ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>

พื้นฐานพระคริสตธรรมคัมภีร์

4

การดลใจ

เราให้ความหมายของคำว่า "พระวิญญาณของพระเจ้า" ว่าคือ ฤทธิ์เดช ความคิด และพระประสงค์ของพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงสำแดงให้เห็นโดยการกระทำของพระวิญญาณ เราได้กล่าวถึงไปแล้วในหัวข้อที่ผ่านมาว่า เราเห็นการทำงานของพระวิญญาณได้อย่างไรในการเนรมิตสร้าง "พระองค์ทรงกระทำให้ฟ้าสวรรค์ผ่องใสด้วยวายุของพระองค์" (โยบ 26:13) พระวิญญาณของพระเจ้าปกอยู่เหนือน้ำเพื่อการเนรมิตสร้าง (ปฐมกาล 1:2) เรายังอ่านพบอีกว่า "โดยพระวจนะของพระเจ้า" ฟ้าสวรรค์ก็ถูกสร้างขึ้นมา (สดุดี 33:6) ตามที่ผู้บันทึกปฐมกาลบันทึกไว้ว่า "พระเจ้าตรัส" และสิ่งต่างๆ ก็ถูกสร้างขึ้นมา ทุกอย่างก็เกิดขึ้น พระวิญญาณของพระเจ้าจึงสะท้อนออกมาในรูปของพระวจนะของพระองค์ เหมือนกับที่คำพูดของเราแสดงให้เห็นถึงความคิดและความปรารถนาของเรา ตัวจริงของ “เรา” อย่างถูกต้องแม่นยำ พระเยซูทรงชี้ให้เห็นว่า "ปากนั้นพูดจากสิ่งที่มาจากใจ" (มัธทิว 12:34) ถ้าเราจะควบคุมคำพูดของเรา เราจะต้องควบคุมความคิดของเราเสียก่อน พระวจนะของพระเจ้าเป็นสิ่งที่สะท้อนพระวิญญาณและความคิดของพระองค์ เป็นพระพรสำหรับเราที่พระวจนะของพระเจ้าถูกบันทึกลงในพระคัมภีร์เพื่อว่าเราจะสามารถเข้าใจพระวิญญาณหรือพระทัยของพระเจ้าได้ พระเจ้าทรงสำแดงอัศจรรย์ของการเผยให้เห็นพระวิญญาณของพระองค์เป็นตัวอักษร โดยผ่านกระบวนการที่เรียกว่า การดลใจ (INSPIRATION) คำนี้มาจากคำว่า “วิญญาณ” (spirit)

IN-SPIRIT-ATION

คำว่า “วิญญาณ” แปลว่า “ลมหายใจ” หรือ การหายใจ ส่วนคำว่า “การดลใจ” แปลว่า “ในลมหายใจ” ซึ่งหมายความว่าคำพูดที่คนบันทึกไว้ในระหว่างที่ได้รับ “การดลใจ” จากพระเจ้าเป็นคำพูดของพระวิญญาณของพระเจ้า เปาโลให้กำลังใจ ทิโมธีเพื่อไม่ให้เขายอมให้ความคุ้นเคยที่เขามีต่อพระคริสตธรรมคัมภีร์มาทำให้เขาลืมความจริงอันน่าอัศจรรย์ที่ว่าพระคัมภีร์เป็นคำพูดของพระวิญญาณของพระเจ้า และเป็นสิ่งที่ให้ทุกอย่างที่เราจำเป็นต้องมีหากเราต้องการรู้จักพระเจ้าอย่างแท้จริง

"และตั้งแต่เด็กมาแล้ว ที่ท่านได้รู้พระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสามารถสอนท่านให้ถึงความรอดได้โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์ พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี และการอบรมในทางธรรม เพื่อคนของพระเจ้าจะพรักพร้อมที่จะกระทำการดีทุกอย่าง" (2 ทิโมธี 3:15-17)

ถ้าหากพระคัมภีร์ที่ได้รับการดลใจสามารถให้ความรู้ครบถ้วนแก่เราแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะมี "แสงสว่างภายใน" ที่จะแสดงให้เราเห็นความจริงเกี่ยวกับพระเจ้า แต่มีกี่ครั้งกันที่คนเราจะพูดถึงความรู้สึกและประสบการณ์ส่วนตัวว่าเป็นแหล่งความรู้เกี่ยวกับพระเจ้า ถ้าการยอมรับด้วยความเชื่อในพระวจนะของพระเจ้าที่ได้รับการดลใจให้บันทึกลงนั้นเป็นการเพียงพอที่จะทำให้ใครสักคนพรักพร้อมในชีวิตคริสเตียนแล้วละก็ ชีวิตของเราก็ไม่จำเป็นต้องมีฤทธิ์เดชแห่งความชอบธรรมอื่นๆ อีก แต่ถ้ามีก็หมายความว่าพระวจนะของพระเจ้าไม่ได้ทำให้เราพรักพร้อมอย่างที่เปาโลได้สัญญาไว้ การถือพระคริสตธรรมคัมภีร์ไว้ในมือและเชื่อว่าเป็นพระวจนะของพระวิญญาณของพระเจ้าจริงนั้นต้องอาศัยความเชื่อมาก ชนชาติอิสราเอลสนใจว่าพระเจ้าจะตรัสอะไรเหมือนอย่างเช่นที่ “คริสเตียน” ทุกวันนี้สนใจ เราทุกคนจำต้องใคร่ครวญ ฮีบรู 4:2 ซึ่งกล่าวไว้ว่า

"เพราะว่าแท้ที่จริง เราได้รับข่าวประเสริฐเช่นเดียวกับเขา (อิสราเอล) แต่ว่าเขาไม่ได้รับประโยชน์จากข่าวประเสริฐเพราะเขาไม่เชื่อ"

แทนที่จะพัฒนาไปสู่ความเชื่อที่สมบูรณ์แบบในฤทธิ์เดชของพระวิญญาณ/พระวจนะของพระเจ้าซึ่งเราได้รับ การเดินทางลัดทางฝ่ายวิญญาณดูจะน่าสนใจกว่า นั่นคือ การให้เหตุผลว่าฤทธิ์เดชแห่งความชอบธรรมมาถึงเราในบัดดลซึ่งทำให้เราเป็นที่ยอมรับของพระเจ้า แทนที่เราจะต้องประสบกับความเจ็บปวดในการพยายามดำเนินชีวิตตามพระวจนะของพระเจ้าอย่างเชื่อฟัง และยอมให้พระวิญญาณของพระเจ้ามีอิทธิพลอย่างแท้จริงในหัวใจของเรา

การไม่เต็มใจที่จะยอมรับฤทธิ์เดชมหาศาลทางฝ่ายวิญญาณซึ่งมีอยู่ในพระวจนะของพระเจ้า ทำให้ "คริสเตียน" จำนวนมากตั้งคำถามขึ้นมาว่า พระคัมภีร์ทั้งหมดได้รับการดลใจจากพระเจ้าจริงหรือ พวกเขามีความเห็นว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่เราอ่านในพระคริสตธรรมคัมภีร์เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของคนสูงอายุที่เฉลียวฉลาด แต่เปโตรตัดความเห็นพวกนั้นออกไปอย่างได้ผล

"และเรามีคำพยากรณ์ที่แน่นอนยิ่งกว่านั้นอีก จะเป็นการดีถ้าท่านทั้งหลายจะถือตามคำนั้น…ท่านทั้งหลาย ต้องเข้าใจข้อนี้ก่อน คือผู้หนึ่งผู้ใดจะตีความหมายคำของผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์เอาเองไม่ได้ เพราะว่าคำของผู้เผยพระวจนะนั้นไม่ได้มาจากความคิดจิตใจของมนุษย์ แต่มนุษย์ได้กล่าวคำมาจากพระเจ้า ตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงดลใจเขา" (2 เปโตร 1:19-21)

เราจะต้องเชื่อ "เหนือสิ่งใดทั้งหมด" ว่าพระคริสตธรรมคัมภีร์ได้รับการดลใจจากพระเจ้า

<<ย้อนกลับ || หน้าถัดไป>>

1 พระเจ้า
2 พระวิญญาณของพระเจ้า
3 พระสัญญาของพระเจ้า
4 พระเจ้ากับความตาย
5 แผ่นดินของพระเจ้า
6 พระเจ้าและความชั่วร้าย
7 การบังเกิดพระเยซู
8 ธรรมชาติของพระเยซู
9 การรับบัพติศมา
10 ชีวิตในพระคริสต์

  


คำเผยพระวจนะส่วนตัว

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุดดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามโลกครั้งที่ 1
เป็นความขัดแย้งระดับโลกที่เกิดระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร และฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งไม่เคยปรากฏสงครามขนาดใหญ่ที่มีทหารหรือสมรภูมิเกี่ยวข้องมากขนาดนี้มาก่อน

» ประวัติศาสตร์ชนชาติจีน
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก คือ 1,200 ล้านคน นั่นหมายความว่า ประชากรหนึ่งในห้าของโลกเป็นประชากรจีน

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» สงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War)
สงครามระหว่างอิรัก กับ อิหร่าน หรือที่นิยมเรียกว่าสงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War) นั้นได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ.1980 โดยมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งอยู่หลายประการ

» แม่ไม้มวยไทย
การเล่นพื้นบ้านที่มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปอย่างสูง

» ประวัติศาสตร์ศิลป์
วิวัฒนาการของประวัติศาสตร์ศิลป์และการออกแบบศิลปะเครื่องประดับตะวันตกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ค้นพบในแต่ละช่วงสมัย และส่วนใหญ่มีแรงบันดาลใจมาจากการรู้จักธรรมชาติ

สติ๊กเกอร์ไลน์

โฆษณาติดต่อ : 081-9182546