ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>

พื้นฐานพระคริสตธรรมคัมภีร์

3

พระนามและพระกิตติคุณของพระเจ้า

ถ้ามีพระเจ้าจริง ก็น่าจะมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าพระองค์จะต้องคิดหาวิธีบอกเรื่องราวของพระองค์แก่เรา เราเชื่อว่าพระคัมภีร์คือสื่อที่พระเจ้าใช้สำแดงพระองค์ต่อมนุษย์ และพระคัมภีร์ทำให้เราได้เห็นพระกิตติคุณของพระเจ้าที่สำแดงออกมา นี่คือเหตุที่พระคัมภีร์บรรยายพระวจนะของพระเจ้าว่าเป็น "เมล็ดพันธ์" (เปโตร1:23) เพราะถ้าพระวจนะมีผลต่อจิตใจของเรา ทำให้มีสิ่งก่อกำเนิดขึ้นภายในที่มีลักษณะของพระเจ้า (ยากอบ1:18; 2 โครินธ์5:17) ดังนั้นยิ่งเราเชื่อในพระวจนะของพระเจ้า และนำบทเรียนมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากเท่าไร เราก็จะยิ่ง "เป็นไปตามลักษณะพระฉายแห่งพระบุตรของพระองค์" (โรม8:29) ซึ่งมีลักษณะอันเป็นพระฉายที่สมบูรณ์แบบของพระเจ้า (โคโลสี1:15) มีคุณค่าในการศึกษาพระคัมภีร์ในแง่ของประวัติศาสตร์ ซึ่งมีเหตุการณ์ต่างๆ ให้เราได้ศึกษาและเรียนรู้ว่าพระเจ้าทรงจัดการกับมนุษย์และชนชาติต่างๆอย่างไร โดยจะเป็นไปในลักษณะเช่นเดียวกันตลอด

ในหนังสือฮีบรูชื่อของคนเรามักจะสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะและ/หรือข้อมูลเฉพาะของบุคคลคนนั้น ตัวอย่าวเช่น:

'เยซู'= 'ผู้ช่วยให้รอด' - เพราะ "ท่านเป็นผู้ที่จะโปรดช่วยชนชาติท่านให้รอดจากความผิดบาปของเขา" (มัทธิว1:21)

'อับราฮัม'= 'บิดาของประชาชาติมากมาย' - "เราให้เจ้าเป็นบิดาของประชาชาติมากมาย" (ปฐมกาล17:5)

จึงเชื่อได้ว่าพระนามและพระกิตติศัพท์ของพระเจ้าจะทำให้เราได้ทราบข้อมูลของพระองค์มากมาย เนื่องจากพระเจ้าทรงมีพระจริยาวัตรและพระประสงค์มากมายหลายด้าน จึงทำให้พระองค์ทรงมีพระนามมากเกินกว่า 1 พระนาม ซึ่งขอแนะนำให้ศึกษาพระนามของพระเจ้าอย่างละเอียดหลังจากทำพิธีบัพติศมาแล้ว การแสดงความชื่นชมในพระจริยาวัตรของพระเจ้าผ่านทางการเรียกขานพระนาม ควรจะดำรงอยู่ตลอดชั่วชีวิตที่เราได้มอบให้พระองค์ สิ่งที่จะกล่าวต่อไปคือบทนำ

เมื่อโมเสสต้องการจะรู้จักพระเจ้าให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อเสริมแรงศรัทธาในช่วงเวลาที่ประสบความทุกข์นั้น ทูตได้ "ออกพระนามพระเจ้า: พระเยโฮวาห์ พระเยโฮวาห์ พระเจ้าผู้ทรงพระกรุณา ทรงกอปรด้วยพระคุณ ทรงกริ้วช้า และบริบูรณ์ด้วยความรักมั่นคง และความสัตย์จริง ต่อมนุษย์กระทั่งพันชั่วอายุ ผู้ทรงโปรดยกโทษการล่วงละเมิด การทรยศ และบาปของเขาเสีย แต่จะทรงถือว่าไม่มีโทษก็หามิได้" (อพยพ34:5-7)

นี่เป็นข้อพิสูจน์ที่เห็นได้ชัดว่าพระเจ้าทรงหยั่งรู้ถึงพระจริยวัตรของพระองค์ การมีพระจริยวัตรเช่นนี้เป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่าพระเจ้าทรงมีพระวรกายจริง จึงเป็นเรื่องไร้สาระที่จะชี้แจงว่าจิตวิญญาณจะมีลักษณะซึ่งสามารถพัฒนาได้ในมนุษย์เช่นเรา

พระเจ้าทรงเลือกพระนามเฉพาะ ที่พระองค์ต้องการให้คนของพระองค์รู้จักและจดจำ เป็นพระนามที่เป็นบทสรุป และเป็นส่วนสำคัญในพระประสงค์ที่พระองค์ทรงมีกับมนุษย์

ชนชาติอิสราเอลเป็นทาสในอียิปต์ และต้องการให้มีการย้ำเตือนถึงพระประสงค์ของพระเจ้า โมเสสได้รับการบอกกล่าวให้ออกพระนามของพระเจ้าแก่ชนชาติอิสราเอล เพื่อกระตุ้นเตือนให้พวกเขาอพยพออกจากอียิปต์ และเริ่มการเดินทางไปยังดินแดนแห่งความหวัง (cp. 1 โครินธ์10:1) เราเองก็เช่นกันจำเป็นต้องเข้าใจหลักพื้นฐานเกี่ยวกับพระนามของพระเจ้า ก่อนจะรับบัพติศมา และเริ่มการเดินทางสู่อาณาจักรของพระเจ้า

พระเจ้าทรงบอกกับชนชาติอิสราเอลว่าพระนามของพระองค์คือ ยาห์เวห์ (YAHWEH) แปลว่า "เราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น" หรือถ้าให้ถูกต้องยิ่งขึ้นต้องแปลว่า "เราจะเป็นผู้ซึ่งเราจะเป็น" (อพยพ3:13-15) พระนามนี้ได้รับการขยายความเพิ่มเติมเล็กน้อยว่า: "พระเจ้าจึงตรัสกับโมเสสอีกว่า เจ้าจงกล่าวแก่ประชากรอิสราเอลว่าดังนี้ พระเยโฮวาห์ พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของท่าน คือพระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคบ ... นี่แหละเป็นนามของเราตลอดไปเป็นนิตย์ นี่แหละเป็นอนุสรณ์ของเราตลอดทุกชั่วชาติพันธ์" (อพยพ3:15)

ดังนั้นพระนามเต็มของพระเจ้าก็คือ "พระเจ้า"

พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมส่วนใหญ่เขียนเป็นภาษาฮิบรู การแปลเป็นภาษาอังกฤษทำให้รายละเอียดต่างๆตกหล่นไปเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องแปลคำว่า "พระเจ้า" ในภาษาฮิบรู คำว่า "พระเจ้า" ในภาษาฮิบรูที่ใช้กันทั่วไปคำหนึ่งคือคำว่า "อีโลฮิม" (Elohim) หมายความว่าผู้มีอำนาจ พระนามที่พระเจ้าต้องการให้เราจดจำจึงเป็นอนุสรณ์ของพระองค์

ยาห์เวห์ เอโลฮิม (YAHWEH ELOHIM)

หมายความว่า

ผู้ซึ่งสำแดงพระองค์ในกลุ่มของผู้ที่มีอำนาจทั้งหลาย

เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่ทรงต้องการสำแดงลักษณะและตัวตนที่แท้จริงของพระองค์ต่อคนกลุ่มใหญ่ การเชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้าช่วยให้เราพัฒนาลักษณะของพระองค์ในตัวเราได้ ถือเป็นการสำแดงพระองค์กับผู้ที่มีศรัทธาแรงกล้า แต่พระนามของพระเจ้าคือคำพยากรณ์ในอนาคต เมื่อโลกนี้เต็มไปด้วยคนที่มีลักษณะและสภาพเหมือนพระองค์ (cp. 2 เปโตร1:4) ถ้าเราปรารถนาจะมีส่วนร่วมในพระนามของพระเจ้า และเป็นเหมือนพระเจ้าคือเป็นอมตะ เพื่อมีชีวิตอันบริบูณณ์ด้วยธรรมเป็นนิรันดร์ เราจะต้องมีส่วนร่วมในพระนามของพระเจ้า ซึ่งจะทำได้ก็ด้วยการรับบัพติศมาในนามแห่งพระองค์ คือพระยาห์เวห์ เอโลฮิม (มัทธิว28:19) ซึ่งจะทำให้เรากลายเป็นผู้สืบทอด ("เมล็ดพันธุ์") ของอับราฮัม (กาลาเทีย3:27-29) ซึ่งได้รับคำสัญญาให้สืบมรดกนิรันดร์บนโลก (ปฐมกาล17:8; โรม4:13) - กลุ่มของ "ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์" ("เอโลฮิม") ซึ่งเป็นกลุ่มที่คำพยากรณ์เรื่องพระนามของพระเจ้าจะเกิดสัมฤทธิผล โดยจะอธิบายให้ละเอียดยิ่งขึ้นใน 3.4

<<ย้อนกลับ || หน้าถัดไป>>

1 พระเจ้า
2 พระวิญญาณของพระเจ้า
3 พระสัญญาของพระเจ้า
4 พระเจ้ากับความตาย
5 แผ่นดินของพระเจ้า
6 พระเจ้าและความชั่วร้าย
7 การบังเกิดพระเยซู
8 ธรรมชาติของพระเยซู
9 การรับบัพติศมา
10 ชีวิตในพระคริสต์

  


คำเผยพระวจนะส่วนตัว

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุดดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามโลกครั้งที่ 1
เป็นความขัดแย้งระดับโลกที่เกิดระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร และฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งไม่เคยปรากฏสงครามขนาดใหญ่ที่มีทหารหรือสมรภูมิเกี่ยวข้องมากขนาดนี้มาก่อน

» ประวัติศาสตร์ชนชาติจีน
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก คือ 1,200 ล้านคน นั่นหมายความว่า ประชากรหนึ่งในห้าของโลกเป็นประชากรจีน

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» สงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War)
สงครามระหว่างอิรัก กับ อิหร่าน หรือที่นิยมเรียกว่าสงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War) นั้นได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ.1980 โดยมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งอยู่หลายประการ

» แม่ไม้มวยไทย
การเล่นพื้นบ้านที่มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปอย่างสูง

» ประวัติศาสตร์ศิลป์
วิวัฒนาการของประวัติศาสตร์ศิลป์และการออกแบบศิลปะเครื่องประดับตะวันตกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ค้นพบในแต่ละช่วงสมัย และส่วนใหญ่มีแรงบันดาลใจมาจากการรู้จักธรรมชาติ