ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>

พื้นฐานพระคริสตธรรมคัมภีร์

7

การพิพากษา

คำสอนของพระคริสตธรรมคัมภีร์เกี่ยวกับการพิพากษาเป็นหนึ่งในหลักพื้นฐานของความเชื่อ ซึ่งต้องเข้าใจให้ถ่องแท้ก่อนรับบัพติศมา (กิจการของอัครทูต 24:25; ฮีบรู 6:2) พระคัมภีร์กล่าวถึง "วันพิพากษา" อยู่บ่อยครั้ง (2 เปโตร 2:9;3:7;1 ยอห์น 4:17; ยูดา 6) เวลาที่ผู้ที่รู้จักพระเจ้าจะได้รับรางวัล "เราทุกคนต้องยืนอยู่ต่อหน้าบัลลังก์พิพากษาของพระเจ้า" (2 โครินธ์ 5:10) เพื่อรับรางวัลสำหรับชีวิตของเราในรูปของร่างกาย

นิมิตที่ดาเนียลเห็นเกี่ยวกับการเสด็จมาของพระคริสต์ มีบัลลังก์นั่งพิพากษาด้วย (ดาเนียล 7:9-14) และในรูปคำเปรียบเทียบการกลับมาของเจ้านาย ซึ่งเรียก
ทาสมาถามว่าพวกเขาดูแลทรัพย์สมบัติที่เขาฝากไว้ให้อย่างไร (มัทธิว 25:14-29) คำอุปมาเรื่องคนจับปลา ซึ่งเปรียบข่าวประเสริฐเป็นอวนจับปลา จับคนทุกชนิด แล้วเลือกเอาแต่ปลาดี (มัทธิว 13:47-49) คำอธิบายก็ชัดเจนมากว่า "เมื่อถึงวันสิ้นโลก ทูตสวรรค์จะมาและเลือกคนชั่วออกจากคนดี"

เราสรุปได้ว่า หลังจากที่พระผู้เป็นเจ้าเสด็จกลับมาและการฟื้นขึ้นจากความตาย ผู้ที่ได้ฟังเรื่องข่าวประเสริฐจะมารวมกันในสถานที่แห่งหนึ่งในเวลาหนึ่ง ทุกคนจะได้พบกับพระคริสต์ พระองค์จะชี้ว่าพวกเขาเป็นที่ยอมรับให้เข้าแผ่นดินของพระเจ้าหรือไม่ ณ จุดนี้เท่านั้น ที่คนชอบธรธมจะได้รับรางวัล คำอุปมาเรื่องแกะและแพะทำให้เห็นภาพรวมทั้งหมดนี้ "เมื่อบุตรมนุษย์ทรงพระสิริเสด็จมากับทั้งหมู่ทูตสวรรค์ เมื่อนั้น พระองค์จะประทับบนพระที่นั่งอันรุ่งเรืองของพระองค์ บรรดาประชาชาติต่างๆ จะประชุมพร้อมกันต่อพระพักตร์พระองค์ และพระองค์จะทรงแยกมนุษย์ทั้งหลายออกเป็นสองพวกเหมือนอย่างผู้เลี้ยงแกะ จะแยกแกะออกจากแพะ ส่วนฝูงแกะนั้นจะทรงจัดให้อยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ แต่ฝูงแพะนั้น จะทรงจัดให้อยู่เบื้องซ้าย ขณะนั้นพระมหากษัตริย์จะตรัสแก่บรรดาผู้ที่อยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ว่า ท่านทั้งหลายที่ได้รับพระพรจากพระบิดาของเรา จงมารับเอาราชอาณาจักร ซึ่งได้ตระเตรียมไว้สำหรับท่านทั้งหลาย" (มัทธิว 25:31-34)

การได้รับแผ่นดินของพระเจ้าเป็นมรดก ตามพระสัญญาที่ให้ไว้กับอับราฮัม เป็นรางวัลสำหรับคนชอบธรรม ซึ่งจะมอบให้หลังจากพิพากษาเมื่อพระคริสต์เสด็จกลับมา จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับรางวัลอันเป็นความเป็นอมตะก่อนพระคริสต์เสด็จกลับมา เราต้องสรุปว่า ระยะเวลาตั้งแต่เราตายจนถึงวันฟื้นขึ้นมาใหม่ ผู้ที่เชื่อจะไม่ได้อยู่อย่างรู้สึกตัว เพราะไม่มีสิ่งใดเป็นอยู่ได้โดยไม่มีร่างกาย

คำสอนในพระคริสตธรรมคัมภีร์กล่าวซ้ำอีกว่า เมื่อ พระคริสต์กลับมา จากนั้น เราจึงได้รับรางวัล ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น

- "เมื่อพระผู้เลี้ยงผู้ยิ่งใหญ่จะเสด็จมาปรากฏ ท่านทั้งหลายจะรับศักดิ์ศรีเป็นมงกุฎ" (1 เปโตร 5:5 เทียบ 1:13)

- "พระเยซูคริสต์…จะทรงพิพากษาคนเป็นและคนตาย โดยอ้างถึงการที่พระองค์จะเสด็จมาปรากฏ และแผ่นดินของพระเจ้า…มงกุฎแห่งความชอบธรรมก็จะเป็นของข้าพเจ้า ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้พิพากษาอันชอบธรรม จะทรงประทานเป็นรางวัลแก่ข้าพเจ้าในวันนั้น" (2 ทิโมธี 4:1,8)

- ในวันสุดท้ายที่พระมาซีฮาร์เสด็จกลับมา "คนเป็นอันมากในพวกที่หลับในผงคลีแห่งแผ่นดินโลก (เทียบ ปฐมกาล 3:19) จะตื่นขึ้น บ้างก็จะเข้าสู่ชีวิตนิรันดร์ บ้างก็จะเข้าสู่ความอับอาย" (ดาเนียล 12:2)

- เมื่อพระคริสต์เสด็จกลับมาพิพากษา "ผู้ที่อยู่ในอุโมงค์ฝังศพ…จะได้ออกมา บรรดาผู้ที่ได้ประพฤติดีก็ฟื้นขึ้นสู่ชีวิต บรรดาผู้ที่ได้ประพฤติชั่วก็จะฟื้นขึ้นสู่การพิพากษา (ยอห์น 5:25-29)

- "เราจะมาในเร็วๆ นี้ และจะนำบำเหน็จของเรามาด้วย เพื่อตอบแทนการกระทำของทุกคน" (วิวรณ์ 22:12) เราไม่ได้ไปสวรรค์เพื่อรับรางวัล พระคริสต์ทรงนำรางวัลจากสวรรค์มาให้เรา

การที่พระเยซูนำรางวัลมากับพระองค์แปลว่ารางวัลถูกเตรียมให้เราแล้วในสวรรค์ แต่จะถูกนำมาให้เราบนโลกเมื่อพระองค์เสด็จกลับมาอีกครั้ง มรดกของแผ่นดินที่สัญญาว่าจะให้กับอับราฮัมคือ "ซึ่งได้เตรียมไว้บนสวรรค์เพื่อท่านทั้งหลาย ซึ่งเป็นผู้ที่ฤทธิ์เดชของพระเจ้าได้ทรงคุ้มครองไว้ด้วยความเชื่อให้ถึงความรอด ซึ่งพร้อมแล้วที่จะปรากฏในวาระสุดท้าย" ที่พระคริสต์เสด็จมา (1 เปโตร 1:4-5)

การเห็นคุณค่าในเรื่องนี้จะทำให้เราแปลความ ยอห์น 14:2-3 ได้อย่างถูกต้อง "เรา (พระเยซู) ไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีก รับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหน ท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่น" พระเยซูตรัสว่า ที่ไหนที่พระองค์จะกลับมาอีกเพื่อนำบำเหน็จมาให้เรา (วิวรณ์ 22:12) พระองค์จะขึ้นครองบัลลังก์ของดาวิดในเยรูซาเล็ม "เป็นนิตย์” พระองค์จะสถิตอยู่บนโลกเป็นนิตย์ และที่ที่พระองค์อยู่ ในแผ่นดินของพระเจ้าบนโลก เราก็จะอยู่ที่นั่นด้วย พระองค์ทรงสัญญาว่า "จะมารับท่านไปอยู่กับเรา" คือ การที่พระองค์ยอมรับเราในวันพิพากษา ความเช่นนี้ปรากฏในมัทธิว 1:20 ว่าด้วยโยเซฟ "รับมารีย์" เป็นภรรยา คำนี้ จึงไม่ได้หมายความถึงการเคลื่อนเข้าหาพระเยซู

เพราะว่ารางวัลจะมอบให้ในวันพิพากษาเมื่อพระคริสต์เสด็จกลับมา คนชอบธรรมและคนอธรรมจึงไปที่เดียวกันหมดหลังความตาย นั่นคือ หลุมฝังศพ ไม่มีการแบ่งแยก ซึ่งมีหลักฐานดังต่อไปนี้

- โยนาธานเป็นคนชอบธรรม แต่ซาอูลเป็นคนชั่วร้าย ถึงกระนั้น “มรณา ทั้งสองไม่แยกจากกัน" (2 ซามูเอล 1:23)

- ซาอูล โยนาธาน และซามูเอล ล้วนไปอยู่ที่เดียวกันเมื่อพวกเขาตาย (1 ซามูเอล 28:19)

- อับราฮัมผู้ชอบธรรม "ถูกรวบรวมไปอยู่กับคนของท่าน” หรือบรรพบุรุษของท่าน เมื่อท่านสิ้นชีวิต บรรพบุรุษของท่านเป็นพวกเคารพรูปเคารพ (ปฐมกาล 25:8;
โยชูวา 24:2)

- คนมีสติปัญญาและคนเขลาก็พบกับความตายเดียวกัน (ปัญญาจารย์ 2:15-16)

ทั้งหมดนี้ขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของ “ศาสนาคริสต์” คำสอนที่ว่าคนชอบธรรมจะไปสวรรค์ทันทีหลังความตายทำลายความจำเป็นของการฟื้นขึ้นจากความตาย และการพิพากษา เหตุการณ์เหล่านี้อยู่ในแผนการของพระเจ้าที่เตรียมไว้สำหรับความรอดและอยู่ในข่าวประเสริฐ ความคิดที่เป็นที่นิยมคือความคิดที่ว่า เมื่อคนชอบธรรมตาย เขาได้รับรางวัลโดยได้ไปอยู่ในสวรรค์ และคนชอบธรรมคนอื่นๆ ก็จะตามกันไปพรุ่งนี้ เดือนหน้า หรือปีหน้า นี่เป็นความคิดที่ขัดแย้งอย่างรุนแรงกับคำสอนในพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ ที่ว่าคนชอบธรรมทุกคนจะได้รับรางวัลพร้อมกันหมด

- แกะและแพะถูกแยกออกจากกันทีละตัวในวันพิพากษา เมื่อการพิพากษาสิ้นสุดลง พระคริสต์จะตรัสกับแกะที่อยู่ทางเบื้องขวาของพระองค์ว่า

"ท่านทั้งหลายที่ได้รับพระพรจากพระบิดาของเรา จงมารับเอาราชอาณาจักรซึ่งได้ตระเตรียมไว้สำหรับท่าน" (มัทธิว 25:34) แกะก็รับแผ่นดินสวรรค์เป็นมรดกในเวลาพร้อมกัน (1 โครินธ์ 15:52)

- เมื่อถึงเวลา "เก็บเกี่ยว" ในเวลาที่พระคริสต์เสด็จกลับมาและพิพากษา คนที่ได้ทำงานในเรื่องข่าวประเสริฐจะ "ชื่นชมยินดีร่วมกัน" (ยอห์น 4:35-36; เทียบ มัทธิว 13:39)

- วิวรณ์ 11:18 อธิบาย "เวลาของคนที่ตายแล้ว พวกเขาจะต้องถูกพิพากษา" เป็น "เวลาที่พระเจ้าจะปูนบำเหน็จให้ผู้รับใช้ธรรมิกชน ผู้ที่ยำเกรงพระนามของพระองค์" คือ ผู้ที่เชื่อทั้งหมด

- ฮีบรู 11 เป็นมีรายชื่อของคนชอบธรรมในสมัยพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ข้อ 13 เขียนไว้ว่า "คนเหล่านั้นได้ตายไป ขณะที่มีความเชื่อเต็มที่ และไม่ได้รับสิ่งที่ได้ทรงสัญญาไว้" กับอับราฮัมเกี่ยวกับความรอดโดยเข้าในแผ่นดินของพระเจ้า (ฮีบรู 11:8-12) เมื่อพวกเขาตาย พวกเขาไม่ได้ไปสวรรค์ทีละคนเพื่อรับรางวัล เหตุผลปรากฏอยู่ใน ข้อ 39,40 พวกเขา "ยังไม่ได้รับสิ่งที่ได้ทรงสัญญาไว้ เพราะพระเจ้าทรงจัดเตรียมสิ่งสำคัญซึ่งประเสริฐยิ่งกว่านั้นไว้สำหรับเขา เพื่อเขาทั้งหลายจะได้รับความสมบูรณ์" การที่พวกเขาได้รับรางวัลช้า เป็นเพราะพระเจ้าทรงวางแผนให้ผู้ที่สัตย์ซื่อ "ได้รับความสมบูรณ์" ร่วมกันและในเวลาเดียวกันในวันพิพากษาเมื่อพระคริสต์เสด็จกลับมา

<<ย้อนกลับ || หน้าถัดไป>>

1 พระเจ้า
2 พระวิญญาณของพระเจ้า
3 พระสัญญาของพระเจ้า
4 พระเจ้ากับความตาย
5 แผ่นดินของพระเจ้า
6 พระเจ้าและความชั่วร้าย
7 การบังเกิดพระเยซู
8 ธรรมชาติของพระเยซู
9 การรับบัพติศมา
10 ชีวิตในพระคริสต์

  


คำเผยพระวจนะส่วนตัว

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุดดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามโลกครั้งที่ 1
เป็นความขัดแย้งระดับโลกที่เกิดระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร และฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งไม่เคยปรากฏสงครามขนาดใหญ่ที่มีทหารหรือสมรภูมิเกี่ยวข้องมากขนาดนี้มาก่อน

» ประวัติศาสตร์ชนชาติจีน
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก คือ 1,200 ล้านคน นั่นหมายความว่า ประชากรหนึ่งในห้าของโลกเป็นประชากรจีน

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» สงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War)
สงครามระหว่างอิรัก กับ อิหร่าน หรือที่นิยมเรียกว่าสงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War) นั้นได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ.1980 โดยมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งอยู่หลายประการ

» แม่ไม้มวยไทย
การเล่นพื้นบ้านที่มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปอย่างสูง

» ประวัติศาสตร์ศิลป์
วิวัฒนาการของประวัติศาสตร์ศิลป์และการออกแบบศิลปะเครื่องประดับตะวันตกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ค้นพบในแต่ละช่วงสมัย และส่วนใหญ่มีแรงบันดาลใจมาจากการรู้จักธรรมชาติ