Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>

พื้นฐานพระคริสตธรรมคัมภีร์

1 พระเจ้า
2 พระวิญญาณของพระเจ้า
3 พระสัญญาของพระเจ้า
4 พระเจ้ากับความตาย
5 แผ่นดินของพระเจ้า
6 พระเจ้าและความชั่วร้าย
7 การบังเกิดพระเยซู
8 ธรรมชาติของพระเยซู
9 การรับบัพติศมา
10 ชีวิตในพระคริสต์

คำเผยพระวจนะส่วนตัว

อุปสรรคที่ทำให้คำเผยฯส่วนตัวไม่สำเร็จตามนั้น

ความไม่เชื่อ (Unbelief)

    ความไม่เชื่อเป็นอุปสรรคอันดับหนึ่งที่จะให้คำเผยฯส่วนตัวสำเร็จตามนั้น กดว 13 และ 14

    "ดังนั้นเราเห็นว่า ที่พวกเขาไม่สามารถเข้าไปได้ เพราะความไม่เชื่อ" (ฮบ 3:19)

    ความไม่เชื่อครอบครองกับชีวิตของบุคคล เพราะว่าไม่มารู้จักพระเจ้าอย่างเป็นการส่วนตัว 

ความฝังใจ (Mindset)

    พวกเราโดยมากวาดแผนการชีวิตไว้แล้ว เมื่อคำเผยฯไม่ได้อยู่ในทิศทางที่เราได้ตั้งไว้ เราก็พิจารณาว่า ยอมรับไม่ได้ 

ปัญหาของถ้อยคำดลใจ ที่เกี่ยวเนื่องกับ รูปกาล (Tenses)

    ข้าพเจ้าเคยเผยฯให้สามีภรรยาคู่หนึ่ง ย้ำลักษณะนี้ "อย่าท้อถ้อย .... ท่านไม่ได้ผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น .... เรายังคงควบคุมอยู่ ... อย่าตำหนิตัวเอง หรือพยายามที่จะเข้าใจ หรืออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น ... อย่าสับสนหรือผิดหวัง แต่รักษาความมั่นใจของเจ้า ในสติปัญญาและความสัตย์ซื่อของพระเจ้า"

    ท่านอาจกำลังดำรงชีวิตอยู่ใน 2 ของชีวิตของท่าน แต่คำเผยพระวจนะอาจจะกำลังพูดถึงบางสิ่งบางอย่างใน 3 ของชีวิตของท่าน 

ปัญหาของภาพพจน์ของตนเอง (The problem of self-image)

    ปัญหาที่มีอำนาจมาก ที่ขัดขวางให้เราที่จะ รับ และ สำเร็จ ตามคำเผยฯ อีกอันหนึ่ง คือ ภาพพจน์ที่ผิด ถ้าเราเคยมีความล้มเหลวอย่างสูง (a strong failure complex) เหมือนกับที่โมเสสได้รับการสำแดงที่ต้นไม้ลุกเป็นไฟ (อพย 3, 4)

    ถ้าถ้อยคำเหล่านั้นไม่ได้มาจากพระเจ้าโดยตรง แต่มาโดยทางผู้พยากรณ์ โมเสสอาจจะไม่รับไว้แม้แต่ไว้พิจารณา 

ความคิดเห็นส่วนตัวที่ผิด ก่อวินาศกรรมคำเผยฯส่วนตัว

    แม้แต่พระเจ้าเองก็มีเวลาที่ยากลำบาก ที่จะแนะนำบางคนซึ่งมีภาพพจน์ของตัวเองต่ำ และมีความล้มเหลวที่ใหญ่หลวง บางครั้งเราก็แสวงหาเหมือนอย่างกับโมเสส ที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า และได้รับการปลดปล่อยจากพระเจ้า แต่เรากลับทำสิ่งที่พินาศเลวร้ายอย่างน่ากลัว  

กำจัด ความกลัวที่ไม่ยอมรับ (Reject the Fear of Rejection)

    ถ้าเราใช้เวลาหลายปีที่ทำสิ่งต่างๆให้เกิดขึ้น แต่มันไม่เกิดขึ้น แล้วในที่สุดถ้อยคำของพระเจ้าก็มาถึงเพื่อให้สิ่งต่างๆเกิดขึ้น แล้วจิตใจต่อต้านแล้วไม่ยอมรับคำเผยฯ เราไม่ต้องการที่จะผิดหวังอีกครั้งหนึ่ง และเราก็ให้เหตุผลว่าสิ่งต่างๆไม่เคยเกิดขึ้น ครั้งนี้กับครั้งก่อนมันไม่แตกต่างกันหรอก

    เราต้องไม่พัฒนาหรือเสริมสร้างความล้มเหลวที่ผ่านมา ให้มาเป็นอุปสรรคต่อคำเผยฯ เราต้องปกป้องจิตของเรา ใจของเรา ความคิดของเรา และวิญญาณของเรา ด้วยความฉลาดและด้วยพระสัญญา พระเจ้าสัตย์ซื่อที่จะเฝ้าดูถ้อยคำของพระองค์ให้สำเร็จ 

คำเผยพระวจนะที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ (Prophecy Pertains to the Impossible)

    ถ้าเรามุ่งเน้นนิมิตของเราบนพระสัญญา มากกว่าเรื่องเวลา หรือ ปัญหาต่างๆหรือเหตุการณ์ขัดแย้ง เราจะพบว่า ความเป็นไปไม่ได้ของมนุษย์ จะเป็นโอกาสของพระเจ้า ความเป็นจริงแล้ว จุดประสงค์และความยินดีสูงสุดของพระเจ้า คือ รอจนกระทั่งมนุษย์เห็นว่าไม่มีทางเป็นไปได้แล้วสำหรับพระสัญญาของพระองค์ ถ้าปราศจากการเหนือธรรมชาติเข้ามาแทรกแซง นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมพระเจ้ารอจนกระทั่งซาราห์ผ่านธรรมชาติเป็นเวลาหลายปี ถึงจะให้บุตรชายแก่เธอ และเหตุที่ทำไมพระเยซูคริสต์รอจนกระทั่งลาซารัส ตายไปแล้วสี่วัน พระองค์จึงปรากฏพระองค์ในฉากนั้น ความเชื่อต้องเป็นในพระเจ้าเท่านั้น (ต้องมีกับพระเจ้าเพียงอย่างเดียว) ไม่ใช่มีความเชื่อในถ้อยคำ แต่มีความเชื่อในพระเจ้าผู้ทรงตรัสถ้อยคำเหล่านั้น (Faith must be in God aline, not in the words but in the God who speaks them) ไม่ใช่ในความสามารถของเรา แต่ความสามารถของพระเจ้า 

อุปสรรค์จาก เหตุผลทางธรรมชาติ และ ตรรกทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Logic)

  ความคิดทางธรรมชาติไม่สามารถที่จะสังเกตหรือสำเร็จ ในสิ่งของฝ่ายพระวิญญาณ เพราะสิ่งต่างๆนั้นต้องสังเกตด้วยฝ่ายวิญญาณ บางครั้งเหตุผลทั่วไปของมนุษย์ และตรรกวิทยาทั่วไปนั้นต่อต้าน สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญา ว่าเป็นไปไม่ได้ และไม่สมเหตุสมผล ตัวอย่างลักษณะนี้มีมากมายในพระคัมภีร์

จิตขวางกั้น (SOUL BLOCKAGE)

    บางครั้ง ไม่ใช่วิธีการคิด ที่ขัดขวางเราเชื่อคำเผยฯ แต่เป็นอารมณ์ (Emotion) ความปรารถนา (A willful desire) ความทะเยอทะยานส่วนตัว (A personal ambition) เหล่านี้ อาจเรียกว่า จิตขัดขวาง (A soul blockage) เพราะว่า จิต ประกอบด้วย ความคิด ความปรารถนา และอารมณ์ (mind, will and emotions) 

    อารมณ์ขัดขวางการเชื่อ ตัวอย่างเช่น เมื่อเราเกรงกลัวมนุษย์มากกว่าเกรงกลัวพระเจ้า เราพยายามแสวงหาทำให้คนอื่นเป็นที่พอใจ มากกว่าทำให้พระองค์พอใจ นี่คือปัญหาของกษัตริย์เศเดคียาห์ (ยรม 38:19) และซาอูล (1 ซมอ 15:24) ความรู้สึกของเราก็ขัดขวางความเชื่อ เมื่อเราไม่ชอบใครเป็นการส่วนตัว (ไม่ชอบคนที่เผยพระวจนะให้) หรือว่าไม่ชอบคำเผยฯของเขา นี่เป็นกรณีของพระราชาแห่งอิสราเอล (Jehoram) ที่มีต่อ มีคายาห์ (Micaiah) และกษัตริย์เศเดคียาห์ กับเยรามีย์ (ยรม 38:14-28)

    เหตุของการไม่เชื่อรวมถึง มุ่งเน้นปัญหา แทนที่จะเป็น พระสัญญา (กดว 13:30-31) ล้มเหลวที่จะมารู้จักพระเจ้าเป็นการส่วนตัว (ดนล 11:32) 

ไม่อดทน (IMPATIENCE)

    ความไม่อดทนเป็นอุปสรรคหลักอีกอันหนึ่งที่จะทำให้คำเผยฯส่วนตัวไม่สำเร็จตามนั้นตัวอย่างลักษณะนี้ ในพระคัมภีร์มีมาก เช่น ความไม่อดทนของกษัตริย์ซาอูล ไม่เพียงแต่เป็นอุปสรรคกับเขาเท่านั้น แต่ยังทำให้ถ้อยคำของพระเจ้าที่เขาได้รับนั้นเป็นหมัน (1 ซมอ 13:12) ความไม่อดทน ผลักดันให้เขาถวายเครื่องสัตวบูชา แทนที่จะรอซามูเอลมาถึงก่อน ตามที่เขาได้รับถ้อยคำ

    โมเสส ไม่อดทน เมื่อเขาฆ่าคนอียิปห์ เขาพยายามที่จะสำเร็จการทรงเรียกของเขา ในฐานะผู้ปลดปล่อยประชาชนของเขา ก่อนที่พระเจ้าจะทรงสำแดงทางของเขา ผลก็คือเขาต้องหนีไปในทะเลทราย และรออยู่ 40 ปี จนกระทั่ง พระเจ้าทรงเปิดเผยทางและสำแดงเวลาที่ถูกต้อง

    อับราฮัมและซาราห์ รอคอยเป็นเวลา 10 ปี หลังจากที่เข้าสู่คานาอัน หวังว่าคำเผยพระวจนะส่วนตัวที่อับราฮัมได้รับ คือมีลูกชาย จะสำเร็จตามนั้น ซาราห์เริ่มหมดความอดทน และตัดสินใจว่า จะไม่รออีกต่อไป เธอคิดด้วยเหตุผลว่า พระเจ้าไม่ได้บอกอับราฮัมว่า เธอจะเป็นแม่ของเด็ก เธอคิดว่าเธอทำให้คำเผยฯสำเร็จตามนั้นได้ ด้วยการให้คนใช้ชื่อฮากาห์เป็นภรรยาอับราฮัม 

การละเลย การรีรอ และความเฉื่อยชา (Negligence , Procrastination and Slothfulness)

    ปัญหาของการละเลย และการรีรอ ทำให้เกิดความเฉื่อยชา อุปสรรคอีกอันหนึ่งที่จะทำให้คำเผยฯส่วนตัวสำเร็จตามนั้น ตัวอย่างคือ โมเสส เกือบจะตายในพระหัตถ์ของพระเจ้า ก่อนที่คำเผยพระวจนะจะสำเร็จตามนั้น เพราะว่าเขาละเลยที่จะรักษาพันธสัญญาของอับราฮัม ในเรื่องการทำสุหนัตให้กับบรรดาบุตรของเขา เขาอาจจะกำลังวางแผนที่จะกระทำอย่างนั้น แต่ไม่เคยทำ เพราะความเฉื่อยชาของเขาในเรื่องนี้ เกือบทำให้ชีวิตของเขาจบสิ้น เมื่อพระเจ้าพบกับเขาที่โรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่ง และจะฆ่าเขา (อพย 4:24) 

การที่บอกปัดสิ่งที่พระเจ้าทรงตรัสสั่งให้กระทำ สามารถทำให้เราเข้าสู่ปัญหาที่หนักได้

    ก่อนที่ข้าพเจ้าจะเขียนหนังสือเล่มแรกของข้าพเจ้า ชื่อ คริสตจักรนิรันดร์ (The Eternal Church) ข้าพเจ้าหยุดการเดินทางไปรับใช้ที่ต่างๆ เพราะสาเหตุจากโรคนิ่ว ขณะที่ข้าพเจ้าอยู่ที่เมืองแอดแลนต้า รัฐจอร์เจีย ข้าพเจ้าประหลาดใจว่า "โรคนี้เกิดขึ้นกับเราได้อย่างไร" ข้าพเจ้าได้รับการหายโรคอย่างอัศจรรย์ เรื่องโรคนิ่วนี้มาแล้ว 3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 1963 ข้าพเจ้าคิดว่า ครั้งนี้ข้าพเจ้าก็จะต้องได้รับการหายโรคอีก

    ข้าพเจ้ายังคงรับใช้ต่อไป ทั้งๆที่เจ็บปวด แต่อาการนั้นต้องทำให้ข้าพเจ้าเข้าโรงพยาบาล ผลการตรวจเลือดชี้ว่าข้าพเจ้าจะต้องได้รับการผ่าตัดโดยด่วน ทั้งๆที่ข้าพเจ้าร้องต่อพระเจ้าให้ส่งการอัศจรรย์เหนือธรรมชาติมาสู่ข้าพเจ้า และข้าพเจ้าภาวนาพระคำเท่าที่ข้าพเจ้ารู้เกี่ยวกับเรื่องการหายโรค แต่ครั้งนี้ไม่เป็นผล มีสิ่งที่แน่ใจเงียบๆจากพระเจ้า ให้เดินหน้าต่อไปคือการผ่าตัด 

พื้นฐานของการบันทึกและการอ่าน เรียนรู้ถึงวิถีทางที่ยากลำบาก

    ข้าพเจ้าพลาดงานสำคัญๆหลายงาน และภรรยาของข้าพเจ้าต้องยกเลิกงานประจำที่หนักๆออกไปหลายสัปดาห์ ในช่วงเวลานี้ พระเจ้าทรงกดดันให้ข้าพเจ้าไปดูบันทึกคำเผยฯทั้งหมด ที่ข้าพเจ้าได้รับตั้งแต่อันแรกในปี 1952 และเขียนออกมาตามลำดับเหตุการณ์ (chronological order) ลงในสมุดโน๊ต สร้างความประหลาดใจแก่ข้าพเจ้า เพราะมีคำหนึ่งปรากฏซ้ำแล้วซ้ำอีก ที่ข้าพเจ้าลืมไปแล้ว พระเจ้าได้บอกให้ข้าพเจ้าเขียนหนังสือ หลายครั้ง คำเผยฯอันหนึ่งมีคำว่า หนังสือ อยู่ตั้งเจ็ดแห่ง ข้าพเจ้าเริ่มแสวงหาพระเจ้าถึงเรื่องที่จะเขียน 

    วันหนึ่งขณะที่ข้าพเจ้ากำลังไปงานนมัสการงานหนึ่ง มีเพื่อนคริสเตียนที่ดีคนหนึ่งโทรมาและมาหาข้าพเจ้า เธอบอกว่า "พระเจ้าบอกฉันมาตลอดทางมาถึงบ้านคุณว่า ถ้าคุณไม่เขียนหนังสือต่อไป พระองค์จะทรงทำให้ร่างกายของคุณทรุดลงอีก" ข้าพเจ้ามีพยานภายในว่า นั่นเป็นถ้อยคำของพระเจ้า ข้าพเจ้ายกเลิกการประชุม และเริ่มเขียนต่อไป ในช่วงเวลา 3 ปีต่อมา ข้าพเจ้าเขียนหนังสือเป็นหนัก และการประชุมประจำเป็นรอง จนกระทั่งหนังสือนั้นเขียนเสร็จและได้รับการตีพิมพ์ หนังสือนั้นคือ คริสตจักรนิรันดร์ (The Eternal Church) 

ลำพอง (หยิ่งผยอง) (Pride)

    ความลำพองอาจจะเป็นอุปสรรคที่อันตรายที่สุด ที่จะให้คำเผยฯสำเร็จตามนั้น อย่างเช่น ลูซิเฟอร์ ใน อสย 14:13-14 และอย่างซาอูลใน 1 ซมอ 15:17  

ความผิดหวัง และสิ่งลวงตา

    เมื่อสิ่งต่างๆไม่ได้เกิดขึ้นตามที่เราต้องการ ความผิดหวังกับสิ่งลวงตา สามารถขวางกั้นความสำเร็จของพระคำได้ ซาราห์เป็นตัวอย่างในเรื่องนี้ ว่าสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เกิดความไม่เชื่อขึ้นได้ เมื่อเราได้รับคำเผยพระวจนะ เป็นเวลา 25 ปี ที่เธอได้คำเผยฯว่าเธอจะให้กำเนิดบุตรแก่อับราฮัม แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเธอผิดหวัง 12 ครั้งต่อปี ในระหว่างปีเหล่านี้

    เมื่อทูตสวรรค์ปรากฏแก่อับราฮัมเมื่อเขาอายุ 99 ปี และบอกว่าจะมีทารกเกิดกับซาราห์ในเดือนที่ 9 สิ่งที่ลวงตาเธอบอกว่า ไม่มีทาง เธอหัวเราะเพราะจะต้องผิดหวังอีกครั้งหนึ่ง ความล้มเหลวที่ต่อเนื่องมา ทำให้เธอมีภาพพจน์ที่กีดขวางเธอไว้ 

การตำหนิเกิดขึ้น การหลอกลวงตัวเอง และการทำให้ประชากรพอใจ

    ศิษยาภิบาล หรือ ผู้พยากรณ์ หรือ ผู้รับใช้อื่นๆ จำนวนมาก ล้มเหลวที่จะทำให้คำเผยพระวจนะหรือนิมิต สำเร็จตามนั้น เพราะว่า เขาเกรงกลัวผู้ปกครองดูแล (deacons) ผู้ใหญ่ผู้อาวุโส (the elders) คณะกรรมการบริหาร หรือที่ประชุม เขาทำตามการลงคะแนนเสียง แทนที่จะฟังเสียงของพระเจ้า และเมื่อทุกอย่างล้มเหลว เขาก็ตำหนิคนอื่นๆในปัญหาต่างๆ

    ซาอูลผิดในการกระทำของเขาที่ไม่เชื่อฟังที่คำเผยพระวจนะส่วนตัวมาถึงเขา เขากล่าวว่า "เรากลัวประชาชน และเชื่อฟังเสียงของประชาชน" ความกลัวและการตำหนิเกิดขึ้น ยังผลให้เป็นการหลอกลวงตัวเองด้วย ท้ายที่สุดเขาก็ยังยืนยันว่า เขาได้เชื่อพระเจ้า (1 ซมอ 15:20-21)

    โมเสสก็มีปัญหาคล้ายคลึงกัน เมื่อเขายอมให้ความสงสารประชาชน มาทำให้เขาตัดสินใจว่า รุ่นของเขานั้นจะต้องเป็นรุ่นที่ครอบครองแผ่นดินที่ทรงสัญญา (กดว 14:11-25 , 20:7-12) เขาเองก็โกรธประชาชนจนทำให้เขาไม่เชื่อฟังพระเจ้า ผลลัพธ์ท้ายคือ ประชาชนและตัวเขาเองไม่ได้รับแผ่นดินที่ทรงสัญญา 

ผลลัพธ์ของการตอบสนองที่ไม่ถูกต้อง

    ผลของตอบสนองที่ไม่ถูกต้องต่อคำเผยฯสามารถพบได้ตลอดพระคัมภีร์ ตัวอย่างเช่น เมื่อเศคาริยาห์ไม่เชื่อคำพูดของทูตสวรรค์ เขาก็เป็นใบ้เป็นเวลาหกเดือน และตัวอย่างโมเสส เอาไม้เท้าตีหินสองที และกษัตริย์เศเดคียาห์ตอบสนองคำเผยพระวจนะของเยรามีย์ไม่ถูกต้อง ทำให้เขาสุญเสียบัลลังก์ สูญเสียตา และอิสรภาพ และถูกผูกมัดโดยศัตรูของเขา

    ตัวอย่างที่พิเศษสำคัญของการตอบสนองไม่ถูกต้องได้แก่ กษัตริย์เยโฮอาชของอิสราเอง (2 พกษ 13:14-20) เมื่อเอลีชาป่วย เยโฮอาชไปเยี่ยม และร้องไห้ต่ออาการป่วยของเอลีชา เอลีชาตอบด้วยคำเผยพระวจนะถึงอนาคตความสำเร็จของกษัตริย์ และบอกให้เยโฮอาชเอาคันธนูและลูกธนูมา แล้วเขาก็บอกให้กษัตริย์เปิดหน้าต่างทางทิศตะวันออก เอามือจับคันธนู แล้วให้ยิงลูกธนูออกไป ในขณะที่เอลีชาเอามือวางบนกษัตริย์ เพราะว่าเยโฮอาชเชื่อฟังคำของเอลีชาอย่างถูกต้อง เอลีชาเผยพระวจนะว่า เยโฮอาชจะได้ชัยชนะต่อคนซีเรียที่อาเฟก 

การตอบสนองถ้อยคำของผู้พยากรณ์ให้พิจารณาคำเผยพระวจนะ

    ต่อจากนั้น เอลีชาให้โอกาสเยโฮอาชอีกครั้ง ให้ปฏิกิริยาออกมาจากจิตใจและวิญญาณของเยโฮอาช ในการริเริ่มของเขาเอง เอลีชาบอกให้เอาลูกธนูอีกดอกหนึ่งมา แล้วตีไปที่พื้น เขาก็ทำตาม คือ ตีพื้นสามที แล้วเอลีชาก็ร้องใส่กษัตริย์ด้วยความโกรธว่า "ท่านน่าจะตีพื้นสัก 5 หรือ 6 ที เพื่อว่าท่านจะได้ตีซีเรีย จนกระทั่งพวกมันถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง แต่บัดนี้ท่านจะได้รับชัยชนะต่อซีเรีย เพียงสามครั้งเท่านั้น" 

ดินในจิตใจของมนุษย์สี่แบบ

    ผลของการตอบสนองที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องต่อคำเผยฯ บางทีอาจถูกรวบรวมไว้ดีที่สุด โดยคำอุปมาของพระเยซูคริสต์ ใน มธ 13:3-9

 

คำเผยพระวจนะส่วนตัว

พระเจ้าต้องการที่จะสื่อสาร

วัตถุประสงค์ของพระเจ้าสำหรับผู้พยากรณ์

ธรรมชาติของการเผยพระวจนะ

การหายโรคและการเผยพระวจนะส่วนตัว

ห้าช่องทางของการเผยพระวจนะ

การเผยพระวจนะส่วนตัวเกี่ยวกับการรับใช้ของประทาน และการทรงเรียก

ให้การเผยพระวจนะในมุมกว้างไกล

พระวจนะ น้ำพระทัย และวิถีทาง

ความพยายามในธุรกิจและความจำเริญมั่งคั่งทางการเงิน

ถ้อยคำที่พระเจ้าใช้

ลักษณะของคำเผยพระวจนะส่วนตัว

แนวทางสำหรับการจัดการคำเผยพระวจนะส่วนตัว

ท่าทีของการตอบสนองที่ถูกต้องต่อคำเผยพระวจนะ

อุปสรรคที่ทำให้คำเผยพระวจนะส่วนตัวไม่สำเร็จตามนั้น

ชีวิตและความตายที่เกี่ยวกับคำเผยพระวจนะส่วนตัว

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com