ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>

พื้นฐานพระคริสตธรรมคัมภีร์

3

ที่มาของบาป

บาปเกิดมาจากภายในตัวเรา เป็นความผิดของเราเองที่เราทำบาป แม้จะเป็นการดีที่จะเชื่อว่าไม่ใช่ความผิดของเราที่เราทำบาป เพราะเราจะได้ทำบาปได้อย่างอิสระเสรีและโยนความผิดไปให้มาร ไม่ใช่สิ่งผิดปกติเลยที่คนที่ทำผิดมหันต์จะอ้อนวอนขอความเมตตา โดยอ้างว่าทำไปโดยถูกผีสิงและไม่รู้สึกตัว แต่เป็นการถูกต้องที่คนคนนั้นจะถูกพิพากษาลงโทษ

เราต้องจำไว้ว่า “ค่าจ้างของความบาปคือความตาย” (โรม 6:23) บาปนำไปสู่ความตาย ถ้าไม่ใช่ความผิดของเราที่เราทำบาป แต่เป็นความผิดของมาร พระเจ้าผู้ทรงธรรมคงจะต้องลงโทษมาร ไม่ใช่ลงโทษเรา แต่ความจริงที่เราถูกลงโทษเพราะบาปของเราแสดงให้เห็นว่าเราต้องรับผิดชอบในบาปที่เราทำ การที่เราคิดว่ามารเป็นสิ่งที่อยู่ภายนอกตัวเรามากกว่าคิดว่าบาปอยู่ภายในตัวเรา เป็นความพยายามที่จะปัดความรับผิดชอบในการทำบาปของเราให้ออกไปพ้นตัว นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการที่มนุษย์ไม่ยอมรับสิ่งที่พระคริสตธรรมคัมภีร์สอนเราว่ามนุษย์เป็นคนบาปโดยธรรมชาติ

"ไม่มีสิ่งใดภายนอก ที่เข้าไปภายในมนุษย์จะกระทำให้มนุษย์เป็นมลทินได้…เพราะว่าจากภายในมนุษย์คือจากใจมนุษย์ มีความคิดชั่วร้าย การล่วงประเวณี การลักขโมย การฆ่าคน…ความเย่อหยิ่ง ความบัดซบ สารพัดการชั่วนี้เกิดมาจากภายในและทำให้มนุษย์เป็นมลทิน" (มาระโก 7:15-23)

ความคิดที่ว่า มี สิ่งชั่วร้ายจากภายนอกเข้าไปในตัวเราทำให้เราทำบาปเป็นความคิดที่ขัดต่อคำสอนของพระเยซู จากภายใน จากใจมนุษย์ คือที่มาของความชั่วร้ายทั้งปวง ในครั้งที่น้ำท่วมโลก พระเจ้าทรงดำริในพระทัยว่า "เค้าความคิดในใจของมนุษย์ล้วนแต่ชั่วตั้งแต่เด็กมา" (ปฐมกาล 8:21) เรารู้จากยากอบ 1:14 ว่า "ทุกคนก็ถูกล่อให้หลง เมื่อกิเลสของตัวเองล่อและชักนำให้กระทำตาม" เราถูกล่อลวงด้วยกิเลสของเราเอง ความปรารถนาอันชั่วร้ายของเราเอง ไม่ใช่สิ่งใดภายนอกตัวเรา
"อะไรเป็นสาเหตุของสงคราม และอะไรเป็นสาเหตุของการทะเลาะวิวาทกันในพวกท่าน มิใช่กิเลสตัณหาของท่านหรือ" (ยากอบ 4:1) เราทุกคนมีกิเลสของตัวเองอันเกิดจากความปรารถนาของเราเอง และเป็นความจริงที่ว่าเราเป็นศัตรูตัวร้ายของตัวเราเอง

พระธรรมโรมกล่าวถึงบาป ที่มา และวิธีเอาชนะ แต่มีการพูดถึงมารและซาตานน้อยมาก เปาโลไม่ได้พูดถึงมารหรือซาตานในแง่ที่เป็นที่มาของบาป "มาร" เป็นความคิดของพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ ถ้ามารที่ทำให้เราทำบาปมีตัวตนจริง มันจะต้องถูกกล่าวถึงในพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ในสมัยของผู้วินิจฉัย เมื่อครั้งที่อิสราเอลเดินทางอยู่ในถิ่นทุรกันดาร พวกเขาทำบาปมากมาย แต่พระเจ้าไม่ได้เตือนพวกเขาถึงพลังเหนือธรรมชาติที่เข้าไปในตัวพวกเขา และทำให้พวกเขาทำบาป พระองค์สนับสนุนให้พวกเขาเชื่อฟังพระวจนะของพระองค์ เพื่อจะไม่ทำตามความต้องการฝ่ายเนื้อหนัง (เฉลยธรรมบัญญัติ 27:9-10; โยชูวา 22:5)

เปาโลกล่าวว่า "ในตัวของข้าพเจ้าไม่มีความดีประการใดอยู่เลย…เพราะว่าเจตนาดี ข้าพเจ้าก็มีอยู่ แต่ซึ่งจะกระทำการดีนั้น ข้าพเจ้าหาได้กระทำไม่…ถ้าแม้ข้าพเจ้ายังทำสิ่งซึ่งข้าพเจ้าไม่ปรารถนาจะทำ ก็ไม่ใช่ตัวข้าพเจ้าเป็นผู้กระทำ แต่บาปซึ่งอยู่ในตัวข้าพเจ้านั่นเองเป็นผู้กระทำ" (โรม 7:18-21) เปาโลมิได้ตำหนิการทำบาปของท่านว่าเป็นการกระทำของสิ่งซึ่งอยู่ภายนอกที่ชื่อมาร แต่กล่าวว่าธรรมชาติชั่วร้ายของท่านเป็นที่มาที่แท้จริงของบาป "ก็ไม่ใช่ตัวข้าพเจ้าเป็นผู้กระทำ แต่บาปซึ่งอยู่ในตัวข้าพเจ้านั่นเองเป็นผู้กระทำ ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงเห็นว่าเป็นกฎธรรมดาอย่างหนึ่ง คือเมื่อใดที่ข้าพเจ้าตั้งใจจะกระทำความดี ความชั่วก็พร้อมที่จะผุดขึ้น" ท่านเรียกสิ่งที่ตรงข้ามกับฝ่ายจิตวิญญาณว่า "บาปซึ่งอยู่ในตัวข้าพเจ้า" บุคคลใดที่ไตร่ตรองและใช้ความคิดทางจิตวิญญาณจะสามารถรู้จักตนเองมากขึ้น สังเกตได้ว่าแม้แต่
คริสเตียนชั้นสูงเช่นเปาโล แม้รับเชื่อแล้ว ธรรมชาติในตัวก็มิได้เปลี่ยนไป และท่านไม่ได้ถูกนำไปอยู่ในสถานะที่ท่านจะไม่หรือไม่สามารถทำบาปอีก กลุ่มผู้ประกาศข่าวประเสริฐยุคปัจจุบันอ้างว่าพวกเขาอยู่ในสถานะดังกล่าว และด้วยเหตุนี้เปาโลจึงถูกนับว่าเป็นพวก "ไม่ได้รับความรอด" เพราะข้อความในโรม 7:15-21 กษัตริย์ดาวิดผู้ชอบธรรมกล่าวถึงการทำบาปครั้งแล้วครั้งเล่าของพระองค์ว่า "ข้าพระองค์ถือกำเนิดมาในความผิดบาป และมารดาตั้งครรภ์ข้าพระองค์ในบาป" (สดุดี 51:5)

พระคริสตธรรมคัมภีร์เผยให้เห็นถึงธรรมชาติอันชั่วร้ายของมนุษย์ ถ้าเรายอมรับ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะจินตนาการใครสักคนขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบการทำบาปของเรา เยเรมีย์ 17:9 กล่าวว่า จิตใจก็เป็นตัวที่ชั่วร้าย และหลอกลวงกว่าสิ่งใดจนเราไม่สามารถคำนวณความบาปที่มันกระทำได้ พระเยซูก็ตรัสถึงธรรมชาติอันชั่วร้ายของมนุษย์ในมัทธิว 7:11 ส่วนปัญญาจารย์ 9:3 กล่าวว่า "จิตใจของมนุษย์ก็เต็มไปด้วยความชั่ว" เอเฟซัส 4:18 กล่าวว่ามนุษย์อยู่ห่างจากชีวิตซึ่งมาจากพระเจ้า "เพราะเหตุความไม่รู้เท่าถึงการณ์ซึ่งอยู่ในตัวเขา อันเนื่องจากใจที่แข็งกระด้างของเขา"
กาลาเทีย 5:19 พูดถึงบาปของเราว่าเป็น "การงานของเนื้อหนัง" คือเนื้อหนัง ตัวตน และธรรมชาติของเราเองที่ทำให้เราทำบาป ไม่มีข้อพระธรรมใดที่บอกว่าบาปในตัวเราเป็นเพราะมารเป็นผู้เอามาใส่ แนวโน้มที่จะทำบาปเป็นสิ่งที่มนุษย์มีตามธรรมชาติตั้งแต่เกิด ถือเป็นส่วนพื้นฐานที่ประกอบขึ้นเป็นมนุษย์

<<ย้อนกลับ || หน้าถัดไป>>

1 พระเจ้า
2 พระวิญญาณของพระเจ้า
3 พระสัญญาของพระเจ้า
4 พระเจ้ากับความตาย
5 แผ่นดินของพระเจ้า
6 พระเจ้าและความชั่วร้าย
7 การบังเกิดพระเยซู
8 ธรรมชาติของพระเยซู
9 การรับบัพติศมา
10 ชีวิตในพระคริสต์

  


คำเผยพระวจนะส่วนตัว

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุดดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามโลกครั้งที่ 1
เป็นความขัดแย้งระดับโลกที่เกิดระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร และฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งไม่เคยปรากฏสงครามขนาดใหญ่ที่มีทหารหรือสมรภูมิเกี่ยวข้องมากขนาดนี้มาก่อน

» ประวัติศาสตร์ชนชาติจีน
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก คือ 1,200 ล้านคน นั่นหมายความว่า ประชากรหนึ่งในห้าของโลกเป็นประชากรจีน

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» สงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War)
สงครามระหว่างอิรัก กับ อิหร่าน หรือที่นิยมเรียกว่าสงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War) นั้นได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ.1980 โดยมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งอยู่หลายประการ

» แม่ไม้มวยไทย
การเล่นพื้นบ้านที่มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปอย่างสูง

» ประวัติศาสตร์ศิลป์
วิวัฒนาการของประวัติศาสตร์ศิลป์และการออกแบบศิลปะเครื่องประดับตะวันตกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ค้นพบในแต่ละช่วงสมัย และส่วนใหญ่มีแรงบันดาลใจมาจากการรู้จักธรรมชาติ