ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>

พื้นฐานพระคริสตธรรมคัมภีร์

6

แผ่นดินของพระเจ้าในอนาคต

หัวข้อที่ 1 และ 3 ของบทเรียนนี้ให้ข้อมูลพอสมควรเกี่ยวกับแผ่นดินของพระเจ้า เราได้เห็นว่าอับราฮัมได้รับพระสัญญาว่าชนชาติทั่วโลกจะได้รับพระพรเพราะพงศ์พันธุ์ของท่าน โรม 4:13 ขยายความว่าโลกจะเป็นมรดกของผู้ที่สืบพงศ์พันธุ์ของอับราฮัม ยกตัวอย่างเช่น พระคริสต์ คำพยากรณ์ที่แสดงภาพพจน์ในดาเนียล 2 อธิบายว่าพระคริสต์จะกลับมาเหมือนอย่างก้อนหินก้อนเล็กในนิมิต และแผ่นดินนั้นจะแผ่ขยายไปทั่วโลก (สดุดี 72:8) หมายความว่าแผ่นดินของพระเจ้าจะไม่ได้ตั้งอยู่เฉพาะที่เยรูซาเล็มหรือในแผ่นดินของอิสราเอล แม้ว่าดินแดนอิสราเอลจะเป็นหัวใจของแผ่นดินของพระเจ้า

ผู้ที่ติดตามพระคริสต์จะเป็น "ราชอาณาจักรและปุโรหิต และพวกเราจะได้ครอบครองแผ่นดินโลก" (วิวรณ์ 5:10) เราจะครอบครองเมืองต่างๆ กัน คนหนึ่งจะครอบครองสิบ อีกคนจะครอบครองห้า (ลูกา 19:17) พระคริสต์จะมอบอำนาจในการครอบครองประชาชาติกับเรา (วิวรณ์ 2:27; 2 ทิโมธี 2:12) "พระราชาองค์หนึ่ง (พระเยซู) จะครอบครองด้วยความชอบธรรม และเจ้านาย (ผู้ที่เชื่อ) จะครอบครองด้วยความยุติธรรม" (อิสยาห์ 32:1; สดุดี 45:16)

พระคริสต์จะครอบครองบัลลังก์ที่สถาปนาขึ้นใหม่ของดาวิดสืบไปเป็นนิตย์ (ลูกา 1:32,33) พระองค์จะเข้ามาในตำแหน่งปกครองของดาวิดทซึ่งอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็ม พระคริสต์จะทรงปกครองจากเยรูซาเล็ม ที่นั่นจึงถือเป็นนครหลวงของแผ่นดินของพระเจ้าในอนาคต และพระนิเวศจะถูกสร้างขึ้นที่นั่น (เอเสเคียล 40-48) ผู้คนจะสรรเสริญพระเจ้าจากทุกมุมโลก (มาลาคี 1:11) พระนิเวศนี้จะเป็นศูนย์รวมของการนมัสการของโลก ประชาชาติทั้งปวงจะ "ขึ้นไปนมัสการกษัตริย์ปีแล้วปีเล่า คือพระเจ้าจอมโยธา และจะถือเทศกาลอยู่เพิง" รอบพระนิเวศในเยรูซาเล็ม
(เศคาริยาห์ 14:16)

การเดินทางไปเยรูซาเล็มนี้ ผู้เผยพระวจนะกล่าวไว้ในอิสยาห์ 2:2,3 ว่า "ในยุคหลังจะเป็นดังนี้ คือ ภูเขา (แผ่นดิน - ดาเนียล 2:35,44) แห่งพระนิเวศของพระเจ้าจะถูกสถาปนาขึ้นให้สูงที่สุดในจำพวกภูเขาทั้งหลาย (แผ่นดินและพระนิเวศของพระเจ้าจะถูกยกให้อยู่สูงเหนือแผ่นดินของมนุษย์) และประชาชาติทั้งสิ้นจะหลั่งไหลเข้ามาหา และชนชาติทั้งหลายเป็นอันมากจะมากล่าวว่า มาเถิดให้เราไปยังภูเขาของพระเจ้า ยังพระนิเวศของพระเจ้าแห่งยาโคบ เพื่อพระองค์จะทรงสอนวิถีของพระองค์แก่เรา เพราะว่าพระธรรมจะออกมาจากศิโยน และพระวจนะของพระเจ้าจะออกมาจากเยรูซาเล็ม" นี่คือภาพของยุคต้นๆ ของแผ่นดินของพระเจ้า เมื่อผู้คนป่าวประกาศการครอบครองบัลลังก์ของพระคริสต์ และพวกเขาพากันไปยัง "ภูเขา" ของแผ่นดินของพระเจ้า ซึ่งจะค่อยๆ แผ่ขยายออกไปทั่วโลก ที่นี่เราจะเห็นภาพของการนมัสการด้วยความกระตือรือร้น

โศกนาฏกรรมอย่างหนึ่งของมนุษย์ในยุคนี้คือ คนส่วนใหญ่นมัสการพระเจ้า เพราะเหตุผลทางการเมือง สังคม วัฒนธรรม หรืออารมณ์ มากกว่าเหตุผลที่ว่าพวกเขาเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าพระเจ้าเป็นพระบิดาและพระผู้สร้าง ในแผ่นดินของพระเจ้าจะมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้วิถีทางของพระเจ้า พวกเขาจะพากันมาจากทุกมุมโลกไปยังเยรูซาเล็มเพื่อที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับพระเจ้าให้มากขึ้น

แทนที่จะมีระบบและกฎหมายมากมายที่น่าสับสนและไม่ยุติธรรม เราจะมีบัญญัติเดียวที่เป็นสากล "พระบัญญัติและพระวจนะของพระเจ้า" จะมาจากพระคริสต์ในกรุงเยรูซาเล็ม "ประชาชาติทั้งหลายจะหลั่งไหลเข้ามาหา" บอกเป็นนัยว่าความปรารถนาที่จะเรียนรู้จักพระเจ้า จะกลบความขัดแย้งระหว่างประชาชาติทั้งหลาย เหมือนกับที่กลบความขัดแย้งส่วนบุคคลของคนที่อุทิศชีวิตเพื่อการเรียนรู้ดังกล่าว

การที่ประชาชาติทั้งหลายหลั่งไหลเข้ามากรุงเยรูซาเล็ม เป็นภาพเหมือนของพระธรรมอิสยาห์ซึ่งเขียนไว้ว่า พวกยิว พร้อมกันกับพวกนอกรีต จะเดินทางหลั่งไหลไปนมัสการพระเจ้าที่เยรูซาเล็ม สอดคล้องกับที่เขียนไว้ในพระธรรม เศคาริยาห์ 8:20-23

"ชนชาติทั้งหลายยังจะมา คือประชาชนที่อาศัยอยู่ในหัวเมืองอันมากมาย ชาวเมืองหนึ่งจะไปหาชาวเมืองอีกเมืองหนึ่ง กล่าวว่า ให้เราไปกันทันที (เศคาริยาห์ 14:16 เขียนไว้ว่า "ปีแล้วปีเล่า") ไปทูลขอพระกรุณาต่อพระเจ้าและแสวงหาพระเจ้าจอมโยธา ข้าพเจ้าก็จะไป เออ ชนชาติทั้งหลายเป็นอันมาก และบรรดาประชาชาติที่เข้มแข็งจะมาแสวงหาพระเจ้าจอมโยธาในเยรูซาเล็ม สิบคนจากประชาชาติทุกๆ ภาษา จะยึดชายเสื้อคลุมของยิวคนหนึ่งไว้แล้วกล่าวว่า ขอให้เราไปกับท่านทั้งหลายเถิด เพราะเราได้ยินว่าพระเจ้าทรงสถิตกับพวกท่าน"

นี่ทำให้เราเห็นภาพว่าคนยิวจะเป็น "หัว" ไม่ใช่ "หาง" ของบรรดาประชาชาติ เพราะพวกเขาสำนึกบาปและเชื่อฟัง (เฉลยธรรมบัญญัติ 28:13) แผนการของพระเจ้าในเรื่องความรอดจะเป็นที่ประจักษ์แก่ทุกคน การเพิกเฉยต่อความรอดจะสิ้นสุดลง ผู้คนจะต้องคุยกันเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเหตุให้พวกเขาบอกชาวยิวว่า "เราได้ยินว่าพระเจ้าทรงสถิตกับพวกท่าน" บทสนทนาเต็มไปด้วยเรื่องฝ่ายจิตวิญญาณ ไม่ใช่เรื่องไร้สาระเต็มสมองอย่างโลกยุคนี้

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า พระคริสต์ "ทรงวินิจฉัยระหว่างบรรดาประชาชาติ เขาทั้งหลายจะตีดาบของเขาให้เป็นผาลไถนา และหอกของเขาให้เป็นขอลิด ประชาชาติจะไม่ยกดาบต่อสู้กันอีก เขาจะไม่ศึกษายุทธศาสตร์อีกต่อไป" (อิสยาห์ 2:4) อำนาจอันสมบูรณ์และการปกครองที่เที่ยงธรรมของพระคริสต์จะทำให้ประชาชาติทั้งหลายเต็มใจที่จะเปลี่ยนอาวุธของเขาเป็นอุปกรณ์การเกษตร และละทิ้งการฝึกฝนทางยุทธศาสตร์ทั้งสิ้น "ในสมัยของท่าน ขอความชอบธรรมเจริญขึ้น" (สดุดี 72:7) ผู้ที่ประกอบด้วยความรัก ความกรุณา ความยุติธรรม ฯลฯ ในลักษณะเหมือนของพระเจ้าจะได้รับการเคารพ ตรงข้ามกับการยกย่องความหยิ่งยะโส ทะนงตน และความทะเยอทะยานในสมัยนี้

การเปลี่ยนดาบให้เป็นผาลไถนาเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายของเกษตรกรรมซึ่งจะเกิดขึ้นในโลก ความบาปของอาดัมทำให้แผ่นดินถูกสาปแช่ง (ปฐมกาล 3:17-19) และมนุษย์ต้องทำงาหนักจึงจะได้ผลจากแผ่นดิน ในแผ่นดินของพระเจ้า "มีข้าวอุดมในแผ่นดิน ให้มักแกว่งไกวรวงอยู่บนยอดเขาทั้งหลาย ขอให้ผลของแผ่นดินเหมือนเลบานอน" (สดุดี 72:16) "คนที่ไถจะทันคนที่เกี่ยว และคนที่ย่ำผลองุ่นจะทันคนที่หว่านเมล็ดองุ่น จะมีน้ำองุ่นหยดจากภูเขา" (อาโมส 9:13)

เกษตรกรรมแบบวิสาหกิจเช่นนั้นจะมีผลต่อผู้คนมากมาย ผู้คนจะกลับไปมีวิถีชีวิตเกษตรกรรมแบบเลี้ยงตนเอง

"ต่างก็นั่งอยู่ใต้ซุ้มองุ่นและใต้ต้นมะเดื่อของตน และจะไม่มีใครมากระทำให้เขาสะดุ้งกลัว” (มีคาห์ 4:4)

การเลี้ยงตนเองแบบนี้จะล้มล้างการเอารัดเอาเปรียบของระบบการจ้างงาน การใช้เวลาชั่วชีวิตทำงานเพื่อให้คนอื่นมั่งคั่งจะเป็นเพียงอดีต

"เขาจะสร้างบ้านและเข้าอาศัยอยู่ในนั้น เขาจะปลูกสวนองุ่นและกินผลของมัน เขาจะไม่สร้างและคนอื่นเข้าอาศัยอยู่ เขาจะไม่ปลูกและคนอื่นกิน ผู้เลือกสรรของเราจะใช้ผลงานน้ำมือของเขานาน เขาทั้งหลายจะไม่ทำงานโดยเปล่าประโยชน์" (อิสยาห์ 65:21-23)

อิสยาห์ 35:1-7 กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของดินแดนที่ไร้ผล ไปสู่ดินแดนที่ยินดี และปรีดิ์เปรม เพราะผู้ที่ทำงานในดินแดนนั้นมีชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณมากขึ้น "ถิ่นทุรกันดาร…จะยินดี…ทะเลทรายจะเปรมปรีดิ์ และผลิดอกอย่างต้นดอกฝรั่น มันจะเปรมปรีดิ์ด้วยความชื่นบานและการร้องเพลง น้ำจะพลุ่งขึ้นมาในป่าดอก และลำธารจะพลุ่งขึ้นในทะเลทราย ทรายที่ร้อนจัดจะเป็นสระน้ำ" แม้แต่ความโหดร้ายระหว่างสัตว์ก็จะไม่เหลืออยู่ "สุนัขป่าและลูกแกะจะหากินอยู่ด้วยกัน" และเด็กๆ จะเล่นกับงู (อิสยาห์ 65:25;11:6-8)

คำสาปแช่งต่อสัตว์และธรรมชาติลดลงฉันใด คำสาปแช่งต่อมนุษย์ก็ลดลงฉันนั้น วิวรณ์ 20:2-3 กล่าวถึงการที่พญามาร (บาปและผลของบาป) ถูก "มัด" เป็นเวลาพันปี ช่วงอายุขัยจะเพิ่มขึ้น หากมีใครตายตอนอายุ 100 ปี พวกเขาจะถูกนับว่าเป็นเด็ก (อิสยาห์ 65:20) สตรีจะคลอดบุตรด้วยความเจ็บปวดน้อยลง (อิสยาห์ 65:23) "แล้วนัยน์ตาของคนตาบอดจะเปิดออก แล้วหูของคนหูหนวกจะเบิก แล้วคนง่อยจะกระโดดได้อย่างกวาง และลิ้นของคนใบ้จะร้องเพลง" (อิสยาห์ 35:5-6) นี่คือฤทธิ์เดชที่พวกเขาจะได้รับ (ฮีบรู 6:5)

แผ่นดินของพระเจ้าไม่ใช่หาดสวรรค์ที่คนชอบธรรมจะไปเพลิดเพลินเหมือนกับที่ผู้คนเพลิดเพลินกับการอาบแดดท่ามกลางธรรมชาติ วัตถุประสงค์หลักของแผ่นดินของพระเจ้าคือการถวายเกียรติยศให้กับพระองค์ "จนกว่าพิภพจะเต็มไปด้วยความรู้ในเรื่องพระสิริของพระเจ้า ดังนี้ที่เต็มทะเล" (ฮาบากุก 2:14) พระประสงค์แท้จริงของพระเจ้าคือ "เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด โลกจะเต็มไปด้วยพระสิริของพระเจ้าแน่" (กันดารวิถี 14:21) การถวายเกียรติให้กับพระเจ้า คือการที่ผู้ที่อาศัยอยู่ในโลกจะเห็นคุณค่า สรรเสริญ และเลียนแบบความชอบธรรมของพระองค์ เมื่อโลกกระทำเช่นนี้ พระเจ้าก็ทรงอนุญาตให้แผ่นดินสะท้อนความชอบธรรมออกมาด้วย ดังนั้น
"คนใจอ่อนสุภาพจะได้แผ่นดินตกไปเป็นมรดก และตัวเขาปีตียินดีในความเจริญอุดมสมบูรณ์" (สดุดี 37:11) แทนที่จะเพลิดเพลินไปกับการมีชีวิตง่ายๆ "บุคคลผู้ใดหิวกระหายความชอบธรรม จะทรงให้อิ่มบริบูรณ์" (มัทธิว 5:6)

ชีวิตนิรันดร์ ในแผ่นดินของพระเจ้า เป็นของหวานที่ใช้ล่อให้คนมาเป็นคริสเตียน การมีชีวิตนิรันดร์เกือบจะเป็นเหตุผลที่แท้จริงสำหรับการอยู่ในแผ่นดินนั้น ซึ่งคือการถวายเกียรติแด่พระเจ้า เมื่อรับบัพติศมาแล้ว เราควรพัฒนาความคิดในเรื่องนี้ให้มากขึ้นอยู่ตลอดเวลา

สำหรับผู้เขียนแล้ว การมีชีวิตอยู่ในความยินดีของความสมบูรณ์แบบกับพระเจ้าสิบปีก็คุ้มค่าแล้วกับความยากลำบากในชีวิต การได้อยู่ชั่วนิรันดร์เป็นเรื่องเหลือความเข้าใจของมนุษย์จริงๆ

หากมองในแง่ของกายภาพ การได้อยู่ในแผ่นดินของพระเจ้าเป็นแรงจูงใจชั้นเลิศที่จะทำให้เราชิงชังผลประโยชน์และวัตถุของโลกนี้ พระเยซูตรัสว่า "จงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน และพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้" (มัทธิว 6:30-34) สิ่งที่เราคิดถึงและดิ้นรนเพื่อให้ได้มาเทียบไม่ได้กับความบริบูรณ์ที่จะได้รับในแผ่นดินของพระเจ้า

เราต้อง "แสวงหาความชอบธรรมของพระเจ้า" เช่น สร้างความรักในลักษณะของพระเจ้า หมายความว่า เราต้องการอยู่ในแผ่นดินของพระเจ้า เพราะความชอบธรรมจะได้รับเกียรติ เพราะเราต้องการมีศีลธรรมที่สมบูรณ์แบบ มากกว่าที่จะต้องการหนีจากความตายและมีชีวิตสะดวกสบายนิรันดร์

บ่อยครั้งที่ความหวังของข่าวประเสริฐถูกนำเสนอในแบบที่ตอบสนองความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ แรงจูงใจของเราในการเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าเปลี่ยนไปทุกวัน แนวคิดที่เป็นอุดมการณ์ คือเราต้องจัดให้การเรียนรู้ข่าวประเสริฐและการยอมรับข่าวประเสริฐ โดยการรับบัพติศมาด้วยความรัก และเชื่อฟังพระเจ้า เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด การเห็นคุณค่าความหวังที่พระเจ้าประทานให้ และเหตุผลที่แท้จริงของความต้องการที่จะเข้าอยู่ในแผ่นดินของพระเจ้า จะมีมากขึ้นและสมบูรณ์มากขึ้น หลังการรับบัพติศมา

<<ย้อนกลับ || หน้าถัดไป>>

1 พระเจ้า
2 พระวิญญาณของพระเจ้า
3 พระสัญญาของพระเจ้า
4 พระเจ้ากับความตาย
5 แผ่นดินของพระเจ้า
6 พระเจ้าและความชั่วร้าย
7 การบังเกิดพระเยซู
8 ธรรมชาติของพระเยซู
9 การรับบัพติศมา
10 ชีวิตในพระคริสต์

  


คำเผยพระวจนะส่วนตัว

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุดดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามโลกครั้งที่ 1
เป็นความขัดแย้งระดับโลกที่เกิดระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร และฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งไม่เคยปรากฏสงครามขนาดใหญ่ที่มีทหารหรือสมรภูมิเกี่ยวข้องมากขนาดนี้มาก่อน

» ประวัติศาสตร์ชนชาติจีน
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก คือ 1,200 ล้านคน นั่นหมายความว่า ประชากรหนึ่งในห้าของโลกเป็นประชากรจีน

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» สงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War)
สงครามระหว่างอิรัก กับ อิหร่าน หรือที่นิยมเรียกว่าสงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War) นั้นได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ.1980 โดยมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งอยู่หลายประการ

» แม่ไม้มวยไทย
การเล่นพื้นบ้านที่มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปอย่างสูง

» ประวัติศาสตร์ศิลป์
วิวัฒนาการของประวัติศาสตร์ศิลป์และการออกแบบศิลปะเครื่องประดับตะวันตกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ค้นพบในแต่ละช่วงสมัย และส่วนใหญ่มีแรงบันดาลใจมาจากการรู้จักธรรมชาติ

สติ๊กเกอร์ไลน์

โฆษณาติดต่อ : 081-9182546