ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>

พื้นฐานพระคริสตธรรมคัมภีร์

7

ท่าทีของประชากรของพระเจ้าต่อพระวจนะของพระองค์

การอ่านบันทึกพระคริสตธรรมคัมภีร์อย่างละเอียดถี่ถ้วน แสดงให้เห็นว่าผู้เขียนพระคริสตธรรมคัมภีร์ไม่ได้ตระหนักเพียงว่าตนเองได้รับกาารดลใจเท่านั้น แต่ยังตระหนักว่าผู้เขียนท่านอื่นๆ ก็ได้รับการดลใจด้วย องค์พระเยซูเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องนี้ เมื่อพระองค์ทรงกล่าวอ้างถึงบทเพลงสดุดีของกษัตริย์ดาวิด พระองค์กล่าวว่า "ดาวิด โดยเดชพระวิญญาณ…" (มัทธิว 22:43) แสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงตระหนักถึงความจริงที่ว่าคำพูดของกษัตริย์ดาวิดได้รับการดลใจ พระองค์ยังกล่าวถึง "ข้อเขียน” ของโมเสส (ยอห์น 5:45-47) แสดงว่า พระองค์ทรงเชื่อว่าโมเสสเป็นผู้ที่เขียน Pentateuch คริสเตียนที่ได้ชื่อว่า "ช่างวิจารณ์" สงสัยว่า โมเสสเขียนหนังสือได้หรือ แต่ท่าทีของพระคริสต์ชี้ชัดว่าไม่เห็นด้วยกับพวกเขา พระองค์ทรงเรียกข้อเขียนของโมเสสว่าเป็น “พระบัญญัติของพระเจ้า” (มาระโก 7:8,9) คนกลุ่มเดียวกันนี้อ้างว่า เนื้อเรื่องส่วนใหญ่ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมล้วนเป็นเทพนิยาย แต่พระเยซูหรือเปาโลไม่เคยคิดเช่นนั้น พระเยซูตรัสถึงราชินีแห่งชีบาว่าเป็นเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับ (มัทธิว 12:42) พระองค์ไม่ได้กล่าวว่า "ตามเรื่องที่ได้เล่าถึงราชินีชีบา..”

ท่าทีของสาวกก็เป็นเหมือนของพระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา เปโตรกล่าวว่าตามที่ท่านได้ยินถ้อยคำของพระคริสต์นั้นด้วยหูของตน "มีคำพยากรณ์ที่แน่นอนยิ่งกว่านั้นอีก (2 เปโตร 1:19-21) เปโตรเชื่อว่าจดหมายของเปาโลถือเป็น "พระธรรม" มากเท่ากับ "พระธรรมบทอื่นๆ" ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกข้อเขียนในพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม และถือว่ามีอำนาจมากพอๆ กับพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม

ในพระธรรมกิจการของอัครทูต จดหมายต่างๆ และพระธรรมวิวรณ์ (กิจการของอัครทูต 13:51; มัทธิว 10:14) ชี้ให้เห็นว่าคำสอนของพระเยซู (พระกิตติคุณ) ไม่เพียงแต่ได้รับการดลใจจากพระวิญญาณองค์เดียวกัน แต่ยังได้รับการเคารพจากผู้เขียนพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ ใน 1 ทิโมธี 5:18 เปาโล
กล่าวอ้างถึงพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ 25:4 (ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม) และพระธรรมลูกา 10:7 ว่าเป็น "พระคัมภีร์" เปาโลชี้ว่าข่าวประเสริฐที่ท่านประกาศ ท่านได้รับจากพระคริสต์ (กาลาเทีย 1:11,12; 1 โครินธ์ 2:13;11:23;15:3) สาวกท่านอื่นๆ ก็ตระหนักเช่นนั้นด้วย ในพระธรรมยากอบ 4:5 กล่าวถึงคำพูดของเปาโลในพระธรรมกาลาเทีย 5:17 ว่าเป็น "พระคัมภีร์"

พระเจ้า "ตรัส" กับเราทางพระคริสต์ จึงไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเปิดเผยกันอีก (ฮีบรู 1:2) สังเกตได้ว่าพระคริสตธรรมคัมภีร์ได้กล่าวพาดพิงถึงข้อเขียนอื่นๆ ที่ได้รับการดลใจ ซึ่งเราหาอ่านไม่ได้ (เช่น หนังสือของเยเชอร์ ข้อเขียนของเนธาน
เอลียาห์ เปาโลถึงโครินธ์ และจดหมายฉบับที่ 3 ของยอห์น ที่บอกเป็นนัยว่าได้เขียนจดหมายถึงดิโอเทราฟัส แต่เขาไม่เชื่อฟัง) เหตุใดข้อเขียนเหล่านี้จึงไม่ถูกเก็บรักษาไว้ให้พวกเรา เหตุผลก็คือ ข้อเขียนเหล่านี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรา เราวางใจได้ว่าพระเจ้าได้ทรงรักษาทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรา

มีการกล่าวอ้างว่าพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ถูกยอมรับอย่างค่อยเป็นค่อยไปว่าได้รับการดลใจ แต่ความจริงที่ว่าสาวกยอมรับข้อเขียนของกันและกันว่าได้รับการดลใจเป็นข้อโต้แย้งของการกล่าวอ้างดังกล่าว มีของประทานฝ่ายวิญญาณที่สามารถใช้ทดสอบได้ว่าจดหมายและข้อเขียนได้รับการดลใจจริงหรือไม่ (1 โครินธ์ 14:37; 1 ยอห์น 4:1; วิวรณ์ 2:2) หมายความว่าจดหมายที่ได้รับการดลใจได้รับการยอมรับโดยทันทีว่าได้รับการดลใจจริง ถ้าหากมนุษย์เป็นผู้เลือกเองว่า อะไรควรได้รับการบันทึกลงในพระคริสตธรรมคัมภีร์แล้ว พระคัมภีร์จะไม่มีอำนาจอะไรเลย

<<ย้อนกลับ || หน้าถัดไป>>

1 พระเจ้า
2 พระวิญญาณของพระเจ้า
3 พระสัญญาของพระเจ้า
4 พระเจ้ากับความตาย
5 แผ่นดินของพระเจ้า
6 พระเจ้าและความชั่วร้าย
7 การบังเกิดพระเยซู
8 ธรรมชาติของพระเยซู
9 การรับบัพติศมา
10 ชีวิตในพระคริสต์

  


คำเผยพระวจนะส่วนตัว

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย