ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>

พื้นฐานพระคริสตธรรมคัมภีร์

10

นรก

ความคิดที่โดดเด่นเกี่ยวกับนรกคือ เป็นสถานที่ที่ลงโทษ "วิญญาณอมตะ" ทันทีหลังความตายหรือ สถานที่รับทุกข์ทรมานสำหรับคนที่ถูกปฏิเสธจากการพิพากษา แต่พระคัมภีร์สอนว่านรกคือหลุมฝังศพ สถานที่ซึ่งทุกคนไปหลังความตาย

คำว่า "เชออล" (sheol) ในภาษาฮีบรู ซึ่งแปลว่า "นรก" นั้นมีความหมายว่า " สถานที่ที่ถูกปิดล้อม" คำว่านรก (hell) เป็นภาษาแองกลิกัน มาจากคำว่า sheol เมื่อเราอ่านพบคำว่า นรก เราไม่ได้อ่านพบคำที่แปลมาอย่างสมบูรณ์ คำว่า "helmet" (หมวก) มาจากคำว่า hell-met หมายความว่าสิ่งที่ปกปิดศีรษะ ตามพระคริสตธรรมคัมภีร์ คำว่า นรก หรือ สถานที่ที่ปิดล้อม คือหลุมฝังศพ มีหลายตัวอย่างที่แสดงว่า sheol แปลว่าหลุมฝังศพ พระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับแปลใหม่หลายฉบับ ใช้คำว่า "หลุมฝังศพ" แทนคำว่า "นรก" ตัวอย่างการใช้คำว่าหลุมฝังศพ น่าจะลบความคิดที่ว่านรกเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยไฟและเครื่องทรมานสำหรับคนอธรรม

- "ขอให้คนอธรรม เงียบเสียงไปยังแดนผู้ตาย" (สดุดี 31:17) พวกเขาไม่ได้ส่งเสียงหวีดร้องด้วยความทุกข์ทรมาน

- "พระเจ้าจะทรงไถ่จิตวิญญาณของข้าพเจ้าจากฤทธานุภาพของแดนผู้ตาย" (สดุดี 49:15) วิญญาณหรือร่างกายของดาวิดจะฟื้นขึ้นจากแดนผู้ตายหรือนรก

ความเชื่อที่ว่านรกเป็นสถานที่สำหรับลงโทษคนอธรรม ที่ซึ่งพวกเขาหนีออกมาไม่ได้ ไม่สอดคล้องกับที่ว่าคนชอบธรรมลงนรก และออกมาได้อีก โฮเชยา 13:14 กล่าวว่า "เราจะไถ่เขาให้พ้นอำนาจแดนคนตาย เราจะไถ่เขาให้พ้นความตาย"
1 โครินธ์ 15:55 หมายถึงการฟื้นขึ้นจากความตายเมื่อพระคริสต์เสด็จกลับมา ในการกลับมาอีกครั้ง (ดูบทเรียนที่ 5.5) "ความตายและแดนมรณาก็ส่งคืนคนทั้งหลายที่อยู่ในแดนนั้น" (วิวรณ์ 20:13) สังเกตดูความสอดคล้องของคำว่า ความตาย เช่น แดนคนตาย นรก (ดู สดุดี 6:5)

ฮันนาห์บันทึกไว้ใน 1 ซามูเอล 2:6 ว่า "พระเจ้าทรงประหารและทรงให้มีชีวิต พระองค์ทรงนำลงไปถึงแดนคนตายและก็นำขึ้นมา"

เมื่อคำว่า "นรก" คือคำว่าหลุมฝังศพ หรือแดนคนตาย คนชอบธรรมจะรอดจากนรกเพื่อพวกเขาพื้นขึ้นมาสู่ชีวิตนิรันดร์ จึงเป็นไปได้ที่จะลงนรกหรือเข้าสู่แดนคนตายและจากมาโดยการฟื้นขึ้นมาจากความตาย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ พระเยซูผู้ซึ่งพระเจ้ามิได้ "ละพระองค์ไว้ในแดนคนตาย ทั้งพระมังสะของพระองค์ ก็ไม่เปื่อยเน่าไป" (กิจการของอัครทูต 2:31) เพราะว่าพระองค์ทรงฟื้นขึ้นจากความตาย ร่างกายของพระองค์ไม่ได้ถูกละไว้ในแดนคนตาย แปลว่า ร่างกายของพระองค์อยู่ที่นั่นเพียงระยะสั้นๆ คือเวลา 3 วัน ซึ่งพระองค์อยู่ในอุโมงค์ฝังศพ การที่พระคริสต์ลงไปยังแดนคนตาย หมายความว่า สถานที่นั้นไม่ได้มีไว้สำหรับคนอธรรมเท่านั้น

ทั้งคนดี และคนไม่ดีต่างก็ไปที่แดนคนตาย หลุมฝังศพของพระเยซูถูกจัดไว้กับ "คนอธรรม" (อิสยาห์ 53:9) ยาโคบกล่าวว่า ท่านจะ "โศกเศร้าถึงลูกเราจนกว่าเราจะตามลงไปยังแดนคนตาย" (ปฐมกาล 37:35)

บัญญัติของพระเจ้าสำหรับความบาปคือ ความตาย (โรม 6:23;8:13; ยากอบ 1:15) ความตายคือการไม่รับรู้อะไรอีกเลย ความบาปส่งผลให้เกิดความพินาศไม่ใช่การทนทุกข์นิรันดร์ (มัทธิว 21:41;22:17; มาระโก 12:9; ยากอบ 4:12) ตัวอย่างเช่น การที่ผู้คนถูกทำลายโดยน้ำท่วม (ลูกา 17:27,29) อิสราเอลตายในถิ่นทุรกันดาร (1 โครินธ์ 10:10) ในเหตุการณ์ทั้งสองนี้ คนบาปตายไม่ใช่รับทุกข์ทรมานนิรันดร์ จึงเป็นไปไม่ได้ที่คนอธรรมจะถูกลงโทษให้ทนทุกข์ทรมานนิรันดร์

พระเจ้าไม่ถือว่าเป็นบาปหรือบันทึกไว้ในบัญชีของเรา ถ้าเราไม่รู้พระวจนะของพระองค์ (โรม 5:13) คนที่ทำเช่นนี้จะยังคงนอนตาย คนที่รู้จักธรรมบัญญัติของพระเจ้าจะฟื้นขึ้นจากความตายและถูกพิพากษาเมื่อพระคริสต์เสด็จมา ถ้าเป็นคนอธรรม เขาจะถูกลงโทษด้วยความตายเพราะเป็นค่าจ้างของความบาป ดังนั้น พวกเขาจะตายอีกครั้งและตายอยู่อย่างนั้นตลอดไป นี่คือความตายครั้งที่สองในวิวรณ์ 2:11; 20:6

โดยนัยนี้เองที่บทลงโทษสำหรับความบาปจะเป็น "นิจนิรันดร์" คือเป็นความตายที่ไม่รู้จบ ในเฉลยธรรมบัญญัติ 11:4 กล่าวถึงการทำลายกองทัพของฟาโรห์ในทะเลแดงว่า เป็นการทำลายนิรันดร์ เพราะพวกเขาจะไม่มารบกวนอิสราเอลอีกเลย "พระองค์ทรงกระทำให้น้ำในทะเลแดงท่วมเขา พระเจ้าทรงทำลายเขาทั้งหลายจนทุกวันนี้"

แม้ในสมัยพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ผู้ที่เชื่อก็เข้าใจว่าจะมีการฟื้นขึ้นจากความตายในวันสุดท้าย ซึ่งคนอธรรมที่ต้องรับผิดชอบจะต้องกลับไปยังแดนคนตาย โยบ 21:30,32 เขียนไว้ว่า "คนอธรรม จะถูกนำไปในวันแห่งพระพิโรธ แต่เขาจะถูกนำไปยังหลุมศพ" คำอุปมาเรื่องการกลับมาของพระคริสต์ และการพิพากษากล่าวว่า คนอธรรมจะถูก "ฆ่าเสีย" ต่อหน้าพระคริสต์ (ลูกา19:27) นี่ไม่เข้ากับความคิดที่ว่าคนอธรรมจะอยู่ในสภาพรู้ตัวและถูกทรมานเป็นนิตย์ และไม่ยุติธรรมที่คนเราจะต้องถูกทรมานเป็นนิตย์ เพราะทำผิดมา 70 ปี พระเจ้าไม่ทรงพอพระทัยกับการลงโทษคนอธรรม จึงคาดหวังได้ว่า พระองค์จะไม่ลงโทษพวกเขาเป็นนิตย์ (เอเสเคียล 18:23,32; 33:11 เทียบ 2 เปโตร 3:9)

คำว่า "นรก" มักจะมากับคำว่าไฟและการทรมาน นี่ขัดแย้งกับพระคริสตธรรมคัมภีร์ที่สอนเกี่ยวกับนรก "ดังแกะ" เขาถูกกำหนดไว้ให้แก่แดนผู้ตาย มัจจุราชจะเป็นเมษบาลของเขา" (สดุดี 49:14) แปลว่าหลุมฝังศพ เป็นสถานที่สงบ ร่างกายของพระคริสต์อยู่ในหลุมศพถึง 3 วัน แต่ก็ไม่เปื่อยเน่าไป (กิจการของอัครทูต 2:31) นี่คงเป็นไปไม่ได้หากแดนคนตายเต็มไปด้วยไฟ เอเสเคียล 32:26-30 ทำให้เราเห็นภาพของนักรบผู้ยิ่งใหญ่ของบรรดาชาติต่างๆ นอนสงบในหลุมศพ "ผู้แกล้วกล้า ลงไปยังแดนคนตายพร้อมกับยุทโธปกรณ์ของเขา ผู้ซึ่งมีดาบวางไว้ใต้ศีรษะของเขา ท่านจะนอนอยู่ กับคนเหล่านั้นที่ถูกฆ่า" เป็นประเพณีที่จะฝังนักรบกับอาวุธของพวกเขาไว้ด้วยกัน โดยวางศีรษะของพวกเขาไว้บนดาบ การที่พวกเขานอนสงบนิ่งในหลุมศพไม่ให้ความคิดที่ว่านรกมีไฟ สิ่งของต่างๆ ก็ไปยังนรกเดียวกัน แสดงว่านรกไม่ใช่สถานที่ซึ่งทรมานวิญญาณ เปโตรกล่าวกับคนอธรรมคนหนึ่งว่า "ให้เงินของเจ้าพินาศไปกับตัวของเจ้าด้วยเถิด" (กิจการของอัครทูต 8:20)

โยนาห์ถูกกลืนลงไปในท้องปลา "โยนาห์ก็อธิษฐานต่อพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่านจากภายในท้องปลานั้นว่า "ข้าพระองค์ร้องทุกข์ต่อพระเจ้า ข้าพระองค์ร้องทูลจากท้องของแดนคนตาย" (โยนาห์ 2:1-2) ท้องของปลาถูกอุปมาเป็นท้องของแดนคนตาย ท้องของปลาเป็น "ที่ถูกปิดล้อม" ซึ่งเป็นคำแปลพื้นฐานของคำว่า sheol เห็นได้ว่าไม่ใช่ที่ที่มีไฟ และโยนาห์ออกมาจากท้องของแดนคนตาย เมื่อปลาสำรอกเขาออกมา นี่ชี้ไปยังการฟื้นขึ้นจากความตายของพระคริสต์ ดูมัทธิว 12:40

อุปมาเรื่องไฟ

พระคริสตธรรมคัมภีร์ใช้ภาพของไฟนิรันดร์ในการแสดงให้เห็นถึงพระพิโรธของพระเจ้าต่อความบาป ซึ่งมีผลทำลายคนบาปในหลุมศพอย่างสมบูรณ์ เมืองโสโดมถูกลงโทษด้วย "ไฟนิรันดร์" (ยูดาห์ ข้อ 7) เพราะความชั่วร้ายของชาวเมือง ปัจจุบันนี้เมืองนั้นเป็นซากปรักหักพังจมอยู่ใต้เดดซี (Dead Sea) ไม่ใช่ถูกไฟเผาอยู่ เป็นการจำเป็นที่เราจะต้องเข้าใจคำว่า "ไฟนิรันดร์" เยรูซาเล็มเคยถูกขู่ว่าจะถูกเผาด้วยไฟ
นิรันดร์แห่งพระพิโรธของพระเจ้าเนื่องจากความผิดบาปของอิสราเอล "เราจะก่อไฟที่ประตูเมืองเหล่านั้น และไฟนั้นจะเผาผลาญราชวังทั้งหลายของเยรูซาเล็ม และจะดับก็ไม่ได้" (เยเรมีย์ 17:27) เยรูซาเล็มถูกพยากรณ์ไว้ว่าจะเป็นเมืองของแผ่นดินของพระเจ้า (อิสยาห์ 2:2-4; สดุดี 48:2) พระเจ้าไม่ได้มีพระประสงค์ให้เราแปลความตามตัวอักษร บ้านใหญ่ทุกหลังในเยรูซาเล็มถูกเผาลงหมด (2 พงศ์กษัตริย์ 25:9) แต่ไฟไม่ได้ไหม้ตลอดเป็นนิตย์

พระเจ้าทรงลงโทษแผ่นดินแห่งเอโดมด้วยไฟซึ่งจะไม่ดับทั้งกลางคืนและกลางวัน ควันของมันจะขึ้นอยู่เสมอเป็นนิตย์ มันจะถูกทิ้งร้างอยู่ชั่วชาติพันธุ์ นกทึดทือและอีกาจะอาศัยอยู่ที่นั้น ตำแยจะงอกในป้อมปราการของมัน" (อิสยาห์ 34:9-15) สัตว์และต้นไม้จะอาศัยอยู่ในซากปรักหักพังของเอโดม ไฟนิรันดร์คงจะต้องหมายถึงพระพิโรธของพระเจ้าและการทำลายสถานที่นั้นอย่างราบคาบ

คำในภาษาฮีบรูและภาษากรีกซึ่งแปลว่า "เป็นนิตย์" หมายความว่า "ชั่วอายุ" บางครั้งหมายถึง ไม่รู้จบ เช่นชั่วอายุของอาณาจักร แต่ก็ไม่เสมอไป เอเสเคียล 32:14-15 "ป้อมปราการและหอสูงจะกลายเป็นถ้ำตลอดไป จนกว่าพระวิญญาณจะเทลงมาสู่เรา"

หลายครั้งที่พระพิโรธของพระเจ้าต่อความบาปของเยรูซาเล็มและอิสราเอลถูกเปรียบเป็นไฟ "ความกริ้วและความโกรธของเราจะเทลงมาบนสถานที่นี้ จะเผาผลาญเสียและจะดับไม่ได้" (เยเรมีย์ 7:20 ตัวอย่างอื่นๆ ได้แก่ เพลงคร่ำครวญ 4:11; 2 พงศ์กษัตริย์ 22:17)

ไฟเกี่ยวข้องกับการพิพากษาของพระเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพระคริสต์เสด็จกลับมา "ดูเถิด วันนั้นจะมาถึง คือวันที่จะเผาไหม้เหมือนเตาอบ เมื่อคนที่อวดดีทั้งสิ้น และคนที่ประกอบการอธรรมทั้งหมดจะเป็นเหมือนตอข้าว วันที่จะมานั้นจะไหม้เขาหมด" (มาลาคี 4:1) เมื่อตอข้ามหรือร่างกายมนุษย์ถูกเขาด้วยไฟ ก็จะกลับไปเป็นผลคลีดิน ไม่มีอะไรโดยเฉพาะร่างกายมนุษย์จะถูกเผาอยู่เป็นนิตย์ คำว่า "ไฟ
นิรันดร์" ไม่ใช่การทนทุกข์นิรันดร์ตามตัวอักษร ไฟไม่สามารถไหม้อยู่นิรันดร์ ถ้าไม่มีอะไรให้เผา "แดนมรณา" ก็ "ถูกผลักทิ้งลงไปในบึงไฟ" (วิวรณ์ 20:14) ดังนั้นแดนคนตายจึงไม่ใช่ "บึงไฟ" ซึ่งหมายถึงการถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง ตามพระธรรมวิวรณ์ แดนคนตายจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง เพราะในตอนปลายของสหัสวรรษจะไม่มีความตายอีกต่อไป

<<ย้อนกลับ || หน้าถัดไป>>

1 พระเจ้า
2 พระวิญญาณของพระเจ้า
3 พระสัญญาของพระเจ้า
4 พระเจ้ากับความตาย
5 แผ่นดินของพระเจ้า
6 พระเจ้าและความชั่วร้าย
7 การบังเกิดพระเยซู
8 ธรรมชาติของพระเยซู
9 การรับบัพติศมา
10 ชีวิตในพระคริสต์

  


คำเผยพระวจนะส่วนตัว

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุดดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามโลกครั้งที่ 1
เป็นความขัดแย้งระดับโลกที่เกิดระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร และฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งไม่เคยปรากฏสงครามขนาดใหญ่ที่มีทหารหรือสมรภูมิเกี่ยวข้องมากขนาดนี้มาก่อน

» ประวัติศาสตร์ชนชาติจีน
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก คือ 1,200 ล้านคน นั่นหมายความว่า ประชากรหนึ่งในห้าของโลกเป็นประชากรจีน

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» สงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War)
สงครามระหว่างอิรัก กับ อิหร่าน หรือที่นิยมเรียกว่าสงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War) นั้นได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ.1980 โดยมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งอยู่หลายประการ

» แม่ไม้มวยไทย
การเล่นพื้นบ้านที่มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปอย่างสูง

» ประวัติศาสตร์ศิลป์
วิวัฒนาการของประวัติศาสตร์ศิลป์และการออกแบบศิลปะเครื่องประดับตะวันตกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ค้นพบในแต่ละช่วงสมัย และส่วนใหญ่มีแรงบันดาลใจมาจากการรู้จักธรรมชาติ

สติ๊กเกอร์ไลน์

โฆษณาติดต่อ : 081-9182546