม่ควรหาญหักยกทัพไปรบ ถ้ารู้เรื่องไปถึงเมืองผลึกกับเมืองรมจักร ก็จะพร้อมกันมาช่วยรุกรบ จะเสียไพร่พลและต้องทนทุกข์ทั้งเกาะลังกา

เสียไมตรีมิหนำเสียอำนาจ
ต้องขาดญาติขาดวงศ์เผ่าพงศา
แม้จะใคร่ได้เพชรแก้วเก็จมา
ควรพูดจาปราศรัยเป็นไมตรี

เขาขอเราเราก็ขอต่อเขาบ้าง
ตามเยี่ยงอย่างต่างบำรุงซึ่งกรุงศรี
ขอพระองค์ทรงจังหวัดปถพี
อย่าให้มีเสี้ยนศึกจงตรึกการ ฯ

พระหัสกันว่าคำของอำมาตย์นั้น เหมือนสตรีขี้ขลาด กลัวเหนื่อยยาก ทำให้เสื่อมเกียรติยศศักดิ์

ถึงขัดเคืองเมืองผลึกรมจักร
พระไม่รักชาติเชื้อนับเนื้อไข
เขากลับเราเล่าก็จะกลัวอะไร
ใครตีได้ดูกันสมันเกอ

อันเกิดมาสามัญเป็นอันขาด
ย่อมรักชาติชีวีไม่มีเสมอ
พระชุบย้อมหม่อมฉานเป็นหลานเธอ
ขออย่าเพื่อด่วนเสด็จเหน็ดเหนื่อยองค์
ฯลฯ

แล้วขออาสาไปเมืองการะเวก เอาเพชรเอกกลับมา ถ้าทำไม่ได้ก็ขอให้ลงโทษผลาญชีวิตตน พระมังคลาได้ฟังก็เห็นด้วย

อันพวกเราเหล่าฝรั่งเชื่อฟังพระ
ไม่ปนปะเป็นญาตินอกศาสนา
เจ้ายกไปให้ทูตเข้าพูดจา
ฟังเจ้าการะเวกก่อนคิดผ่อนปรน
ฯลฯ

แล้วให้วายุพัฒน์ จัดทัพไปกำกับพระอนุชาหัสกัน ให้เป็นกองหนุน ทั้งสองพระนัดดารับบรรหารแล้ว ก็ออกไปจัดไพร่พลไปประจำเรือ ทัพหน้ามีร้อยลำ ทัพหลังมีห้าร้อยลำ เสร็จแล้วออกเดินทางไป

กล่าวถึงเจ้าเมืองการะเวก เมื่อบุตรีหาย บุตรชายร้าง ก็ให้เศร้าโศกอาลัย บรรดาข้าเฝ้าท้าวพระยาเสนาใน ก็พลอยหม่นไหม้ เศร้าโศกเสียใจไปด้วยเจ้านาย กลางคืนเกิดมีดาวหางเป็นลางเมือง

อากาศลั่นครั่นครื้นเหมือนปืนก้อง
กาก็ร้องเอาลาท้องฟ้าเหลือง
อุกกาบาตผาดพุ่งแสงรุ่งเรือง
ตกกลางเมืองมีลางต่างต่างกัน ฯ

คืนหนึ่งเจ้าเมืองนิมิตฝันว่า จระเข้เหราไล่มาเข้าคาบ ขบกัดองค์เจ็บปวดล้มลง ลุยเลนตกน้ำแล้วดำหนี สองพระหน่อมาช่วยขับไล่ฆ่าตีเหราจระเข้าไป แล้วอุ้มองค์ขึ้นแท่นรัตน์ทรงเครื่องเรืองจำรัสชัชวาล พอมีเสียงขานฆ้องรุ่ง ก็สะดุ้งตื่นรู้ว่าฝันร้าย จึงตรัสบอกพระมเหสี พระนางทูลให้ไปเชิญทิศาปาโมกข์โลกเชษฐ์มาทำนายฝัน

ฝ่ายพราหมณ์ครูผู้ใหญ่อยู่ในตึก
กับเมียนึกสนุกนั่งอยู่ทั้งสอง
เล่นดอกสร้อยปล่อยแก่แก้กันลอง
ท่านยายร้องตารับหน้าทัพตาม

ถึงท่อนปลายกลายร้องเป็นอุณรุท
ยายเป็นอุษาเมินขวยเขินขาม
ท่านตารำทำบทดูงดงาม
โลมยายพราหมณ์ตามทำนองยิ้มย่องกัน
ฯลฯ

พอเสียงเขามาเรียกก็รู้ว่าเจ้าเมืองมีรับสั่งให้หาจึงไปเข้าเฝ้าทั้งสองคน เมื่อไปถึงวังแล้วก็ลงจากพระเสลี่ยงทอง ที่ไปรับมาเดินขึ้นบนปรางค์ปราสาทชัย เจ้าเมืองเชิญให้ไปนั่งบนแท่นทองทั้งสองคน นมัสการแล้วตรัสเล่าความฝันให้ทำนาย

ฝ่ายทิศาปาโมกข์โลกเชษฐ์แจ้งเหตุฝัน
ลงเลขวันยามนิมิตสอบดิถี
ก็รู้ความตามวิสัยว่าไพรี
จะย่ำยีหยาบช้าให้อาดูร

แล้วชำระพระเคราะห์จำเพาะร้าย
จะพลัดพรายโภคัยเสียไอศูรย
ราหูเสาร์เข้าถึงที่ระวีมูล
จึงเทียบทูลทำนายว่าร้ายนัก
ฯลฯ

แล้วทูลว่า อันจระเข้เหราคือข้าศึก จะทำให้เสียยศศักดิ์ แต่หน่อนาถราชบุตรีจะพร้อมกันผลาญไพรี ให้พระองค์ทรงมหาอานุภาพได้ ปราบปรปักษ์สูงศักดิ์ศรี ข้าต้นร้ายปลายมือจะดี ให้เดือนสี่จะได้รับผลร้ายหลายประการ

เหมือนพระรามข้ามสมุทรไปหยุดทัพ
ไมยราพจับจำขังแทบสังขาร
ต้องสะเดาะเคราะห์ชำระพระชะตา
ตามตำราแก้ไขพอให้คลาย ฯ

แล้วปาโมกข์โลกเชษฐก็ทำพิธีแก้อันตราย และสะเดาะห์เคราะห์ให้เจ้าเมืองอยู่ในศีลสัตย์

ค ฝ่ายเสนาข้าเฝ้าเหล่าทหาร
ตั้งเตรียมการรบศึกไม่นึกหนี
กรมวังนั่งยามตามอัคคี
ขึ้นหน้าที่ทุกตำแหน่งจัดแจงการ ฯ

<< ย้อนกลับ || สารบัญ || หน้าถัดไป >>

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย