ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>

พื้นฐานพระคริสตธรรมคัมภีร์

3

 

การตั้งครรภ์พระเยซู

มารีย์สามารถตั้งครรภ์โดยไม่ได้มีความสัมพันธ์กับดาวิด แต่ตั้งครรภ์โดยการที่พระวิญญาณปกอยู่เหนือนาง โยเซฟจึงไม่ใช่พ่อที่แท้จริงของพระเยซู พระวิญญาณไม่ใช่ตัวบุคคล (ดูบทเรียนที่ 2) พระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า ไม่ใช่พระวิญญาณ พระเจ้าทรงให้พระวิญญาณปกอยู่เหนือมารีย์ "เหตุฉะนั้น บุตรที่จะเกิดมานั้นจะได้เรียกว่าวิสุทธิ์" และ "บุตรของพระเจ้า" (ลูกา 1:35) คำว่า "เหตุฉะนั้น" บอกให้รู้ว่า ถ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ได้ปกอยู่เหนือมารีย์ นางก็จะไม่ตั้งครรภ์พระเยซู พระบุตรของพระเจ้าก็จะไม่ได้มาบังเกิด การที่พระเยซูทรงปฏิสนธิในครรภ์ของมารีย์ (ลูกา 1:31) แสดงให้เห็นว่าพระองค์ไม่มีตัวตนอยู่ก่อนนี้ ถ้าเรา "เกิด" ความคิดอะไรขึ้นมา ความคิดนั้นเริ่มต้นในสมองเรา พระเยซูทรงปฏิสนธิในครรภ์มารีย์ พระองค์บังเกิดเป็นตัวอ่อนเหมือนเช่นมนุษย์ธรรมดาทั่วไป ยอห์น 3:16 บันทึกไว้ว่า "พระบุตรองค์เดียว" ของพระเจ้า ผู้คนนับล้านท่องจำพระธรรมบทนี้จนขึ้นใจ แต่ละเลยที่จะสังเกตความหมายที่ปรากฏอยู่ หากพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า หมายความว่า พระเจ้าจะต้องมีอายุมากกว่าพระองค์ พระเจ้าทรงเป็น "พระเจ้าตั้งแต่นิรันดร์กาลถึงนิรันดร์กาล" (สดุดี 90:2) และดังนั้น พระเยซูจึงไม่สามารถเป็นพระเจ้า (บทเรียนที่ 8 จะธิบายเพิ่มเติมในเรื่องนี้)

พระเยซูทรง "บังเกิด" มาจากพระจ้า พระองค์ไม่ได้ถูกเนรมิตสร้างเหมือนอาดัม พระองค์และพระเจ้าจึงมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด "พระเจ้าทรงให้โลกนี้คืนดีกันกับพระองค์โดยพระคริสต์" (2 โครินธ์ 5:19) การที่พระคริสต์บังเกิดมาจากพระเจ้า อธิบายให้เรารู้ถึงความรอบรู้ของพระองค์ในทางของพระเจ้า ซึ่งเป็นพระบิดาของพระองค์

อิสยาห์ 49:5-6 มีคำพยากรณ์ที่กล่าวว่าพระคริสต์ทรงเป็นความสว่างของโลก ซึ่งพระองค์ก็ทรงกระทำให้สำเร็จในยอห์น 8:12 พระองค์ทรงถูกอธิบายว่าเป็นแบบที่คัดลอกมาจาก "พระเจ้าผู้ทรงให้บังเกิดเราเพื่อเป็นผู้รับใช้ของพระองค์" พระเจ้าทรงให้บังเกิดพระคริสต์ โดยใช้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ ครรภ์ของนาง
มารีย์เป็นที่ที่พระเยซูมาบังเกิดเป็นมนุษย์

บทเรียนที่ 7.1 พูดถึงคำพยากรณ์ใน สดุดี 22 ซึ่งกล่าวถึงความคิดของพระคริสต์บนไม้กางเขน "พระองค์ทรงนำข้าพระองค์ออกมาจากครรภ์มารดา…ตั้งแต่คลอด ข้าพระองค์ก็ต้องพึ่งพระองค์ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระเจ้า ตั้งแต่ข้าพระองค์ยังอยู่ในครรภ์มารดา" (สดุดี 22:9-10) ในขณะที่พระองค์กำลังจะตาย พระคริสต์ทรงรำลึกถึงที่มาของพระองค์ว่ามาจากครรภ์ของมารีย์ มารดาของพระองค์ การที่พระคัมภีร์บันทึกว่ามารีย์เป็นมารดาของพระคริสต์ ขจัดความคิดที่ว่าพระองค์มีตัวตนก่อนที่จะมาบังเกิดจากครรภ์ของมารีย์

มารีย์เป็นปุถุชนธรรมดา มีบิดามารดาเป็นคนธรรมดา และมีลูกพี่ลูกน้องที่ให้กำเนิดยอห์นผู้ให้รับบัพติศมา ซึ่งเป็นปุถุชนธรรมดาเช่นกัน (ลูกา 1:36) การที่พวกโรมันคาธอลิกเชื่อว่ามารีย์ไม่ใช่ปุถุชนธรรมดาทำให้เกิดความคิดที่ว่าพระคริสต์ไม่สามารถเป็นได้ทั้ง "บุตรมนุษย์" และ "บุตรของพระเจ้า" ซึ่งเป็นนามที่พระองค์ถูกเรียกในพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ พระองค์ทรงเป็น "บุตรมนุษย์" เพราะมีมารดาเป็นปุถุชนธรรมดา และเป็น "บุตรของพระเจ้า" เพราะพระเจ้าทรงใช้พระวิญญาณปกอยู่เหนือมารีย์ (ลูกา 1:35) พระเจ้าทรงเป็นพระบิดาของพระองค์ การจัดการที่สวยงามนี้จะไม่มีผล หากมารีย์มิใช่หญิงธรรมดา

"ใครจะเอาสิ่งสะอาดออกมาจากสิ่งไม่สะอาดได้ ไม่มีใครสักคน…มนุษย์เป็นอะไรเล่า เขาจึงจะสะอาดได้ หรือเขาผู้เกิดมาโดยผู้หญิงเป็นอะไร เขาจึงชอบธรรมได้…คนที่เกิดจากผู้หญิงจะสะอาดได้อย่างไร" (โยบ 14:4; 15:14; 25:4) นี่คือคำตอบต่อความคิดที่ว่าการปฏิสนธิบริสุทธิ์เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ไม่ว่าจะเป็นด้านของมารีย์หรือพระเยซู

มารีย์ “เกิดจากผู้หญิง” มีบิดามารดาเป็นคนธรรมดา จึงมีความไม่สะอาดตามธรรมชาติมนุษย์ซึ่งส่งผ่านต่อไปยังพระเยซูผู้ทรง "ประสูติจากสตรีเพศ" (กาลาเทีย 4:4) เนื่องจากพระเยซูทรงประสูติจากสตรีเพศ จึงแสดงว่าพระองค์ไม่ได้มีตัวตนก่อนจะมาบังเกิด ในกาลาเทีย 4:4 กล่าวว่า “ประสูติจากสตรีเพศ” เช่นกัน

พระกิตติคุณบันทึกหลายครั้งถึงความเป็นมนุษย์ของมารีย์ พระคริสต์ต้องทรงกล่าวย้ำถึงสามครั้ง เพราะนางขาดการรับรู้ฝ่ายจิตวิญญาณ (ลูกา 2:49; ยอห์น 2:4) นางไม่เข้าใจสิ่งที่พระองค์กล่าว (ลูกา 2:50) นี่เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดกับหญิงธรรมดาที่มีบุตรเป็นบุตรของพระเจ้าซึ่งมีการรับรู้ฝ่ายจิตวิญญาณมากกว่า แม้ว่าจะมีความเป็นมนุษย์ในตัวด้วย โยเซฟอยู่ร่วมกับมารีย์หลังจากที่พระคริสต์ทรงบังเกิด (มัทธิว 1:25) และมีสัมพันธภาพตามปกติของคู่สามีภรรยานับแต่นั้น

มัทธิว 12:46-,7 บอกให้รู้ว่ามารีย์มีบุตรคนอื่นๆ อีกหลังจากพระเยซูทรงบังเกิด พระเยซูทรงเป็น "บุตรหัวปี" ของนาง คำสอนของคาธอลิกที่ว่ามารีย์ยังคงเป็นหญิงพรหมจารีย์และถูกรับไปอยู่ในสวรรค์ไม่ได้รับการสนับสนุนจากพระคริสตธรรมคัมภีร์เลย ตามธรรมชาติของมนุษย์ นางจะต้องแก่ตัวลงและตายไป ในยอห์น 3:13 ยังบอกเราว่า "ไม่มีผู้ใดได้ขึ้นไปสู่สวรรค์" ความจริงที่ว่าพระเยซูมีความเป็นมนุษย์ (ฮีบรู 2:14-18; โรม 8:3) หมายความว่า มารดาของพระองค์ก็จะต้องมีความเป็นมนุษย์ด้วย แม้ว่าพระบิดาของพระองค์จะไม่มีความเป็นมนุษย์ก็ตาม

<<ย้อนกลับ || หน้าถัดไป>>

1 พระเจ้า
2 พระวิญญาณของพระเจ้า
3 พระสัญญาของพระเจ้า
4 พระเจ้ากับความตาย
5 แผ่นดินของพระเจ้า
6 พระเจ้าและความชั่วร้าย
7 การบังเกิดพระเยซู
8 ธรรมชาติของพระเยซู
9 การรับบัพติศมา
10 ชีวิตในพระคริสต์

  


คำเผยพระวจนะส่วนตัว

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุดดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามโลกครั้งที่ 1
เป็นความขัดแย้งระดับโลกที่เกิดระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร และฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งไม่เคยปรากฏสงครามขนาดใหญ่ที่มีทหารหรือสมรภูมิเกี่ยวข้องมากขนาดนี้มาก่อน

» ประวัติศาสตร์ชนชาติจีน
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก คือ 1,200 ล้านคน นั่นหมายความว่า ประชากรหนึ่งในห้าของโลกเป็นประชากรจีน

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» สงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War)
สงครามระหว่างอิรัก กับ อิหร่าน หรือที่นิยมเรียกว่าสงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War) นั้นได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ.1980 โดยมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งอยู่หลายประการ

» แม่ไม้มวยไทย
การเล่นพื้นบ้านที่มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปอย่างสูง

» ประวัติศาสตร์ศิลป์
วิวัฒนาการของประวัติศาสตร์ศิลป์และการออกแบบศิลปะเครื่องประดับตะวันตกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ค้นพบในแต่ละช่วงสมัย และส่วนใหญ่มีแรงบันดาลใจมาจากการรู้จักธรรมชาติ

สติ๊กเกอร์ไลน์